เอเชียตะวันตกเฉียงใต้

มาตรฐาน
เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึง ดินแดนที่อยู่ระหว่างทะเลทั้งห้า คือ ทะเลสาบแคสเปียน ทะเลดำ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลอาหรับ และทะเลแดง ในสมัยกรีกโรมันดินแดนนี้เดิมเรียกว่า
                เอเชียไมเนอร์ หมายถึง ประเทศตุรกี
                ตะวันออกใกล้ หมายถึง ดินแดนทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  คาบสมุทรอาหรับและคาบสมุทรบอลข่าน
                ตะวันออกกลาง หมายถึง เอเชียตะวันตกเฉียงใต้กับประเทศอียิปต์

ที่ตั้ง อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย
อาณาเขต

                ทิศเหนือ ติดต่อกับทะเลดำ ทะเลสาบแคสเปียนและประเทศสาธารณารัฐเติร์กเมนิสถาน
                ทิศตะวันออก ติดต่อกับปากีสถานและทะเลอาหรับ
                ทิศใต้ ติดต่อกับทะเลอาหรับและทะเลแดง
                ทิศตะวันตก ติดต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ขนาดพื้นที่
มีพื้นที่ 6.8 ล้านตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 16 ประเทศ คือ

ภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ประกอบด้วย

 1.บาห์เรน  :  มานามา 9.ซีเรีย  :  ดามัสกัส
 2.กาตาร์     :  โดฮา 10.อิรัก  :  แบกแดด
 3.คูเวต       : อัล-คูเวต 11.เลบานอน  :  เบรุต
 4.อิสราเอล : เยรูซาเล็ม 12.โอมาน  :  มัสกัต
 5.จอร์แดน : อัมมาน 13.อิหร่าน  :  เตหะราน
 6.ไซปรัส   : นิโกเซีย 14.อัฟกานิสถาน  :  คาบูล
 7.เยเมน     : ซันอา 15.ตุรกี  :  อังการา
 8.สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์: อาบูดาบี 16.ซาอุดิอาระเบีย :  ริยาด

ประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ ซาอุดิอาระเบีย (มีพื้นที่  2.1 ล้านตารางกิโลเมตร)
ประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุด คือ บาห์เรน ( มีพื้นที่  622  ตารางกิโลเมตร)

ลักษณะภูมิประเทศ

แบ่งออกเป็น 3 เขต
                1. เขตเทือกเขาและที่ราบสูงทางตอนเหนือและทางตะวันออก ได้แก่
                        – เทือกเขาปอนติก ขนานกับชายฝั่งทะเลดำ
                        – เทือกเขาเทารัส ขนานกับชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
                        – เทือกเขาฮินดูกูช ในอัฟกานิสถาน
                        – เทือกเขาเอลบูร์กและเทือกเขาซากรอส ในอิหร่าน
                        – ที่ราบสูงอนาโตเลีย ในตุรกี
                        – ที่ราบสูงอิหร่าน ในอิหร่านและอัฟกานิสถาน
                2. เขตที่ราบสูงทางตอนใต้ เป็นที่ราบสูงขนาดใหญ่ เรียกว่า ที่ราบสูงอาหรับ อยู่ระหว่าง ทะเลแดง อ่าวเอเดน ทะเลอาหรับ และอ่าวเปอร์เซีย และทางตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรนี้ยังมีคาบสมุทรขนาดเล็กมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่า คาบสมุทรซีนายอยู่ในประเทศอียิปต์   ที่ราบสูงอาหรับเป็นที่ราบสูง ที่มีพื้นที่ลาดเอียงไปทางตะวันออก โดยมีเทือกเขาทอดตัวขนานกับชายฝั่งทะเลแดง ทำให้ขวางกั้นทิศทางลมและความชื้นจากทะเล ทำให้ภายในคาบสมุทร มีอากาศแห้งแล้งเป็นทะเลทราย และไม่มีแม่น้ำอยู่เลย จะมีเฉพาะธารน้ำที่มีฝนตกหนัก เท่านั้น เรียกว่า ธารวาดี
                3. เขตรูปพระจันทร์เสี้ยว เริ่มจาก
                        – ที่ราบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณประเทศซีเรีย
                        – ที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติส ในอิรัก แม่น้ำไทกริส-ยูเฟรตีสเกิดจากบริเวณเทือกเขาในประเทศตุรกี ไหลลงสู่อ่าวเปอร์เซีย   เขตดังกล่าวนี้เรียกอีกอย่างหนึ่ง ว่า ที่ราบรูปเกือกม้า หรือเมโสโปเตเมีย   แม่น้ำยูเฟรตีสเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ยาว 2,736 กิโลเมตร

