โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันมาฆะบูชา

มาตรฐาน
7
โอวาทปาติโมกข์ หรือ โอวาท 3
  คือ หลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา เรียกว่า เป็นคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา

โอวาท 3 นี้ เป็นพระพุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์  1,250 รูป ที่มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ. พระเวฬุวนาราม ในวันเพ็ญ เดือน 3 (วันมาฆบูชา)

โอวาทปาติโมกข์ หมายถึง หลักคำสอนคำสำคัญของพระพุทธศาสนาอันเป็นไปเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น หรือ คำสอนอันเป็นหัวใจพระพุทธศาสนา หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ 3  อุดมการณ์ 4  วิธีการ 6 ดังนี้

หลักการ ๓

1. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่ การงดเว้น การลด ละเลิกทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่… อกุศลกรรมบถ 10 ทางแห่งความชั่ว มี10 ประการ อันเป็นความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ
– ความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม
– ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ
– ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดี ทุกอย่างซึ่งได้แก่… กุศลกรรมบถ 10 เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี 10 อย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจการ
– ทำความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์  ไม่ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น มีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม
– การทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อ  พูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวาน พูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะ
– การทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่น  มีแต่คิดเสียสละ  การไม่ผูกอาฆาตพยาบาท  มีแต่คิดเมตตาและปรารถนาดีและมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

3. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึงความสงบ มี 5 ประการ ได้แก่
3.1 ความพอใจในกาม (กามฉันทะ)
3.2. ความอาฆาตพยาบาท (พยาบาท)
3.3 ความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน (ถีนะมิทธะ)
3.4 ความฟุ้งซ่าน รำคาญ (อุทธัจจะกุกกุจจะ) และ
3.5 ความลังเลสงสัย (วิกิจฉา) เช่น สงสัยในการทำความดี ความชั่วว่ามีผลจริงหรือไม่
อุดมการณ์ 4 
1. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกายวาจา ใจ
2. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้ายรบกวน หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
3. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ
4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นได้จาการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8

วิธีการ 6
1. ไม่ว่าร้าย ได้แก่ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือ กล่าวโจมตีใคร
2. ไม่ทำร้าย ได้แก่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3. สำรวมในปาติโมกข์ ได้แก่ ความเคารพระเบียบวินัย กฎ กติกา กฎหมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีของสังคม
4. รู้จักประมาณ ได้แก่ รู้จักความพอดีในการบริโภคอาหาร หรือการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
5. อยู่ในสถานที่ที่สงัด ได้แก่ อยู่ในสถานที่สงบมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
6. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ ได้แก่ ฝึกหัดชำระจิตให้สงบมีสุขภาพ คุณภาพและประสิทธิภาพที่ดี 

………….
สรุป หลักธรรมโอวาทปาฏิโมกข์ ของหลักการ 3 อุดมการณ์ 4 วิธีการ 6

ขันติ คือ ความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง  พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่า นิพพานเป็นบรมธรรม  ผู้ทำร้ายคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็น บรรพชิต  ผู้เบียดเบียนคนอื่น ไม่ชื่อว่าเป็น สมณะ เลย

การไม่ทำบาปทั้งสิ้น การยังกุศลให้ถึงพร้อม  การทำจิตของตนให้ผ่องใส นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.

การไม่กล่าวร้าย 1 การไม่ทำร้าย 1 ความสำรวมในปาติโมกข์ 1 ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร 1 ที่นั่งนอนอันสงัด 1 ความเพียรในอธิจิต 1 นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

การให้ (clip)

มาตรฐาน


เด็กชายคนนี้กำลังจะตาย และเขาร้องขอสัญญาข้อหนึ่งที่ทำให้แม่น้ำตาไหล

Zhou Lu ผู้เป็นแม่ และ Chen Xiaotian ผู้ลูกเคยมีชีวิตที่มีความสุข แต่วันหนึ่งโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อหนูน้อย Chen ถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งสมองขั้นร้ายแรง และแพทย์ในโรงพยาบาลวินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตรอดได้ไม่ทันถึงช่วงวัยรุ่นแน่   ซ้ำร้าย…1 เดือนถัดมา คุณแม่ของหนูน้อยรายนี้ก็ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคไตเช่นกัน

          โศกนาฏกรรมชีวิตเริ่มเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก เมื่อเนื้องอกของ Chen ได้ไปกดทับประสาทตาทำให้เด็กชายตาบอดสนิท และต้องนอนอยู่แต่อยู่บนเตียง    อย่างไรก็ตามอาการของ Zhou ผู้เป็นแม่ดีขึ้น แต่ก็ติดปัญหาที่ว่าทางเดียวที่เธอจะหายขาดจากโรคร้ายได้ก็ คือ ต้องได้รับบริจาค ‘ไตอันใหม่’  ซึ่งแพทย์ได้พูดแบบเปิดใจตรงไปตรงมาว่า ‘ไต’ ของหนูน้อย Chen ตรงกับคุณนะ  แต่ถึงกระนั้นผู้เป็นแม่ก็ทำใจยอมรับมันไม่ลง ทว่าบังเอิญเหลือเกินที่หนูน้อย Chen ดันได้ยินบทสนทนาระหว่างแม่กับหมอเข้าพอดี และเขาได้เรียกแม่ให้เข้ามายืนข้างเตียงเพื่อบอกว่า  “ลูกขอสัญญาอะไรจากแม่อย่างหนึ่งนะ   แม่ต้องสัญญาว่าจะรับไตของผมไว้ เพราะผมอยากช่วยชีวิตแม่ และเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป”
           คุณแม่ก็เก็บเอาไปคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในที่สุดเธอก็ตัดสินใจทำตามคำขอร้องของลูก พร้อมให้เหตุผลว่า “แม้ลูกจะตาย แต่หากไตที่เป็นดั่งอวัยวะหนึ่งในกายเขายังอยู่ในตัวฉัน มันก็เหมือนกับว่าเขายังคงอยู่เคียงข้างฉันไม่ได้จากไปไหน”
จากนั้นการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะก็เกิดขึ้น และแพทย์ทุกคนต่างเคารพการตัดสินใจที่กล้าหาญของหนุ่มน้อยคนนี้  เพราะมันแสดงให้เห็นว่า.. เขาไม่เห็นแก่ตัวเลยสักนิด  โดยไตของหนุ่มน้อยเข้ากับแม่ได้พอดีและนั่นทำให้เธอรอดชีวิต ในขณะที่ตับของเขา ก็ถูกบริจาคให้กับชายวัย 27 ปี ซึ่งนั่นก็ทำให้ชายผู้นั้นรอดพ้นจากความตายเช่นกัน  และทุกคนคงจะไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือจากมัจจุราช หากไร้การตัดสินใจเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญของเด็กคนนี้
โฉมหน้าของน้อง Chen หนูน้อยผู้กล้าหาญ แม้อยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต

ที่มา: sfglobe รูปภาพ: Youtube

seven-year-old boy battling brain cancer sacrificed his life to save his mother’s by giving her his kidney.

