AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

Robin Hood

  หนังสืออ่านนอกเวลา ROBIN HOOD

ผู้แต่ง :  Stephen Colbourn

สำนักพิมพ์ : MacMillan Readers

Vocabulary

  1. OUTLAW เอ้า-ลอ – a criminal, espacially one who moves from place to place to avoid being caught – คนที่ทำผิดกฎหมาย
  2. SHERIFF เชอ-รีฟ – The king’s or Queen’s representative in a countray – นายอำเภอ
  3. INVADED  (to invade) อิน-เวท -to send an army into another country to take control of it  – บุกรุก
  4. COMMON คอม-มอน – ordinary, with no special status or rank – สามัญชน  ทั่วไป
  5. DEER – a large brown animal with long then legs – กวาง
  6. BARON – a powerful man.  The King gave land and titles to his best knights and they becom barons – คนทีมีอำนาจ ขุนนาง
  7. ARCHER อา-เช่อ – someone who shoots arrows from a bow(คันธนู)   – ผู้ยิงธนู 
  8. KNIGHT ไน้ฟ – a man of high social class who wore armour and carried a sword.  He fought for the King –  อัศวิน
  9. CONTEST คอน-เทส – a competition where people’s skill or talents(ผู้มีความสามารถพิเศษ) is tested  – ร่วมแข่งขัน
  10. CROWN คาว – a coin from a money systemused in the past in the UK and some other countries.  There were eight half crown in a pound – เหรียญเงินของอังกฤษสมัยก่อน  8 ½ คราว = 1 ปอนด์
  11. COMPETE  (to compete) คอม-พีท  – to try to win a competition – แข่งขัน
  12. TARGET ทา-เก็ด – an object that you have to hit in a game or sport – เป้า
  13. PACES เพส –  a way of measuring distance.  A pace is the length of a single step when you walk – วัดระยะทางโดยการก้าวเดิน
  14. CLEARING – an area in a forest where there are no trees or bushes – ที่โล่ง
  15. ALE แอล – an old world for beer  – คำเดิมที่ใช้เรียกเบียร์  (เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ทำจากข้าวมอลต์)
  16. AIM เอม – a point a gun or another object at something you want to hit – เป้า  การเล็ง 
  17. REALIZE  (to realize) ลี-อะ-ไร้ – to know and understand something – เข้าใจ  รู้ ตระหนัก
  18. BARBER – a man who cuts hair and shaves men’s face
  19. SHIELD ชีล – an object that soldiers carried in the past to protect themselves from being hit by arrows and others weapons โล่
  20. SLOPE  สโลบ – a straight surface that has one end higher than the other – พื้นลาดเอียง
  21. HORN – from the head of a bull.  If you blow through a horn it makes a noice.  เขาวัว
  22. BROAD – wide – กว้าง
  23. OX – a large type of cown used on farms for pulling or carrying things – วัว
  24. ABBOT แอ๊บ-บอท – a powerful churchman who is in charge of a religious house call “an abbey”(วัด โบสถ์) – เจ้าอาวาส
  25. ABBEY แอ๊บ-บี้ – a large church with buidling connected to it – วัด โบสถ์
  26. RAZOR เร-ซอ – a small tool or piece of electrical equipment used for shaving (=removing hair from your skin) – มีดโกน
  27. MONK – a religious man who lived in a religious houses called a monastery or abbey – พระ
  28. WHIPPED (to whip) วูป– a long thin piece of leather used to hit men and horses – แส้
  29. MILLER มิล-เล่อ – someone who owns or works in a mill where grain is made into four – เจ้าของโรงสี(ข้าว)
  30. SURROUNDED (to surround) – to be all around or on all sides of someone or something – ล้อมรอบ  โอบล้อม
  31. BOWED (to bow) บาว – to bend your body forwards from the waist, especially to show respect fro someone – โค้งคำนับ
  32. JUSTICE จัส-ตีส – treatment of people that is fair and right – ผู้พิพากษา ความยุติธรรม  ความถูกต้อง
  33. HARVEST TIME ฮา-เวท – Early August  – the time when a crop (corn, fruit, etc.) is collected – ช่วงเก็บผลผลิต (ต้นสิงหาคม)
  34. DISGUISE (to disguise) ดีส-กาย –  to make changes in the way someone looks so that other people will not recognize them ปลอมตัว
  35. STEWARD สจ๊วต – someone who helps to organize people at any event  – คนรับใช้  ผู้ให้บริการ/ดูแลบนเครืองบิน
  36. HOOD ฮูด – the part of coat or jacket that covers your head – หมวกที่ติดอยู่กับเสื้อ ผ้าคลุมไหล่
  37. ROUND – a game or a series of games in a competition – รอบการแข่งขัน
  38. HARP ฮาบ – a musical instrument with strings – พิณ
  39. MINSTREL มิส-ทัล – a travelling musician and singer –  นักร้อง(ในยุคกลางผู้ที่ร้องเพลงหรือท่องบทกวีไปด้วย)
  40. SUPPER ซัป-เป่อร์ – the last main meal of the day, usually an informal meal that you eat at home.  It is also call dinner.   อาหารเย็น อาหารมื้อสุดท้ายของวัน
  41. FRIAR ไฟ้-เอ่อ– a travelling priest or religious man – นักบวชในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก
  42. BISHOP – a senior priest who is responsible for all the churches in an area – หัวหน้าบาทหลวง,สังฆนายก
  43. PAWNED (to pawn) พอน – to give something valuable to someone, temporarily, so that you can borrow some money from them – จำนำ  (เอาของมีค่าไปวางไว้เพื่อยืมเงินจากผู้อื่น)
  44. WOUNDED (to wound) วอน – hurt or injured – บาดแผล บาดเจ็บ
  45. KNELT (to kneel) เน้ล – to put one or both knees on the ground – กิริยาช่องที่ 2,3 ของ kneel=การคุกเข่า การนั่งโดยวิธีย่อเข่าลงให้ติดพื้น แล้วหย่อนก้นลงบนส้นเท้า

คำนำ A Note About This Story

            โรบินฮู้ดเป็นเรื่องเก่าแก่ เป็นเรื่องราวของชาวบ้านที่เล่าปากต่อปากและประพฤติสืบกันมาหลายชั่วอายุคน (Folk Stories – stories which people have told to each other over the last 800 years. Children heard the stories from their parents and then they told them to their own children.)

            Robon Hood เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนนอกกฎหมาย (outlaw) ที่อาศัยอยู่ในป่าเชอร์วูด (Sherwood)  เรื่องของเขาได้ถูกนำมาเล่าขานและเขียนเป็นนิยาย จากนั้นก็แต่งเป็นบทเพลง บทกลอน และบทละครทีวี บทละครเวที และภาพยนตร์

            Robin Hood ไม่มีตัวตนจริง แต่มีบุคคลอื่นในเรื่องนี้ที่ในประวัติศาสตร์จริง เช่น พระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 (King Henry II),  พระเจ้าริชชาร์ด (King Richard) และ นายอำเภอแห่งน็อตติ่งแฮม (Sheriff of Nottingham) รวมถึงป่าเชอร์วูด (Sherwood Forest).

            Robin Hood เกิดในเมืองล็อกเล่ย์ เมืองเล็กๆใกล้น็อตติ่งแฮม (Locksley near Nottingham) เขาเกิดระหว่างปี ค.ศ. 1160-1170 ซึ่งเป็นช่วงของ King Henry II.    ในขณะนั้นกษัตริย์ของอังกฤษไมใช่คนอังกฤษ แต่มาจาก นอร์แมนดี ซึ่งอยู่ทางเหนือของฝรั่งเศส (Normandy in northern France)   The Normandy รุกราน (invaded) อังกฤษในปีค.ศ. 1066  ประมาณ 2 ศตวรรษครึ่งที่กษัตริย์ของอังกฤษไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่พูดภาษานอร์แมน (Norman French)

            พระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินในฝรั่งเศสมากกว่าที่เขามีในอังกฤษ  เขาต่อสู้ในสงครามหลายครั้งเพื่อจะเป็นกษัตริย์ของฝรั่งเศสและอังกฤษ  พระเจ้าเฮนรี่ที 2 ต้องการเงินและทหารเพื่อการทำสงคราม  เขาทำให้เงินเพิ่มขึ้นโดยการเก็บขึ้นภาษีสามัญชนชาวอังกฤษ

            คนนอร์แมน ออกกฎหมายสำหรับคนนอร์แมน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ อยุติธรรมมาก  คนนอแมนไม่สนใจคนอังกฤษ เพราะคนอังกฤษไม่มีสิทธิ (no rights)  คนอังกฤษต้องทำงานในฟาร์มซึ่งเป็นของคนนอร์แมน พวกเขาต้องปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เพื่อคนนอร์แมน

            มีผืนป่าใหญ่ในอังกฤษหลายแห่งที่กษัตริย์ชอบใช้ในการล่ากวาง โดยคนอังกฤษไม่ได้รับอนุญาตให้ล่ากวาง ตัดต้นไม้ หรือ อาศัยอยู่ในป่าของพระองค์

            ถ้าคนอังกฤษเอาฟืนที่ได้จากป่าเขาจะถูกตัดหูทิ้ง  ถ้าคนอังกฤษล่าสัตว์เล็กในป่าเขาจะถูกตัดนิ้วทิ้ง ถ้าเขาล่ากวางเขาจะตาบอดหรือถูกแขวนคอ

            สำหรับคนอังกฤษ พวกขุนนางนอร์แมและพระในวัด เปรียบเสมือนขโมยหรือโจร  Robin Hood เป็นวีรบุรุษ (hero) ของพวกเขา เพราะเขาไม่สนใจกฏหมายบ้านเมือง (king’s laws)  Robin Hood จับกวางของพระองค์  ปล้นคนของพระองค์ และเขานำเงินเหล่านั้นมาให้คนจนหรือคนที่ต้องการเงิน

            King Henry II ตาย,   Richard ลูกชายคนโตของของพระองค์ได้ขึ้นเป็นกษัตรย์ของอังกฤษ  แต่ King Richard ไม่ได้อยู่ในอังกฤษมากนัก พระองค์เสด็จไปปาเลสไตน์ (Palestine) เพื่อต่อสู้กับพวกซาลาดิน (Saladin) ซึ่งเป็นผู้นำของทหารมุสลิม (Muslim army)  King Richard ต้องการยึดครองเมืองเยรูซาเล็ม (Jerusalem) แต่เขาทำไม่สำเร็จ

            ขณะที่ King Richard ไปปาเลนไตน์   Queen Eleanor พระราชมารดา และ Prince John น้องชายของพระองค์

ไปปกครองอังกฤษ (rule = ปกครอง) และเจ้าชายจอห์นก็ขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่อ King Richard ตาย

Archery  (อา-เช่อ) การยิงธนู

            Robin Hood เป็นนักยิงธนูที่มีชื่อเสียงที่สุดของอังกฤษ เขาสามารถยิงธนูจากคันธนูได้ไกลกว่าใครทั้งหมด

            เด็กหนุ่มในอังกฤษฝึกการต่อสู้และการยิงธนูทุกสัปดาห์  เพราะมันเป็นกฏหมาย  พระเจ้าแผ่นดินต้องการนักธนูสำหรับสงครามของพระองค์  เขาให้รางวัลกับนักธนูที่เก่งที่สุด ทุกเมืองจะจัดสถานที่พิเศษสำหรับฝึกหัดยิงธนู  เด็กหนุ่มทุกคนต้องฝึกการต่อสู้ด้วยไม้พลองยาว (long pole) ซึ่งเรียกว่า “quarter staffs

            กฏหมายระบุให้คนนอร์แมนเท่านั้นที่สามารถมีดาบได้  อาวุธของโรบินฮู้ด คือ คันธนูและลูกธนุ (bow and arrow)

 และไม้พลอง (quarter-staff) ซึ่งเป็นอาวุธธรรมดาที่คนอังกฤษสามารถมีได้  แต่..พวกนอกกฎหมายในเรื่องนี้ รวมถึงโรบินฮู้ด มีดาบ (sword) เพราะพวกเขาใช้ชีวิตนอกกฎหมาย

บทที่ 1 Robin of Lockley   โรบินแห่งล็อกเล่ย์

            โรบินฮู้ด เกิดในเมืองล็อกเล่ย์ (Locksley in Nothinghamshire) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆในน็อตติ้งแฮมเชีย   บ้านเรือนใน Locksley ทำจากไม้ บ้านเรือนสกปรกเต็มไปด้วยฝุ่นควันคล้ายหมู่บ้านอื่นในอังกฤษ

            พ่อของโรบิน เป็นเจ้าของฟาร์มเล็กๆ ซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนัก ชีวิตความอยู่เป็นไปอย่างแล้งแค้น  เดิมทีครอบครัวของโรบินไม่ยากจน ปู่ของเขาเป็นอัศวิน (knight)  และมีที่ดินมากมายรอบเมือง Locksley แต่ภายหลักได้ถูกนายอำเภอยึดที่ดินไปเพราะไม่มีเงินจ่ายภาษี

            โรบิน ทำงานในฟาร์มของพ่อเขา เขาตัวโตแข็งแรง มีผมสีทอง และหล่อมาก (fair-haired  and handsome)  โรบิน ชอบฝึกยินธนูในฟาร์ม และเขาเป็นนักแม่นธนู มีชาวบ้านมาดูโรบินยิงธนูด้วยคันธนูยาวของเขา และหนึ่งในนั้นคือ Maid Marian (เมด แมเลี่ยน)  ลูกสาวของอัศวินใน Locksley เธอสวยและมีผมสีบรอนยาว  โรบินและMaid Marian ชอบมองหน้ากันบ่อยๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มพบความลับนั้น และในไม่ช้าพวกเขาก็ตกหลุมรักกันและกัน

            ในขณะนั้นกษัตรย์ต้องการนักยิงธนูเพื่อกองทัพของเขา  เขาสั่งให้ชายหนุ่มทุกคนในอังกฤษฝึกการยิงธนู 

            ทุกปีจะมีการแข่งขันยิงธนูในอังกฤษ ในเมืองเล็กๆ ผู้ชนะจะได้อาหารและเครื่องดื่มเป็นรางวัล   ในเมืองใหญ่ๆ ผู้ที่ชนะจะได้เงินเป็นรางวัล  หนึ่งในสนามแข่งขันยิงธนูที่ยิ่งใหญ่จัดขึ้นที่น็อตติ้งแฮม  (Notthingham) ทุกปีกษัตริย์จะมอบเหรียญทอง 100 crowns ให้แก่ผู้ชนะการแข่งขันซึ่งมันเป็นเงินจำนวนมาก  นักยิงธนูจากทั่วอังกฤษจึงเดินทางมาแข่งขันกันที่นี่

            เมื่อโรบินอายุครบ 18 ปี เขาตัดสินใจพูดกับพ่อเขาเรื่องการเข้าร่วมแข่งขันที่น็อตติ้งแฮม (Notthingham) “พ่อโปรดให้ผมไป Notthingham ผมโตพอที่จะเข้าร่วมการแข่งขันได้แล้ว ผมเป็นนักยิงธนูที่เก่งที่สุดใน Locksley ผมสามารถยิงธนูเข้าเป้าหมายได้ในระยะ 500 ก้าว (paces) และ โปรดให้ผมไปแข่งยิงธนูที่ Nothingham ผมแน่ใจว่าจะชนะ”

            พ่อเงียบไปพักหนึ่ง และตอบเขาว่า “ลูกยิงธนูได้ดี แต่กษัตริย์และนายอำเภอต้องการนักธนูเพื่อสงคราม อย่างไมเลยโรบิน อยู่ที่ Locksley และเป็นชาวนาอย่างพ่อ มันเป็นชีวิตที่ไม่เลวนัก”

            “แต่ผมต้องการเห็นโลกกว้าง ผมไม่เคยไป Nothingham และผมอาจชนะได้เหรียญทอง 100 crowns ด้วยเงินจำนวนนี้เรสามารถซื้อที่ดิน และผมสามารถขอ Maid Marian แต่งงานกับผมได้”

            “ลูกอาจชนะการแข่งขัน แต่ครอบครัวของ Maid Marian ก็ยังคงไม่ให้ลูกแต่งงานกับเธอ พวกเขาต้องการให้ลูกสาวของเขาแต่งงานกับอัศวิน ไม่ใช่ชาวนา”

            “แต่พ่อของพ่อ (ปู่) ก็เป็นอัศวิน และท่านก็เป็นเจ้าของที่ดินใน Huntingdon และ Locksley”

