ทวีปยุโรป

มาตรฐาน

ทวีปยุโรป

ที่ตั้งและขนาด

        ทวีปยุโรป ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปเอเชีย ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน และอยู่ในซีกโลกเหนือทั้งหมด

ไม่มีดินแดนส่วนใดของทวีปอยู่ใต้เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ บริเวณใต้สุดของทวีป อยู่ในแนวเดียวกัน

กับตอนกลางของประเทศจีนและตอนใต้ของญี่ปุ่น คือ อยู่ระหว่างละติจูด 36 องศา 1 ลิปดาเหนือ ถึง 71องศา

10ลิปดาเหนือ   และระหว่างลองจิจูด 66 องศาตะวันออก ถึง 9องศา30ลิปดาตะวันตก ยุโรปเป็นทวีปที่มี

ขนาดเล็ก รองจากทวีปออสเตรเลียซึ่งมีขนาดเล็กที่สุด พื้นดินของทวีปยุโรป ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับทวีปเอเชีย

จึงมีผู้เรียกทวีปทั้งสองนี้ว่า ยูเรเชีย

           เส้นกั้นพรมแดนธรรมชาติได้แก่ เทือกเขาอูราล แม่น้ำอูราล ทะเลสาบ แคสเปียน เทือกเขาคอเคซัส

ประกอบด้วยประเทศต่าง ๆ ถึง 43 ประเทศโดยกระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ 4 ภูมิภาค คือ ยุโรปเหนือ ยุโรปใต้

ยุโรปตะวันตก และ ยุโรปตะวันออก

ขนาด

         เนื้อที่ของทวีปยุโรปมีขนาด 9.94 ล้านตารางกิโลเมตร นับเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

และมีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทวีปออสเตรเลีย ถ้าเปรียบเทียบกับทวีปเอเชียจะมีขนาดกว้างกว่า

ถึง 4.5 เท่า

อาณาเขตติดต่อของทวีปยุโรป

ทิศเหนือ   ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก น่านน้ำตอนเหนือได้แก่ ทะเลขาว ทะเลแบเรนต์ส

ทิศตะวันออก   ติดต่อเป็นผืนแผ่นดินเดียวกันกับทวีปเอเชีย โดยมีเทือกเขายูราล แม่น้ำยูราล ทะเลแคสเปียน

ทะเลดำ และ เทือกเขาคอเคซัส เป็นแนวเขตแบ่งทวีปทำให้ดินแดนของประเทศรัสเซีย และตุรกีตั้งอยู่ทั้งในทวีป

ยุโรปและทวีปเอเชีย

ทิศใต้    ติดกับ ทะเลแคสเปียน เทือกเขาคอเคซัส ทะเลดำ ทะเลมาร์มะรา และ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ทิศตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีทะเลต่าง ๆ คือ ทะเลนอร์วีเจียน ทะเลเหนือ ทะเลไอริช และทะเล

บอลติกมีเกาะสำคัญได้แก่ เกาะบริเตนใหญ่ เกาะไอร์แลนด์เกาะไอซ์

  ลักษณะภูมิประเทศของทวีปยุโรป     ประกอบด้วย 4 เขตใหญ่ ๆ ดังนี้

        1. เขตเทือกเขาหินเก่าภาคเหนือ  พื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปภาคเหนือ เป็นมีลักษณะเป็น เทือกเขาสูง และ

บางตอนเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของยุโรป ประมาณ 400 ล้านปี เช่น เทือกเขาภาคเหนือแถบ

คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีอายุเก่าแก่ ได้แก่ เทือกเขาเชอรอน และ เทือกเขาแกรมเบรียน ใน

สกอตแลนด์ นอกจากนี้ยังมีแนวชายฝั่งที่เกิดจาก การกัดเซาะของธารน้ำแข็ง ที่เรียกว่า "ฟยอร์ด (Fjord)"

        2. เขตที่ราบใหญ่ภาคกลาง  ภูมิประเทศของทวีปยุโรป ภาคกลางเป็นที่ราบต่อเนื่องกัน ตั้งแต่บริเวณ

ชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกในฝรั่งเศส ไปจนถึงที่ราบต่ำตอนกลางของทวีป ในประเทศเบลเยี่ยม เนธอร์แลนด์

เยอรมนี และรัสเซีย  มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีบทบาททางเศรษฐกิจ และมีความสำคัญด้าน

เกษตรกรรมมากที่สุดของทวีปยุโรป แม่น้ำสำคัญได้แก่ แม่น้ำไรน์ แม่น้ำเอลเบ แม่น้ำลัวร์ และ แม่น้ำเซน

        3.เขตที่ราบสูงภาคกลาง  ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงเริ่มตั้งแต่คาบสมุทรไอบีเรีย ตอนกลางของทวีปยุโรป