Chen Xiaotian was just five when doctors found a malignant tumour in his brain, months before his mother Zhou Lu, 34, contracted kidney disease.

Despite early signs he would recover, the disease aggressively returned, and he was told he would not reach adulthood. The pair battled through together for two years.

Eventually, Chen told his mother: ‘I want to save your life’.Eventually

Grandma Lu Yuanxiu, 57, said: ‘The doctors approached me rather than his mother because of the sensitive nature of the issue.sensitive

‘They told me that my grandson would not survive but his kidneys could help his mother and also save two other lives as well.

‘I discussed it with Zhou and she refused point-blank, she absolutely didn’t want to hear any talk of that happening.’ But Chen overheard the dilemma, and demanded that his mother let him save her.In tears, his mother agreed, saying that if her son was to die her only consolation was that part of him would live on in her.

Doctors confirmed that the tissue match was perfect and when he died on April 2, he was quickly moved to the operating theatre where his kidneys and liver were removed and the The second kidney went to a 21-year-old girl and his liver to a 27-year-old man.

Hospital spokesman Yi Tai said all three transplants were a success and that the youngster’s death had allowed three others to survive and live normal lives.

He said: ‘The medical team held a brief moment of prayer and silence for the poor child before the transplant; I think it’s fair to say there were very few dry eyes.’

N donated to his mother and two other people.N

——————————————————————-

ผู้หญิงสวยที่สุดจากข้างใน My Beautiful Woman 3 เรื่องราว จากเค้าโครงเรื่องจริง ของผู้หญิง 3 คน ที่จะทำให้คุณเข้าใจว่า…
ผู้หญิงสวยที่สุดตรงไหน

ตอนที่ 1 “ทางเลือกของแม่” : สามี-ภรรยาคู่หนึ่งกำลังจะมีลูก เมื่อวันตรวจครรภ์มาถึงกลับเป็นวันที่คนเป­็นแม่ต้องเลือก แต่ทางเลือกนั้นคืออะไร?

ตอนที่ 2 “ลูกน้องที่หายไป”: พนักงานบริษัทคนนึงเธอเป็นคนมั่นใจในตัวเอ­งและไม่เคยทำงานขาดตกบกพร่องแต่ทุกวันศุกร­์เธอจะหายตัวไป โดยไม่เคยมีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน?

ตอนที่ 3 “ความลับของเจน” : นักศึกษาสาวมีลูกในวัยเรียน ใช้ชีวิตท่ามกลางคำนินทาและข่าวลือจากคนรอ­­บข้าง เธอมีความลับที่ไม่ยอมบอกใคร …

——————————————————————-
โฆษณานี้มันสร้างจากเรื่องจริง แต่เกิดในต่างประเทศ ก็แบบนี้แหละ สามีเป็นเนื้องอกในสมอง แล้วภรรยาที่กำลังท้องก็ขอให้หมอผ่าลูกออกมาก่อนกำหนด แต่สุดท้ายสามีก็เสียชีวิต


——————————————————————-

จดหมายจากพ่อ
เวลาที่เรากลับบ้านแล้วยังมีโอกาสได้เรียก­พ่อเรียกแม่ นั่นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสุขเรื่อ­งหนึ่ง เวลาที่เราได้บอกพ่อแม่ว่า เดี๋ยวค่อยตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ คำว่า “เดี๋ยวก่อน” อาจจะไม่มีโอกาสมาถึง ตอนนี้ยกโทรศัพท์ขึ้นมา ถามสารทุกข์สุขดิบท่าน อวยพรให้ท่านสุขภาพแข็งแรง

——————————————————————

The Wings of Effort  ความพยายามของพ่อไม่เคยสูญเปล่า
พ่อแม่แบบนี้นี่เองที่ดีที่สุด

——————————————————————

อากง

คำสอนของอากง หลัก Marketing Strategy Definition

“การทำงาน” ทุกอย่างต้องใส่ใจ ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ซื่อสัตย์ อดทน มีคุณธรรม
“ลูกค้า” ทุกคนเปรียบเสมือนทองคำ เพราะแม้นเวลาจะผ่านไปนานแสนนาน คุณค่าก็ยังคงอยู่ แม้นจะเปลี่ยนไปรุ่นสู่รุ่น ลูกค้าหรือทองคำก็ยังทรงคุณค่าไม่เปลี่ยนแปลง ลูกค้าเป็นสิ่งที่มีค่าทำให้เรามีวันนี้ เราต้องดูแล และใส่ใจ

ความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกนั่นไม่มีเงื่อนไขและยิ่งใหญ่เสมอ

——————————————————————
การให้ อาจพลิกชีวิตใครบางคน

——————————————————————-

ดนตรีคือชีวิต มากจากความรู้สึกและจิตใจ

——————————————————————-

อยากให้คนไทนทุกคนได้ดู

——————————————————————-

คุณลืมอะไรไว้ในรถเปล่าคะ

——————————————————————
ทำไม?

คุณจะเป็นชามแบบไหน?

มาตรฐาน

3

ชามที่ร้าว ก็เหมือนใจที่มีรอย

เด็กหนุ่มคนหนึ่ง เดินเข้าไปเลือกซื้อชามในร้านแห่งหนึ่ง เขาหยิบชามใบหนึ่งขึ้นมา เมื่อเห็นชามใบที่ถูกใจ ก็เอาชามที่อยู่ในมือนั้นเคาะไปยังชามใบที่ถูกใจเพื่อฟังเสียงชามกระทบกัน เมื่อชามทั้งสองใบกระทบกันกลายเป็นเสียงหนักๆ ไม่ดังกังวานเหมือนที่เขาคิด เขารู้สึกผิดหวังได้แต่ส่ายหัวไปมา

จากนั้น เขาก็ได้เลือกชามใบใหม่ ใบแล้วใบเล่า ชามทุกใบ ทำให้เขาส่ายหน้าและผิดหวังทุกใบ ไม่มีใบใด ที่ทำให้เขาพอใจได้เลย แม้แต่ใบที่เถ้าแก่เลือกให้ ซึ่งเป็นชามเกรด A เขาก็ยังส่ายหน้าไม่พอใจอยู่ดี

ด้วยความสงสัยของเถ้าแก่ จึงถามชายหนุ่มว่า “คุณเอาชามมาเคาะกันทำไม?”