            “แต่มันผ่านมา 20 ปีแล้ว นายอำเภอเอาที่ดินส่วนใหญ่ของเราไปเมื่อพ่อไม่สามรถจ่ายภาษีได้ ตอนนี้เรายากจนและไม่มีใครสามารถเอาอะไรไปจากเราได้อีก”

            “เราจน แต่เราซื่อสัตย์  ผมเชื่อว่า Maid Marian จะแต่งงานกับผมเพื่อความรักของเรา”

             “อย่าพูดถึงความรักและความซื่อสัตย์” พ่อพูดด้วยความโกรธ “ไม่มีความรักและความซื่อสัตย์ในอังกฤษ  คนรวย รวยยิ่งขึ้นในขณะที่คนจนก็จนลงเรื่อยๆ คนรวยเป็นคนออกกฎหมาย คนจนเป็นคนเสียภาษี”

            แต่โรบินได้ตัดสินใจที่จะเข้าแข่งขันในครั้งนี้  “พ่อ ผมต้องไป Nothingham ผมมั่นใจว่าผมจะได้เงินรางวัลจากนายอำเภอ บางที Maid Marian จะยอมแต่งงานกับผม และเราจะไม่จนอีกต่อไป

            “ถ้าก็ไป  ลูกได้เห็นโลกใบเล็กแห่งนี้แล้ว และพ่อขอให้เจ้าเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย ไปกับพระเจ้าและพระองค์จะปกป้องลูก  แต่…ลูกจงตรงไปที่นั่นและกลับมาโดยไม่แวะทีไหนเช่นกัน อย่าหยุดแวะตามทาง”

 

บทที่ 2  How Robin Hood Become an Outlaw โรบินเป็นพวกนอกกฏหมายได้อย่างไร

Robin เริ่มออกเดินทาง (set off) ไป Nottingham พร้อมกับคันธนูยาวและลูกธนูของเขา  มันเป็นเช้าเดือนมิถุนายนที่อากาศดีมาก ทุ่งนาเป็นสีเขียว  เขาเป็นเด็กหนุ่มอายุน้อยที่แข็งแรง เขาได้สัมผัสกับโลกใหม่ เขาเดินร้องเพลงไปตามถนน ในนานเขาก็มาถึงป่าเชอร์วูด (Sherwood Forest) 

ป่า Sherwood เป็นป่าเก่าแก่ที่กว้างใหญ่ล้อมรอบไปด้วยต้นโอ๊คยักษ์ ที่มีแสงแดดส่องผ่านใบและกิ่งก้านไปยังถนน 

            โรบิน รู้ว่าในป่ามีเจ้าหน้าซึ่งเรียกว่า Forester  พวกเขาดูแลต้นไม้และกวางของนายอำเภอและกษัตริย์ ไม่มีใครสามาถตัดไม้หรือยิงกวางในป่า Sherwood ได้ 

            เมื่อโรบิน เดินมาถึงที่โล่ง (clearing) มีผู้ชายราว 15 คน กำลังกินพายเนื้อและดื่มเหล้าแอล (ale) จากถัง พวกเขาเป็นคนของเจ้าหน้าที่ป่าของนายอำเภอ เพราะเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีเขียวซึ่งเรียกว่า “Lindoln green”          

            พวกเขาได้ยินเสียงคนเดินจึงมองมาที่โรบิน   ชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างใหญ่โตและดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มถามโรบินว่า “เจ้าหนุ่มจะไปไหน?”  ทั้งที่พายไก่ยังอยู่เต็มปาก

            “ผมจะไป Notthingham เพื่อแข่งขันยิงธนู” 

            พวก forester หัวเราะแล้วพูดว่า “เจ้าหนุ่มต้องการเข้าแข่งขันยิงธนู, แล้วจะใช้อะไรยิง, เจ้าหนุ่มจะยิงด้วยคันธนูราคาถูกๆ และลูกธนูเก่าๆ นี้หรือ?  คนที่เข้าแข่งขันเขาใช้ธนูและลูกธนูจริง”

            “คันธนูของผมเป็นคันธนูที่ดีเหมือนของคุณ และผมสามารถยิงได้ไกลและตรงเป้ามากว่าคุณ”

            “เธอทำได้จริงหรือ?  เธอยิงกวางในฝูงที่อยู่ตรงนั้นได้ไหม”   Forester ชี้ไปที่ฝูงกวาง ซึ่งยากที่จะมองเห็นเพราะมันอยู่ไกลราว 500 ก้าว(paces) และถูกบังด้วยต้นไม้

            “ได้” 

            “ฝูงกวางอยู่ไกลเกินไป  ฉันมันใจว่าพวกมันจะปลอดภัย เจ้าหนุ่มต้องยิงพลาด แล้วเราจะเต๊ะเขาออกไปจาก Nottingham”   Forester คนหนึ่งพูด

            โรบินดึงคันธนูออกจากด้านหลังของเขา แล้วโก่งคันธนู และเล็งไปที่เป้า เมื่อเขาปล่อยลูกธนูเสียงของมันบินตรงไปที่กวาง  กวางตัวใหญ่กระโดดและตกลงมาที่พื้น ลูกธนูปักอยู่ที่คอของมัน

            “เขายิงกวางของกษัตริย์  เขาจะต้องถูกลงโทษสำหรับการกระทำนี้ นายอำเภอเป็นญาติกับฉัน ฉันจะพาเธอไปพบเขา เขาจะตัดหูและนิ้วของเธอ เธอจะไม่ได้ยิงคันธนูอีก”

            “ปล่อยผม” ว่าแล้วโรบิน ฏ้วิ่งเข้าไปในป่าโดยไม่เหลียวกลับมามอง  พวก foresters กินและดื่มมาก พวกเขาไม่สามารถวิ่งได้เร็วเท่าโรบิน   “ฉันจะหยุดเขา”  หัวหน้าของพวกเขาพูด และเขาก็ยิงธนูไปที่หลังของโรบิน แต่การเล็งเป้า (aim) ของเขาแย่มาก ลูกธนูบินเฉียดหูของเขาไปที่ต้นไป

            โรบิน หันกลับมาด้วยความโกรธ ก่อนที่ forester จะยิงธนูอีกครั้ง โรบินก็ยิงธนูและลูกธนูปักถูกอกของ forester  เลือดไหลออกมาเต็มเสื้อ Lincole green shirt เขาร้องและล้มลง  โรบิน หันกลับและหายเข้าไปในป่า

            พวก foresters นำคนที่ตายกลับไปที่ Nottingham และเล่าให้นายอำเภอฟังถึงเรื่องทีเกิดขึ้น นายอำเภอโกรธมากและบอกกับพวกเขาว่า “มันเกิดขึ้นได้ยังไง   ต้องจับฆาตกรที่ฆ่าญาติของฉันมาแขวนคอ”  

            ดังนั้น foresters จึงออกค้นหานอกป่า Sherwood ไปสอบถามชาวเมืองว่า “ใครคือเด็กหนุ่มคนนั้น คนที่สามารถยิงกวางจากระยะ 500 ก้าว(paces) ได้”

            ชาวเมือง Locksley รู้ว่ามีเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวที่สามาถยิงกวางที่ระยะ 500 ก้าว (paces) ได้  และในไม่ช้านายอำเภอก็ได้รู้ว่าชื่อของเขาคือ Robin Hood

            “ฉันจะให้เหรียญทอง 100 crown สำหรับคนที่จับ โรบินฮู้ดมาได้  เพราะเขาฆ่า King’s Forester and King’s deer เขาทำผิดกฎหมาย นำโรบินฮู้ด แห่ง Locksley ไม่ว่ามีชีวิตหรือตาย มาให้ทางการ”

 

บทที่ 3  The Outlaws of Sherwood Forest

            โรบินฮู้ดวิ่งหนีเข้าไปในป่า เขาวิ่งจนไม่สามารถจะวิ่งต่อได้อีก  โรบินพูดกับตัวเองว่า “ฉันอยากให้พวก forester ไม่เคยพูดกับฉันมาก่อน หรือ ฉันหวังว่าฉันจะเดินผ่านป่าไปทางอื่น”

            แต่อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว มันผ่านไปแล้ว (แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้) ตอนนนี้โรบินเป็นพวกนอกกฎหมาย เขาไม่สามารถกลับบ้าน พบพ่อของเขา หรือ Maid Marian อีกครั้ง ตอนนี้เขาต้องหลบซ่อนอยู่ในป่าและใช้ชีวิตเหมือนสัตว์

            ในไม่ช้าโรบินก็ตระหนักว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในป่า มีคนอื่นอยู่ที่นี่เช่นกัน  คนแรกที่โรบินพบ คือ Will Stutely

Will Stutely  เป็นชายผมมีตาคม  เขาเล่าให้โรบินฟังว่า “ฉันเป็นช่างตัดผม ฉันเคยโกนเคราให้อัศวินชาว Norman

วันหนึ่งฉันตัดคอและเขาตาย ตอนนี้ฉันคนที่ทางการต้องการ  (I am a wanted man)

            ในไม่ช้าก็มีคนมาร่วมกับพวกเขา  ชายบางคนอยู่ในป่าเพราะไม่มีเงินจ่ายภาษี บางคนฆ่ากวางของกษัตริย์ในฤดูหนาวเพราะพวกเขาไม่มีอาหารเลี้ยงครอบครัว พวกเขาเป็นคนนอกกฎหมาย พวกเขามาที่ป่า Sherwood เพื่อหลบซ่อนตัวจากทหารของกษัตริย์

            ป่า Sherwood เป็นที่ที่พวกนอกกฎหมายจะหลบซ่อน เพราะป่า Sherwood มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ในฤดูร้อน เวลาตอนกลางวันจะยาวนานและอบอุ่น  มีกวางให้ล่าและปลาในแม่น้ำให้จับกิน  มีไม้แห้งไว้ทำฟืนก่อกองไฟ มีลูกนัทและผลเบอร์รี่ให้กิน มีข้าวโพดป่าในทุ่งโล่งบริเวณชายป่า

            ตอนนี้มีพวกนอกกฎหมายมากกว่า 15 คน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์   พวกเขาใส่เสื้อ coat of Lincoln green (เสื้อลินคอนกรีน) ที่ขโมยมาจากเจ้าหน้าที่ดูแลป่าของกษัตริย์ เสื้อสีเขียวช่วยพลางตัวได้ดีในป่า

            โรบิน พูดว่า “นายอำเภอปล้น (rob) สามัญชน (orginary people) ด้วยการเก็บภาษีสูง,  พวกเราควรจะปล้น (rob) นายอำเภอกลับบ้าง  แต่…เราจะไม่ปล้นเขาเพราะอยากรวย ..เราจะปล้นคนรวยเพื่อเอาไปให้คนจน  เราจะไม่ทำร้ายผู้หญิง เด็ก และคนซื่อสัตย์,  เราจะทำสิ่งผิดให้ถูก  เราสามารถนำความหวังมาสู่ประชาชน  เราอยู่นอกกฏหมายเพราะกฏหมายมีไว้สำหรับคนรวยเท่านั้น เราจะต่อสู้กับพวกรวยและความอยุติธรรม”

……………………

            โรบินและพวกนอกกฎหมายจะย้ายไปยังส่วนต่างๆของป่าทุกวัน พวกเขารู้ว่าคนของนายอำเภอเข้ามาในป่าเพื่อตามจับพวกเขา  คนของนายอำเภอต้องการเงินรางวัล  คนที่จับโรบินฮุ้ได้ไม่ว่าเป็นหรือตายจะได้เหรียญทอง 100 crowns

            “เราไม่สามารถดำเนินชีวิตเช่นนี้ต่อไป  เราไม่สามารถวิ่งหนีพวกของนายอำเภอได้ตลอด  เราควรหยุดและต่อสู้” โรบินบอกกับพวกนอกกฏหมาย

            Will Stutely พูดว่า  “แต่..เราสู้พวกนั้นไม่ได้ เรามีแค่ธนู มีด และไม้พลอง(quarter-staff)   ในขณะที่คนของนายอำเภอมีดาบ โล่(shield)  และหน้าไม้ (crossbows)  พวกเขามีจำนวนอาวุธและคนมากกว่าพวกเรา”

            “เราจะไม่สู้กับพวกเขาทั้งหมดในเวลาเดียวกัน แต่…เราจะสู้กับพวกเขาทีละน้อยในแต่ละครั้ง (สู้แบบกองโจร) เราต้องหาที่สถานที่ที่คนของนายอำเภอหาเราไม่พบ อีกไม่กี่อาทิตย์จะเข้าฤดูใบไม้ร่วง (autumn) ใบไม้ในป่าจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและร่วงหล่นจากต้น เวลากลางวันจะสั้นและหนาว เราต้องการอาหารสำหรับฤดูหนาว เราต้องต่อสู้กับอากาศหนาวเย็น และคนของนายอำเภอแห่ง Nottingham”

            ดังนั้นพวกนอกฏหมาย (outlaw) จึงแบ่งเป็นกลุ่มๆ กระจายกันเข้าไปในป่าลึกเพื่อหาสถานที่ซึ่งไม่มีใครสามารถหาพวกเขาพบ

            โรบิน ออกค้นหาในป่าเพียงลำพัง เขาเดินไปตามทาง ข้ามแม่น้ำ ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงบริเวณที่แสงแดดส่องมาไม่ถึง ที่นี่ต้นไม้และพุ่มไม้สูงและหนา คล้ายว่าเป็นแนวกำแพงสีเขียวเข้ม  เขาเดินตามแนวกำแพงต้นไม่นี้ไปจนกระทั่งเจอทางแคบๆ ที่นำเขาไปสู่พุ่มไม้หนาทึบ  โรบินเดินต่อไปตามทางอีกหลายนาทีจนกระทั่งมันนำเข้าไปยังทุ่งโล่ง

            ทุ่งโล่งนี้ไม่เปียกชื้น (damp) หรือมืด แต่มันเป็นสถานที่ที่สว่างและอากาศดี  มันอยู่บนเนินสูง (high slope) ที่มีดอกกุหลาบอยู่บนต้น  บริเวณขอบ (edge) เนินสุงมีก้อนหินล้อมรอบเป็นวงแหวนขนาดใหญ่  บนยอดของเนินสูงนี้มีต้นโอ๊คตายซากที่มีกิ่งหักอยู่ต้นหนึ่ง 

โรบินเดินขึ้นไปบนเนิน มีรอยแตก (crack) ที่ด้านหนึ่งของลำต้น และในรอยแตกนั้นโพรง (hollow)  โรบินเห็นอะไรสะท้อนแสงอยู่ข้างในรอยแตกนั้น  เขาจึงยื่นมือเข้าไปในโพรงและดึงแปร (horn) ออกมา  แตรทำด้วยกระดูกสัตว์และโลหะสีขาว มันเป็น Hunting Horn ใช้เป่าเวลาล่าสัตว์

เมื่อโรบินเป่าแตรเสียงดัง  ทันใดนั้นต้นไม้และพุ่มไม้เอนลู่ เหมือนกับถูกลมแรงพัดผ่านจนลู่ลม เสียงดังและแจ่มชัดมาก  เสียงแตรผ่านป่าราวกับโรบินเรียกพวกนอกกฏหมายให้มาพบเขา เขาเป่าแตรอีกครั้ง และอิกครั้ง

แม้นแต่พวกที่เดินไกลออกเข้าไปในป่าลึกก็ยังได้ยินเสียงแตรของเขา ทันทีที่ได้ยินเสียงแตร พวกเขาหยุดเดินและเริ่มเดินตามเสียงของแตรจนมาถึงทุ่งโล่งและต้นโอ๊ค  โรบินและพวกนอกกฎหมายพบบ้านใหม่ของพวกเขาแล้ว

 

บทที่ 4  Little John

พวกเขาทำที่พักชั่วคราว (camp) บริเวณทุ่งโล่ง ทางเดินแคบๆเป็นเส้นทางเดียวที่จะผ่านเข้ามาที่ camp ของพวกเขาได้  มันเป็นแนวป้องกันที่ดี

“พรุ่งนี้เราจะออกล่ากันอีก  แต่…ครั้งนี้เราจะไปล่าหาข่าว  เราต้องการข้อมูลเกี่ยวกับคนของนายอำเภอ  เราต้องการรู้ว่ามีใครเดินทางมาที่ Nottingham  จับตาดูอัศวิน และคนเก็บภาษี พวกเขาจะเดินทางช้า พวกเขามีเงินและอาวุธ เราจะรอต้อนรับพวกในป่า” โรบินบอกกับพวกนอกกฏหมาย