ไปจนถึงที่ราบสูงโบฮีเมีย ทางตะวันออกเขตที่ราบสูงภาคกลางนี้ เชื่อมต่อระหว่างที่ราบใหญ่ภาคกลางกับ

เทือกเขาสูงภาคใต้ของทวีปที่ราบสูงที่สำคัญได้แก่ ที่ราบสูงเมซาตา ในคาบสมุทรไอบีเรียที่ราบสูง

มัสซิฟซองตาล ในตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส ป่าดำ (Black Forest) ในประเทศเยอรมนี ที่ราบสูงโบฮีเมียใน

ประเทศสาธารณรัฐเชค ที่ราบฮังกาเรียน(Great Hungarian Plain) ในเขตประเทศฮังการี ซึ่งเป็นที่ราบขนาดใหญ่

 ระหว่างเทือกเขาคาร์เปเทียน (ทางตอนเหนือ) เทือกเขา Transdanubian Medium Mountains (ทางตะวันตก

เฉียงใต้) และแม่น้ำ Sava (ทางทิศใต้) โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่(56%)อยู่ในประเทศฮังการี และส่วนหนึ่งครอบคลุม

ไปถึงสโลวาเกีย, ยูเครน , โรมาเรีย, เซอร์เบีย และโครเอเชีย

        4. เขตเทือกเขาสูงภาคใต้  ทวีปยุโรปภาคใต้มีเทือกเขาสูงซึ่งมีอายุใกล้เคียงกับ เทือกเขาหิมาลัยใน

ทวีปเอเชีย เทือกเขาเหล่านี้เป็นเทือกเขารุ่นใหม่  ผ่านการสึกกร่อนพังทลายไม่มาก และยังมีการเปลี่ยนแปลง

เคลื่อนไหวของเปลือกโลกอยู่ เช่น เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดเป็นต้น ลักษณะของเทือกเขาสูงภาคใต้ เป็น

ยอดเขาสูงและมีหุบเขาลึก บริเวณยอดเขามีน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี

       ลักษณะภูมิอากาศ

           ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภูมิอากาศของทวีปยุโรป  ได้แก่ 

          ละติจูด ทวีปยุโรปตั้งอยู่ในช่วงละติจูด 35-70 องศาเหนือ ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรมากพอสมควรฉะนั้น

จึงไม่มีภูมิอากาศเมืองร้อนเหนืออย่างทวีปอื่นๆ ที่มีดินแดนใกล้เส้นศูนย์สูตร จะเห็นได้ว่าทางตอนใต้สุดของทวีป

เป็นเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งมีภูมิอากาศอบอุ่น อุณหภูมิปานกลาง

           ทิศทางลมประจำ ลมประจำที่พัดผ่านส่วนใหญ่ของทวีปยุโรปเป็นลมฝ่ายตะวันตกพัดจากมหาสมุทร

แอตแลนติกเข้ามาทางด้านตะวันตกของทวีป ด้วยเหตุนี้ทางซีกตะวันตกของทวีปจึงมีฝนตกชุก ส่วนทางซีก

ตะวันออกของทวีปฝนจะตกน้อยลง และความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาวมีมากขึ้น ซึ่งเป็น

ลักษณะของภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีป

            กระแสน้ำในมหาสมุทร ชายฝั่งด้านตะวันตกของทวีปมีกระแสน้ำอุ่นแอตแลนติกเหนือไหลเลืยบฝั่งของ

หมู่เกาะบริติช และชายฝั่งประเทศนอร์เวย์ ทำให้มีผลต่อภูมิอากาศของบริเวณดังกล่าว ดังจะเห็นได้ว่า หมู่เกาะ

บริติชอันเป็นที่ตั้งองประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศไอร์แลนด์นั้นมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี แม้ในฤดูหนาว

อากาศก็ไม่หนาวเย็นมากนัก นอกจากนี้ชายฝั่งของประเทศนอร์เวย์ น้ำทะเลไม่แข็งตัวในฤดูหนาว ผิดกับน้ำใน

ทะเลบอลติกซึ่งแข็งตัวเป็นเวลานานหลายเดือน ในระหว่างฤดูหนาว ประเทศสวีเดนจึงต้องอาศัยการขนส่งสินค้า

ทางรถไฟไปลงเรือที่เมืองท่าของประเทศนอร์เวย์ เพราะไม่สามารถใช้เมืองท่าของตนในทะเลบอลติกได้

             ระยะห่างจากทะเล  การที่ทวีปยุโรปมีฝั่งทะเลยาว เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อที่ทวีป ทำให้ดินแดนตอนใน

ของทวีปอยู่ห่างจากทะเลไม่มากนัก ลักษณะเช่นนี้มีผลต่อภูมิอากาศของทวีปยุโรป คือ ไม่มีดินแดนส่วนใดที่อยู่