“อาจารย์ท่านหนึ่งสอนผมว่า หากจะซื้อชาม ให้เอาชามมาเคาะกันหากเสียงชามกังวาน นั่นแปลว่า ชามใบนั้นมีคุณภาพครับ” ชายหนุ่มตอบเถ้าแก่เจ้าของร้าน

เจ้าของร้านหยิบชามใบหนึ่งขึ้นมาส่งให้เขา แล้วบอกกับเขาว่า “พ่อหนุ่ม คุณลองเอาชามใบนี้ไปเคาะกับชามใบอื่นดูสิ!  ฉันเชื่อว่าคุณน่าจะได้ชามที่คุณพอใจ”

เขารับชามใบนั้นมาแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ลองทำตามที่เถ้าแก่บอก น่าแปลกจริงๆ ไม่ว่าเขาหยิบชามใบใดขึ้นมา เมื่อเอาขึ้นมาเคาะกับชามที่เถ้าแก่หยิบให้ ชามทุกใบต่างก็ดังกังวานเหมือนที่อาจารย์ท่านนั้นได้บอกแก่เขา

“แปลกจริงๆครับ ทำไมชามใบนี้ถึงพิเศษแบบนี้ละครับ มันต่างจากชามที่ผมหยิบมาเมื่อสักครู่นี้ยังไง?”

เถ้าแก่อมยิ้มชอบใจ เฉลยให้ชายหนุ่มฟังว่า “ชามใบนี้ ไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าชามใบอื่น แต่อย่างใด ที่มันต่างกันก็เพราะ ชามที่คุณหยิบมาเมื่อสักครู่นี้ มันเป็นชามที่มีรอยร้าว เมื่อคุณเอาไปเคาะกับชามใบใดๆ มันจะมีเสียงกังวานได้ยังไง หากคุณต้องการชามดีๆสักใบ คุณต้องมั่นใจก่อนว่า ชามที่อยู่ในมือของคุณ ก็เป็นชามที่มีคุณภาพเหมือนกัน!”

……………………….

ชามที่ร้าว ก็เหมือนใจที่มีรอย

@ หากคุณมีความจริงใจในการคบมิตร ย่อมได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ดั่งชามที่กระทบกัน
ชามดีย่อมกังวาน ชามร้าวจะกังวานได้อย่างไร?

@ เมื่อคบหากับใคร หากใจตนเต็มไปด้วยความคลางแคลงสงสัย ก็คงยากที่จะห้ามมิให้ใครเขาคลางแคลงสงสัยต่อเราเช่นกัน

@ ที่จริง ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา สามารถเป็นผู้อุปถัมภ์ในชีวิตของเราได้ทุกคน เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ว่า เราดีเหมือนที่เขาดีหรือไม่?

คุณมี ความจริงใจ ย่อมได้ ความไว้ใจ ตอบกลับมา

คุณมี ความรักความอาทร ย่อมได้ ความเคารพตอบกลับมา

กลับกัน หากคุณ เสแสร้ง อิจฉา หรือชิงชังผู้อื่น สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาก็คือ กำแพงสูงกั้นและความเย็นชา เป็นธรรมดา

@  ในชีวิตเรา ต่างมีชามหนึ่งใบ ชามใบนั้นจะใส่ความดี ความไว้ใจ  ความจริงใจ  การให้อภัย  หรือ …

ความชั่วร้าย ความเสแสร้ง ความคับแค้น ความสงสัย ความเห็นแก่ตัวฯ ……  ตัวคุณเป็นผู้เลือก

ทำชามของตนเองให้ดีก่อน จากนั้นรอคอย ชามดีๆอีกมากมาย มากระทบ คบหาใคร จงคบกันด้วยความจริงใจ

รักโดยไม่มีเงื่อนไข ภรรยามีข่าวร้าย…แต่ “ความลับของสามี” ซึ้งยิ่งกว่า

มาตรฐาน

2

เมื่อคุณเลือกที่จะ“แต่งงาน” กับใครสักคน   คุณพร้อมที่จะเสียสละ  คุณพร้อมที่จะรักเขา  ไม่ว่าในยามทุกข์หรือยามสุข  คุณก็จะอยู่เคียงข้างกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีอะไรมาพรากได้…

มันคือเรื่องจริงที่ว่า “ความรัก คือ ความเสียสละ” เพราะเมื่อเรารักใครมากๆ เราจะเห็นความสุขของคนที่เรารัก มาก่อนความสุขของตัวเองเสมอ ชีวิตแต่งงานของคู่หนึ่งในภาพยนตร์สั้นที่คุณจะได้ดูเรื่องนี้ คือ บทพิสูจน์ของความรักใน “ชีวิตแต่งงาน” ที่มีทั้งขึ้นและลงปนเปกันไปในชีวิต แต่คำถามมันอยู่ที่ว่า เมื่อชีวิตอยู่ในช่วงขาลง… คุณพร้อมจะยืดหยัดอยู่ข้างคนที่คุณรักได้มากแค่ไหน

Jubilee Project ร่วมกับ Pastor Francis Chan ทำภาพยนตร์สั้นออกมาเรื่องหนึ่งชื่อว่า “Blind Devotion” ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่อธิบายคำว่า “Unconditonal love” ได้ดีอย่างไร้ที่ติ

เรื่องราวเริ่มต้น ด้วยการถ่ายทอดชีวิตคู่ของคู่หนึ่ง ผ่านสายตาของภรรยา โดยภรรยาคนนี้ เป็นคนที่มีความคิดที่ว่า การเป็นภรรยา ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในทุกๆ รายละเอียด ตั้งแต่ตื่นนอน ทำกับข้าว ซักผ้า…

