โคลนติดล้อ

มาตรฐาน

โคลนติดล้อ

 

เนื้อหาสาระของโคลนติดล้อตอนความนิยมเป็นเสมียน

          Kมงกุฎทรงแสดงทรรศนะว่าความนิยมเป็นเสมียนเป็นโคลนก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่กีดขวางความเจริญของประเทศ

เสมียนหมายถึงเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับหนังสือ

ความนิยมเป็นเสมียนหมายถึงการนิยมเข้ารับราชการ

          การรับราชการเป็นค่านิยมของสังคมในสมัยนั้นผู้มีการศึกษามีค่านิยมดังกล่าวและต้องการทำงานในเมืองหลวงจึงไม่สนใจที่จะกลับไปประกอบอาชีพที่ภูมิลำเนาของตนความนิยมเป็นเสมียนจึงนับเป็นค่านิยมที่บั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ

 

แนวคิด

1.การไม่ยึดติดกับค่านิยมผิดๆที่ว่าอาชีพรับราชการนั่นป็นอาชีพที่มีเกียรติยิ่งกว่าอาชีพใดๆและดูถูกว่าอาชีพเกษตรกรหรือ

อาชีพทำเรือกสวนไร่นาตามรอยบรรพบุรุษของตนนั้นต่ำต้อยไร้เกียรติ

2.การไม่หลงใหลความสะดวกสบายของเมืองหลวง

3.การใช้ความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาพัฒนาท้องถิ่นตน

4.ความร่วมมือกันในการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องแก่เยาวชนของชาติ

 

ค่านิยมที่เห็นได้ชัดคือค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนแล้วมุ่งหวังจะประกอบอาชีพรับราชการและใช้ชีวิตในเมืองหลวงแทนการกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตน

 

คุณค่าของเรื่องด้านวรรณศิลป

1.เป็นบทความที่ดี :จงใจให้ผู้อ่านอ่านตั้งแต่ต้นจนจบเพราะมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์เนื้อความแสดงแนวคิดสำคัญเน้นความชัดเจนตลอดเรื่องการลำดับความแต่ละย่อหน้าเป็นการแสดงแนวคิดที่ต่อเนื่อง>>เป็นการลำดับความแต่ละย่อหน้าเข้าเป็นการแสดงแนวคิดที่ต่อเนื่องกันอย่างเป็นระเบียบทำให้กระแสของผู้อ่านไม่สับสน

2.การใช้ภาษาน่าสนใจ :ใช้ภาษาได้ราบรื่นลำดับคำในประโยคและลำดับเนื้อความทุกย่อหนาได้อย่างเหมาะสมการแสดงเหตุผลประกอบความคิดเห็นมีความชัดเจน

3.ใช้ศิลปะในการประพันธ์ :มีทั้งการตั้งชื่อเรื่องให้แปลกใหม่เพื่อเรียกความสนใจของผู้อ่านการใช้โวหารเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจชัดเจน การตั้งคำถามเพื่อสะกิดใจให้คิดและการโน้มน้าวใจโดยใช้ภาษาที่เร้าความรู้สึกเพื่อให้ผู้อื่นเกิดวามคิดคล้อยตาม

 

คุณค่าของเรื่องด้านสังคม

1.ปลุกใจให้ตื่นตัวในเรื่องความรักชาติกระตุ้นให้เห็นปัญหาท่ีกีดขวางความเจริญของชาติและเกิดความสำนึกที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหานั้น

2.เตือนสติผู้ที่มีค่านิยมผิดๆเห็นแก่ตัวเห็นแก่ความสุขแลความสะดวกสบายในเมืองหลวงให้หันไปทำงานเพื่อความเจริญในท้องถิ่นตน

3.โน้มน้าวให้สังคมส่วนรวมร่วมมือกันในการเปลี่ยนแปลงค่านิยมที่ไม่ถูกต้องของคนรุ่นใหม่