ลึกเข้าไปภายในทวีปมาก จนไม่ได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทรเลย จึงไม่มีเขตภูมิอากาศแห้งแล้งเหมือนอย่างใน

บริเวณตอนกลางของทวีปเอเซีย

              ทิศทางของเทือกเขา  เทือกเขาส่วนใหญ่ในทวีปยุโรปมีทิศทางในแนวทิศตะวันตก ตะวันออก จึงไม่

กีดขวางทางลมประจำตะวันตกที่นำความชื้นจากมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าไปในทวีป บริเวณส่วนใหญ่ของทวีป

จึงได้รับฝนอย่างทั่วถึง

              จากปัจจัยต่างๆ ทำให้ภูมิอากาศของทวีปยุโรปได้ชื่อว่าเหมาะสมสำหรับการดำรงชีพ เพราะส่วนใหญ่มี

อากาศอบอุ่น ไม่ร้อนและไม่หนาวเกินไป

               การแบ่งเขตภูมิอากาศของทวีปยุโรป   ทวีปยุโรปมีเขตภูมิอากาศต่างๆ รวม 7 เขต ดังนี้

              1.ภูมิอากาศแบบเมติเตอร์เรเนียน

              สภาพอากาศ เป็นภูมิอากาศอบอุ่น อุณหภูมิปานกลาง มีฝนตกในฤดูหนาว ปริมาณฝนทั้งปีประมาณ

500-1000 มิลลิเมตร

             พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าไม้เขตอบอุ่น ที่เรียกว่า ป่าเมดิเตอร์เรเนียน

             บริเวณที่พบ ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในยุโรปภาคใต้ ครอบคลุมดินแดนชายฝั่งของประเทศสเปน

ชายฝั่งภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ชายฝั่งของประเทศยูโกสลาเวีย และประเทศกรีซ

             2. ภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น

             สภาพอากาศ ภูมิอากาศอบอุ่น อุณหภูมิปานกลาง ซึ่งมีฝนตกตลอดทั้งปี ปริมาณน้ำฝนทั้งปีประมาณ

500-1000 มิลลิเมตร

            พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าไม้เขตอบอุ่น หรือทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น

            บริเวณที่พบ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำดานูบในประเทศฮังการี ภาคเหนือของประเทศยูโกสลาเวียและ

ประเทศโรมาเนีย

             3.ภูมิอากาศทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย

              สภาพอากาศ เป็นภูมิอากาศที่มีฝนตกน้อย คือ ปริมาณฝนทั้งปี ประมาณ 250-500 มิลลิเมตร

              พืชพรรณธรรมชาติ ทุ่งหญ้าที่ขึ้นเบาบาง

              บริเวณที่พบ มี 2 แห่ง คือ ตอนกลางของประเทศสเปน อูเครน จอร์เจียและตอนใต้ของรัสเซีย

              4.ภูมิอากาศภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก

              สภาพอากาศ ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นแอตแลนติก ฤดูหนาวอากาศไม่หนาวจัด มีฝนตกชุก

ตลอดทั้งปี ปริมาณฝนทั้งปีประมาณ 750-1500 มิลลิเมตร

              พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าไม้เขตอบอุ่นชนิดป่าไม้ผลัดใบผสมกับป่าไม้สน

              บริเวณที่พบ บริเวณที่ราบชายฝั่งตะวันตกของทวีป ครอบคลุมดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส

หมู่เกาะบริติช เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ภาคเหนือของเยอรมนี และภาคใต้ของนอร์เวย์และสวีเดน

              5. ภูมิอากาศชื้นภาคพื้นทวีป

              สภาพอากาศ เป็นภูมิอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทรไม่มากนัก เพราะอยู่ลึกเข้ามาในทวีป

ฤดูหนาวอากาศค่อนข้างหนาว ปริมาณน้ำฝนทั้งปีประมาณ 500-750 มิลลิเมตร ส่วนใหญ่ตกในฤดูร้อน

              พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าไม้เขตอบอุ่น ซึ่งมีทั้งป่าผลัดใบและป่าสนผสมปะปนอยู่ บางแห่งที่มี

ฝนตกน้อย  พืชพรรณธรรมชาติ เป็นทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น

               บริเวณที่พบ ยุโรปตะวันออก ครอบคลุมดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศโปแลนด์ เช็คและสโลวัก รัสเซีย

และสาธารณรัฐเอกราชต่างๆ ที่เคยรวมอยู่ในสหภาพโซเวียต

              6.ภูมิอากาศแบบไทกา

              สภาพภูมิอากาศ  เป็นภูมิอากาศหนาวซึ่งมีฤดูหนาวยาวนาน ปริมาณฝนทั้งปีประมาณ 250-500

มิลลิเมตร

              พืชพรรณธรรมชาติ ป่าสน (หรือป่าไม้ใบแหลมมีใบเขียวทั้งปี)