วันต่อไป โรบินเดินอยู่คนเดียวบริเวณชายป่า Sherwood  เขาเดินไปตามทางเดินจนถึงแม่น้ำมีท่อนไม้ทอดข้ามแม่น่ำไปยังอีกฝากเหมือนเป็นสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งข้ามได้ทีละคนเท่านั้น

ชายแปลกหน้าเดินมาจากฝั่งตรงข้ามเพียงคนเดียว ทั้งเขาและโรบินถือไม้พลอง เขาสูงใหญ่กว่าโรบิน เขาเป็นชายตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่โรบินเคยเห็นมาก่อน  (จากรูปหน้า 22)

“ให้ชายที่เจ๋งกว่าได้ข้ามไปก่อน”  ชายแปลกหน้าตะโกนพูดกับโรบิน  เขายิ้มให้โรบิน  เขาเป็นคนหน้าตาดีและมีความสุข   โรบินยิ้มตอบและพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น ฉันคงได้ผ่านก่อน เพราะฉันเป็นคนที่เจ๋งกว่า” 

“โอ๊ะ  เราจะได้เห็นกัน” ชายแปลกหน้าพูด และยกไม้พลองขึ้นด้วยมือทั้ง 2 ข้าง  เขาพร้อมสำหรับการต่อสู้  โรบินหยิบไม้พลองของตัวเองและก้าวขึ้นมาบนท่อนไม้ ชายแปลกหน้าก็ก้าวขึ้นมาอีกด้านของท่อนไม้และเริ่มต่อสู้กัน

โรบินสูงแต่ชายแปลกหน้าสูงกว่า โรบินตัวโตแต่ชายแปลกหน้าตัวโตกว่า พวกเขาแข็งแรงด้วยกันทั้งคู่ พวกเขาเดินหน้าถอยหลั้งสู้ก้นบนท่อนไม้แคบๆนั้น 

หลังจากเวลาไป ชายแปลกหน้าก็ตีอย่างแรงที่ข้างศีรษะของโรบินทำให้เขาตกลงไปในน้ำ และคนแปลกหน้าก็หัวเราะและพูดว่า “ตอนนี้คงรู้แล้วว่าใครคือคนที่เจ๋งที่สุด  ส่งมือมา  นายให้ฉันบทเรียนที่ดีกับฉันในวันนี้ แล้วเขาก็ช่วยดึงโรบินขึ้นมาจากน้ำ และมานั่งด้วยกันที่ริมน้ำ

“นายชื่ออะไร” โรบินถามชายแปลกหน้า

“John Little”

“เคยได้ยินชื่อโรบินฮู้ดไหม”

“แน่นอน ฉันเคยได้ยิน เขาเป็นพวกนอกกฎหมายที่อยู่ในป่าแห่งนี้ นายอำเภอต้องการตัวเขา แต่ฉันเกลียดพวกนายอำเภอ และฉันหวังว่าเขาจะจับโรบินฮู้ดไม่ได้”

“นายอยากมาร่วมกับโรบินฮู้ดและพวกของเขาไหม” โรบินถาม 

เขามองหน้าโรบินและถามว่า “นายเป็นใคร? ทำไมต้องการให้ฉันเป็นพวกนอกกฎหมาย”  โรบินไม่ได้ตอบคำถาม แต่เขากลับหยิบแตรจากเข็มขัดขึ้นมาเป่า 3 ครั้ง ไม่ช้าก็มีชายวิ่งมาจากป่า แม่น้ำ มายืนล้อมรอบตัวเขาและโรบิน

            “ฉันชื่อโรบินฮู้ด นี่คือคนของฉัน นายจะร่วมกับพวกเราไหม?”

            “ฉันเห็นคนรอบตัวท่าน แต่ฉันไม่รู้จักท่าน ฉันรู้จักโรบินฮู้ดและรู้ว่าเขาเป็นนักแม่นธนู แสดงให้ฉันเห็นสิว่าท่านสามารถยิงธนูได้เช่นนั้นแล้วฉันจะเชื่อท่าน”

            โรบิน หยิบธนูและลูกธนู แล้วถามว่า “บอกฉันมาว่า ท่านจะให้ฉันยิงอะไร?”  John Little มองดูรอบๆ และชี้ไปในป่า  “ท่านเห็นต้นไม้เล็กๆ นั่นไหม มันอยู่ห่างออกไป 500 ก้าว (five hundred paces)  และต้นไม่นั้นกว้างใหญ่ไม่ถึงฝ่ามือผู้ชาย ท่านสามารถยิงธนูไปที่ต้นไม้นั้นไหม?”

            “มันไม่ใช่เป้าที่ยิงได้ง่ายเลย นายเลือกเป้าได้ดีมาก”  ว่าแล้วโรบิน ก็ขึ้นสายธนู เล็งไปที่เป้าหมายและปล่อยลูกธนูไปที่ต้นไม้นั้น

            “คุณต้องเป็นโรบินฮู้ดแน่นอน ผมไม่ชอบนายอำเภอและพวกของเขาที่เก็บภาษีจากชาวบ้านธรรมดาๆ (common people)  ตกลงผมจะร่วมกับคุณและคนของคุณ”   โรบิน ยิ้มกับชายร่างใหญ่คนนั้น และหัวเราะเสียงดัง “เราต้องฉลองกันเสียหน่อยแล้ว ยินดีต้อนรับสู่บ้านของพวกเราในป่า Sherwood” 

ที่ลานโล่ง พวกเขาก่อกองไฟย่างวัวใกล้ต้นโอ๊ค พวกเขากินและดื่มกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ในที่สุดโรบินก็ยกแก้วเหล้าเอล (ale) เหนือหัว John Little แล้วพูดว่า “นายเป็นคนที่ตัวใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา และขอต้อนรับนายเป็นหนึ่งในพวกของเรา  ฉันขอตั้งชื่อให้นายใหม่ว่า Little John” จากนั้นก็เทเหล้าลงบนของหัว Little John

 

บทที่ 5  Will Stutely the Barber

            นายอำเภอแห่ง Nottingham จะเก็บภาษีจากเมืองต่างๆ โดยรอบ  คนเก็บภาษีก็คือพวกอัศวินและทหารของขุนนาง (baron) และพระ   หนึ่งในพระเหล่านั้นก็คือเจ้าอาวาสวัดเซนต์แมร์รี่ (Abbott of St Marry’s) โดยจะนำภาษีที่เก็บได้จากเมือง Doncaster ที่มาส่งให้นายอำเภอ Nottingham ทุกปี  อัศวินและทหารจะเป็นผู้ดูแลป้องกันเงินในระหว่างการเดินทาง

            โรบินบอกกับพวกของเขาว่า “อีกไม่นานเจ้าอาวาสวัดเซนต์แมร์รี่ (Abbott of St Marry’s) จะผ่านป่าเพื่อไป Nottingham  เราต้องเตรียมการต้อนรับไว้ให้พร้อม  ออกไปสืบข่าวของท่านนอกป่าและกลับมารายงานว่ามีผู้ร่วมเดินทางมากับท่านเจ้าอาวาสกี่คน

            นายอำเภอไม่ใช่คนโง่ เขาคิดว่าโรบินฮู้ดรู้ว่า เจ้าอาวาสวัดเซนต์แมร์รี่ (Abbott of St Marry’s) จะมา Nottingham เขาจึงสั่งคนของเขา “ฉันมั่นใจโรบินฮู้ดจะต้องมาชิง (steal ขโมย ชิง) เอาเงินไปจากเจ้าอาวาสในระหว่างที่เขาเดินทางผ่านป่า Sherwood  แต่เราจะเตรียมพร้อมสำหรับเขา เราจะจับโรบินฮู้ด และเราจะแขวนคอเขาจากต้นไม้สูง

            Will Stutely  ถูกส่งมาจับตาดูเจ้าอาวาสและคนของท่าน เขาตัดสินใจเดินทางไปทางเหนือของป่า เพราะเขารู้ว่าเจ้าอาวาสจะต้องผ่านมาทางนั้น เขามีตาแหลมคม มีสมองที่รวดเร็ว และเขาก็คิดแผนการเอาไว้แล้ว

            Will Stutely เฝ้ารอคอยและในไม่ช้าเขาก็เห็นขบวนของเจ้าอาวาสเดินทางมาทางเขา  รถม้า(wagon) เคลื่อนอย่างช้าๆทำให้ Will คิดว่าในรถมีทองและมันคงหนักมาก และชายอ้วนคนที่อยู่บนรถคงเป็นเจ้าอาวาส (Abbott of St Marry’s) ในขบวนเจ้าอาวาสนั่งบนรถที่ลากด้วยม้าสีขาว 6 ตัว มีอัศวินและทหารหลายคนรอบๆ ท่าน 

            Will Stutely ตามขบวนรถไปยังเมืองเล็กๆบริเวณชายป่า Sherwood  ตกเย็นพวกนั้นก็หยุดพักค้างคืนที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง 

            Will เป็นช่างตัดผม เขาพกกรรไกรและมีดโกนติดตัวเสมอ (a pair of scissor and a razor) พวกที่มากับเจ้าอาวาสเป็นชาว Norman พวกนี้ไว้ผมสั้นมาก พวกเขามักโกนหนวดทุกวัน ดังนั้นเขามักเรียกใช้บริการช่างตัดผม แต่ชาว Normans ชอบให้ช่างตัดผมชาวนอร์แมนตัดผมให้เพราะเขาไม่ไว้ใจช่างตัดผม(ทั่วไป)กับมีดโกนแหลมคมนั้น

            Will Stutely นอนข้างถนนใกล้ๆ โรงแรม ในตอนเช้าเขาต้องสะดุ้งตื่นด้วยเสียงของพวกนั้น พวกเขาตะโกนเรียกช่างตัดผม   “Barber!  Barber!” แต่ไม่มีช่างตัดผมที่โรงแรมนี้

            “สวัสดีครับท่าน ให้ผมได้รับใช้ท่าน” Will พูด   

อัศวินคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษได้พูดขึ้นว่า “เจ้ารู้วิธีโกนหัวพระหรือ”

“ครับเจ้านาย ผมตัดผมพระมากมายที่โบสถ์ Fountains และโบสถ์…….”

อัศวินผู้นั้นตะโกนว่า “พอแล้ว เงียบได้แล้ว ชายคนนี้ตัดสินใจจะบวช” แล้วเขาก็ชี้ไปที่อัศวินผู้หนึ่ง “ตัดผมและโกนหัวของเขา ระวังละ แล้วเจ้าจะเจ็บตัวหากไม่ระมัดระวัง เจ้าจะโดยโบยด้วยแส้” จากรูปหน้า 26

Will เริ่มโกนผมบนหัวชายผู้นั้น มันแปลกๆ ปกติอัศวินไม่โกนหัวเหมือนพระทำไมพวกนี้ทำเช่นนั้น  ขณะที่เขากำลังโกนผมอยู่เขาได้ยินพวกนั้นคุยกัน พวกเขาพูดภาษา Norman Franch (ภาษาฝรั่งเศสสำเนียงนอร์แมน) และพวกเขาไม่คิดว่า Will จะเข้าใจที่พวกเขาพูด แต่ Will ทำงานเป็นช่างตัดผมในโบสถ์และเขาเข้าใจภาษา Norman Franch เขาจึงรู้ว่าพวกนี้คุยอะไรกัน

“โรบินฮู้ดและเจ้าพวกนอกกฎหมายของเขาจะต้องคิดว่าพวกเราเป็นพระเพราะเราโกนหัว มันต้องคิดว่าเราไม่มีอาวุธ เราจะทำให้มันประหลาดใจ เราจะจับและฆ่าพัวกนอกกฎหมายแห่งป่าเชอร์วูด”  หลังจากโกนหัวเสร็จอัศวินผู้นั้นก็สวมชุดสีน้ำตาลของพระเพื่อซ่อนดาบและเสื้อเกราะ (swords and armour)

Will Stutely จับตาดูและฟังพวกพูดนั้น  รถม้าคันใหญ่ที่หนักไปด้วยทองยังคงจอดอยู่ด้านนอกโรงแรม แต่ตอนนี้มีเกวียนที่เปิดโล่ง (open cart) ที่เล็กกว่าจอดอยู่ด้วย ทหารวางถุงแป้งไว้บนเกวียน และวางถุงที่เล็กกว่าและหนักกว่าใต้ถุงแป้งอีกที Will คาดว่ามันคงเป็นถุงที่บรรจุเหรียญทอง (golden crowns) เขานับได้ทั้งหมด 40 ถุง

เจ้าอาวาส (Abbott of St Marry’s)ก็เดินออกมาจากโรงแรม เขานั่งเกวียนคันเล็ก เขาไม่ใส่สวมชุดนักบวช (clothses of a churchman) แต่สวมชุดเจ้าของโรงสี (clothes of millers)

รถม้าคันใหญ่ที่คลุมมิดชิด (cover wagon) เริ่มเดินทาง (set off) ไปทางถนนหลัก อัศวินซึ่งตอนนี้สวมชุดนักบวชไปกับรถม้า

เจ้าอาวาสเดินทางไปบนถนนสายเล็กๆ อัศวินสองคนขี่ม้าขนาบข้าง มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินข้างๆ เขา ผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มเด็กตัวเล็กๆ  พวกเขาเดินทางไปได้ช้ากว่า Will เขาต้องไปบอกโรบินว่าเขาได้เห็นอะไรมา

 

บทที่ 6  The Abbot of St Mary’s

            รถม้าเคลื่อนเข้าไปในป่า Sherwood อย่างช้าๆ เพราะของที่บรรทุกหนักและถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อทำให้อัศวินต้องคอยมองทางข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง  พวกเขามองหา (look for) พวกนอกกฎหมาย “พวกเราอยู่กลางป่าแล้ว และคิดว่าพวกของโรบินฮู้ดคงจะเข้ามาปล้นในไม่ช้านี้ แต่ไม่ต้องกังวล ท่านนายอำเภอและคนของเขากำลังเดินทางมาจาก Nottingham และพวกเราจะจับพวกนอกกฎหมาย  เมื่อต่อสู้กันเราจะฆ่าพวกมันทั้งหมด)”

            ทันใดนั้นเอง ลูกธนูก็พุ่งออกมาจากป่าและปักบนหน้าอกของอัศวินคนหนึ่ง แต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะเขาสวมเสื้อเกราะ (armour) ใต้ชุดนักบวชสีน้ำตาล 

แล้วชายร่างสูงใหญ่ก็เดินมาที่ถนน “หยุดอยู่ตรงนั้น” เขาตะโกน “ฉันคือโรบินฮู้ด ใครที่ผ่านป่า Sherwood จะต้องจ่ายภาษี”  ทันใดนั้นผ้าที่คลุมรถก็เปิดออก ชายติดอาวุธ (men armed) และหน้าไม้ (crossbow) กระโดดออกมาจากรถม้า

พวกอัศวินดึงดาบของเขาออกมา และหนึ่งในนั่นเป่าแตร (blew a hunting horn) และมีเสียงแต่ตอบกลับมาจากที่ไกลๆ พวกของนายอำเภอกำลังมา  

ชายร่างสูงบนถนนทำหน้าแปลกใจ และตะโกนว่า “วิ่ง มีพวกนั่นจำนวนมาก พวกเราถูกล้อม (we are surrounding) พวกอัศวินมองไม่เห็นอะไร เขาตะโกนพูดกับใคร และวิ่งเข้าไปในป่า

“ไล่ตามมันไป (run after) มันคือโรบินฮู้ด จับมัน” อัศวินผู้หนึ่งพูด และพวกอัศวินและทหารก็ออกวิ่ง พวกเขาวิ่งไล่ (chase) ชายร่างสูงใหญ่กว่าครึ่งวันก็จับเขาเพียงคนเดียวไม่ได้ เพราะ Little John รู้เส้นทางในป่าดีกว่า  พวกนอกกฏหมายคนอื่นไปอยู่กับโรบินฮู้ดตัวจริงอีกด้านหนึ่งของป่า

……………………..

            โรบิน ยืนรออยู่กลางถนนแคบแห่งหนึ่งเมื่อเกวียนของเจ้าของโรงสีร่างอ้วนปรากฏ เจ้าของโรงสีขับเกวียนคันเล็กที่เปิดโล่งของเขา มีอัศวิน 2 คนบนหลังมาขนาบข้างเกวียน ผู้หญิงและเด็กเดินอยู่ด้านหลัง

            “ท่านจะไปไหน ท่านเจ้าของโรงสี” โรบินถาม

เจ้าของโรงสีไม่ตอบ อัศวินที่พูดอังกฤษได้เป็นผู้ตอบแทนเขา “เรากำลังจะไป Nottingham ขอให้เราผ่านไปด้วย หรือ ท่านคิดจะทำร้ายผู้หญิงและเด็ก?”