ลักษณะภูมิอากาศ


                เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ มีพื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งเป็นทะเลทรายและกึ่งทะเลทราย เพราะตั้งอยู่ในเขตที่ลมสงบ ไม่มีลมพัดเอาความชื้นจากทะเลสู่แผ่นดิน และมีที่ราบสูงและเทือกเขาปิดล้อมเกือบทุกด้าน จึงขวางกั้นทิศทางลมจากทะเล โดยแบ่งออกเป็น 3 เขต
                1. เขตอากาศแบบทะเลทราย ได้แก่ ทะเลทรายอาหรับ ทะเลทรายอิหร่านในอิหร่านและอัฟกานิสถาน
                2. เขตอากาศแบบกึ่งทะเลทราย ได้แก่ บริเวณรอบๆ ทะเลทราย และที่ราบสูงอนาโตเลีย
                3. เขตอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนีย ชายฝั่งทะเลสาบแคสเปียน ที่ราบลุ่มแม่น้ำไทริส-ยูเฟรตีส

ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม


                เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก เรียกว่าอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อยู่ในเขตรูปพระจันทร์เสี้ยว โดยเฉพาะที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรตีส ที่สำคัญ ได้แก่
                1. อารยธรรมสุเมเรียน เป็นของชาวสุเมเรียน อยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่ไทกรีส-ยูเฟรตีส ได้ที่สำคัญคือ การประดิษฐ์อักษรเรียกว่า อักษรคูนิฟอร์ม หรืออักษรลิ่ม เป็นอักษรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และมีการสร้างสถานที่เรียกว่า ซิกกูเรต
                2. อารยธรรมบาลิโลน เป็นของชาวบาลิโลเนีย อยู่ทางตอนใต้ที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรตีส คือ การประกาศใช้กหมายครั้งแรกในโลก สมัยพระเจ้าฮัมมูราบี ใช้ระบบตัดสินแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน
               3. อารยธรรมฟินิเซียน เป็นของชาวฟินิเซีย อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนีย (อิสราเอลและเลบานอนปัจจุบัน) ที่สำคัญคือ การใช้ระบบเงินตราและแสตปป์ การประดิษฐ์อักษรฟินิเซียน อันเป็นต้นแบบอักษรของชาติตะวันตกในปัจจุบัน
               4. อารยธรรมเปอร์เซีย อยู่ในประเทศอิหร่าน ที่สำคัญคือ การใช้ระบบชลประทานใต้ดิน เรียกว่า “คานัต” การไปรษณีย์

ศาสนาที่สำคัญในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้


                1. ศาสนายูดาย เป็นศาสนาเป็นศาสนาของชาวฮีบรู(ยิว) อยู่ในดินแดนที่เรียกว่า ปาเลสไตน์ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเยรูซาเล็ม ผู้ได้นำบัญญัติ 10 ประการที่พระเจ้ามอบแก่ชาวยิวคือ โมเสส ประเทศที่นับถือ คือ อิสราเอล
                2. ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาที่ปฏิวัติมาคำสอนมาจากศาสนายูดาย โดยพระเยซูคริสต์ แต่คำสอนไม่เป็นที่ยอมรับจากคนหัวเก่า จึงถูกใส่ความและถูกตรึงกางเขนในเมืองเยรูซาเล็ม ทำให้เมืองเยรูซาเล็มเป็น นครอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์มาจนถึงปัจจุบัน ประเทศที่นับถือคือ ไซปรัส
                3. ศาสนาอิสลาม หมายถึง การถวายตัวต่อพระอัลเลาะห์ มีศาสดาชื่อ นบีมูฮัมหมัด (นบี แปลว่า ตัวแทนพระเจ้า) ผู้นับถือเรียกว่า “มุสลิม” คำสอนรวบรวมคัมภีร์อัลกุรอาน เกิดในประเทศซาอุดิอาระเบีย  มีเมืองสำคัญ 3 เมือง คือ เมกกะ เป็นที่ประสูติพระศาสดา เมดินาเป็นเมืองเผยแผ่ศาสนา และเยรูซาเล็มเป็นเมืองสิ้นพระชนม์ของพระศาสดา ทุกประเทศนับถือยกเว้น อิสราเอลและไซปรัส
                4. ศาสนาโซโรเอสเตอร์ เกิดในเปอร์เซีย (อิหร่านในปัจจุบัน) เป็นศาสนาเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ และมีศาสดาและคำสั่งสอน ปัจจุบันมีน้อยมากที่ประชาชนนับถือ