              บริเวณที่พบ  ดินแดนทางเหนือของประเทศฟินแลนด์ ภาคกลางของนอร์เวย์และสวีเดน

              7.ภูมิอากาศแบบทุนดรา

             สภาพภูมิอากาศ  เป็นภูมิอากาศหนาวแบบขั้วโลก มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีฤดูร้อนสั้นๆ เพียง

1-2 เดือน ที่พืชพรรณจะเจริญเติบโตได้ นอกนั้นแล้วจะมีอุณหภูมิต่ำถึงขีดเยือกแข็ง

             พืชพรรณธรรมชาติ  พืชชั้นต่ำจำพวกหญ้า และตะไคร่ที่ทนอากาศหนาวเย็นได้ เช่น มอสและไลเคน 

              บริเวณที่พบ  ชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติกทางตอนเหนือของทวีปยุโรป

ทรัพยากรธรรมชาติ

       ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญในยุโรปได้แก่

ทรัพยากรดิน 

        ยุโรปเป็นทวีปที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรดินทวีปหนึ่งในโลก ความแตกต่างของดินจะขึ้นอยู่กับ

ลักษณะภูมิอากาศ และวัตถุต้นกำเนิดของดิน ในยุโรปจะพบดินหลายชนิดด้วยกัน ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ได้แก่

ดินร่วนสีดำ พบในภาคใต้ของรัสเซีย ในยูเครน โปแลนด์ เช็คและสโลวักและออสเตรีย ซึ่งเหมาะสมในการปลูก

ข้าวสาลี  ในบริเวณลุ่มแม่น้ำจะมีดินตะกอนที่แม่น้ำพามาทับถมกัน ทำให้มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การ

เพาะปลูก ส่วนในบริเวณที่ดินไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์จะใช้ประโยชน์ในด้านการเลี้ยงแกะทั้งพันธ์เนื้อและพันธุ์ขน

การที่ทวีปยุโรปไม่มีเขตภูมิอากาศแห้งแล้งแบบทะเลทรายหรือร้อนชื้นแบบป่าดงดิบ ทำให้ทรัพยากรดินของทวีป

สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ทรัพยากรน้ำ

            ทวีปยุโรปเป็นทวีปที่มีขนาดเล็ก มีอาณาเขตเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดแล้วจะจดทะเลมากกว่าทวีปอื่น

ลักษณะภูมิอากาศของยุโรปจึงไม่มีลักษณะภูมิอากาศแบบทะเลทรายหรือกึ่งทะเลทราย 

            แหล่งทรัพยากรน้ำในทวีปยุโรปได้แก่ แม่น้ำสายต่างๆ ซี่งแม่น้ำในทวีปยุโรปนั้นจะไม่มีลำน้ำกว้างขวาง

และมีความยาวมากเหมือนแม่น้ำในทวีปอเมริกาเหนือหรือเอเซีย แต่มีสาขาของแม่น้ำหลายสายและไหลลงสู่

ทะเล แม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำไรน์ แม่น้ำดานูบ แม่น้ำโรน แม่น้ำโวลกา แม่น้ำโป แม่น้ำส่วนใหญ่ไหลผ่านที่

ราบของทวีป กระแสน้ำจึงไม่ไหลเชี่ยวมีประโยชน์ทั้งด้านการคมนาคมและการเกษตร  ในส่วนของปริมาณน้ำฝน

นั้น จากที่ตั้งของทวีป ความใกล้ทะเล ความสูงของพื้นที่ การวางตัวของเทือกเขา ตลอดจนอิทธิพลของลม

ประจำ เป็นผลให้ทวีปยุโรปมีฝนตกตลอดปี ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยสูงสุดคือ 1500 มิลลิเมตรต่อปี และพื้นที่ส่วน

ใหญ่จะมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยมากกว่า 250 มิลลิเมตรต่อปี

ทรัพยากรป่าไม้

            ในอดีตยุโรปเป็นทวีปที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ แต่จากการเพิ่มจำนวนประชากรทำให้ปริมาณป่าไม้ลดลง

แหล่งป่าไม้ที่สำคัญของยุโรปได้แก่ ป่าสนในประเทศสวีเดน ฟินแลนด์ นอกจากนี้ยังพบป่าไม้ในปริมาณไม่มาก

นักในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ซึ่งประเทศเหล่านี้ต้องนำเข้าสินค้าไม้จากสวีเดนและ

ฟินแลนด์

            ป่าไม้ในยุโรปมีทั้งป่าไม้เนื้ออ่อนและป่าไม้เนื้อแข็ง ป่าไม้เนื้ออ่อนพบในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน

ฟินแลนด์ เทือกเขาในยุโรปกลางและยุโรปใต้ เช่น แอลป์ จูรา พิเรนิส ส่วนป่าไม้เนื้อแข็งจะพบในเขตที่ราบต่ำ

ของยุโรปตะวันตก ปัจจุบันรัฐบาลในหลายประเทศใช้วิธีการปลูกป่าไม้ขึ้นใหม่ทดแทนกับป่าที่ถูกทำลาย นอกจาก

นี้ยังพบป่าไม้ผลัดใบ เช่น โอ๊ก บีช ในยุโรปตะวันออกด้วย ซึ่งในบริเวณพื้นที่สูงจะมีป่าสนขึ้นปะปนกับไม้ผลัดใบ

เหล่านี้ 

ทรัพยากรแร่ธาตุ

              ยุโรปอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรแร่ธาตุหลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะแร่เหล็กและถ่านหิน อันเป็นแร่

สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม แร่ทั้งสองนี้จะอยู่กระจัดกระจายโดยทั่วไปในเขตยุโรปกลางและยุโรปตะวันตก

แต่จากความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมที่เกิดก่อนทวีปอื่น ตลอดจนการผ่านสงครามโลกถึงสองครั้ง เป็นผลให้

ปริมาณทรัพยากรประเภทแร่ธาตุลดน้อยลง แร่ธาตุที่สำคัญของยุโรป เช่น

              • ถ่านหิน พบมากใน อังกฤษ กลุ่มประเทศเบเนลักซ์ อูเครน โปแลนด์

             • แร่เหล็ก พบมากในรัสเซีย ฝรั่งเศส อังกฤษ อูเครน เยอรมนี เช็คและสโลวัก โรมาเนีย โปแลนด์

             • ตะกั่ว ในบัลกาเรีย อิตาลี เยอรมนี

             • บอกไซด์ ในฝรั่งเศส ฮังการี

             • น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ พบในเขตทะเลเหนือ และกลุ่มประชาคมรัฐเอกราช 

สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมของทวีปยุโรป

            ประชากร

            จำนวนประชากร  ทวีปยุโรปเป็นทวีปที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทวีปเอเซีย (รวม

ประชาคมรัฐเอกราช) แต่ในระยะเวลาที่ผ่านมา ทวีปยุโรปมีอัตราการเพิ่มประชากร อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าทวีปอื่นๆ

ทั้งหมด คือเพียงร้อยละ 0.2 ต่อปี

           ความหนาแน่นของประชากร

         ทวีปยุโรปมีความหนาแน่นโดยเฉลี่ยของประชากร 84 คนต่อหนึ่งตารางกิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นทวีปที่มี

ประชากรหนาแน่นมากที่สุดของโลก  ในด้านการกระจายของประชากร ทวีปยุโรปมีการเฉลี่ยจำนวนประชากรไป

อยูอาศัยตามภาคต่างๆ ของทวีปอย่างทั่วถึง ไม่ค่อยมีบริเวณที่มีประชากรหนาแน่นมาก หรือเบาบางมากจนเห็น

ได้ชัดเหมือนอย่างในทวีปเอเซียและทวีปออสเตรเลีย ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากในทวีปยุโรปไม่มีบริเวณที่มีภูมิอากาศ

แห้งแล้งมากจนเป็นทะเลทราย ทั้งบริเวณที่เป็นเทือกเขาสูงๆ ก็มีไม่มากนัก อุปสรรคในการตั้งถิ่นฐานมีเฉพาะ

บริเวณบางแห่งในภาคเหนือของทวีป ซึ่งมีภูมิอากาศหนาวเย็น ได้แก่ ในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย และภาคเหนือ

ของรัสเซีย แต่ก็มีอาณาบริเวณไม่กว้างขวางนัก อย่างไรก็ตาม มีบริเวณบางส่วนของทวีปที่มีประชากรอาศัยอยู่

อย่างหนาแน่นกว่าเขตอื่นๆ ของทวีป ได้แก่ เขตที่ราบภาคตะวันตกและภาคกลางของทวีป ในช่วงละติจูดที่

45-50  องศาเหนือ ซึ่งได้แก่ ภาคเหนือของฝรั่งเศส ภาคใต้ของอังกฤษ เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ ภาคกลางของ

เยอรมนี ภาคกลางของโปแลนด์และภาคกลางของรัสเซีย เขตดังกล่าวเป็นเขตเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่

สำคัญของทวีปยุโรป

                                                                                    เชื้อชาติ

            ยุโรปมีประชากรส่วนใหญ่เป็นเชื้อชาติคอเคซอยด์ ซึ่งเป็นชนผิวขาว มีเชื้อชาติมองโกลอยด์ ซึ่งเป็น