“ฉันพูดกับเจ้าของโรงสี ให้เขาเป็นผู้ตอบ” แต่เจ้าของโรงสีอ้วนยังคงไม่พูด

ดังนั้นโรบินจึงเดินไปที่เกวียนและพูดกับเจ้าของโรงสีว่า “ทุกคนที่เดินทางผ่านป่า Sherwood จะต้องจ่ายภาษี เราจะเอาแป้งจากท่านไปนิดหน่อย แต่เราจะเอาแต่แป้งถุงเล็ก”  เจ้าของโรงสีหน้าแดง และดึงมีดออกมาจากเสื้อของเขา แต่โรบินจับเจ้ามือของโรงสีไว้ “มันเป็นมีที่เล็กมาก ฉันแน่ใจว่ามันไม่ใช่มีดของเจ้าของโรงสี ฉันจะเอามันไปเป็นของที่ระลึกจากท่าน” แล้วโรบินก็ดึงเจ้าของโรงสีออกมาจากเกวียนและโยนเขาไปที่ถนน ทันใดนั้นพวกนอกกฎหมาย 20 คนก็ออกมาจากต้นไม้ เขาเล็งคันธนูและลูกธนู (aim the bow and arrow) ไปที่พวกอัศวิน พวกอัศวินและเจ้าของโรงสีโดนล้อมไว้

 “ฉัน คือ ท่านเซอร์โรเจอร์แห่งดอนแคสเตอร์ เจ้าพวกกฎหมายที่ขโมย ปล้นผู้หญิงและเจ้าของโรงสีที่ยากจน”   [Sir Roger of Doncaster  = Sir เป็นตำแหน่งของอัศวิน]

“ฉัน คือ โรบินฮู้ดแห่งป่าเชอร์วู้ด แล้วเราจะได้เห็นกันว่าเจ้าของโรงสียากจนจริงหรือไม่”  แล้วพวกนอกกฎหมาย 2 คนก็ปีนขึ้นไปบนเกวียน ยกถุงแป้งถุงใหญ่ออก  พวกเขาพบถุง golden crowns  40 ถุง ที่แอบอยู่ข้างใต้(underneath-แอบอยู่ข้างใต้)

“บอกฉันหน่อย ทำไมเจ้าของโรงสีถึงมีถุงทอง  ใครคือโจรที่แท้จริงกันแน่”   เจ้าของโรงสีไม่ตอบ แต่เฝ้ามองพวกนอกกฏหมายเอาถุงทอง 40 ถุงจากเกวียนไปอย่างเงียบๆ

“เอาละ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และฝากความระลึกถึงไปยังนายอำเภอแห่งน็อตติ้งแฮม” แล้วอัศวิน เจ้าอาวาสและผู้หญิงเหล่านั้นก็เดินทางไป Nottingham  โรบินและพวกของเขากลับ camp กลางป่าพร้อมถุงทอง 40 ถุง

เจ้าอาวาสวัดเซนต์แมร์รี่ (Abbott of St Marry’s) ไม่ได้จนลงเพราะโรบินฮู้ด เพราะทองไม่ใช่ของเขา มันเป็นภาษีที่เขาเก็บมาให้นายอำเภอ แต่ถึงยังไงเขาก็ยังโกรธโรบินฮู้ด

“ฉันจะต้องแก้แค้น” Sir Roger of Doncaster พูด “ฉันไม่สนใจว่าจะนายแค่ไหน แต่ฉันจะต้องหาทางฆ่าโรบินฮู้ดให้ได้”

………………….

            เจ้าอาวาสวัดเซนต์แมร์รี่ (Abbott of St Marry’s) รวมและมีอำนาจมาก ท่านมีเพื่อนอยู่เป็นคณะกรรมการบริหาร (court)ของอังกฤษ เพื่อนของท่านเล่าเรื่องของโรบินฮู้ดให้กับกษัตริย์เฮนรี่ที่2  พระองค์ตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ถุงทอง 40 ถุง! นายอำเภอ Nottingham ปล่อยให้พวกนอกกฎหมายปล้นเอาทองไป 40 ถุง ส่งสาร์นไปให้นายอำเภอเข้ามาอธิบายเรื่องต่างๆด้วยตัวเองเอง” 

เมื่อนายอำเภอมาถึง King Henry II ได้ออกเดินทางไปทำสงครามกับกษัตริย์ฝรั่งเศสแล้ว เขาจึงได้พบกับน้องชายของพระองค์

เจ้าชายจอห์น (Prince John)

            Prince John เป็นชายผมดำ แม้นเจ้าชายจะอายุเพียง 21 ปี แต่เขาก็อ้วนท้วน เพราะเจ้าชายชอบทานอาหาร และท่านทานอาหารมากจนป่วยอยู่บ่อยๆ  “สวัสดี Sheriff of Notthingham ฉันได้ยินมาว่าพวกท่านกำลังมีปัญหา เราจะทำยังไงกับคนนอกกฎหมายที่ชื่อโรบินฮู้ดดี?”

            “เจ้านาย (my lord) ผมจะจัดการมันเอง ผมสัญญาว่าผมจะจับโรบินฮู้มาแขนคอให้ได้”

            “แน่ใจนะว่าท่านทำได้” Prince John พูด “ท่านคงรู้ พ่อของฉันจะให้ฉันเป็นกษัตริย์ปกครองอังกฤษหลังจากเขาตาย พ่อไม่อยากให้ Richard เป็นกษัตริย์ และเมื่อฉันได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ฉันต้องการข้ารับใช้ที่ดีเช่นท่านนายอำเภอแห่งน๊อตติ่งแฮม

            นายอำเภอโค้งคำนับ(bowed) เจ้าชายจอห์น “เจ้านาย ท่านทรายดีอยู่แล้วว่า ผมเป็นข้ารับใช้ที่จริงใจต่อท่าน”

            “ดีมาก  อย่างที่ท่านรู้ Prince Richard พี่ชายของฉัน เขาชอบการสู้รบ เขาเชื่อในความถูกต้องและยุติธรรม แต่ฉันคิดว่าท่านคงเหมือนฉันนายอำเภอ  เราทั้งคู่เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตก็คือเงิน”

 

บทที่ 7  The Golden Arrow

            นายอำเภอเดินทางกลับมา Nottingham มันเป็นฤดูเก็บเกี่ยว – เป็นช่วงตัดและเก็บข้าวโพดในปลายฤดูร้อน จะมีงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่หลังการเก็บเกี่ยว

            “ปีนี้เราจะจัดงาน Harvest Festival ให้ยิ่งใหญ่ เราจะจัดให้มีการแข่งขันยิงธนู  Prince John จะมีรางวัลพิเศษนั่นคือ ลูกธนูทองคำ”   นายอำเภอส่งข่าวไปทุกตำบลและหมู่บ้าน  ในไม่ช้าข่าวการแข่งขันก็ไปถึงโรบินฮู้ด

            “ธนูทองคำเป็นรางวัลที่ดี แต่ฉันรู้ว่าทำไมนายอำเภอถึงจัดให้มีการแข่งขัน มันเป็นกับดับ เขาคิดว่าฉันจะไป และเขาจะจับฉันแขวนคอ”  โรบินพุดถูก นายอำเภอคาดว่าเขาจะมาร่วมการแข่งขัน เขาวางแผนที่จะจับโรบินและคนของเขาในเมือง

            “จับตาดูโรบินฮู้ด เขาตัวสูงใหญ่ พวกเจ้าหลายคนเคยเห้นและได้ยินเสียงของมันมาแล้ว มันเป็นพวกนอกกฎหมายที่ทำโอหัง มันมั่นใจว่ามันจะต้องมาร่วมแข่งขันยิงธนู มันจะพยาบามพรางตัว (disguise)” นายอำเภอพูดกับอัศวินและทหารของเขา

            ในวันแข่งขัน นายอำเภอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุด เขาดูหล่อมากในชุดเสื้อคลุม (cloak) สีม่วง และหมวกกำมะหยี่ (velvet)

แต่เขาสวมเสื้อเกราะ (armour) ภายใต้เสื้อคลุม 

            มีนักธนูมาจากทั่วทุกแห่งของอังกฤษเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้  แถวของนักธนูถูกประดับตกแต่งด้วยธงและโบว์ผ้าสีสรรสวยงาม  ประชาชนในเมือง Nottingham มาเพื่อดูการแข่งขันยิงธนู  เมื่อนายอำเภอยืนขึ้นและยกมือประชาชนส่งเสียงเชียร์และตะโกน “ชายทุกคนที่ลงแข่งขันยิงธนู จะมีนักธนูที่เก่งที่สุดเพียง 12 คนเท่านั้นที่ได้เข้าไปแข่งขัน”

            ในชั่วโรงแรก ชาย 100 คน จะได้ยิงธนู  โดยมีวงกลมสีดำในเป้าที่กำหนด และวงกลมสีดำนี้เรียกว่า “bull’s eye”  นักธนูบางคนยิงไม่เข้าเป้าเลย  บางคนยิงโดนขอบ (edge)  มีเพียง 12 คนเท่านั้นที่ยิงเข้าไปใน bull’s eye  และหนึ่งใน 12 คนนั้นก็คือ Gilbert Red Cap แชมป์ยิงธนูของนายอำเภอ  นายอำเภอมองอีก 11 คนที่เหลืออย่างระมัดระวัง บางคนเขารู้จัก แต่ครึ่งหนึ่งของนักธนูเป็นคนแปลกหน้า

            “มองหาชายแปลกหน้า” นายอำเภอพูดกับคนรับใช้ (steward-สจ๊วต)  “โรบินฮู้ดจะไม่บอกชื่อของมัน แต่เรารู้ว่ามันตัวสูงใหญ่  เจ้าเห็นใครที่มีลักษณะที่บอกไปไหม?”

            “มีคนหนึ่งครับท่านนายอำเภอ แต่ผมเห็นหน้าเขาไม่ชัดเพราะเขามีหมวกสีฟ้า (hood) ผมจะไปตรวจดูชื่อของเขา”

            นายอำเภอยืนขึ้นและพูดว่า

1)    ในรอบแรก พวกท่าน 12 คน จะยิงธนู 3 ดอก ให้เข้าเป้าที่ระยะ 120 ก้าว (paces) คนที่ดีที่สุด 6 คน จะได้เข้าไปแข่งในรอบที่ 2

2)    ในรอบที่สอง นักธนู 6 คน จะต้องยิง 2 ดอก ให้เข้าเป้าที่ระยะ 240 ก้าว (paces) คนทีดีที่สุด 3 คน จะได้เข้าไปแข่งในรองสุดท้าย

3)    ในรอบที่สาม นักธนู 3 คน จะต้องยิงธนู 1 ดอก ให้เข้าเป้าที่ระยะ 360 ก้าว (paces) ผู้ชนะ คือ ผู้ที่ยิงธนูใกล้จุดศูนย์กลางของ bull’s eye มากที่สุด”   เมื่อนายอำเภอยกมือให้สัญญาณ เสียงแตรดังขึ้น “เริ่มการแข่งขันในรองที่หนึ่ง

            ชายแปลกหน้าที่แต่งกายในชุดสีฟ้าก้าวมาข้างหน้า และให้แจ้งชื่อว่า William of London  ลูกธนูของเขาเข้าเป้า คนส่งเสียงเชียร์เขา

            นักธนูคนถัดไปยิงไม่ถูกเป้า และนักธนูคนต่อจากเขายิงถูกเป้าเพียงดอกเดียว นักธนูอีก 2 คน ยิงถูกเป้าทั้ง 3 ดอก ต่อจากนั้น Gilbert Red Cap ก็ก้าวมาข้างหน้า เขายิงธนูทั้ง 3 ดอกออกไปเร็วมาก และมันใกล้จุดศูนยืกลางของ bull’s eye  เสียงคนส่งเสียงเชียร์

            นักธนูคนสุดท้ายในการแข่งขันเป็นชายแปลกหน้าที่หลังงองุ้ม และเสื้อผ้าของเขาดูซอมซ่อเหมือนขอทาน (beggar) เสื้อของเขาทำจากเศษผ้าสีแดง ผมและเคราเป็นสีน้ำตาล เขามีตาข้างเดียว  มีแผ่นปะ(patch)อยู่ครึ่งหนึ่งของใบหน้าและตาข้างขวาของเขา

            “ชายแปลกหน้าคนนี้ชื่ออะไร?”  นายอำเภอถามคนรับใช้ (steward) ของเขา “เขาเรียกตัวเองว่า Jack of Lincoln เขาได้รับบาดเจ็บในสงคราม”

            “ฉันมั่นใจว่า เขาไม่สามารถยิงธนูได้ตรงด้วยตาข้างเดียวและหลังที่โก่งงอ” นายอำเภอพูด

            แล้วขอทาน Jack of Lincoln ก็ก้าวออกมา ฝูงชนตะโกนและหัวเราะเยาะชายขอทานหลังงอ แต่เขาไม่สนใจมองฝูงชนเหล่านั้น เขาโก่งคันธนูและเล็งลูกธนูไปที่เป้า (target) เขาลูกธนูถูกตรงกลางของ bull’s eye  และเริ่มยิงธนูอีก 2 ลูกไปที่ bull’s eye 

            “เจ้าขอทานนี่ช่างโชคดี” นายอำเภอพูด “แต่ Gilgert จะทำให้มันพ่ายแพ้  เลื่อนเป้าห่างออกไป 240 ก้าว (paces)”

            นักธนูที่ดีที่สุด 6 คนในรอบแรก เริ่มการแข่งขันอีกรอบหนึ่ง ในครั้งนี้เขาต้องยิงธนูเพียง 2 ดอก

William of London ยิงได้ดีมาก ลูกธนูของเขาเข้าเป้า bull’s eye   นักธนูคนต่อไปโชคไม่ดี   Gilbert Red Cap ยิงใกล้จุดศูนย์กลางของ bull’s eye    ขอท่านแปลกหน้ายิงลูกธนูเข้า bull’s eye ทั้ง 2 ดอก

            “มีนักธนูเหลือเพียง 3 คน ขอทานแปลกหน้ายิงธนูได้ดีมกา  แต่…คนที่เราจับตามองคือ William บอกทหารให้ไปยืนใกล้เขา ฉันมั่นใจว่าเขาคือ โรบินฮู้ด เขาจะหนีไปไม่รอดในครั้งนี้” ว่าแล้ว นายอำเภอก็ยืนขึ้นก็โตะโกนให้ “เลื่อนเป้าออกไป 360 ก้าว (paces)”

ฝูงชนเงียบเสียงลง William of London ก้าวมาข้างหน้าข้ามาในสนามแข่ง เขาดึงหมวกสีฟ้า (blue hood) ลง เขาสูงใหญ่เหมือนที่พวกทหารและอัศวินได้อธิบายลักษณะของโรบินฮู้ด  William ยิงเล็งไปที่เป้าด้วยความระมัดระวัง เขายิงธนูเข้าเป้า แต่ธนูไม่ได้ถูกตรงจุดศูนย์กลาง (William shot an arrow and hit the bull’s eye, but he did not hit very near to its centre.)

            “ยิงได้ดี” นายอำเภอพูด “แต่ Gilbert สามารถทำได้ดีกว่า  สู้ๆ Gilbert !”  แล้วฝูงชนก็ร่วมให้กำลังใจ Gilbert

            เมื่อ Gilbert ก้าวเข้ามา เขาโก่งคันธนูเล็งไปที่เป้าและยิง ลูกธนูเข้าเป้า (The arrow hit the centre of the bull’s eye)  ฝูงชนโห่งร้องเรียกชื่อเขา นายอำเภอพูดว่า “เขาชนะแล้ว แชมเปี้ยนยิงธนูของฉัน เขายิงธนูได้ดีกว่า Robin Hood”

            เมื่อขอทานแปลกหน้าก้าวมาข้างหน้าเพื่อจะยิงธนูไม่มีใครสนใจที่จะดูเขา พวกเขาพูดถึง Gilbert ด้วยอย่างตื่นเต้นดีใจ ชายขอทานค่อยๆ ง้างคันธนูอย่างช้าๆและเล็งไปที่เป้าด้วยตาข้างเดียวและยิงลูกธนู  ทันใดนั้นเองฝูงชนก็เงียบกริบ มีบางสิ่งเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ทุกคนมองไปที่เป้า อัศวินผู้หนึ่งเดินไปที่นายอำเภอแล้วพูดว่า  “ธนูของ Gilbert ถูกธนูของขอทานเสียบจนผ่าออก (split) มันพุ่งตรงผ่านไปใกล้จุดศูนย์กลางของเป้ามากกว่า (The baggar’s arrow has split Gilbert’s arrow.  It has gone right through to the very centre of the bull’s eye) จากรูปหน้า 37

            นายอำเภอไม่พอใจแต่เขาก็พยายามยิ้มแย้ม เขาชูรางวัลขึ้นให้ประชาชนดู มันเป็นลูกธนูทองคำที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์ (It was an arrow made of pure gold – a golden arrow)

            “ก้าวมาข้างหน้า  ฉันต้องการนักธนูที่เก่ง ฉันอยากชวนท่านมาอยู่ในกองทัพของฉัน ท่านจะมีอาหาร เหล้าเอลฟ์ และอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน ท่านจะว่าอย่างไร?”