4.มีความทันสมัยเพราะในปัจจุบันแม้ค่านิมเกี่ยวกับการรับราชการจะเปลี่ยนไปบ้างแล้วแต่ค่านิยมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงและการมองอาชีพเกษตรกรว่าต่ำต้อยก็ยังคงมีอยู่

 

          แนวคิดจากเรื่องโคลนติดล้อนำมาปรับปรุงใช้กับสังคมปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

- การที่จะบอกให้เขาเหล่านั้นกระทำตัวของเขาให้เป็นประโยชน์กลับไปบ้านและช่วยพ่แม่เขาเพาะปลูกนั้นเป็นการ ’ป่วยกล่าวเสียเวลา

          ป่วยกล่าวหมายความว่าพูดไปก็ไม่เกิดประโยชน์

- เหตุผลที่คนหนุ่มรุ่นใหม่ ผู้ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนกล่าวอ้างสำหรับความไม่ปรารถนาจะกลับไปบ้านและช่วย บิดมารดาทำการเพาะปลูกเพราะ

    1) เป็นการเสียเวลาที่จะต้องไปทำงานซึ่งคนไม่รู้หนังสือก็ทำได้

    2) เกรงจะลืมวิชาความรู้ที่ได้จากโรงเรียน

    3) การทำงานในเมืองจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้มากกว่าการทำงานที่บ้านนอก

 

- ร.6ทรงแสดงความคิดเห็นว่าเสมียนที่ถูกคัดออกจากงานจะไปเป็นชาวนาไม่ได้เพราะ…

    1) เคยดูถูดชาวนาว่าเป็นคนชั้นต่ำจีงรู้สึกไม่สมเกียรติที่จะหางานทำกับชาวนา

    2) ไม่มีเงินออมจากเงินเดือนน้อยนิดของเสมียนจึงเป็นเจ้าของกิจการทำไร่ทำนาไม่ได้

    3) เคยชินกับการใช้ชีวิตในเมืองจึงตกลงใจไม่ได้ที่จะไปเป็นชาวนาตามบ้านนอก

 

- ร.6ทางตั้งชื่อบทความว่า “โคลนติดล้อ” โดยใช้โวหารภาพพจน์แบบอุปลักษณ์และชื่อเรื่อง “ความนิยมเป็นเสมียน” ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน เพราะเกิดวามคาดเดาของผู้อ่านว่าความนิยมนี้จะกีดขวางความเจริญของประเทศอย่างไร

 

แบบฝึกหัดโคลนติดล้อ : ความนิยมเป็นเสมียน

1.เรื่องโคลนติดล้อ (ตอนความนิยมเป็นเสมียน) ให้สาระสำคัญสิ่งใดกับนักเรียนบ้าง ?

ตอบ 1) การยกระดับคุณภาพชีวิตในครอบครัว

        2) การเรียกร้องเสรีภาพให้แก่สตรีไทย

        3) การต่อต้านผู้เอาอย่างฝรั่งโดยไม่ใช่้ความคิดริเริ่ม

2.นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ว่า การเป็นชาวนาชาวสวนหรือการทำงานอื่นๆก็มีเกียรติเท่ากับผู้ที่ทำงานด้วยปากกาเหมือนกัน ?

          เห็นด้วยเพราะ

    1) อาชีพต่างๆก็ก่อให้เกิดประโยชน์แตกต่างกันไปชาวนาชาวสวนก็ทำให้บ้านเมืองมีอาหารไว้รับประทานชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติถ้าไม่มีชาวนาเราก็ไม่มีข้าวไว้รับประทาน

    2) อีกประการหนึ่งทุกอาชีพหากเป็นอาชีพสุจริตย่อมมีประโยชน์ต่อสังคมหากสังมมีเพียงอาชีพทำงานด้วยปากกาก็จะไม่มีความสมดุลในการดำรงชีวิตดังนั้นการเป็นชาวนาชาวสวนหรืองานอื่นๆก็มีเกียรติเท่ากับผู้ที่ทำงานด้วยปากกา