ชนผิวเหลืองอยู่บ้างเล็กน้อยในยุโรปตะวันออก เช่นในประเทศฮังการี  สำหรับเชื้อชาติคอเคซอยด์ซึ่งเป็นชน

ผิวขาวนั้น อาจแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ตามลักษณะทางร่างกาย คือ

           กลุ่มนอร์ดิก อยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป โดยเฉพาะในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย มีประชากรที่

เป็นเชื้อสายนอร์ดิกที่เห็นได้ชัดเจนมาก ได้แก่ ในนอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก ลักษณะรูปร่างของคนเชื้อสาย

นอร์ดิก คือ มีรูปร่างสูงใหญ่ ตาสีฟ้า ผมสีทอง กะโหลกศีรษะค่อนข้างยาว

            กลุ่มเมดิเตอร์เรเนียน   อยู่ในภาคใต้ของยุโรป เช่นในสเปน อิตาลี และกรีซ มีรูปร่างไม่สูงใหญ่

มากนัก ผมสีดำ กะโหลกศีรษะค่อนข้างยาว

            กลุ่มอัลไพน์   อาศัยอยู่แถบเทือกเขาแอลป์ในยุโรปภาคกลางและภาคใต้ ลักษณะรูปร่างค่อนข้างล่ำสัน

และเตี้ย ผมและตาสีน้ำตาล กะโหลกศีรษะค่อนข้างกลม

             กลุ่มแลปป์และบัลติกตะวันออก  อาศัยอยู่ในบางส่วนของยุโรปเหนือ และส่วนใหญ่ของยุโรป

ตะวันออกรวมทั้งในรัสเซีย และสาธารณรัฐใหม่ที่แยกออกจากสหภาพโซเวียตเดิม มีรูปร่างไม่สูงใหญ่ ตาสีฟ้า

กะโหลกศีรษะค่อนข้างกลม

                                                                      ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

            ทวีปยุโรปมีความเจริญเก่าแก่ที่สืบย้อนหลังไปได้กว่า 2000 ปี โดยอาจแบ่งประวัติศาสตร์ของทวีปยุโรป

ออกเป็นสมัยต่างๆ ดังนี้

             1.ยุโรปสมัยโบราณ ความเจริญของยุโรปเริ่มขึ้นเป็นแห่งแรกที่บริเวณตอนใต้ของทวีปแถบชายฝั่งทะเล

เมดิเตอร์เรเนียน โดยมีกรีกและโรมันเป็นศูนย์กลางความเจริญในสมัยโบราณ ซึ่งเรียกความเจริญสมัยกรีกและ

โรมันนี้ว่า อารยธรรมสมัยคลาสิก

            ความเจริญของกรีก

           ชาวกรีกได้สร้างอาณาจักรของตนขี้น ประกอบด้วย นครรัฐเล็กๆ หลายแห่งในคาบสมุทรบอลข่าน

อาณาจักรของชาวกรีกเจริญรุ่งเรืองมาก ระหว่าง 200 ปีก่อนพุทธกาลจนถึงต้นพุทธกาล ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่

นักเดินเรือและพ่อค้าชาวกรีกออกไปทำการค้าและสร้างอาณานิคมขึ้นอย่างกว้างขวางตามบริเวณชายฝั่งทะเล

เมดิเตอร์เรเนียนของทวีปยุโรป เอเซีย และแอฟริกา ความเจริญที่ชาวกรีกโบราณให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงคนรุ่น

หลังมีที่สำคัญ ได้แก่ การปกครองแบบประชาธิปไตย  ชาวกรีกได้พัฒนาการปกครองแบบประชาธิปไตยโดย

ราษฏรมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกครองหรือสมาชิกสภาบริหาร โดยเฉพาะการปกครองของนครรัฐ

เอเธนส์ ซึ่งเป็นนครรัฐที่มีชื่อเสียงมากของกรีก ถือกันว่าเป็นแม่แบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ชาว

ยุโรปได้รับการถ่ายทอดมาจากชาวกรีก

            ศิลปวัฒนธรรม  ชาวกรีกได้สร้างศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม ที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีวรรณคดี

ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งเคารพบูชาเทพเจ้าต่างๆ มีพิธีกรรมบูชาเทพเจ้า โดยการแสดงละคร ซึ่งเป็นแบบฉบับ

การละครของชาวยุโรปในสมัยต่อมา รวมทั้งการแข่งขันกีฬาระหว่างนครรัฐ เพื่อบูชาเทพเจ้าที่ภูเขาโอลิมปัส ก็ได้

กลายมาเป็นธรรมเนียมการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศที่เรียกว่า กีฬาโอลิมปิคในปัจจุบัน