แม้กระทั่งการซักผ้า เธอก็จะปราณีต และตั้งใจทำสุดๆ เพราะแม่ของเธอสอนมาดีว่า หากเสื้อผ้าของสามีไม่เรียบ คนภายนอกที่เห็นจะมองว่า ชายคนนี้ภรรยาไม่รักเขาหรืออย่างไร นี่คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่บอกว่า เธอรักสามีของเธอมากที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด แม้ว่าตัวเองก็ต้องออกมาทำงาน เช่นกัน แต่ความรักก็คือความเสียสละ…

2
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในวันที่เธอเดินทางไปทำงานตามปกติ เธอก็รู้สึกถึงความผิดปกติของดวงตาของเธอ และเมื่อเธอไปตรวจกับคุณหมอ… ผลที่ออกมาคือเรื่องที่น่าช็อกที่สุด เพราะเธอกำลังจะตาบอดโดยโรคที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่นั่นทำให้เธอเครียด และเศร้ามาก ที่ไม่รู้ว่าเธอจะบอกคนที่เธอรักที่สุดอย่างสามีของเธอได้อย่างไร

2

จากที่เธอทำทุกอย่างได้ไม่ขาดตกบกพร่อง เธอเริ่มทำได้ยากกว่าเดิม จนแทบจะทำไม่ได้ ตั้งแต่ หยอกล้อสามีเธอในตอนเช้า ทำอาหาร ซักผ้า และงานที่เธอทำ จนทำให้ทุกอย่างเริ่มตึงเครียด

2

เธอไม่อยากให้สามีของเธอรู้เพราะเธอจะต้องเป็นภาระแก่เขา และคิดว่า เขาอาจจะมีความสุขมากกว่านี้หรือเปล่า ถ้าไปอยู่กับคนอื่น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมบอกสามีของเธอ

2 2

และทั้งคู่ก็พร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกัน…

2

โดยภรรยา ยังคงยืนกรานที่จะทำทุกอย่างเองเหมือนเดิม เธออยากปรนนิบัติเขาอย่างเช่นที่เคยทำมา  โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร เธอยังคงอยากทำอาหารเอง อยากซักผ้าเอง และยังคงเดินทางไปทำงานเอง ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะยาก แต่เธอพยายามฝึก ด้วยใจที่สู้ และรักสามีของเธอ

2 2

และนี่คือจุดที่ทำให้ใครหลายๆ คนถึงกับน้ำตาตก  เมื่อสามีเห็นถึงความพยายามจากความรักของภรรยา   และสิ่งที่เขาทำโดยที่ภรรยาไม่รู้
คือ การติดตามเธอไปทุกเช้าจนกระทั่งเธอเข้าที่ทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดี   คุณจะเข้าใจว่าคำว่า “ความรักคือการเสียสละ และการอยู่ด้วยการทั้งยามทุกข์และยามสุขคืออะไร”  เขาช่วยเหลือภรรยาอยู่ห่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า ภรรยาของเขาปลอดภัย   ไม่ว่าจะเดินไปไหน เขาคอยเดินตาม เพื่อดูแลปกป้องเธอ  โดยที่ไม่ให้ทุกคนบอกภรรยาของเขา เพราะไม่เช่นนั้น ภรรยาของเขาจะรู้สึกว่าเป็นเธอภาระ และนั่นจะทำให้เธอเศร้ามากกว่าเดิม และนี่ล่ะ คือ ความรักแบบไม่มีเงื่ิอนไข อย่างแท้จริง

เราไปหาคำตอบของคำว่า “เสียสละ” ในมุมมองของ “หนังสั้น” เรื่องนี้กันเลย:

ที่มา  http://hot.ohozaa.com/hot-5-15-143756

ฆ่าช้าง เอางา (มาดูว่าเขาทำอย่างไร)

มาตรฐาน


ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา  มีความต้องการ งาช้างเพิ่มขึ­้นเป็นอย่างมาก   ช้างในแอฟริกาจึงถูกฆ่าในอัตรา­ที่น่าตกใจ  ประเมินว่าไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นตัวต่อปี หลายคนมองว่าเพื่อให้ได้งาไม่จำเป็นต้องฆ่­าช้างก็ได้แต่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น  เพราะ 25% ของงาช้างฝังอยู่ในใบหน้าของช้างบริเวณส่วนหัวและกรามของช้าง  จึงต้องฆ่าและคว้านตัดใบหน้าช้าง
กำไรงาช้าง ทำจากส่วนแข็งตรงกลาง และโคนของงาช้างเท่านั้น

ปี 2012  ขบวนการลักลอบฆ่าช้างเพื่อเอางา ได้สังหารช้างมากกว่า 300 ตัว ในอุทยานแห่งชาติบูบัน จิดา ประเทศแคเมอรูน นับตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา แคเมอรูนได้เริ่มเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ­ความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่คุ้มครอง  โดยการจัดกำลังทหารพิทักษ์ป่า 60 นาย เพื่อเฝ้าระวังบูบัน จิดา และสอดส่องดูแลสัตว์ป่าที่ยังคงเหลืออยู่ใ­นอุทยานฯ นอกจากนี้ รัฐบาลแคเมอรูนยังได้เห็นชอบแผนการรับสมัค­รเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานเพิ่มเติมอีก 2,500 คน เป็นเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า

Infused Water หรือ Detox Water น้ำหมักผักผลไม้

มาตรฐาน

Infused water / Detox water  เป็นการนำน้ำ มาหมัก/แช่กับผลไม้ จะมีรสชาติจางๆจากผลไม้ที่เราใส่ลงไป

Infused Water ไม่หวานมากเพราะไม่ได้ใส่น้ำตาลลงไปจนกลายเป็นน้ำหวาน จึงไม่ทำให้อ้วนจากน้ำตาล

อุปกรณ์
1. น้ำเปล่า / น้ำแร่ / Sparkling Water (น้ำเปล่าแบบอัดแก๊ส) เพราะให้ความรู้สึกว่าซ่ามากกว่า
2. ขาดโหล
3. น้ำแข็งสะอาด (เพื่อให้ผัก ผลไม้คงความสด คงอุณหภูมิและสภาพของนั้ำหมัก หลังนำออกมาจากตู้เย็น)
4. ผลไม้ พืชผักสมุนไพร