3.ความนิยมอื่นๆที่เป็นปัญหาเหนี่ยวรั้งความเจริญ

1) การยกย่องผู้มีเงินเห็นว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญทำให้มีการแข่งขันเพราะต้องการเงินซึ่งบางคั้งก็อาจทำให้ผู้ที่เห็นแก่เงินกระทำการทุจริตต่างๆจึงทำให้เป็นอุปสรรคและปัญหาสำคัญในการพัฒนาชาติให้เจริญุรุ่งเรือง

    2) การนิยมการจัดงานเล้ยงในโอกาศต่างๆเช่นเลี้ยงต้อนรับเลี้ยงส่งเลี้ยงวันเกิดฉลองความสำเร็จต่างๆส่วนใหญ่ก็นิยมทำใหญ่โตเพื่อความหรูหราซึ่งแสดงให้เห็นถึงความฟุ่มเฟือยประการหนึ่งการจัดงานเลี้ยงจึงส่งผลถึงการพัฒนาชาติด้วยโดยคนทั่วไปมักไม่ได้นึกถึง

 

แบบฝึกหัดโคลนติดล้อ :ความนิยมเป็นเสมียน EPISODE 2

1.การตั้งชื่อเรื่องโคลนติดล้อใช้ภาพพจน์ประเภทใด ?

          อุปลักษณ์

2.เราจะมีข้าวของเครื่องใช้อื่นๆได้อย่างไร ถ้าเราไม่อุดหนุนคนจำพวกที่จะเพาะสิ่งของนั้นๆขึ้นข้อความนี้ใช้คำถามแบบ

          คำถามเชิงวาทศิลป์

3.เรื่องโคลนติดล้อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปรียบ

ประเทศชาติเหมือนล้อรถ

โคลนเหมือนปัญหาและอุปสรรคต่างๆ

เสมียนเหมือนข้าราชการ

4.เหตุใดจึงกล่าวว่า อันประเทศอย่างเมืองไทยของเรานชาวนาชาวสวนอาจทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้มากกว่าเสมียน

          เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม

5.วิธีแก้ปัญหาความนิยมเป็นเสมียนจากบทความเรื่องโคลนติดล้อ คือ

          สร้างค่านิยมว่าอาชีพทุกอาชีพมีเกียรติเท่าเทียมกัน

6.ต้องไปกินข้าวตามกุ๊ดช็อปและยังมิหนำซ้ำต้องเสียค่าเช่าห้องอีกด้วย ข้อความนี้สะท้านให้เห็นคุณค่าสิ่งใด?

          อิทธิะพลของวัฒนธรรมตตะวันตก

7.บทวามเรื่องโคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียนทุกย่อหน้าจะต้องมี

          1.เอกภาพ  2.สารัตถภาพ  3.สัมพันธภาพ

8.ในบทความเรื่องโคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียนมีการวางย่อหน้าขนาดส้ั้นและขนาดยาวสลับกันไปเพื่อ

          1) ดึงความสนใจของผู้อ่านโดยใช้ย่อหน้าสั้น

          2) อธิบายเนื้อหาความสัมพันธ์โดยใช้ย่อหน้าขนาดยาว

9.”ข้อนี้แหละเป็นที่น่าสังเวชยิ่งนัก” ข้อความนี้หมายถึงสิ่งใด ?