           ปรัชญาความคิด

           ชาวกรีกเป็นนักคิด รักความมีเหตุผล จึงทำให้เกิดแนวความคิดทางปรัชญาแก่ชาวยุโรป นักปรัชญากรีกที่มี

ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ เพลโต และอริสโตเติล ซึ่งถือเป็นผู้วางรากฐานปรัชยาให้แก่ชาวยุโรป

                                                                     ความเจริญของโรมัน

              ชาวโรมันได้สร้างอาณาจักรของตนขึ้นในคาบสมุทรอิตาลี และมีอำนาจขึ้นแทนที่กรีกในตอนต้นพุทธ

ศตวรรษที่ 4 จนถึงตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 11 จึงเสื่อมอำนาจลง ในขณะที่โรมันมีอำนาจอย่างเต็มที่ได้แผ่ขยาย

ดินแดนออกไปอย่างกว้างขวางทั้งในยุโรป และตอนเหนือของแอฟริกา ปัจจุบันยังคงมีซากโบราณสถานปรากฏ

อยู่ในประเทศต่างๆ ที่แสดงถึงการแผ่อำนาจของโรมันโบราณ เช่น กำแพงเมือง ป้อมปราการ ถนน เป็นต้น

สิ่งที่ชาวโรมันให้เป็นมรดกตกทอดแก่ชนรุ่นหลัง มีที่สำคัญ คือ

             กฏหมาย

             ชาวโรมันได้สร้างประมวลกฏหมาย เพื่อใช้เป็นหลักในการปกครอง กฏหมายาของชาวโรมันมีอิทธิพลต่อ

ระบบกฏหมายของหลายประเทศในยุโรปในปัจจุบัน

             ภาษา

            ชาวโรมันใช้ภาษาละตินเป็นภาษาพูดและเขียน แม้ภาษานี้จะเลิกใช้ไปแล้วในปัจจุบัน แต่ยังคงเป็นภาษา

ที่ใช้อยู่ในวงการนักปราชญ์ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นฐานของภาษาต่างๆ ที่ใช้อยู่ในหลายประเทศของยุโรปใน

ปัจจุบันด้วย

            2. ยุโรปสมัยกลาง

            เมื่ออาณาจักรของชาวโรมันเสื่อมอำนาจลงในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 11 อันเนื่องมาจากการแผ่อำนาจ

ของชนกลุ่มต่างๆ ที่เรียกว่า อนารยชนเยอรมัน ก็ถือว่าอารยธรรมสมัยคลาสิกของยุโรปสิ้นสุดลง และเป็นการ

เริ่มต้นประวัติศาสตร์ของยุโรปสมัยกลาง ซึ่งมีระยะเวลายาวนานประมาณ 1000 ปี ตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 11

จนถึงตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 21  ในสมัยกลางนี้เป็นช่วงเวลาที่ความเจริญต่างๆ ของยุโรปชลอตัวลง เนื่องจาก

ความวุ่นวายทางการเมืองและการสงคราม มีการแบ่งดินแดนออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ มากมาย และมีการแก่งแย่ง

ชิงอำนาจกัน นอกจากนี้ยังเป็นช่วงระยะเวลาที่คริสต์ศาสนามีอิทธิพลมากต่อการดำเนินชีวิตของผู้คน

            3.ยุโรปสมัยใหม่

ประวัติศาสตร์ของยุโรปเปลี่ยนจากสมัยกลางเข้าสู่สมัยใหม่ เมื่อชาวยุโรปเดินเรือออกไปสำรวจดินแดนต่างๆ

และได้พบทวีปอเมริกาเหนือใน พ.ศ.2035 นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสมัยใหม่

ของประวัติศาสตร์ยุโรปนั้น มีเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญๆ เกิดขึ้นในยุโรปหลายประการ คือ