ความขัดแย้งในเอเชียตะวันตกใต้


                1. ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอาหรับ เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อิสราเอล ได้รับการสถาปนาในดินแดนปาเลสไตน์ ได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษ โดยชาวยิวเชื่อว่า“ปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่พระเจ้าประทานให้กับตน” (The Promised Land) ทำให้ชาวอาหรับไม่พอใจ จึงได้พยายามทุกวิถีทางที่ขับไล่อิสราเอลและเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบันเพราะชาวอาหรับต้องการให้เป็นจัดตั้งเป็นรัฐของชาวปาเลสไตน์และเป็นที่ตั้งสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม จนเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลกับอาหรับ 4 ครั้ง คือ
                    1.1 สงครามครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ได้มีการประกาศจัดตั้งประเทศอิสราเอลขึ้น และประเทศกลุ่มอาหรับ ได้แก่ อียิปต์ จอร์แดน อิรัก ซีเรียและเลบานอน ได้ประกาศสงครามกับอิสราเอลในวันรุ่งขึ้น โดยเริ่มเข้าโจมตีและปิดล้อมบริเวณตอนใต้และทางตะวันออกของอิสราเอล  อิสราเอลพยายามต่อสู้จนประสบชัยชนะ และได้ยึดครองดินแดนของอาหรับไว้หลายแห่ง ได้แก่ ดินแดนบริเวรทะเลทรายเนเกฟ และดินแดนใกล้ๆ กับพรมแดนของจอร์แดน เป็นเหตุให้ชาวปาเลสไตน์ ต้องพากันอพยพไปอยู่ในบริเวณฉนวนกาซาเป็นจำนวนมาก อิสราเอลได้ยอมสัญญายุติสงคราม ตามคำเรียกร้องของสหประชาชาติ
                1.2 สงครามครั้งที่ 2  เดือน  ตุลาคม 2499  โดยมีสาเหตุมาจากประธานาธิบดี อับเดล นัสเซอร์ ประกาศปิดคลองสุเอช เพื่อไม่ให้อิสราเอลใช้หรือได้รับประโยชน์จากคลองนี้   จึงเกิดศึกขึ้นอีกครั้งหนึ่งโดยอิสราเอลเข้าโจมตีอียิปต์ก่อน และช่วงระยะเวลาเพียง 5 วัน อิสราเอลก็ยึดฉนวนกาซาและคาบสมุทรซีนายกับบริเวณอ่าวอะกาบาได้  ต่อมาได้มีมหาอำนาจนะวันตกเขามาเกี่ยวข้องด้วย  โดยให้อิสราเอลและอียิปต์ถอนทหารออกจากบริเวณคลองสุเอชให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในเขตคลองได้ ดังนั้นเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2500 ทหารของทั้ง 2 ฝ่ายได้ถอนออกจากบริเวณคลองสุเอชจนหมดสิ้น
                1.3 สงครามครั้งที่ 3 หรือ สงคราม 6 วัน ระหว่างวันที่ 5-10 มิถุนายน พ.ศ.2510  โดยฝ่ายซีเรียเป็นฝ่ายรุกอิสราเอลก่อน จากนั้นอิสราเอลได้โจมตีซีเรียเป็นการตอบโต้ ต่อมาซีเรียได้ขอความช่วยเหลือจากอียิปต์ ประธานาธิบดีนัสเซอร์แห่งอียิปต์ได้ส่งกองทัพเข้าโจมตีอิสราเอลบริเวณทะเลทรายในสมุทรซีนาย ทำให้อิสราเอลได้ยึดครองดินแดนคาบสมุทรซีนาย ฉนวนกาซา เยรูซาเลม ส่วนที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของจอร์แดน และได้ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน นอกจากนี้ยังได้ครอบครองดินแดนที่ราบสูงโกลันด้านพรมแดนประเทศซีเรียไว้อีกด้วย
                1.4 สงครามครั้งที่ 4 เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2516  ซึ่งเป็นวันยมคีปูร์อันเป็นวันสำคัญทางศาสนายูดายของชาวยิววันหนึ่ง ฝ่ายอาหรับเห็นว่าได้โอกาสดีเพราะเป็นเวลาที่อิสราเอลไม่ได้ตั้งตัวเลย จึงเข้าโจมตึเพื่อหวังจะเอาชัยชนให้ได้ การรบครั้งนี้ได้มีสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตเข้ามามีบทบาทให้การสนับสนุนทั้งสองฝ่าย ในที่สุดสหประชาชาติได้ลงมติให้หยุดยิงและจัดให้มีการเจรจาสงบศึกโดยได้นำกำลังของสหประชาชาติเข้ารักษาสถานการณ์บริเวณสนามรบ
                    ตามข้อตกลงสงบศึกระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์ ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มอาหรับครั้งนี้ ทำให้อาหรับอื่นๆ ไม่พอใจ และประณามว่าอียิปต์เป็นปฏิปักษ์และทรยศต่ออาหรับที่ยอมอ่อนข้อให้ชาวยิวและสหรัฐอเมริกา จึงเกิดองค์การต่างๆ ของอาหรับขึ้นมากมาย เช่น องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ องค์การกันยายนทมิฬ เป็นต้น เพื่อต่อต้านอิสราเอลทุกรูปแบบ ได้แก่ การโจมตี ทำลาย และก่อวินาศกรรม มาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้  ส่วนสงครามนั้นได้ยุติลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 โดยการเจรจาของประเทศมหาอำนาจและสหประชาชาติให้ทั้ง 2 ฝ่ายยุติการทำสงครามต่อกัน