วิธีทำ    นำผลไม้ มาหั่นชิ้นเล็กๆ   ใส่ลงไปในกระบอกน้ำที่มีฝาปิด  เติมน้ำ   และแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นอย่างต่ำ 1 ชม. ไปจนถึง 1-2 วัน หรือจนกระทั่งผลไม้ไม่มีรสชาติแล้ว

(ถ้าอยากกินไวทิ้งไว้ในตู้เย็น 1-2 ชม. ก็เอาออกมาดื่มได้แล้ว  ถ้าอยากให้รสกลมกล่อมก็แช่ข้ามคืน)

 

 ส่วนประกอบของ น้ำหมักผลไม้ ที่หาได้ง่ายๆในบ้านเรา

ผลไม้ : มะนาว  เลม่อน  ส้ม  สตอเบอร์รี่  เชอรี่  ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่  ลูกแพร์ ทับทิม มะม่วง สับปะรด กล้วย กีวี่ มะเฟือง แคนตาลูป  แตงโม แอปเปิ้ล องุ่น ลูกพีช

ผัก : แตงกวา แครอท คึ่นช่าย

สมุนไพร และเครื่องเทศ : สะระแหน่ โหระพา ผักชี หญ้าหวาน ลาเวนเดอร์ ขิง อบเชย พริกไทยดำ

น้ำ : น้ำกรอง   น้ำแข็ง   น้ำแร่   น้ำสปาร์กกิ้ง (อัดแก๊ส)

ที่นิยมเอามาทำ ได้แก่  ส้ม  มะนาว  เลม่อน  แตงโม แอบเปิ้ลแดง  แอบเปิ้ลเขียว  แตงกวา  สะระแหน่  ขิง

2

1.  All Citrus Flavored Water  เอาใจคนชอบความสดชื่นจากตระกูล Citrus 

1. ฝานส้ม 1 ลูก +  มะนาว 1 ลูก  +  เลมอน 1 ลูก ใส่ลงขวดโหล
2. ใช้ช้อนกดๆ ให้น้ำออกมา   (อย่ากดจนเละ เพราะผิวส้มที่ฝาดจะออกมาก)
3. เติมน้ำแข็งจนเต็ม
4. เติมน้ำลงไป
5. คนให้เข้ากัน
6. ปิดฝา   นำเข้าตู้เย็น ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง
แค่จิบเดียวก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ทันตา

5

2.  Raspberry Lime Flavored Water

1.  มะนาว 2  ลูก   บีบมะนาวลงไป แล้วนำชิ้นส่วนมะนาวที่บีบไปแล้วใส่ลงไปในโหลด้วย
2. ใส่ราสเบอร์รี่ลงไปตามชอบ
3. ใช้ทัพพีบดเบาๆ ให้น้ำราสเบอร์รี่ออกมา
4. ใส่น้ำแข็งจนเต็ม
5. เติมน้้ำ
6. คน่ให้เข้ากัน
7. ปิดฝา   นำเข้าไปแช่ตู้เย็น ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง
สูตรนี้ช่วยเพิ่มความสดชื่นเช่นกัน ควรเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วนำมาดื่มหลังมื้อเที่ยง จะได้สดชื่นไปตลอดบ่าย

5

3.  Blackberry Sage Flavored Water   สูตรนี้ใช้ใบเสจ (sage) ซึ่งเป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใส่ในอาหารอิตาเลียน แต่เราปรับเป็นใส่ใบสาระแหน่แทน
1) ใส่ใบเสจ / ใบสาระแหน่ ลงไปในขวดแล้วบดเบาๆ พอให้มีกลิ่น
2. ใส่แบล็ดเบอร์รี่
3. ใช้ช้อนยาวหรือตะเกียบ กดๆ หมุนๆ ให้น้ำของแบล็คเบอร์รี่ออกมา จะเห็นได้ว่าเริ่มมีสีม่วงเข้มๆ ออกมาแล้ว
4. ใส่น้ำแข็งจนเต็ม
5. ใส่น้ำ  คนให้เข้ากัน
6. ปิดฝา    แช่ตู้เย็น  ทิ้งไว้สักวัน   คนที่ชอบรสเบาๆ เน้นความนุ่มนวลน่าจะโปรดปรานเครื่องดื่มนี้

3

4.  Watermelon Rosemary Flavored Water   มาถึงผลไม้รสหวานสดชื่นอย่างแตงโมกันบ้าง
1.  ใส่ก้านโรสแมรี่ลงไป บดๆ ขยี้ๆ อย่างเบามือ เพราะแค่บดนิดๆ ก็จะได้กลิ่นและรสของโรสแมรี่แล้ว
2.  หั่นแตงโมเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ  กดเบาๆ ให้น้ำแตงโมออกม
3.  ใส่น้ำแข็งจนเต็ม
5.  ใส่น้ำ
6.  ปิดฝา   แช่ตู้เย็น  ทิ้งไว้สักวัน   สูตรนี้จะให้รสหวานละมุน

4

5 .Pineapple Mint Flavored Water   สดชื่น ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
1.  ใส่ก้านมินต์เล็กๆ 1 ก้าน หรือใส่ลงไปเฉพาะใบก็ได้ (ใช้สะระแหน่แทนได้เพราะเป็นพืชสมุนไพรตระกูลมินต์ช่วยเพิ่มกลิ่นสดชื่นได้เหมือนกัน) ใช้ช้อนยาวๆ ขยี้เบาๆ ระวังอย่าให้ใบเละ
2.  สับปะรดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ มากน้อยตามความชอบ  แล้วขโลกเบาๆ พอให้มีน้ำสับปะรดออกมา
3.  ใส่น้ำแข็งจนเต็ม
4.  เติมน้ำ   คนให้เข้ากัน
5.  ปิดฝา   แช่เย็น ค้างคืน   นำมาดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นได้ตามต้องการ สูตรนี้ได้ความหวานอบเปรี้ยว ดื่มง่ายๆ

เก็บได้นานแค่ไหนนั้น
– ในเว็บไซต์แนะนำว่าสัก 3 วัน ก็ควรจะดื่มให้หมด
– ขวดหมักน้ำ Infused Water  ถ้าใส่น้ำแข็งจนเต็ม  แล้วแช่ไว้ในตู้เย็น ภายใน 24 ชั่วโมง น้ำแข็งจะยังคงอยู่ เมื่อเทน้ำออกมาก็จะไม่มีเศษจากใบสมุนไพร หรือเนื้อผลไม้ออกมาให้รำคาญใจ เป็นสูตรเครื่องดื่มที่ทำง่ายมากๆ ทั้งยังมีประโยชน์จากสมุนไพรและผลไม้ที่ใส่ลงไปอีกด้วย