            ขอทานยืนขึ้น มองไปที่นายอำเภอ แล้วพูดว่า “ผมขอปฏิเสธครับท่าน ผมเป็นนายของตัวเอง ผมไม่ต้องการมีเจ้านาย”  ว่าแล้วก็หยิบธนูทองคำจากนายอำเภอ และชูขึ้นให้ฝูงชนดู  พวกเขาส่งเสียบเชียร์

            “เจ้าขอทาน เจ้าหยาบคายมาก ออกไปจาก Nottingham เดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นเจ้าจะโดนโยบด้วยแส้ (whipped) จากความหยาบคายของเจ้า” ว่าแล้วขอท่านก็หันกลับและหายไปในฝูงชน เขาถือธนูทองคำไว้เหนือหัว

            นายอำเภอโกรธมากจนลืมเรื่องของโรบินฮู้ด เขาให้ทหารนำม้ามาให้และขี่มันจากปราสาทอย่างรวดเร็ว  เย็นนั้นนายอำเภอทานอาหารเลิศรถกับอัศวินของเขา “ฉันคิดว่าโรบินฮู้ด มาในการแข่งขัน แต่เขาไม่กล้าพอที่จะแสดงตัวใน Nottingham” นายอำเภอพูดขึ้น  ทันใดนั้นก็มีเสียงลูกธนูพุ่งมาและปักบนเพดานไม้ “ลูกธนูมาจากไหน?”   “มันมาจากทางหน้าต่างครับท่าน มีกระดาษผูกติดมาด้วย”  “เร็วเอากระดาษมาให้ฉัน” นายอำเภอพูดและเขาดึงกระดาษออกจากลูกธนู มันเป็นข้อความ

 “คืนนี้พวกเรากินและดื่มในป่า Sherwood นายอำเภอให้ธนูทองคำ จาก  Robin Hood – the beggar”

นายอำเภอโกรธจนหน้าแดงและเขาทานอาหารต่อไปไม่ลงในคืนนั้ แต่พวกนอกกฎหมายมีงานฉลองที่ยิ่งใหญ่  โรบินฮู้ ล้างสีน้ำตาลออกจากผมและเคราของเขา ทอดที่ปิดตาออก ถอดถุงแป้งใต้เสื้อเชิ้ตออกจากหลังของเขา และเขาแขวนธนูทองคำไว้บนต้นโอ๊ค มันคือ รางวัลของเขาเพื่อทุกคน มันเป็นรางวัลสำหรับนักธนูที่เก่งที่สุดของอังกฤษ

 

บทที่ 8 The Rescue (ช่วยเหลือ) of Will Stutely

7 วัน 7 คืน ที่โรบินและคนของเขาอยู่ในป่า Sherwood   พวกเขาซ่อนตัวไม่แสดงตัวให้ใครเห็น “เราต้องเป็นผู้เลือกสถานที่และเวลา หากเราต้องการสู้กับคนของนายอำเภอ ฉันไม่ต้องการสูญเสียคนของเราแม้นแต่คนเดียวในการต่อสู้ที่ไม่ยุติธรรมกับพวกอัศวิน ทหาร พวกนักยิงหน้าไม้ (crossbowmen)”  พวกเขาไม่ได้ข่าวจากนายอำเภอและคนของเขาตลอดสัปดาห์ ทุกอย่างเงียบมาก โรบินดูเป็นกังวล เขาต้องการรู้ว่านายอำเภอกำลังทำอะไรอยู่

ในปลายสัปดาห์โรบินก็คิดแผนออก เขาเรียก Will Stutely มาพบ “ปลอมตัวและไปที่โรงแรม Blue Boar Inn เหนือป่า สอบถามกับเจ้าของโรงแรม (landlord) เขาเป็นเพื่อนของเรา ถามเขาว่าพวกนายอำเภอกำลังทำอะไรอยู่

Will Stutely แต่งชุดนักบวชและไปที่โรงแรม Blue Boar Inn เขาซ่อนดาบไว้ใต้ชุดนักบวช  เมื่อเขาไปถึงโรงแรมและนั่งรอที่จะพูดกับเจ้าของโรงแรม

ยังไม่ทันไร คนของนายอำเภอก็มาถึง มีนักเดินทางหลายคนในโรงแรม พวกของนายอำเภอเดินตรวจ (look at) พวกนักเดินทางและสอบถามพวกเขาเกี่ยวกับโรบินฮู้ด

เมื่อ Will เห็นพวกนั้นเดินเข้ามาในโรงแรม เขายืนขึ้นและเดินไปที่มุมห้องเพื่อสวดมนต์ เขาคุกเข่าลงบนพื้น และดึงหมวกสีน้ำตาลลงมาหน้าเพื่อไม่ให้ใครจำเขาได้

คนของนายอำเภอเดินตรวจรอบๆ โรงแรม พวกเขามองดูทุกคนและถามคำถาม แต่พวกเขาไม่ได้พูดกับนักบวชที่มุมห้อง 

            มีแมวหลายตัวในโรงแรม Blue Boar Inn ทันใดนั้นแมวตัวใหญ่ถู(rubb)ตัวกับเข่าของ Will ทำให้ชุดนักบวชของเขาเลิกขึ้นมาจนเห็นชุด Lincoln green ที่อยุ่ด้านใน  

            “ดูนั่น เขาไม่ใช่นักบวช เขาสวมชุด Lincoln green เขาเป็นคนของโรบินฮู้ด”  แล้วพวกทหารก็ดึงดาบของพวกเขาออกมา ทันใดนั้น Will ก็ลุกขึ้นและดึงดาบออกมา แต่พวกทหารมีมากกว่า  Will ฟันถูกทหารคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะล้มลงและถูกมัดมือและเท้าด้วยเชือกและนำไป Nottingham

……………..

            เจ้าของโรงแรม Blue Boar Inn ส่งข้อความถึงโรบินฮู้ดทันที 

            Will Stutely ถูกจับเป็นนักโทษโดยนายอำเภอแห่งน็อนติ่งแฮม  เขาจะถูกแขวนคอพรุ่งนี้ที่นอกเมือง (Will has been taken prisoner by the Sheriff of Nottingham. He will be hanged tomorrow outside Nottingham town.)

            โรบินฮู้ด ตกใจและโกรธมากเมื่อได้อ่านข้อความ เขาและคนของเขาจะต้องไปช่วย Will

            “เราต้องไปช่วย Will   มันอันตรายมากเพราะมีคนของนายอำเภอมากมาย  เราต้องปลอมตัว (disguise) เป็นชาวบ้านเพื่อความปลอดภัย   พรุ่งนี้ Will หรือ นายอำเภอจะถูกแขวนคอ”

            โรบินฮู้ดและพวกนอกกฎหมายเดินทางไปถึงแนวเขตป่าและถามข่าวจากพวกนักเดินทาง พวกเขาเฝ้ารอ

            เมื่อโรบินฮู้ดตัดสินใจ “ฉันคิดว่าเราควรเข้าไปที่ Nottingham เป็นกลุ่มเล็ก และเบียดเสียดรวมกับฝูงชน เราต้องเข้าไปใกล้ Will ให้มากที่สุดเมื่อถูกนำตัวออกมาจากปราสาท”  ว่าแล้วพวกนอกกฎหมายก็กระจายกันออกเดินทางเพียง 1-2 คน  พวกเขายืนอยู่ใกล้ปราสาทรอให้ Will ถูกนำตัวออกมานอกปราสาท

            พระอาทิตย์คล้อยต่ำลง ในที่สุดประตูปราสาทก็เปิด พวกทหารคุ้มกันเกวียนที่มี Will Stately อยู่ตรงกลาง ใบหน้าของเขาซีดขาว (pale) และมีเชือกผูกรอบคอและแขนของเขา  Will หันไปมองนายอำเภอซึ่งขี่ม้าข้างๆ (next to) เขาแล้วพูดว่า  “เอาดาบให้ฉัน ฉันจะสู้กับท่านและคนของท่าน”  นายอำเภอหัวเราะและหันไปพูดกับคนของเขาว่า

“ชายคนนี้เป็นพวกนอกกฎหมาย เป็นขโมย และฆาตกร เราจะแขวนคอเขานอกประตูเมือง เพื่อตักเตือนโรบินฮู้ดและพวกนอกกฎหมายแห่งป่าเชอร์วู้ด”  เมื่อ Will และนายอำเภอมาถึงประตูเมือง ฝูงชนเริ่มผลักดันกันรอบเกวียนของ Will   แล้วLittle John ซึ่งเป็นชายร่างใหญ่ก็ปีนขึ้นไปบนเกวียนและตัดเชือกที่มัดรอบมือของ Will ออก  ทหารไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากฝูงชนจำนวนมากรอบตัวเขา

“กลับปราสาทๆ” นายอำเภอตะโกน และดึงดาบออกมา แต่เขาอยู่ใกล้กับเกวียนเกินไป Little John ยึดแขนของเขาไว้ และดึงดาบจากมือของเขา  ทันใดนั้นพวกนอกกฎหมายล้อมเกวียนไว้  ลูกธนูบินว่อน ฝูงชนวิ่งหนี่กันอลหม่าน ทหารคนหนึ่งส่งเสียงร้องและล้มลง  และพวกนอกกฎหมายเล็งลูกธนูมาที่นายอำเภอ

“ถอย ถอย” นายอำเภอตะโกนเสียงหลง ด้วยความกลัว เขารีบบังคับม้าให้หันกลับและคอบหนีเข้าไปในประตูเมือง โดยมีพวกของเขาตามไปอย่างรวดเร็ว

ทางสะดวก ไม่มีทหารหรืออัศวิน บนถนนที่มุ่งสู่ป่า Sherwood โล่งตลอด โรบินนำ Will Stutely และคนของเขากลับไปอย่างปลอดภัย

“เราอาจไม่โชคดีเช่นนี้ในครั้งหน้า  ช่วงนี้ขอให้อยู่แต่ในป่า เตรียมเสบียบสำหรับฤดูหนาว ฉันเชื่อว่านายอำเภอจะไม่สร้างปัญหาให้กับเราอีกจนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิ (spring)”

พวกนอกกฎหมายสะสมอาหาร และเตรียมที่พักเพื่อให้อุ่นสบายสำหรับช่วงเวลาที่ความมืดยาวนาน (กลางวันสั้นและมืดเร็ว กลางคืนยาวนาน) และรอฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึงอย่างอดทน

 

บทที่ 9 Will Scarlett    (= William Gamwell)

       6 เดือนหลังจาก Robin และ Little John เดินผ่านสะพานไม้ในฤดูใบไม้ผลิ พระอาทิตย์ส่องแสงผ่านต้นไม้ใบไม้ ดอกไม้ออก

ดอกสวยงามในทุ่งหญ้า

            “ชายคนที่แต่งตัวแปลกๆ นั่นเป็นใคร? เสื้อผ่าของเขาสีฉูดฉาด(bright)”  Little John ถามขึ้น  โรบินมองไปไกลๆ ก็เห็นชายคนหนึ่งเดินมาตามถนน เสื้อผ้าเขาสีแดงและถือดอกกุหลาบสีแดงในมือ เขามีผมยาวสีเหลือง”

            “เขาดูเหมือนลูกชายบารอน  (Baron’s son : baron=คหบดีใหญ่) ฉันรู้สึกแปลกใจทำไมเขาต้องถือดาบ และพกกระเป๋าสตางค์ท่าทางหนักมาด้วยใบหนึ่ง”  Little John พูดกับโรบิน แล้วทั้งสองคนก็ก็รอจนชายแปลกหน้าผ่านมา และโรบินก็ก้าวไปหยุดยืนตรงหน้าเขาแล้วพูดว่า “หยุด ท่านรู้หรือไม่ว่าต้องจ่ายภาษีเมื่อเดินผ่านป่า Sherwood”

            “ทำไมฉันต้องหยุด และทำไมฉันต้องจ่ายภาษี”

            “มันเป็นกฎ ก่อนอื่นขอดูกระเป๋าเงินของท่าน แล้วเราจะให้ท่านไป”

            “ฉันให้ท่านดูกระเป๋าเงินของฉันได้ เพราะไม่มีเงินในนั้น ดังนั้นขอให้ฉันผ่านไปหรือไม่ฉันก็จะสู้กับท่าน” ว่าแล้วขายแปลกหน้าก็ดึงดาบของเขาออกมา  โรบินและ Little Jon หัวเราะ

            “เราไม่ต้องการทำร้ายท่าน เราสองคนแข็งแรง ท่านมีดาบ แต่เรามีไม้พลอง (quarter-staff) มันยุติธรรมในการต่อสุ้หรือ?”

            “ถ้างั้นก็ทำให้การสู้ยุติกรรมสิ ฉันจะสู้กับหนึ่งในพวกท่านด้วยไม้พลอง (quarter-staff) ถ้าฉันชนะท่านก็ให้ฉันผ่านไป ท่านจะได้กระเป่าเงินที่ไม่มีเงิน”

            “ดี,   Little John ขอยืมไม้พลองหน่อยให้เขาหน่อย ฉันจะสู้กับเขา”  แล้ว Little John ก็ส่งไม้พลองให้ชายแปลกหน้าๆ วางดาบของเขาลงและสู้กับโรบินด้วยไม้พลองในทันที โรบินรู้สึกแปลกใจที่ชายคนนี้มีไหล่กว้าง มีแขนที่แข็งแรง เขาเป็นนักสู้ที่มีความสามารถ โรบินต้องพยายามอย่างมากที่จะป้องกันตัว มันการต่อสู้ที่ไม่ง่ายเลย  “ท่านต่อสู้ได้ดีมาก”  โรบินพูดขึ้นหลังจากสู้กันไปได้หลายนาที “ท่านตีได้เร็ว ท่านไปเรียนการสู้ด้วยไม้พลองมาจากไหน?”

            “ฉันไม่คุยเวลา เวลาสู้” แล้วเขาก็เล็งไปที่หัวของโรบินๆ ยกไม้พลองขึ้นด้วยมือทั้งสอง ชายแปลกหน้าตีไม้ลงมาจนทำให้ไม้พลองของโรบินหัก (จากรูปหน้า 45)

            “ท่านชนะ  ท่านชื่ออะไรและมาจากไหน?”

            “ฉันชื่อ Will Gamwell และฉันกำลังตามหา Robin Hood”

            “ทำไมท่านต้องตามหาโรบินฮู้ด?”