          เสมียนที่มีมากเกินความจำเป็นจนต้องถูกคัดออก

10.บทความที่ “ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา” หมายความว่า

          งานเขียนที่ทันสมัยอยู่เสมอ

11.เราทั้งหลายควรลืมตาของเราและพิจารณาก้อนโคลนต่างๆซึ่งติดอยู่กับล้อ ก้อนโคลนคือ

          ปัญหาและอุปสรรค

 

 

 

  1. ผู้แต่งเรื่องโคลนติดล้อคือใคร

  ?    พระยาอุปกิตศิลปสาร

  ?    เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี

  ?    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

  ?    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

  1. เรื่องโคลนติดล้อเป็นเรื่องประเภทใด

  ?    บทวิจารณ์การเมือง

  ?    บทความแสดงความแสดงความคิดห็น

  ?    บันทึกประสบการณ์

  ?    จดหมายเหตุ

  1. ผู้แต่งเรื่องโคลนติดล้อใช้นามแฝงว่าอย่างไร

  ?    เจ้าเงาะ

  ?    ศรีอยุธย

  ?    อัศวพาหุ

  ?    รามจิตติ

  1. ข้อใดไม่ใช้นามแฝงของผู้แต่งเรื่องโคลนติดล้อ

  ?    อัศวพาหุ

  ?    สุครีพ

  ?    พระขรรค์เพชร

  ?    โคนันทวิศาล

  1. การตั้งชื่อ “โคลนติดล้อ” ใช้วิธีการใด

  ?    อุปมา

  ?    อุปลักษณ์

  ?    อติพจน์

  ?    บุคคลวัต

  1. จากข้อ 5 “โคลนติดล้อ” หมายถึงอะไร

  ?    การรับวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมกับประเทศไทย

  ?    ค่านิยมและวัฒนธรรมของชาวไทย

  ?    เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นภายในประเทศ

  ?    ปัญหาและอุปสรรคที่กีดขวางความเจริญของชาติ

  1. ผู้เขียนเรื่องโคลนติดล้อมีความมุ่งมายในการแต่งอย่างไร

?    กล่าวถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละอาชีพ

  ?    กล่าวถึงสาเหตุของความยากจนที่แท้จริงของคนไทย

  ?    กล่าวถึงความสัมพันธ์ของกาพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญ

  ?    กล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคที่เหนี่ยวรั้งความ
เจริญของชาติ

  1. “ความนิยมเป็นเสมียน” หมายความว่าอย่างไร

  ?    การนิยมศึกษาเล่าเรียน

  ?    การนิยมทำงานที่มีเกียรติ

  ?    การนิยมเป็นเลขานุการ

  ?    การนิยมเข้ารับราชการ

  1. ข้อใดไม่ใช่ตอนหนึ่งของเรื่องโคลนติดล้อ

  ?    การทำตนให้ต่ำต้อย

  ?    ความนิยมไปเรียนต่างประเทศ

  ?    แต่งงานชั่วคราว

  ?    การบูชาหนังสือจนเกินเหตุ

  1. เรื่องโคลนติดล้อ ตอนความนิยมเป็นเสมียน ข้อใดไม่ใช่ทัศนะของผู้เขียน

  ?    เห็นด้วยว่าการเป็นเสมียนมีเกียรติยศมากกว่าการเป็นชาวนาชาวสวน

  ?    เห็นด้วยว่าชาวสวนอาจทำประโยชน์แก่บ้านเมืองได้มากกว่าเสมียน

  ?    ไม่สนับสนุนให้ผู้มีการศึกษาสนใจแต่จะทำงานเป็นเสมียนเท่านั้น

  ?    ไม่สนับสนุนให้ผู้มีการศึกษาสนใจแต่จะทำงานในกรุงเทพฯ

  1. ข้อใดเป็นค่านิยมสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องโคลนติดเรื่อง ตอนความนิยมเป็นเสมียน

  ?    การยกย่องผู้มีฐานะ

  ?    การยกย่องผู้ได้รับการศึกษา

  ?    การนิยมเข้ารับราชการการนิยมทำงานที่มีเกียรติ

  ?    การนิยมทำงานที่มีเกียรติ

  1. จากข้อ 11 ส่งผลอย่างไรต่อบุคคล 

?    ชอบใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง

  ?    ไม่กลับไปทำงานในภูมิลำเนาเดิมของตน

  ?    เห็นว่าผู้ได้รับการศึกษาไม่ควรเป็นชาวนา

  ?    ถูกทุกข้อ

  1. “เป็นการป่วยกล่าวเสียเวลา” หมายความว่าอย่างไร

  ?    ไม่มีเวลาที่จะกล่าว

  ?    เสียเวลาเพราะป่วย

  ?    ไม่มีเวลาที่จะทำประโยชน์

  ?    ไม่มีเวลาที่จะพูด

  1. ข้อใดสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตก

  ?    เด็กที่ออกมาจากโรงเรียนเหล่านี้ย่อมเห็นว่าการทำกิจกรรมอย่างอื่นไม่สมเกียรติยศ

  ?    ต้องไปกินข้าวตามกุ๊กช้อป แล้วยังมิหนำซ้ำจะต้องเสียค่าเช่าห้องอีกด้วย

  ?    คนทำงานการอื่นๆ นั้น มีเกียรติยศเท่ากับที่จะไปเป็นผู้ทำงานด้วยปากกาเหมือนกัน

  ?    อันประเทศอย่างเมืองไทยของเราวันนี้ ชาวนาชาวสวนอาจจะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้
มากกว่าเสมียน

  1. ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 15-20
    “ดังนั้นจะไม่เป็นการสมควรแล้วหรือ ที่เราจะสอนให้พวกหนุ่มๆ ของเราปรารถนาหาการงานอื่นๆนพึ่งหวังเป็นประโยชน์ได้ดีกว่าการเป็นคนงานเสมียน ถ้าเราจะสอนเขาทั้งหลายให้รู้สึกเกียรติยศแห่งการที่จะเป็นผู้เพราความสมบูรณ์ให้แก่ประเทศ เช่น ชาวนา ชาวสวน พ่อค้าช่างต่างๆจะไม่ดีกว่าหรือ? ท่านเชื่อหรือว่าพวกหนุ่มๆ ของเราจะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองโดยทางเสมียนมากกว่าทางอื่นๆ ได้อย่างไรถ้าไม่อุดหนุนจำนวนที่จะเพาะสิ่งของนั้นๆ ขึ้น? ”
    ผู้เขียนใช้วิธีการเขียนอย่างไรที่เด่นที่สุด

  ?    ใช้การเปรียบเทียบ

 ?    ใช้ภาษาไพเราะ

  ?    ใช้ประโยคคำถาม

  ?    ใช้คำทำให้อารมณ์ความรู้สึก

  1. จากคำตอบข้อ 15 วิธีการนั้นส่งผลดีอย่างไรต่อผู้อ่าน

  ?    ย้ำให้จดจำ

  ?    กระตุ้นให้คิด

  ?    ทำให้รู้จักสังเกต

  ?    ทำให้น่าเชื่อถือ

  1. ข้อความดังกล่าวไม่ได้ใช้วิธีใด

  ?    ใช้การยกตัวอย่าง

  ?    ใช้ศัพท์ที่เข้าใจง่าย

  ?    ใช้การพรรณนา

  ?    ใช้ประโยคคำถาม

  1. การใช้เครื่องหมายไม้ยมกหลังคำ “หนุ่ม” ทำให้คำนั้นมีความหมายในลักษณะใด

  ?    ความหมายเบาลง

  ?    ความหมายหนักแน่นขึ้น

  ?    ความหมายเป็นพหูพจน์

  ?    ความหมายเปลี่ยนแปลง

  1. ข้อความที่อ่านกล่าวถึงเรื่องใด

?    การเป็นชาวนา ชาวสวน พ่อค้า

  ?    การทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง

 ?    การสอนให้พวกหนุ่มๆ สนใจทำงานอื่นที่ไม่ใช่เสมียน

  ?    ถูกทุกข้อ

  1. “เพาะ” ในข้อความนี้ หมายความว่าอย่างไร

  ?    ปลูก

  ?    ปฏิบัติ

  ?    ส่งเสริม

  ?    ทำให้เกิด

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s