 

Mix and Match ส่วนผสมได้ตามที่เราชอบ 

–  ส้ม + บลูเบอร์รี่

– แตงกวา + ผักชี

– เลมอน + ขิง

– บลูเบอร์รี่ + ลาเวนเดอร์

– มะนาว/เลม่อน/สับปะรด/แตงโม กับ สะระแหน่

– ส้ม/แตงโม กับ ผักชี

– ส้ม แตงกวา สะระแหน่

– สตอเบอร์รี่ มะนาว แตงกวา

– สตอเบอร์รี่ เลม่อน โหระพา

– แตงกวา แตงโม สะระแหน่

– เลมอน มะนาว ผักชี

– แครอท แอปเปิล เลมอน ขิง

ประโยชน์จาก น้ำหมักผลไม้ 

– ได้รับ วิตามิน แร่ธาตุ และ สารต้านอนุมูลอิสระจากผลไม้ ผัก และสมุนไพรต่างๆ ที่เราใส่ลงไป
– ได้ทานน้ำมากขึ้น (บางคนวันหนึ่งๆ ทานน้ำไม่กี่แก้ว  ทำให้เลือดข้น ร่างกายขาดความสมดุล จึงทำให้เจ็บป่วยง่าย)
– สดชื่น กระปรี่กระเปร่า และ intrend  น้ำหมักผลไม้ ใส่ขวดที่มีฝาปิดสามารถพกไปดื่มนอกบ้านได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะไป ฟิตเนส  ไปเรียน หรือไปปิคนิค  และสำหรับคนที่ออกกำลังกาย น้ำเป็นสิ่งสำคัญมาก

 

หมายเหตุ  
1. Infused water เป็นเพียงแค่ น้ำหมักผลไม้   ไม่ใช่ น้ำผลไม้ ดังนั้น เราจะได้รับปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่เพียงเล็กน้อยจากส่วนผสมที่เราใส่ลงไป

2.  ควรล้างผลไม้ ผัก และสมุนไพร ให้สะอาดก่อนการทำ   เพราะอาจจะมีสารตกค้างในผักและผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีจากยาฆ่าแมลง เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส หรือสารโลหะหนักอื่นๆ ที่ปะปนมากับผักและผลไม้ ซึ่งสารเหล่านี้ จะสามารถก่ออันตรายต่อสุขภาพมากกว่าจะได้รับประโยชน์เสียอีกค่ะ

ที่มา http://th.openrice.com/th/bangkok/

 

4 2 3

เดี๋ยวแม่

มาตรฐาน

image

การขออีก 1 นาทีของเจี๊ยบ

ครอบครัวหนึ่งมีลูกชายชื่อเจี๊ยบ เป็นเด็กที่ไม่ค่อยกระตือรือร้น และค่อนข้างขี้เกียจ
ทุกๆเช้าเมื่อแม่เรียกให้ตื่นไปโรงเรียน เจี๊ยบจะงัวเงียบอกว่า “ขออีก 1 นาทีครับแม่” พอลงมาข้างล่าง แทนที่จะรีบกินข้าวเช้าก็ไปเปิดโทรทัศน์นั่งดูการ์ตูน พอแม่เรียกให้มากินข้าวก็บอกว่า “เดี๋ยวแม่ ขออีก 1 นาที” จนแม่เอ่ยปากว่าจะทำโทษนั่นล่ะ เจี๊ยบถึงจะมานั่งกินข้าวที่โต๊ะอาหารได้สักที ..

“คอยดูเถอะเจี๊ยบ” พ่อซึ่งมองลูกชายคนเดียวอย่างระอาพูดขึ้น .. “สักวันแกจะต้องเจอเรื่องที่แม้ 1 นาทีก็ให้ไม่ได้ ถ้าถึงวันนั้นแล้วแกจะรู้สึก” …

การขอเวลา 1 นาทีทำให้เจี๊ยบไปโรงเรียนสายทุกวัน .. และการทำโทษให้วิ่งรอบสนามก็ไม่ได้ทำให้เจี๊ยบจดจำเลยแม้แต่น้อย .. เขากล้าต่อรองเวลาแม้แต่กับครู ?? ..

“ไปเข้าห้องเรียนได้แล้วเจี๊ยบ” ครูร้องเตือนเมื่อเห็นเจี๊ยบยังเดินเอ้อระเหยลอยชายอยู่ในสนามหญ้า .. ทั้งๆที่ออดเรียกเข้าชั้นเรียนดังไปพักหนึ่งแล้ว ..

“ขออีก 1 นาทีครับครู” .. เจี๊ยบบอกโดยไม่ทุกข์ร้อน

วันหนึ่งเป็นวันหยุด แม่บอกเจี๊ยบตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าจะไปเยี่ยมยายที่บ้านสวน .. เจี๊ยบชอบบ้านสวนของยายจึงขอตามแม่ไปด้วย .. แต่พอรุ่งเช้า เจี๊ยบก็ตื่นสาย ไม่ว่าแม่จะขึ้นไปปลุกกี่ครั้ง เจี๊ยบก็พูดว่า “ขออีก 1 นาที.. ขออีก 1 นาที” ตลอด .. ในที่สุดแม่ก็ตัดสินใจไปบ้านสวนของยายคนเดียว .. เพราะถ้าออกช้ากว่านั้นจะหารถโดยสารไปยาก …

สักพักเจี๊ยบ ก็เดินงัวเงียลงมาจากห้องนอน .. เมื่อไม่เห็นแม่อยู่ในบ้านจึงถามพ่อว่า

“แม่ล่ะครับพ่อ”
“แม่ไปบ้านยายแล้ว” พ่อบอก
“อ้าว ทำไมแม่ไม่รอผม” เจี๊ยบร้อง เขาอยากไปบ้านสวนของยายมาก ..