                2. ความขัดแย้งของชาวไซปรัสเชื้อสายกรีกกับชาวไซปรัสเชื้อตุรกี ในเกาะไซปรัส ทำให้เกิดการสู้รบเพื่อแย่งความเป็นใหญ่ในเกาะไซปรัส
                3. ความขัดแย้งระหว่างของอิหร่านกับอิรัก
                        - เรื่องเชื้อชาติระหว่างชาวอิรักเชื้อสายอาหรับกับอิหร่านเชื้อสายเปอร์เซียบริเวณพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศ
                        - เรื่องดินแดน ได้แก่ จังหวัดคูเซสถานชายแดนอิหร่าน แต่อิรักเข้าครอบครอง  เพราะเป็นแหล่งน้ำมันใกล้พรมแดน
                        – การครอบครองดินแดนชัตอัล-อาหรับ เป็นบริเวณที่แม่น้ำไทกริสกับยูเฟรติสไหลมาบรรจบกัน ที่อุดมสมบูรณ์เพื่อการเพาะปลูก
และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ  ทำให้ทั้งอิรักและอิหร่านต่างต้องการยึดไว้เป็นของตนแต่ผู้เดียว
                    เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย (
Persian Gulf War)  เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2523 เมื่ออิรักโจมตีจังหวัดคูเซสถานขอิหร่าน อิหร่านจึงส่งกำลังตอบโต้ จานนั้นสงครามได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นระยะเวลานาน กระทั่งถึงวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศยอมรับแผนการสันติภาพของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งประชาชาติ และอิรักก็เห็นพ้องยอมรับมตินี้ด้วย นับว่าเป็นการสิ้นสุดสงคราม ซึ่งยืดเยี้อมาเป็นมาประมาณ 9 ปี
              4. สงครามอิรักปิดล้อมปิดล้อมคูเวต  เพราะอิรักอ้างอยู่เสมอว่าคูเวตซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านขนาดเล็ก แต่อุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำมันนั้นเป็นจังหวัดของตน และถ้าอิรักเข้าครอบคาองคูเวตได้สำเร็จ ยังไม่ต้องจ่ายเงินที่อิรักยืมไปทำสงครามกับอิหร่านคืนให้แก่คูเวตด้วย  และจะทำให้อิรักเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคนี้  เช่นเดียวกับอาณาจักรเมโสโปเตเมียในอดีต ดังนั้นในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2533 หลังจากเซ็นสัญญาสงบศึกกับอิหร่านแล้ว ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำของประเทศอิรักได้ส่งกองกำลังเข้าไปปิดล้อมคูเวตและผนวกเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน  สหประชาชาติจึงมีมติให้ประเทศต่างๆ เลิกติดต่อค้าขายกับอิรักและได้ส่งกองกำลังเข้าไปยังประเทศซาอุดิอาระเบีย และเตือนให้อิรักถอนทหารออกจากคูเวต ภายในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2534 แต่ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ไม่ยอมปฏิบัติตาม สหประชาชาติจึงเริ่มปฏิบัติการพายุทะเลทราย โดยการส่งเครื่องบินเข้าไปทิ้งระเบิดในดินแดนของประเทศอิรัก แล้วส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปยังคูเวต เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 และใช้เวลาเพียง 100 ชั่วโมง ก็ขับไล่ทหารอิรักออกไปได้สำเร็จในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534…..