            “เพราะฉันโกรธจัด และตีคนรับใช้ (steward) ของนายอำเภอตาย ตอนนี้นายอำเภอต้องการตัวฉัน ฉันจึงเป็นพวกนอกกฎหมาย นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงมาร่วมกับโรบินฮู้ดและคนของเขาในป่าเชอร์วูด”

            “ยินดีต้อนรับ  ฉันคือโรบินฮู้ด และ ป่าเชอร์วูดต้องการชายที่แข็งแรงเช่นท่าน”

            โรบิน และ Little Jon พา Will Gamwell เข้าไปในป่าเชอร์วูด และที่พักของพวกเขา และตั้งชื่อให้ Will Gamwell เสียใหม่เป็น

Will Scarlett (วิว สกาเล็ต) เพราะเสื้อของสีแดงฉูดฉาดของเขา

 

บทที่ 10 Much the Miller’s Son  (มัส ลูกชายเจ้าของโรงสี)

            หลายวันถัดมา โรบิน, Little John และ Will Scarlett ออกไปล่าสัตว์  บ่ายวันนั้นเขาได้พบกับเจ้าของโรงสีหนุ่มกำลังเดินอยู่หน้าเขา   ชายผู้นั้นแบกถุงแห้งไว้บนหลัง ตัวของเขามีแต่ฝุ่นแป้งสีขาว

            “นั่นคือ มัสลูกชายเจ้าของโรงสี  (Much the Miller’s Son)  พอของเขาถูกแขวนคอเพราะไปฆ่ากวางของพระราชา ตอนนี้ Much ต้องจ่ายภาษีให้นายอำเภอ แต่เขาไม่มีเงินและลำบากยากเข็น”

            “ฉันคิดว่าเราควรเล่นสนุกกับเขา หลังจากนั้นก็พาเขาไปที่ป่าและให้อาหารดีๆ แก่เขา”

            “รอก่อน ถุงแป้งของท่านดูหนักมาก เราจะช่วยท่านถือ”

            “ฉันถือถุงแป้งของฉันได้”  Much พูด

            “มันหนักมาก เราจะช่วยเอาแป้งของท่านไปบางส่วน เพื่อให้ถุงแป้งของท่านเบาลง”   Little John พูด

            “ท่านจะปล้นฉัน ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านอยู่ในป่าของโรบินฮู้ดๆ จะไม่ยอมให้ท่านปล้นคนที่ซื่อสัตย์” Much พูด

            “ฉันไม่กลัวโรบินฮู้ดมากไปกว่าตัวฉันเอง  ฉันต้องการตรวจดูถุงของท่าน ขอให้เราดูหน่อย”

            Much แกล้งทำเป็นกลัว “อย่าปล้นฉันเลย  ฉันเป็นคนยากจน ท่านจะพบแต่แป้งเมื่อเปิดถุงดู”  แล้วเขาก็วางถุงลงและเปิดปากถุง โรบินและพวกของเขาก้มลองมองในถุง  ทันใดนั้น Much ก็ล้วงมือเข้าไปในถุงและโยนแป้งใส่หน้าของพวกเขา จนทำให้โรบินและพวกมองไม่เห็นไปชั่วขณะ  พวกเขายกมือขึ้นเช็ดตา ในขณะที่ Much หยิบไม้พลอง(quarter-staff) ของ Little John มาตีโรบินฮู้ดและพวกเขาอีก 2 คน  และตะโกนว่า         “ขโมย  (thieves),  โจร (robbers)” แล้วก็ตีพวกเขา 3 คนอีกครั้ง  “โรบินฮู้ดจะได้ยินเสียงของฉัน และรู้ว่าพวกท่านพยายามจะปล้นชายผู้ซื่อสัตย์” 

            โรบินและพวกของเขาเริ่มหัวเราะเสียงดัง “หยุดก่อน ท่านเจ้าของโรงสี ฉันขอโทษท่านด้วย ฉันคือโรบินฮู้ดและนี่คือคนของฉัน”

            “ท่านโกหก (liar)”  แล้วก็เริ่มตีพวกเขาทั้ง 3 อีกครั้ง  พวกเขาต้องยกมือขึ้นเหนือหัวเพื่อป้องกันตัวเอง  เสื้อของ Will Scarlett เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว  แล้วโรบินก็หยิบแตร่ออกมาและเป่า 3 ครั้ง ในไม่ช้าคนของเขาก็วิ่งออกมาจากป่า  Much the Miller’s Son มองดูพวกนอกกฎหมายด้วยความประหลาดใจ และเริ่มกลัว

            “โปรดอย่ากลัวพวกเรา  ท่านเป็นคนที่กล้าหาญ โปรดมาร่วมกับเราและอยู่กับพวกเราในป่า”

            “ถ้าท่านยกโทษให้ฉัน (forgive me) ที่ตีท่านฉันยินดีที่จะร่วมกับท่านและคนของท่าน ฉันไม่อยากเป็นเจ้าของโรงสีเพราะนายอำเภอเอาแป้งของฉันไป ชายผู้ซื่อสัตย์จะอยู่ได้อย่างไร”

            พวกนอกกฎหมายหัวเราะและพา Much เข้าไปในป่า และในคืนนั้นพวกเขาก็ดื่มกินเพื่อต้อนรับชายอีกคนหนึ่งเข้ามาร่วมกลุ่มกับพวกเขา

 

บทที่ 11  Allan a Dale

            King Henry II ตายในฤดูร้อน King Richard ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษ แต่กษัตริย์กษัตริย์ริดชาร์ดไม่ได้อยู่ในอังกฤษนานนัก พระองค์เสด็จไปรบที่ปาเลสไตน์ (Palestine) และไม่นานการเรียกเก็บภาษีก็เพิ่มขึ้นเพื่อนำไปใช้ในสงครามครั้งใหม่

            นายอำเภอและคนของเขายุ่งมาก เขาเก็บภาษีจากทุกคน  เขาเก็บภาษีในชื่อของ Prince John น้องชายของกษัตริย์ริดชาร์ด ในขณะที่กษัตริย์ริดชาร์ดไม่อยู่  Prince John คือ ผู้ปกครอง(ruler) อังกฤษ

            ดูเหมือนว่า ทุกอย่างในป่าเชอร์วูดเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ยกเว้นต้นโอ๊คที่เริ่มแตกใบอ่อนแสดงถึงการกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ และในวันที่ 24 มิถุนายน (Midsummer’s day) จะเห็น white lady ในป่า   White lady แห่งป่าเชอร์วูดจะร้องเพลงในช่วงฤดูนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธอคือใครหรือเธอมาจากไหน

……..

            วันหนึ่ง Will Scaralett และ Will Stutely ได้ยินเสียงผู้ชายร้องเพลงอยู่ในป่า  “มันเป็นเพลงที่เศร้ามาก ไปดูกันว่าใครกำลังร้องเพลงอยู่” Will Stutely พูดขึ้น  พวกเขาตามเสียงเพลงไปจนกระทั่งไปถึงที่โล่งเขาพบชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งกายไม่ค่อยเรียบร้อย เขากำลังร้องและเล่นพิณ (harp) เขาดูไม่มีความสุขเลยเขาร้องไห้ขณะที่ร้องเพลง

            “ฉันจำหน้าและเสียงของท่านได้ ท่านเป็นนักร้อง(minstrel) ท่านร้องเพลงอยู่ในบ้านของพ่อฉันเมื่อไม่นานมานี้ ทำไมท่านถึงดูโศรกเศร้าเหลือเกิน?”  Will Scaralett (ลูกชายคหบดี – Baron’s son)

            “เพราะฉันถูกพรากคนรักไป  เธอชื่อ Fair Ellen.  เราสองคนต้องการแต่งงานกัน แต่พ่อของ Ellen ไม่อนุญาตให้เธอแต่งงานกับฉันเพราะฉันเป็นนักร้องจนๆ  พ่อของEllen เป็นชาวนาที่ยากจน เขาต้องการให้เธอแต่งงานกับอัศวินเฒ่าที่ชื่อ Sir Stephen เพราะพ่อของเธอยืมเงิน Sir Stephen”

            “แล้วท่านชื่ออะไร” Will Stutely ถาม

            “ฉันชื่อ Allan a Dale”

            “มากับเรา Allan a Dale ท่านต้องเล่าเรื่องของท่านให้โรบินฮู้ดฟัง”  Will Stutely พูด แล้วพวกเขา 3 คนก็ไปพบโรบินฮู้ดที่แค้มป์ มันเป็นเวลาเย็นขณะที่พวกนอกกฎหมายกำลังเตรียนมที่จะทานอาหารเย็น(supper)

            “เชิญท่านมาทานกับพวกเรา นักดนตรีหนุ่ม(young minstrel) แต่ก่อนที่ท่านจะทานอาหารท่านต้องร้องเพลงเพื่อแลกกับอาหารมื้อเย็น” โรบินพูด  และ Allan a Dale ก็ร้องเพลงให้พวกนอกกฎหมายฟัง เขาร้องเพลงที่เศร้ามากเกี่ยวกับความรับของเขากับ Fair Ellen เขาร้องเกี่ยวกับสาเหตุที่ Fair Ellen ต้องแต่งงานกับอัศวินเฒ่าที่เธอไม่ได้รัก  มันเศร้าจน Little John แทบจะร้องไห้ “อยู่กับพวกเรา ท่านร้องเพลงได้ไพเราะมาก เราต้องการท่านมาร่วมกับเรา อยู่กับพวกเราแล้วท่านจะได้ร้องเพลงเหมือนนกได้ทั้งวัน” Little John พูดกับเขา

            “ขอบคุณมาก แต่ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้ ฉันไม่มีความสุขเพราะ Fair Ellen ถูกขังอยู่ในบ้านของพ่อเธอ เธอจะต้องแต่งงานกับ Sir Stephen วันมะรืนนี้ (the day after tomorrow) พวกเขาจะแต่งงานกันที่โบสถ์ Rotherdale”

            “ถ้างั้นเราจะช่วยท่าน คืนนี้พักกับเราที่นี่ พรุ่งนี้เราจะช่วยกันวางแผน” โรบินพูด  โรบินรู้สึกเศร้าเมื่อคิดถึง Maid Marian หญิงคนรัก เขาไม่ได้พบเธออีกเลย

            คืนนั้น Allan a Dale พักอยู่กับพวกนอกกฎหมาย เขาร้องเพลงและเล่าเกี่ยวกับเรื่องของ King Arthur และอัศวินของเขา พวกนอกกฎหมายนั่งฟังเขาร้องเพลงและหลับไปอย่างสงบสุข

 

บทที่ 12  Friar Tuck  (friar นักบวชในนิการโรมันคาทอลิก)

            “ฉันรู้จักนักบวชท่านหนึ่งที่สามารถช่วยให้  Allan a Dale แต่งงานกับ Ellen ได้”  Will Scarlet บอกโรบินฮู้ดในวันถัดมา “คนเรียกท่านว่า  Friar of Foutain Dale  ท่านอยู่ตรงแนวป่าข้างแม่น้ำ   แม้นท่านเป็นนักบวชแต่ท่านเป็นนักสู้ที่เก่ง”

            “ถ้างั้นก็ไปกันเลย ไม่หานักบวชท่านนี้กัน” แล้วโรบินก็ออกเดินทางไปพร้อม Little John และ Will Scarlett เพื่อไปหา Fountain Dale  เมื่อเดินทางมาตามถนนได้ราว 2-3 ชัวโมง ก็มาถึงแม่น้ำ ฝั่งหนึ่งของแม่น้า มีชายร่างใหญ่ที่แต่งชุดสีเทาของนักบวช ส่วนบนของศีรษะล้าน (bald) เขามีคอหนาเหมือนวัว หน้าเขาแดงและดูมีความสุข  เขากำลังกินพายเนื้อและดื่มไวน์จากถุงหนังของเขา ในขณะที่อาหารยังเต็มปากเขาก็พูดกับตัวเองและร้องเพลง

            “ฉันจะพูดกับนักบวชท่านนี้เอง รอฉันอยู่ที่ต้นไม้นี้ มาหาฉันเมื่อฉันเป่าแตรเรียก”  โรบินพูดับ Little John และ Will Scarlet  ดังนั้นเขา 2 คน จึงซ่อนตัวอยู่ที่ต้นไม้และจับตามองโรบินฮู้ดเดินไปหานักบวชท่านนั้น

            “สวัสดีครับหลวงพ่อ โปรดบอกทางไป Fountain Dale ให้ผมหน่อยครับ” 

            นักบวช (friar) มองหน้าโรบินฮู้ดแล้ว เอื้อมมือไปหยิบดาบที่วางอยู่ข้างตัว 

            “นักบวช (friar) พกดาบได้หรือ  แปลกมาก” โรบินฮู้ดพูด

            “ฉันเป็น fighting frair  เดี๋ยวนี้ถนนไม่ปลอดภัย และมีพวกนอกกฎหมายในป่า”

            “ผมก็ได้เคยยินเรื่องเกี่ยวกับพวกนอกกฎหมาย หลวงพ่อพอจะบอกทางไป Fountain Dale ให้ผมได้ไหม” โรบินพูด

            “ได้สิ หากท่านช่วยพาฉันข้ามแม่น้ำ ฉันจะบอกทางแก่ท่าน”

            “พาหลวงพ่อข้ามไปฝั่งนั้น” โรบินถามด้วยความประหลาดใจ

            “ฉันจะขี่หลังท่าน น้ำไม่ลึกนักและฉันต้องการให้เสื้อผ้าไม่เปียก ฉันจะช่วยถือดาบและคันธนู(bow)ของท่านให้มันจะได้ไม่เปียก”

            โรบินยกนักบวชขึ้นหลังเขา ท่านตัวหนักมาก พวกเขาข้ามแม่น้ำอย่างช้าๆ  นักบวชถือดาบและคันธนูแน่นไว้แน่น  เสื้อของนักบวชแห้งเมื่อถึงอีกฝั่งของแม่น้ำ แต่เสื้อของโรบินเปียก

            “เอาละ  Fountain Dale อยู่ทางไหน”  โรบินถาม

            “มันอยู่ด้านโน้น เขาชี้กลับไปอีกฝั่งของแม่น้ำ”

            “ฝั่งโน้น แต่..เราพึ่งมาจากฝั่งโน้น ทำไมท่านไม่บอกผมเมื่อเราอยู่ที่ฝั่งโน้น”

            “ฉันสัญญาว่าจะบอกทางแก่ท่าน แต่ฉันมองไม่เห็นทางจากด้านโน้น ฉันจึงไม่สามารถบอกทางให้แก่ท่านได้ ตอนนี้ท่านสามารถมองเห็นทางไป Foutain Dale แล้ว โปรดพาฉันกลับไปฝั่งนั้นด้วย แล้วฉันจึงจะคืนดาบและคันธนูให้ เราเดินทางต่อได้แล้ว”

            ตอนนี้โรบินโกรธมาก เขาทั้งเปียกและบาทหลวงก็หนักมาก แต่บาทหลวงยังคงถือดาบและคันธนูของเขาไว้ โรบินค่อยๆ ยกบาทหลวงขึ้นบนหลังของเขา เขารู้สึกว่าท่านหนักกว่าก่อน พวกเขาเริ่มข้ามแม่น้ำอีกครั้ง โรบินเป็นชายที่แข็งแรงแต่นักบวชหนักกว่าถุงแป้ง 2 ถุงอีก แม่น้ำก็ลึกและโรบินก็มองไม้เห็นว่าเขาก้าวไปเหยียบอะไรบ้างใต้น้ำ  เมื่อถึงกลางแม่น้ำโรบินลื่นและล้มลง เขาและบาทหลวงจมน้ำ บาทหลวงปล่อยดาบและธนูของโรบิน 

            ตอนนี้เป็นบาทหลวงที่อารมณ์เสีย ในขณะที่โรบินหัวเราะชอบใจ แล้วพวกเขาก็ปีนขึ้นมาจากแม่น้ำ

            “ฉันจะสอนท่าน ไม่ให้หัวเราะเยอะ fighting friar  ฉันจะสู้กับท่าน ท่านจะต้องตกใจกล้ว”

            “เดี่ยวครับ หลวงพ่อ ผมคือโรบินฮู้ด และผมมีเพื่อนมากมายในป่า พวกเขาจะมาช่วยผม ผมจะเรียกพวกเขามา” ว่าแล้วโรบินก็เป่าแตร Little John และ Will Scarlett วิ่งออกมาจากป่า 

บาทหลวงมอง Will Scarlett ใกล้ๆ แล้วพูดว่า “ฉันรู้จักเธอ เธอคือ William Gamwell  เธอมาทำอะไรที่นี่”

“เรามาเพื่อเชิญหลวงพ่อไปอยู่กับเราที่ป่าเชอร์วูด ชายผู้นี้คือ Robin” Will Scarlett แนะนำ “นี่คือหลวงพ่อ Faiar Tuck ท่านเก่งในการต่อสู้ และมีความสุขกับการกิน”

“เรามีอาหารและเครื่องดื่มมากมายในป่าเชอร์วูด ท่านจะมาร่วมกับเราไหม Friar Tuck” โรบินพูด

Friar Tuck ยิ้ม “หลวงพ่อพร้อมที่จะกินและสู้เสมอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาต่อสู้”

“ผมจะจดจำ การพบกันครั้งแรกของเรา Friar Tuck ว่าผมพาท่านข้ามแม่น้ำ เหมือนผมเป็นม้าบรรทุกคนขี่” โรบินพูด

“ร่างกายฉันหนัก  แต่..หัวใจฉันเบา ไปกินและดื่มฉลองกันเถอะ ฉันเริ่มหิวอีกแล้ว” Friar Tuck พูด