“แม่รอแกจนรอไม่ได้อีกแล้ว รู้รึเปล่าว่าแค่ 1 นาทีที่แกขอก็ทำให้แม่ตกรถได้ .. นี่ยังไม่รู้เลยว่าแม่จะได้นั่งรถอะไรไป ถ้าโชคดีก็ได้ไปสายรถประจำ.. แต่ถ้าไปไม่ทันก็ต้องขึ้นรถที่วิ่งเป็นทางผ่าน แล้วรถสายนั้นน่ะขับอันตรายจะตายชัก” พ่อบ่นเจี๊ยบด้วยความเป็นห่วงแม่ …

“แหม ไม่แย่ขนาดนั้นหรอกน่าพ่อ” เจี๊ยบบอก

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ขณะที่เจี๊ยบกำลังอาบน้ำอยู่ .. เขาก็ได้ยินเสียงพ่อร้องเอะอะอยู่ชั้นล่าง .. จึงรีบวิ่งลงมาดู หน้าของพ่อซีดขาวราวกับกระดาษ (゚ ロ゚ ;)a

“รถที่แม่นั่งประสบอุบัติเหตุ แม่อาการสาหัส เราต้องไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้” .. พ่อพูดเสียงแตกพร่า เจี๊ยบตกใจจนหน้าซีดตามพ่อไปอีกคน (;ノ゚Д゚)ノ .. เขารีบขึ้นไปแต่งตัวโดยไม่มีคำว่า “ขออีก 1 นาที” เหมือนเช่นทุกครั้ง ..

ทันทีที่สองพ่อลูก ไปถึงโรงพยาบาล ก็ช่วยกันตามหาแม่ในห้องฉุกเฉิน .. แล้วก็พบแม่นอนนิ่งอยู่ที่เตียงในสุด เลือดสีแดงไหลอาบอยู่เต็มหน้าแม่ และพยาบาลกำลังจะเข็นแม่ไป ..

“แม่ แม่” เจี๊ยบร้องเรียกแม่เสียงดังลั่น น้ำตาเอ่อล้นทะลัก … บุรุษพยาบาลเข้ามากันเขาไว้ เพราะเกรงว่าจะกีดขวางทางของรถเข็น ..

“แม่ แม่ .. ตื่นสิแม่ ผมอยู่นี่ อยู่ตรงนี้” .. เจี๊ยบยังคงร้องเรียกแม่เขาต่อไป และทุบตีบุรุษพยาบาลที่จับตัวเขาไว้ “ปล่อยผม ผมจะไปหาแม่” …

พยาบาลคนหนึ่งหันมาบอกพ่อของเจี๊ยบ ซึ่งยืนกุมมือแม่อยู่ว่า “เราต้องพาภรรยาของคุณไปผ่าตัดด่วน เธอเสียเลือดไปมากจากอุบัติเหตุครั้งนี้” !!! ..

คำพูดนั้น ทำให้เจี๊ยบรู้ทันทีว่า เขาอาจจะไม่ได้เห็นหน้าแม่อีก ..

“เดี๋ยวครับ ขอเวลาให้ผมอยู่กับแม่สัก 1 นาที ได้โปรดให้ผมได้บอกแม่ว่า “ผมรักแม่ ” ให้ผมได้กอดแม่อีกสักครั้ง” เจี๊ยบร้องอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา … แต่ไม่มีใครฟัง

พยาบาลและบุรุษพยาบาลเข็นเตียงของแม่เข้าห้องผ่าตัด .. และหายไปในนั้นเป็นเวลานาน ก่อนที่แพทย์จะออกมาแจ้งข่าวร้ายว่า .. “แม่ของเจี๊ยบเสียชีวิตไประหว่างการผ่าตัด”

เจี๊ยบมารู้อีกในภายหลังว่า “รถคันที่แม่นั่งไปประสบอุบัติเหตุนั้น ไม่ใช่รถเมล์สายประจำไปบ้านยาย แต่เป็นรถสองแถวที่ขับโดยคนขับรถที่ขาดความรับผิดชอบ” คนๆนั้นอยากได้เงินมาก ๆ แต่ไม่สนใจความปลอดภัยของผู้โดยสาร แม่ของเจี๊ยบมาคนสุดท้ายจึงต้องนั่งเบียดอยู่นอกสุด และกระเด็นออกไปไกลเมื่อรถประสบอุบัติเหตุ …

พ่อโกรธคนขับรถมาก บอกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด .. แต่เจี๊ยบไม่โกรธคนขับรถเลย เขาโกรธและเกลียดตัวเอง .. เพิ่งเข้าใจว่าเวลา 1 นาทีที่เขาเคยขออย่างพร่ำเพรื่อนั้นมีค่ามากมายเพียงได .. เพราะ “1 นาทีที่ได้มาในวันนี้ต้องแลกกับเวลาทั้งหมดในชีวิตของแม่”

ถ้าเจี๊ยบตื่นทันทีที่แม่เรียก ถ้าเขาไม่ขอแค่ 1 นาทีเพื่อให้ได้นอนต่อ แม่ก็คงไม่ตกรถประจำทางจนต้องไปนั่งรถปิศาจคันนั้น .. กระทั่งถึงคราวที่เจี๊ยบต้องการเวลาจริงๆ เขากลับ “ไม่มีแม้เพียง 1 นาทีที่จะได้อยู่กับแม่” .. ไม่มีแม้เพียงวินาทีด้วยซ้ำไป … ไม่มีเลย (T ^ T)
______________________________________

* บทสรุปของผู้แต่ง
– เงยหน้ามองเข็มวินาทีอันเล็กๆ ที่เดินอยู่ในนาฬิกาสิ .. นั่นล่ะ คือ เวลาในชีวิตของเรา

ทันทีที่คุณคิดว่า “เดี๋ยว ขอเวลาอีกหน่อย” หรือ “เดี๋ยว เอาไว้ทำวันหลัง” .. รู้ไว้เลยว่า คุณกำลังสูญเสียสิ่งดีๆ ในชีวิตไปมากมาย .. คนที่ตื่นตั้งแต่เช้ามาทำงานย่อมทำงานได้มากกว่าคนนอนตื่นสายอย่างไม่ต้องสงสัย .. เด็กที่ทำการบ้านเสร็จมาจากโรงเรียนก็ได้วิ่งเล่นในตอนเย็นกับเพื่อนๆ อย่างเต็มที่ .. คนที่รู้คุณค่าของเวลามักได้เปรียบคนอื่นและเสียสิ่งดีๆ ในชีวิตไปน้อยมาก .. แน่นอนว่า ชีวิตของคนแบบนี้ย่อมเปรมไปด้วยความสุขสมหวัง

เข็มวินาทีเดินเร็วกว่าจังหวะการหายใจอีก .. ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้น มักมีอะไรเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และบางทีก็เกิดขึ้นเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน .. เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่า “พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร” แต่ถ้าวันนี้เราไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่พูดว่า “เดี๋ยว” และใช้เวลาอย่างคุ้มค่า .. ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร เราก็ไม่กลัวที่จะรับมือกับมัน .. และไม่ต้องตั้งคำถามที่ไร้ประโยชน์ในภายหลังว่า “เมื่อวานเรามัวทำอะไรอยู่” …
______________________________________

__/\__ ขอขอบคุณ “ชุดหนังสือนิทานสีขาวของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา” .

10 แนวคิดธุรกิจ จาก 10 สุด ยอดนักธุรกิจไทย

มาตรฐาน

10 แนวคิดธุรกิจ จาก 10 สุด ยอดนักธุรกิจไทย

?????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????