การสำรวจและการตั้งถิ่นฐานในทวีปต่างๆ
ชาวยุโรปได้เดินทางไปสำรวจดินแดนในทวีปต่าง ๆ คือ แอฟริกา เอเซีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้และออสเตรเลีย ผลจากการสำรวจทำให้ความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์เกี่ยวกับดินแดนต่างๆ ขยายกว้างขวางขึ้น ในขณะเดียวกันขาวยุโรปก็ได้รับผลประโยชน์ทางการค้า และการสร้างอาณานิคมขึ้นในดินแดนต่างๆ เหล่านั้น เป็นผลให้อิทธิพลของชาวยุโรปทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมแผ่ขยายออกไปกว้างขวางทั่วโลก
การปฏิวัติอุตสาหกรรม
การปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตจากเดิมที่เคยใช้แรงงานคน และสัตว์มาใช้เครื่องจักรแทน เกิดขึ้นในตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 24 โดยเริ่มขึ้นในประเทศอังกฤษก่อนแล้วขยายตัวไปสู่ประเทศอื่นๆ ในเวลาต่อมา การปฏิวัติอุตสาหกรรมมีผลให้ทวีปยุโรปนำหน้าทวีปอื่นๆ ในด้านเศรษฐกิจ และความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นเวลานานติดต่อกันกว่าสองศตวรรษ จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2
ความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ
ยุโรปเป็นผู้นำทางด้านวิชาการ โดยได้สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการแขนงต่างๆ ซึ่งได้ขยายตัวอย่างมากในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 22 และ 23 โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถือได้ว่ามีรากฐานจากการศึกษาและประดิษฐ์คิดค้นของชาวยุโรปมากว่าชนชาติอื่นๆ
รูปแบบของการปกครอง
ประเทศในทวีปยุโรปมีรูปแบบการปกครองที่แตกต่างกันไป โดยพิจารณาลักษณะสำคัญในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
1.การปกครองแบบรัฐบาลเดี่ยวและรัฐบาลรวม
• การปกครองแบบรัฐบาลเดี่ยว หมายถึง การที่มีรัฐบาลของประเทศแต่เพียงรัฐบาลเดียว ทำหน้าที่บริหารการปกครองทั่วทั้งประเทศ ถึงหากจะมีการปกครองส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่น แต่ทุกส่วนต้องขึ้นอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลกลางเพียงแห่งเดียว
ประเทศที่มีการปกครองแบบรัฐบาลเดี่ยว ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน อิตาลี สเปน โปรตุเกส และสาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) เป็นต้น
• การปกครองแบบรัฐบาลรวม หมายถึง การที่มีรัฐบาลของประเทศเป็น 2 ระดับ คือ รัฐบาลกลางและรัฐบาลของรัฐ รัฐบาลกลางนั้นถือเป็นรัฐบาลของประเทศเป็นส่วนรวม ส่วนรัฐบาลของรัฐ มีอำนาจปกครองเฉพาะส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่น แต่ละแห่งจำนวนรัฐบาลของรัฐจะมีมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับจำนวนของรัฐที่ประกอบกันขึ้นเป็นประเทศนั้นๆ การปกครองแบบรัฐบาลรวมนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การปกครองแบบสหพันธรัฐ ประเทศที่มีการปกครองแบบรัฐบาลรวมจึงมักมีคำนำหน้าชื่อประเทศว่า สหพันธรัฐ ,สมาพันธ์ , สหภาพ สุดแต่จะเรียก แต่บางทีก็เรียกชื่อประเทศเฉยๆ โดยไม่มีคำนำหน้าก็ได้ ประเทศในยุโรปที่มีการปกครองแบบรัฐบาลรวม 5 ประเทศ คือ สาธารณรัฐออสเตรีย สมาพันธรัฐสวิส สหพันธ์สาธารณรัฐเช็คและสโลวัก สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
2. ตำแหน่งประมุขของประเทศ
ประมุขของประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป มีตำแหน่งหน้าที่เรียกชื่อแตกต่างกันไป ตามรูปแบบการปกครองของประเทศ ได้แก่ ตำแหน่งดังต่อไปนี้

2. ตำแหน่งประมุขของประเทศ
ประมุขของประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป มีตำแหน่งหน้าที่เรียกชื่อแตกต่างกันไป ตามรูปแบบการปกครองของประเทศ ได้แก่ ตำแหน่งดังต่อไปนี้
• กษัตริย์ เป็นตำแหน่งประมุขของประเทศที่มีการปกครองเป็นราชอาณาจักร ในปัจจุบันมีอยู่ 7 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดนและสเปน
• ประธานาธิบดี เป็นตำแหน่งประมุขของประเทศที่มีการปกครองเป็นสาธารณรัฐ ได้แก่ ไอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฟินแลนด์ โปแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เช็คและสโลวัก ฮังการี โรมาเนีย แอลบาเนีย ยูโกสลาเวีย กรีซ อิตาลี โปรตุเกส มอลตา กลุ่มประชาคมรัฐเอกราชและจอร์เจีย
• ตำแหน่งอื่นๆ มีบางประเทศที่เรียกประมุขของประมุขของประเทศเป็นตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่กษัตริย์หรือประธานาธิบดี ได้แก่
1.ลักเซมเบิร์ก เรียกตำแหน่งประมุขของประเทศว่า แกรนด์ ดุ๊ก
2.โมนาโก ลิกเตนสไตน์ และอันดอร์รา เรียกตำแหน่งประมุขของประเทศว่า เจ้าชาย
3.วาติกัน เรียก ตำแหน่งประมุขของประเทศว่า สันตปาปา
4.ซามารีโน เรียกตำแหน่งประมุขของประเทศว่า ผู้สำเร็จราชการ ซึ่งดำรงตำแหน่งพร้อมกัน 2 คน

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s