แล้วพวกเขาก็กลับเข้าไปในป่าท่านอาหาร  Friar Tuck เป็นคนล่าสุดที่เข้าร่วมกับโรบินฮู้ดและพวกนอกกฎหมายในป่าเชอร์วูด

 

บทที่ 13  Fair Ellen

            ในวันแต่งงานของ Fair Ellen    Ellen กำลังเดินทางไปแต่งงานกับ Sir Stephen ที่โบสถ์ Rotherdale ล็อตเท่อเดล

            “Sir Stephen  เป็นอดีตอัศวิน และแม่ของ Fair Ellen เป็นหนี้(owe) Sir Stephen 200 crowns   Sir Stephen สัญญาว่าจะยกเลิกหนี้สินถ้าได้แต่งงานกับ Ellen”  Allan a Dale พูด

            “เราต้องไปที่งานแต่งงาน เราจะไปที่โบสถ์ Rotherdale”  โรบินพูด  ดังนั้น โรบิน, Little John, Allan a Dale และบาดหลวง Friar Tuck ปลอมตัว(disguise) เป็นนักร้อง(minstrel) ชุดนักร้องของเขาเป็นสีแดงและเหลือง และมีขนนกที่หมวก พวกนอกกฏหมายคนอื่นตามหลังพวกเขา 4 คน 

            โรบินและพวกมาถึงหมู่บ้าน Rotherdale และรออยู่ใกล้ๆ โบสถ์ ไม่นานนักก็มีชายขี่ม้ามา 6 คนพร้อมอัศวินผู้ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับ Fair Ellen  มาพร้อมด้วย Bishop(บาทหลวง) แห่ง Hereford และทหาร 7 คน

            “โปรดรอสักครู่ท่าน Bishop(บาทหลวง)” โรบินพูด “พวกฉันเป็น นักดนตรี(minstrel) ฉันสามารถเล่นดนตรีหลังงานแต่งงานของท่าน”

            “เล่นดนตรีให้ฉันฟังก่อนว่าเจ้าเล่นได้ดีแค่ไหน” Bishop(บาทหลวง) พูด

            “ไม่ได้ ฉันจะเล่นให้เจ้าสาว(bride) ฟังเท่านั้น”

            “เจ้าช่างหยาบคายนัก หลังงานแต่งงานเจ้าจะถูกโบย(whipped) สำหรับความหยาบคายของเจ้า” Bishop(บาทหลวง) พูด

“หลบไปข้างทาง(stand aside)” Sir Stephen พูด “เจ้าสาว(bride) มานั่นแล้ว”  Fair Ellen และพ่อของเขาขี่ม้าใกล้จะถึงโบสถ์แล้ว  Fair Ellen มีผมยาวสีดำ เธอเป็นสาวน้อยที่สวยมาก

“ทำไมชายแก่เช่นท่านจึงต้องการแต่งงานกับสาวน้อยที่สวยงามเช่น Fair Ellen” โรบินถามขึ้น

“เจ้าช่างเป็นนักดนตรี(minstrel)ที่หยาบคายมาก  พวกเจ้าปล่อยให้เขาพูดกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร”  Sir Stephen พูด

ทหารเคลื่อนมาด้านหน้าและชักดาบออกมา โรบินดึงเขาสัตว์ออกมาจากเข็มขัดและเป่า 3 ครั้ง ทันใดนั้นชาย 18 นอกกฎหมาย(18 outlaws) ปรากฏกายพร้อมด้วยธนู  ทหารหยุดและมอง Sir Stephen 

โรบินจึงพูดขึ้นว่า “ฉันต้องขอโทษ แต่ Fair Ellen ไม่แต่งงานกับอัศวินแก่ เพราะเขาได้หมั้น(engage) กับ Allan a Dale”

และ Allan a Dale ก็ก้าวออกมาและโค้งศรีษะให้ Ellen และพ่อของเธอ  ทำให้ Sir Stephen โกรธมาก

            “เจ้าต้องเลือกว่าจะให้ลูกสาวแต่งงานกับอัศวิน หรือ พวกนอกกฏหมาย(outlaw)?”

            “ลูกสาวผม ต้องแต่งงานกับอัศวิน  เธอต้องแต่งงานกับท่าน อย่างที่เราได้ตกลงกันไว้” พ่อของ Ellen พูด

            แต่ Ellen พูดขึ้นว่า “ไม่คะพ่อ ลูกต้องการแต่งงานกับ Allan a Dale เขาเป็นชายที่ลูกรัก ไม่ใช่ Sir Stephen”

            “เงียบ ลูกรู้อยู่แล้วว่าต้องแต่งงานกับ Sir Stephen  พ่อเป็นหนี้(owe)เขา 200 crowns” พ่อของ Ellen พูด

            โรบินเรียก Little John “นำเงินไปให้ Sir Stephen”  Little John เดินไปหา Sir Stephen ในมือเขามีถุงทอง 2 ถุง

            “ในถุงมีเงิน 200 crowns  โปรดรับมันไว้และ ปล่อย Ellen เป็นอิสระ เพื่อเธอจะได้แต่งงานกับคนที่เธอต้องการ”

            Sir Stephen มองดูหน้าโรบินและรับเงินของเขา  “ฉันจะไม่ถกเถียงกับพวกนอกกฎหมาย ฉันได้เงินของฉันคืนแล้ว ท่านสามารถเอาผู้หญิงไปได้” จากนั้นก็หันกลับและจากไปพร้อมทหารของเขา

            โรบินหันมาพูดกับ Bishop(บาทหลวง) “ตอนนี้ Allan a Dale สามารถแต่งงานกับ Fair Ellen, ท่านจะแต่งงานให้พวกเขาหรือไม่?”   

            “ท่านคือใคร”  Bishop(บาทหลวง) ถาม

            “ฉัน คือ Robin Hoof of Sherwood Forest”

            “พระเจ้าช่วยข้าจะสิ่งชั่วร้ายด้วย ข้าจะไม่แต่งงานให้พวกนอกกฏหมาย”

            “ถ้าเช่นนั้น  Faiar Tuck แต่งงานให้ Fair Ellen และ Allan A Dale หลังจากนั้นเราจะกลับไปฉลองการแต่งงานกันในป่าของเรา”

Fair Ellen และ Allan A Dale จึงได้แต่งงานกันในโบสถ์ Rotherdale และกลับไปฉลองการแต่งงานกันในป่า Sherwood

            “ท่าน Bishop(บาทหลวง) จะเป็นแขกพิเศษของเรา”  บาทหลวงแห่ง Hereford รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือก เขาต้องเข้าไปในป่ากับ

Faiar Tuck และพวกนอกกฎหมาย  ในไม่ช้า Bishop(บาทหลวง)มีช่วงเวลาที่ดีกับอาหารและเหล้าเอลฟ์ (ale) เขากินและดื่มเหล้าไปมาก เขาร้องเพลงและเต้นรำกับโรบินและพวกนอกกฎหมาย และหลับสนิท

            เมื่อ Bishop of Hereford กลับออกมาในเช้าวันถัดมา โดยที่กระเป๋าเงิน(purse) ของเขาไม่ได้กลับมาด้วย โรบินเอาเงินของเขาไปหมด

 

บทที่ 14 Sir Richard of Leo

บ่ายที่แสงแดดจ้าในเดือนกันยายน  ขณะที่โรบินและพวกนอกกฎหมายกำลังเก็บสะสมอาหารและฟืนอยู่ในป่า เขาเห็นอัศวินขี่ม้าสีเทามาในป่า ใบหน้าของเขาดูโศกเศร้า โรบินพูดกับพวกของเขาว่า “ดูเหมือนเราจะมีแขกมาร่วมทานมือเย็น ฉันจะคุยกับเขาดู”  ว่าแล้วโรบินก็ก้าวไปบนทางเดินเขายกมือขึ้นเพื่อเรียกให้อัศวินหยุด “หยุดก่อนท่านอัศวิน ท่านอยากมาร่วมท่านอาหารเย็นกับเราไหม?” 

      อัศวินมองโรบิน ดวงตาของเขาดูเศร้าสร้อยแต่เขาพยายามผืนยิ้ม “ท่านเป็นใคร แล้วทำไมท่านเรียกให้ข้าหยุด”

      “ฉันคือโรบินฮู้ด ท่านเคยได้ยินชื่อของฉันหรือไม่?”

      “ฉันเคยได้ยินชื่อของท่าน และได้ยินว่าแขกของท่านต้องจ่ายเงินสำหรับค่าอาหารเย็น”

      “ถูกต้อง แต่เราไม่เคยเรียกร้องมากกว่าที่แขกของเราจะให้ได้”

      “ดี ถ้างั้นฉันไม่มีอะไรจะให้ท่าน ฉันกำลังจะเป็นแขกที่ แสนยากจนสำหรับอาหารเย็นของท่าน ขอให้ท่านผ่านไปด้วยเถอะ”

      “ท่านพูดเหมือนจะจริง และท่านเป็นอัศวินที่สุภาพ  มาทานอาหารกับเราค่ำนี้ แค่ท่านเล่าเรื่องของท่านให้เราฟังก็เพียงพอ

กับค่าอาหารแล้ว”  ดังนั้นอัศวินจึงร่วมทานอาหารเย็น(supper) กับพวกนอกกฎหมาย

            “ฉันชื่อ Sir Richard of Lea ปราสาทและที่ดินของฉันติดจำนอง(pawn) ให้กับ Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry  ลูกชายของฉันไปรบกับ King Richard ที่ปาเลนไตน์(Palestine).  ฉันยืมเงินจาก Abbot(เจ้าอาวาส) เพื่อช่วยลูกชายและ King Richard และจะถึงกำหนดชำระเงินพรุ่งนี้ และฉันไม่มีเงินจ่ายหนี้ ดังนั้นปราสาทและทีดินของฉันจะถูกเจ้าอาวาสยึด”

            “ท่านยืมเงิน Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry  ไปเท่าไหร่?” โรบินถาม

            “ฉันยืมเงิน 400 crowns”

            “เราอาจช่วยท่านได้  Bishop(บาทหลวง) of Hereford ได้ทิ้งของขวัญไว้กั[เรานิดหน่อย ฉันคิดว่าเราอาจนำของขวัญนี้ช่วยอัศวินที่ดีเช่นท่าน”

…………….

            ในวันถัดมา นายอำเภอของนอร์ติ่งแฮม (Sheriff of Nottingham) และ Sir Guy of Gisbourne ต้องการพบ Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry     Sir Guy เป็นคนเก็บภาษีพิเศษให้ Prince John เขาเป็นชายที่บึกบึน มีใบหน้าดำ และเสียงห้าว (Sir Guy was a hard man with a dark face and a deep voice)

            พวกเขานั่งบนม้ายาวในห้องโถงของ Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry  และกำลังดูเอกสารบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา

            “ปราสาทและที่ดินของ Sir Richard of Lea มีราคามาก, Prince John จะพอใจมากหากได้สิ่งเหล่านี้จากท่าน” Sir Guy พูด

            “อาตมาก็หวังให้เป็นเช่นนั้น  แต่…อาตมาต้องได้เงินของอาตมาก่อนเป็นสิ่งแรก”

            “Prince John เป็นคนที่ใจกว้าง และพร้อมจะจ่ายสำหรับปราสาทและที่ดินของ Sir Richard of Leo ท่านจะได้เงินของพระองค์ทันทีที่ท่านเซ็นชื่อลงในกระดาษ”

            “นี่เป็นเวลากี่โมงแล้ว  อาตมาให้เวลา Sir Richard of Leo นำเงิน 400 crowns มาคืนเที่ยงตรงวันนี้ อาตมาไม่สามารถเซ็นเอกสารได้จนกว่าจะเลยเวลาดังกล่าว”

            “เกือบจะเที่ยง(almost noon)  เรารู้กันอยู่แล้วว่า Sit Richard of Leo ไม่มีปัญญาจ่ายหนี้ได้หรอก หน้าที่เก็บภาษีของผมทำให้ผมยุ่ง(ไม่ว่าง)  แล้วทำไมต้องรอจนกว่าจะเที่ยง ท่านเจ้าอาวาส(abbot) เซ็นเอกสารเดี๋ยวนี้เถอะ”

            “ไม่ได้  Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry ทำถูกต้องแล้ว เราต้องรออีกครึ่งชั่วโมง(half an hour)  Sir Richard เป็นเพื่อนกับ King Richard เราต้องทำอะไรอย่างรอบคอบระมัดระวัง” นายอำเภอพูด(Sheriff of Nottingham)

            “บ๊ะ!  เมื่อ Prince John เป็น King John พระองค์จะจำเพื่อนได้ ท่านเป็นเพื่อนของพระองค์หรือไม่ หรือ ท่านเป็นเพื่อนกับ King Richard   ตอนนี้ King Richard อยู่ที่ไหนไม่มีใครรู้ เขาจะได้กลับมาหรือเปล่า?

            ทันใดนั้นชาย 3 คนก็ได้ยินเสียงม้าเข้ามาใกล้โบสถ์(abbey) นายอำเภอมองออกไปที่หน้าต่างและเห็น Sir Richard of Leo พร้อมด้วยคนรับใช้ของเขา  

            ไม่กี่นาทีต่อมา Sir Richard และคนรับใช้เข้ามาในห้องโถง คนรับใช้สวมหมวกคลุมหน้า(hood) และก้มหน้ามองพื้น

            “ท่านนำเงินมาคืนอาตมาหรือไม่”  Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry ถาม

            “สวัสดีท่านเจ้าอาวาส ฉันไม่ได้ถือเงินมา” Sir Richard of Leo ตอบ

            “ถ้าเช่นนั้นปราสาทและที่ดินของท่านจะเป็นคนอาตมา” Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry พูด

            “ท่านต้องการให้ผมหมดตัวจริงๆ หรือ?  ผมเป็นอัศวินและทาสผู้ซื่อสัตย์ของ King Richard” Sir Richard of Leo พูด

            “อาตมาเป็นคนใจกว้าง(generous) หากท่านชำระเงินคืน 300 crowns ปราสาทและที่ดินจะเป็นของท่าน” Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry พูด

            Sir Guy of Gisbourne หัวเราะเยาะ “อัศวินที่ไม่มีเงิน 300 crowns หรือ3 crowns ก็ไม่ต่างกัน  เขาไม่มีปัญญาจะจ่ายหนี้ทั้งปราสาทและที่ดินของเขาจะเป็นของ Prince John”

            Sir Richard มองดู Sir Guy ด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว “ฉันไม่ได้ถือเงินมา เพราะ….คนรับใช้ของฉันถือมัน  ท่านบอกว่า Three Hundred crowns ใช่ไหม? ดีละ ฉันจะชำระเงินให้ท่าน 300 crowns ไม่มากไม่น้อยกว่านี้ (no more and no less)

คนรับใช้เดินออกมาและนำถุง 4 ใบจากเสื้อคลุมมีปีก(cloak) เขาเปิดถุงเงิน 3 ใบและเทเงิน 300 gold crowns ไว้บนโต๊ะ

            นายอำเภอ(Sheriff of Nottingham) จ้องมองคนรับใช้ แต่เขามองหน้าไม่ชัดเพราะเขาสวมหมวก(hood)  “ฉันเคยเห็นหน้าแกมาก่อนหรือไม่” แต่คนรับใช้ไม่ตอบ

            “ท่านได้เงินของท่าน และฉันได้ปราสาทและที่ดินของฉันคืน คืนเอกสารให้ฉันด้วย” Sir Richard หยิบเอกสารและเดินออกจากห้องโถงไปพร้อมกับคนรับใช้

Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry, Sir Guy of Gisbourne และ นายอำเภอ(Sheriff of Nottingham) ต่างนั่งเงียบ พวกเขารู้สึกโกรธและแปลกใจ

“อาตมาสูญเงินไป 100 crowns” Abbot(เจ้าอาวาส) of St. Marry พูด

“และ Prince John สูญปราสาทและที่ดิน”  Sir Guy of Gisbourne พูด  แต่นายอำเภอกำลังคิด

“เจ้าคนรับใช้นั่นทำให้ผมนึกถึงใครบางคน  มันทำให้ผมนึกถึงเจ้าขอทาน(beggar) ในงานแข่งธนู ผมคิดว่าเจ้าคนรับใช้นั่นคือ Robin Hood”

………….