1.  ในโลกนี้ไม่มีคนไหนเก่ง ไปตลอดกาล วันนี้คุณอาจ เก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่ง กว่าคุณ…เพราะฉะนั้นคนใด ก็ตามที่ภูมิใจว่า “ตนเองเก่ง”
จงจำเอาไว้ได้เลยว่า…. ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้ว ความโง่คืบคลานมา ใกล้ตัวคุณแล้ว
“ธนินท์ เจียรวนนท์”

2.  ผมพร้อมที่จะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า แต่…ถ้าวันใดที่เขื่อนนั้นเปราะบาง และโอกาสแห่งการสำแดง พลังมาถึงผมก็พร้อมจะกลาย เป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้นแม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่ง ผมเคยสยบยอมก็ตาม
“เจริญ สิริวัฒนภักดี”

3.  ผมจะก้าวหน้าไปสักก้าว ก็ต้องเจออะไรมากระทบ แต่เราก็พยายามที่จะก้าวใหม่ แบงค์กรุงเทพฯ เคยถูกกระทบตลอดเวลาและไม่เคย ท้อถอย
“ชาตรี โสภณพนิช”

4.  กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร  ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือและก็ไม่แต่ผมคนเดียวเท่านั้น ลูก ๆ ทุกคนก็ปฏิบัติ อย่างนี้
“บุญยสิทธิ์ โชควัฒนา”

5.  เมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม  หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่าง เป็นจริงเป็นจังด้วย
“ชัยยุทธ กรรณสูต”

6.  อย่าลืมว่า ในการประกอบธุรกิจ เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วย และเก่งกับเฮง ก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้  ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วยและเรื่องนี้ผมก็สอนลูกๆ ผมอยู่เสมอ
“อุเทน เตชะไพบูลย์”

7.  ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ  คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆอย่างเป็นจริงเป็นจัง  แต่ถ้าคุณไม่ อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงมากเช่นกัน
“อนันต์ กาญจนพาสน์”

8.  จงเดินไปหาภูเขา  อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา  เราต้องเดินไปหาลูกค้า  อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา
“พรเทพ พรประภา”

9.  มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด ดีที่สุด หรือแม้แต่เลวที่สุด  เพราะคนที่ดีที่สุด และเลวที่สุด ได้ตายจากโลกนี้ไปนานแล้ว  คนที่เหลืออยู่จึง เป็นเพียงชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียวเหมือนกัน
“ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ”

10.  หลักในการบริหารงาน 3 ประการ
1. ต้องลับคมอยู่เสมอ
2. ไม่กลัวงาน เมื่อคิดจะทำ อะไรต้องทำทันที
3. ต้องรักษาคำพูด
“คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย”

ไม่ว่าแนวคิดธุรกิจใดที่ว่าดีที่สุดจะไม่มีทางสำเร็จเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่ลงมือทำ

img004 copy of 2.3 copy of 2.4

กล้วยไม้ไม่โกรธ

มาตรฐาน

copy of 2.3

หลวงพ่อรูปหนึ่งปลูกกล้วยไม้กระถางหนึ่งด้วยความทะนุถนอม กล้วยไม้ก็แข็งแรง สวยงามยิ่งนัก…
วันหนึ่ง หลวงพ่อต้องออกไปธุระหลายวัน เลยฝากเณรน้อยให้ช่วยดูแล เณรน้อยก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี กล้วยไม้ก็ยิ่งงอกงามด้วยดี..
วันหนึ่ง เณรน้อยต้องออกไปธุระ ก่อนออกไปได้เอากระถางไปวางตากแดดริมหน้าต่าง หลังจากนั้น เกิดพายุอย่างไม่คาดคิด พัดเอากระถางตกลงบนพื้นแตกกระจาย ต้นกล้วยไม้หักเละ เณรน้อยกลับมาเห็นตกใจและเสียใจมาก และยังกลัวถูกหลวงพ่อตำหนิด้วย…
เมื่อหลวงพ่อกลับมา เณรน้อยก็บอกเล่าตามจริง เตรียมตัวเตรียมใจรับการถูกดุด่า แต่หลวงพ่อกลับไม่ได้ว่าอะไร ทำให้เณรน้อยประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะหลวงพ่อรักกล้วยไม้กระถางนี้มาก…
หลวงพ่อเพียงยิ้มๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าปลูกกล้วยไม้ ไม่ได้เพื่อไว้โกรธนะ”  คำง่ายๆ กลับกลายเป็นสัจธรรมปลดปล่อยวาง…
คนเราทำงาน ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน…
คนเรารักกันก็ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน…
สิ่งที่ให้ไปแล้ว เมื่อเอากลับมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องโทษใครหรือเสียใจ…
ตอนมีต้องใส่ใจ ตอนเสียไปให้ปลดปลง ใจไม่ติดค้างใครก็พอแล้ว…

copy of 2.3

ถ้าคุณแค้น ชีวิตก็เต็มไปด้วยความแค้น…
ถ้าคุณนึกขอบคุณ ที่ใดๆก็เต็มไปด้วยเรื่องที่น่าขอบคุณ…
ถ้าคุณเติบกล้า การงานก็จะก้าวหน้า…
ไม่ใช่โลกนี้เลือกคุณ แต่คุณเป็นคนเลือกโลกใบนี้…
ฉะนั้น… ใจกว้าง และเมตตา อุเบกขา ปลดปล่อยวาง แค่นี้ ก็สุขละ

Copy of 2.2 copy of 2.1