            5.สงคราม…….ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ตอนต่อไป…….

ประชากร


                บริเวณที่มีประชากรหนาแน่น คือ ที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรตีส บริเวณโอเอซีสบริเวณที่มีประชากรเบาบาง คือ ทะเลทรายอาหรับ เขตเทือกเขาสูงทางตอนเหนือ   ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด คือ ตุรกี (61.4 ล้านคน) น้อยที่สุด คือ การ์ตา(0.5 ล้านคน)  ประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด คือ บาห์เรน (964 คน/กม.2 )   เบาบางที่สุด คือ ซาอุดิอาระเบีย (8.6 คน/กม.2 )

เชื้อชาติ


                1. อาหรับ ได้แก่ ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย อิรัก โอมาน ซีเรีย   จอร์แดน คูเวต กาตาร์ เลบานอน บาห์เรน
                2. เปอร์เซีย ได้แก่ ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศอิหร่าน
                3. ยิว ได้แก่ ประชากรของประเทศอิสราเอล
                4. เติร์ก ได้แก่ ประชากรในประเทศตุรกี

ทรัพยากรธรรมชาติ
                1. น้ำมันปิโตรเลียม เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เรียกว่า  ทองคำดำ (Black gold) ผลิตได้มากในประเทศ ซาอุดิอาระเบีย อิรัก อิหร่าน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์
                2. ฟอสเฟต พบมากในคาบสมุทรซีนาย
                3. ถ่านหิน เหล็ก พบมากในตุรกี

การเพาะปลูก
                1. ข้าวสาลี ข้างฟ่าง และข้าวบาเลย์ ปลูกมากในตุรกี ซีเรีย อิรัก
                2. ฝ้าย ปลูกมากในตุรกี อิสราเอล
                3. ส้ม องุ่น มะกอก ปลูกมากในตุรกี ซีเรีย อิสราเอล
                4. อินทผลัม ปลูกมากตามเขตโอเอซีส เป็นพืชที่ปลูกมากที่สุดในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้
                ปัจจุบันเอเชียตะวันตกเฉียงใต้มีการพัฒนาการเกษตรมากขึ้น เช่น การนำระบบชลประทานมาใช้แถบลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรตีส อิสราเอลได้พัฒนาพื้นที่ลุ่มและทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายให้เป็นพื้นที่การเกษตรและภูมิภาคนี้ยังมีโรงงานทำน้ำจืดจากน้ำทะเล เพื่อใช้ดื่มและใช้ในการเกษตร เช่น อิสราเอล คูเวต เป็นต้น ส่วนระบบการชลประทานในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้นั้นประมาณ 1 ใน 3 ได้น้ำมาจากแหล่งน้ำใต้ดิน แล้วส่งไปทางท่อ หรือ คานัตสู่แปลงเกษตร

การเลี้ยงสัตว์


                    ประชากรในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณร้อยละ 10 มีอาชีพในการเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน โดยฉพาะในเขตแห้งแล้งของประเทศซาอุดิอาระเบีย  ได้แก่ แกะ แพะ และอูฐ  ซึ่งเกษตรกรจะเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ เพื่อหาทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำ นอกจากนี้ในเขตภูเขาและที่ราบสูงในประเทศอัฟกานิสถาน อิหร่าน อิรัก ตุรกี  มีการเลี้ยงสัตว์ที่เคลื่อนย้ายสัตว์ไปตามฤดูกาล (
Trashumance) คือ ในช่วงหน้าร้อนจะไล่ต้อนฝูงแพะ แกะ ขึ้นสู่ที่สูงหรือภูเขา   ซึ่งมีทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์  แต่พอถึงฤดูหนาวเขตที่สูงมีหิมะปกคลุม แต่หุบเขาและเชิงเขามีหญ้าและน้ำดี ก็ต้อนฝูงสัตว์มามาเลี้ยงแถบหุบเขาและทำสลับกันไปทุกปี

การประมง
                    ประเทศที่จับปลายได้มาก ได้แก่  ตุรกี มีการจั
บปลาซาร์ดีนและทูน่าในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  ส่วนอิหร่าน โอมาน ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับอิเรตส์ จับปลาในอ่าวเปอร์เซียและทะเลอาหรับ โดยเฉพาะจับปลาสเตอร์เจียนในทะเลสาบแคสเปียนได้มากที่สุด คือ  อิหร่าน เพื่อนำมาทำเป็นไข่ปลาคาเวียร์ได้ปีละมากๆ

การคมนาคม
                1.ทางรถยนต์  มีอยู่มากในย่านที่พัฒนาแล้ว โดยการตัดถนนเชื่อมเมือง  บ่อน้ำมัน และท่าเรือ  ประเทศที่มีถนนรวมกันยาวที่สุด ได้แก่ ตุรกี  อิหร่าน  ซาอุดิอาระเบีย
                    ลักษณะภูมิประเทศซึ่งเป็นภูเขาและที่สูงและทะเลทราย เป็นอุปสรรคต่อการสร้างถนน จึงทำให้ภูมิภาคนี้มีถนนชั้นดีอยู่น้อย
                2.ทางรถไฟ เป็นภูมิภาคที่มีทางรถไฟน้อยมาก เพราะการสร้างทางรถไฟผ่านภูเขาและทะเลทราย ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสร้างและดูแลรักษาสูงมาก ประเทศที่มีเส้นทางรถไฟ ได้แก่ ตุรกี  อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย  อิสราเอล และเลบานอน
                3.ทางอากาศ  สายการบินการเปิดบริการในภูมิภาคนี้ดำเนินการโดยรัฐ  หรือรัฐวิสาหกิจของประเทศต่างๆ ซึ่งบินเชื่อมระหว่างเมือง ระหว่างประเทศ  และระหว่างทวีป เมืองศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศ ได้แก่ เบรุต  เทลอะวีฟ  ริยาด  อังการา เตหะราน  อาบูดาบี
                4.ทางน้ำ แม่น้ำสายยาวที่ใช้ในการคมนาคมขนส่ง คือ แม่น้ำชัตอัล-อาหรับ มีความยาว 200 กิโลเมตร  ส่วนแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรตีส ไม่เหมาะแก่การใช้คมนาคมขนส่งเพราะมีน้ำตื้น และเป็นเกาะ แก่ง 
                   
มีการขุดคลองเชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง เรียกว่า  คลองสุเอช  ยาว 190 กม. ขุดโดยชาวฝรั่งเศส  เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งที่น้ำที่ย่นระยะทางระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป
                เมืองท่าสำคัญ ได้แก่
                    – เกาะคาร์ก  เป็นเมืองท่าเรือน้ำลึกที่ใช้ในการขนส่งน้ำมันของประเทศอิหร่าน
                    -
ราส ทานูราห์  เป็นเมืองท่าเรือน้ำลึกสำหรับขนส่งสน้ำมันของประเทศซาอุดิอาระเบียด้านอ่าวเปอร์เซีย
                    -
อิสตันบูล (คอนสแตนติโนเปิล)  เป็นเมืองท่าอยู่ทางฝั่งทวีปยุโรป เป็นเมืองท่าของตุรกี
                    -
เอเดน เป็นเมืองท่าปากทางเข้าทะเลแดง  ในประเทศเยเมน เป็นเมืองท่าที่สำคัญตั้งแต่ยุคแสวงหาอาณานิคมของชาวยุโรปจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

http://www.bp-smakom.org/BP_School/Social/

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s