เมื่อออกมานอกโบสถ์แล้ว Sir Richard กล่าวลาโรบิน

 “ฉันจะเล่าเรื่องของท่านให้ King Richard ฟัง  ฉันจะบอกพระองค์ว่าท่านได้ช่วยอัศวินผู้มีปัญหา และฉันจะบอกพระองค์เกี่ยวกับ Prince John ที่เรียกเก็บภาษีจากชาวบ้านเพื่อเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เมื่อพระองค์ได้รับรู้ ฉันมั่นใจว่าพระองค์จะกลับอังกฤษและนำความยุติธรรมมาสู่ดินแดงแห่งนี้ในที่สุด”

 

บทที่ 15 The Black Knight

            Sir Guy of Gisbourne และนายอำเภอ(Sheriff of Nottingham) ขอความช่วยเหลือจาก Prince John

            “เราต้องจัดการเจ้าพวกนอกกฎหมายในป่าเชอร์วูด  เราต้องฆ่าโรบินฮู้ด”

            Prince John เห็นด้วย “Robin of Locksley เป็นสร้างปัญหาให้เรานานแล้ว เราต้องส่งกองทัพ(army) ไปที่ป่าเชอร์วูด  พวกนอกกฎหมายร้อยกว่าคนไม่สามารถชนะทหารพันคนของเราได้”

            พวกเขาเตรียมการสำหรับการกำจัดพวกนอกกฎหมายตลอดฤดูหนาว เขาสั่งให้ทหารพร้อมอาวุธเดินทางไป Nottingham เขาส่งคนเข้าไปในป่าเพื่อสืบว่าโรบินและพวกซ่อนอยู่ที่ไหน

            ในวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ Sir Guy of Gisbourne  นายอำเภอ(Sheriff of Nottingham) และ Prince John ส่งทหารพันคนเข้าไปในป่า ในที่สุดพวกเขาก็พร้อมสำหรับการต่อสู้กับพวกโรบินฮู้ด

            คืนนั้นโรบินฝันร้ายเขาเล่าให้ Little John ฟัง “ฉันฝันว่าได้ต่อสู้กับ forester 2 คน  พวกเขาปลดดาบและธนูของฉันได้ พวกเขามัดมือและเท้าของฉัน หนึ่งในนั้นแต่งตัวแปลกมาก มันดูเหมือนสัตว์”

            “ความฝันไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับอนาคต พวกเราตระหนัก(awake) ว่าในป่ามีคนของนายอำเภอมากมาย วันนี้เราก็ต้องสู้กับพวกเขา มันไม่ใช่ความฝัน”

            “มันเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ แต่ธิดาแห่งป่าไม่ร้องเพลง” โรบินพูด       

            “อย่ากังวลกับธิดาแห่งป่า ลืมเรื่องความฝันและเพลง ท่านต้องคิดถึงเรื่องนายอำเภอ พวกเขาวางแผนจะจับเราในแค้มป์”

            “เราต้องหาทางออกจากป่า,  Little John ไปทางเหนือ, ฉันจะไปทางใต้, และบอกคนอื่นให้หาทางออกไปจากป่า”

            Little John พาคนไปด้วย 2 คน พวกเขาเริ่มออกเดินไปทางเหนือ  โรบิน และ Will Scarlett เดินทางไปทางใต้ ไม่นานนัก Little John และพวกพบทางโล่ง ทันใดนั้นตาข่ายก็ตกลงมาบนตัว Little John และทหาร 10 คนกระโดดลงมาจากต้นไม้ และมัดมือมัดเท้าเขาไว้  พวกนอกกฎหมาย 2 คน ถูกพาไปที่อื่นและ Little John ไม่ได้พบพวกเขาอีก

            โรบิน เดินไปตามทางเล็กๆ เมื่อเขาพบชาวป่าแปลกหน้าคนหนึ่ง เสื้อคลุมของเขาทำจากหางสัตว์ หัวเขาคลุมด้วยหมวกสีดำในมือเขาถือคันธนู(bow)และลูกธนู(arrow) 

            “เขาเหมือนหนึ่งในชายที่ฉันเห็นในความฝัน” โรบินบอกกับ Will Scarlett

            Will Scarlett ก้าวมาข้างหน้าแล้วพูดกับคนแปลกหน้าว่า “ท่านเป็นใคร และท่านต้องการอะไร”

            “ฉันกำลังมองหาโรบินฮู้ด”

            “ฉันคือโรบินฮู้ด ท่านต้องการอะไรจากฉัน”  Will Scarlett พูดขึ้น

            “ชีวิตของท่าน” และทันใดนั้นเขาก็ยิงธนูใส่ใส่ Will Scarlett 

            โรบินชักดาบและวิ่งเข้าใส่ชาวป่า(forester) แปลกหน้า แต่เขาเร็วมากเขาดึงอาบออกและเริ่มสู้กับโรบิน เมื่อเขาดึงหมวกออกโรบินก็เห็นหน้าของ Sir Guy of Gisbourne

            “ฉันจะมอบความตายให้”  Sir Guy ตะโกน (I am your death!)

            โรบินถอยหลัง เท้าเขาชนถูกบางอย่างและล้มลง Sir Guy วิ่งเข้าหมายฟันหัวของโรบิน แต่โรบินหมุนตัวหลบ ดาบของ Sir Guy จีงฟันถูกต้นไม้แทน

            ทันใดนั้นโรบินกระโดขึ้น ฟันดาบของเขาไปที่ Sir Guy มันถูกคอของเขาจนเลือดไหลนองเสื้อโค๊ตแปลกของเขา โรบินฟันดาบตัดหัวของ Sir Guy

            ตอนนี้มีศพ 2 ศพบนพื้น Sir Guy of Gisbourne และ Will Scarlett

            เสียงเป่าเขาสัตว์ดังผ่านป่า คนของนายอำเภออยู่รอบแค้มป์ มีเสียงการต่อสู้  เสียงดาบของความขัดแย้ง และเสียงคนร้องไห้ของผู้คนจากความโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวด

            โรบินรู้ว่าเขาต้องกลับไปที่แค้มป์และช่วยคนของเขา  เขาหยิบเสื้อโค๊ตของ Sir Guy และสวมมัน เขาสวมหมวกปิดหน้าและถือหัวของ Sir Guy  ไปด้วย 

            นายอำเภอ(Sheriff of Nottingham) เป็นคนแรกที่เห็นเขา นายอำเภอพูดว่า  “ดู, Sir Guy of Gisbourne ถือหัวของโรบินฮู้ด”

            การต่อสู้หยุดชั่วขณะ ทุกคนมองไปที่ชายแต่งตัวแปลกคนนั้น เสื้อโค๊ตเต็มไปด้วยเลือด และหน้าของเขาซ่อนอยุ่ใน hood แล้วเขาก็ยกหัวที่ถือมาขึ้นสูงและพูดว่า “ดู นี่คือหัวของโรบินฮู้ด”

            “เราก็ได้ตัวเจ้านี่” ว่าแล้วนายอำเภอก็ชี้มาที่ Little John “เราจะแขวนขอเขาทันทีที่การต่อสู้จบสิ้น”

            “มอบเขาให้ข้า  ข้าต้องการฆ่าเขาเดี๋ยวนี้”  โรบินพูดด้วยเสียงต่ำ  ว่าแล้วโรบินก็ชักดาบและเดินเข้ามาหา Little John ซึ่งถูกมัดมือและเท้า  โรบินตัดเชือกที่มัด Little John

            “หยุด นั่นเจ้ากำลังทำอะไร” นายอำเภอ(Sheriff of Nottingham) พูด 

            โรบินโยนหัวไปที่เท้าของนายอำเภอ

            “มันไม่ใช่หัวของโรบินฮู้ด มันเป็นหัวของ Sir Guy of Gisbourne!”  นายอำเภอตะโกน 

แต่ก่อนที่ใครจะจับพวกเขาได้ Robin + Little John ก็วิ่งเข้าไปในป่า

“พวกมันนี้ไม่รอดแน่ ตามพวกมันไป ล้อมจับและฆ่าพวกมันให้หมด” นายอำเภอ(Sheriff of Nottingham) ตะโกน

คนของนายอำเภอตามมาใกล้  คนของพวกเขาชนะในการต่อสู้  พวกเขามีจำนวนมากกว่าพวกนอกกฎหมาย  Will Stutely ถูกดาบของทหารและล้มลงข้างเท้าของโรบิน พวกนอกกฎหมายหลายคนที่ล้มตายและบาดเจ็บในลานโล่งแห่งนี้

Friar Tuck ยืนถัดจาก Robin และ Much the Miller’s Son ยืนข้าง Little John,  Allan a Dale พยายามที่จะช่วยชายที่บาดเจ็บใกล้ตาย

ทันใดนั้น Robin หยิบเขาสัตว์และเป่ามัน เสียงของมันสูงแหลมและใสมาก มันเหมือนสัญญาณเพลง ลมพัดไหว ทุกคนหยุดต่อสู้  อีกฝากหนึ่งของลานโล่งอัศวินแปลกหน้ามุ่งหน้ามา เขาสวมชุดดำ ขี่มาสีดำ อัศวินชุดดำมองลงมาที่นายอำเภอ(Sheriff of Nottingham)

“คนจำนวนมากปะทะ(against) กับคนน้อยนิดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรท่านนายอำเภอ” อัศวินชุดดำพูด

นายอำเภอหน้าซีด(turn pale) และคุกเข่าลง “ฝ่าบาท(My Lord) เรากำลังฆ่าพวกนอกกฎหมาย”

“ฉันจะตัดสินใจเองว่าใครเป็นหรือไม่เป็นพวกนอกกฎหมาย”  “ตอนนี้ขอให้หยุดการต่อสู้”

ทหารหยุดการต่อสู้และคุกเข่า  อัศวินชุดดำก็คือ King Richard พระองค์กลับมาอังกฤษในที่สุด

……………………

            King Richard บังคับม้ามาที่ชายในเสื้อโค๊ดแปลกและถามว่า “ท่านชื่ออะไร”

            “กระหม่อมชื่อ Robin Hood” โรบินพูดและโค้งคำนับ(bow)

            “Sir Richard of Leo เล่าเรื่องของเจ้าให้ฉันฟัง  ฉันจะปล่อยให้เจ้าและคนของเจ้า  ทุกคนเป็นอิสระ จงเดินทางกลับไปยังบ้านของพวกเจ้า”    “ส่วนเจ้า โรบินฮู้ด, เจ้าจะได้ที่ดินคืน ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นอัศวินเหมือนปู่ของเจ้า, Sir Robin of Locksley

            โรบินเดินทางกลับเมือง Locksley  แต่พ่อของเขาเสียชีวิตในช่วงที่เขาอยู่ในป่า Sherwood  ตอนนี้โรบินเป็นเจ้าของฟาร์มและที่ดิน

            Maid Marian ยังคงอยู่ที่ Lockley เธอยังรักโรบินและไม่ได้แต่งงาน เธอมั่นใจว่าเขาจะต้องกลับมา 

            โรบิน แต่งงานกับ Maid Marian และอยู่กันอย่างมีความสุข,  Little John อยู่กับพวกเขา ช่วยดูแลฟาร์ม,  Much the Miller’s son กลับไปดูโรงสีของพ่อเขา  และ Friar Tuck เดินทางไปทั่วเมืองบอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องของโรบินฮู้ด,  Allan a Dale และ Fair Ellen เดินทางไปทั่วเมือง พวกเขาร้องเพลงเล่าเรื่องความกล้าหาญของพวกนอกกฎหมาย

            การกลับมาของ King Richard เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างในอังกฤษ  พระองค์ระงับการเก็บภาษี (collection tax) ของนายอำเภอ (Sheriff of Nottingham)  พระองค์ ไม่ให้ Baron(ขุนนาง) และ Bishop(บาทหลวง) ยึดที่ดินที่ไม่ใช่ของตนเอง

            ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่อังกฤษมีแต่ความสงบและมั่งคั่ง(wealth)

 

THE END

 

 

 

 

Vocabulary: meanings of words from the story

1 common-สามัญ ทั่วไป 2 taxes-ภาษี 3 hunt-ล่า 4 deer-กวาง 5 blinded-บอด ซอ่น 6 hanged-แขวนคอ 7 robber-โจร ปล้น 8 needy-ขัดสน 9 rule-กฎ ข้อบังคับ   10 archery-การยิงธนู 11 prize-รางวัล 12 weapon-อาวุธ 13 afford-มี หาได้ 14 contest-ร่วมแข่งขัน 15 compete-การแข่งขัน 16 honest-ซื่อสัตย์ 17 determined-ตัดสิน สิ้นสุด 18 aim-เล็ง ตั้งใจ 19 wanted-ต้องการ 20 bush-พุ่มไม้ 21 damp-ชื้นเปียก 22 slope-ลาดเอียง 23 hollow-โพรง แอ่ง 24 collect-เก็บ 25 wagon-อาวุธ 26 miller-เจ้าของโรงสี 27 disguise-ปลอมตัว 28 outlaw-นอกกฏหมาย 29 steward-คนรับใช้ คนให้บริการ 30 beggar-ขอทาน

 

Writing: rewrite sentences (เขียนแก้ใหม่)

1 Robin’s grandfather could not afford to pay the Sheriff’s high taxes.

2 The King ordered all young men to practise archery.

3 Every year there were special archery contests.

4 Archers came to compete in the contest from all over England.

5 Robin came to a clearing.

6 ‘I am a barber,’ Will Stutely explained to Robin.

7 They went to explore the deepest parts of the forest.

8 The men made a camp in the clearing.

9 ‘It is not an easy target,’ said Robin.

10 I do not love the men who collect taxes from the common people.

11 The outlaws built a great fire and roasted an ox over it.

12 Knights and soldiers guarded the money as he travelled.

13 ‘I am sure that he will try to steal the tax money from the Abbot.’

14 ‘My lord, I shall take care of it,’ said the Sheriff.

15 There was always a great festival after the harvest.

16 ‘He will try to disguise himself, but we will know him.’

17 But underneath his clothes he was wearing armour.

18 They all hit the centre of the bull’s eye.

19 ‘I am a poor minstrel,’ said Alan a Dale.

20 ‘Who is this rude minstrel?’ said Sir Stephen.

 

Vocabulary: anagrams (การเรียงอักษรเพื่อให้เกิดคำใหม่) 

1 forest-ป่า          2 archer-การยิงธนู                3 pole-ไม้ค้ำ          4 sword-ดาบ        5 sheriff-นายอำเภอ              6 baron-ขุนนาง

7 invade-บุกรุก    8 knight-อัศวิน      9 handsome-รูปหล่อ          10 determined-กำหนด      11 shield-โล่        12 surrounded-ล้อมรอบ 13 justice-ผู้พิพากษา ความถูกต้อง                14 harvest-เก็บเกี่ยว(ผลผลิต) 15 protect-ป้องกัน ปกป้อง   16 brave-กล้า      17 wounded-บาดเจ็บ

18 demand-ต้องการ           19 immediately-ทันที        20 preparation-จัดเตรียม   21 remind-เตือน  ระลึกถึง     22 castle-ปราสาท 

23 company-กลุ่มคน         24 bishop-หัวหน้าบาดหลวง                   25 friar-พระในนิกายโรมันคาทอลิก

 

Grammar: syntax (การสร้างประโยค) 

1 The dead tree had come back to life.

2 How can honest men live in times like these?

3 I can show you my purse, but it has no money in it.

4 He turned his horse and rode back through the gates of the town.

5 He carried a sword underneath his clothes.

6 They hid in the clearing and did not show themselves to anyone.

7 You can eat my meat, drink my ale and live under my roof.

8 He held the golden arrow high above his head.

 

Vocabulary Choice: words which are related in meaning

1 lift-ขโมย ยกขึ้น                     2 reward-รางวัล   3 happy              4 instrument-เครื่องมือ       5 cover-คลุม ปิด   6 mask-หน้ากาก

7 catch-จับ                          8 robber-ปล้น      9 follow-ปฏิบัติตาม 10 churchman-พระ

 

Vocabulary: opposite meanings 

1 open    2 calm-สงบ       3 poor   4 rude-หยาบคาย                 5 attack-โจมตี      6 sober-ไม่เมา      7 dull-โง่ น่าเบื่อ 8 clever-ฉลาด

ผู้ปกครอง ห้อง ม.4/2  (AC127)


Advertisements

2 comments on “Robin Hood

  1. jpanlover
    08/12/2010

    สนุกดีครับ แต่มัน แฟนตาซีไปหน่อย

    • AC127
      07/02/2011

      เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของนักเรียนอัสสัมชัญคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 08/12/2010 by in English.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 95 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,955,487 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 95 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,955,487 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 95 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,955,487 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: