AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

“การให้” จ่ายค่าผ่าตัดหัวใจแล้วด้วย “นมสดหนึ่งแก้ว”

ทรูมูฟ เอช เชื่อเสมอว่า “การให้ คือ การสื่อสารที่ดีที่สุด” โดยเราสื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์เรื่องราวในภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้

ทั้งนี้เค้าโครงเรื่องได้รับแรงบัลดาลใจ มาจากเรื่องราวทางสื่อสังคมออนไลน์ เล่าถึงเรื่องราวของการให้ที่ไม่หวังผลตอบ­แทน แต่ได้รับบางสิ่งตอบแทนราวปาฏิหาริย์

เพราะการให้ คือ การสื่อสารที่ดีที่สุด แม้ไม่มีคำพูดสักคำ แต่กลับเป็นการสื่อสารที่ทรงพลังที่สุด  ทรูมูฟ เอช เชื่อในพลังของการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน และจึง

มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อ­สารใหม่ๆ ให้กับคนไทย เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย ให้ทุกๆการสื่อสาร เชื่อมต่อถึงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ภาพจากโฆษณาของ True Move

 นายแพทย์ประจักษ์ อรุณทอง จากโฆษณาชุดการให้ของค่ายมือถือดังที่สร้างความซาบซึ้งให้คนทั้งโลก

มีตัวตนจริงหรือไม่ หรือจะเป็นคนเดียวกันกับ นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร ที่ปรากฏเรื่องราวคล้ายกันในฟอร์เวิร์ดเมล

ใครที่ได้ชมคลิปโฆษณาชุด “การให้ คือการสื่อสารที่ดีที่สุด”  ของทรูมูฟ เอช ค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย คงได้เสียน้ำตาให้กับเรื่องราวอันแสนซาบซึ้งของโฆษณาชุดนี้ และ ณ ตอนนี้ โฆษณาชุดดังกล่าวก็ได้สร้างความซาบซึ้งตราตรึงให้คนทั่วทั้งโลกไปแล้ว ด้วยการถ่ายทอดเรื่องง่าย ๆ แต่กินใจ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ชมได้แง่คิดดี ๆ แล้ว ก็ยังทำให้หลายคนนึกสงสัยอยู่ในใจเหมือนกันว่าบุคคลที่ปรากฏในโฆษณาชุดนี้มีตัวตนจริงหรือไม่? แล้วเหตุการณ์ในโฆษณาเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องแต่งจากจินตนาการกันแน่

สำหรับข้อสงสัยนี้ ในโลกออนไลน์ก็มีผู้มาตั้งกระทู้วิเคราะห์กันเช่นกัน และสรุปได้ว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นมา โดยหยิบเค้าโครงเรื่องมาจากฟอร์เวิร์ดฉบับหนึ่งที่มีการส่งต่อกันเมื่อหลายปีก่อน เป็นเรื่องราวของการให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน แต่ได้รับบางสิ่งตอบแทนราวปาฏิหาริย์ ซึ่งมีเรื่องราวไม่ต่างจากโฆษณาเลย…

โดยในฟอร์เวิร์ดเมลฉบับนั้นเล่าว่า ตัวละครที่ชื่อ “นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร” ในวัยเด็กได้เคยพยายามขโมยยาไปรักษาแม่จนถูกเจ้าของร้านดุ แต่ “นางสมพร ภู่จันทร์” ที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนั้น จึงมาช่วยจ่ายเงินให้ พร้อมกับยื่นส้มให้เด็กนำกลับไปทาน จากนั้นเวลาผ่านมาอีก 20 ปี นางสมพรเกิดล้มป่วยด้วยอาการเนื้องอกในสมอง ต้องใช้เงินผ่าตัดถึง 5 แสนบาท ทำให้ทางครอบครัวกลุ้มใจมาก เพราะไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปรักษา แต่ทว่าสุดท้ายแล้วทางโรงพยาบาลกลับไม่คิดเงินค่ารักษาเลยแม้แต่บาทเดียว เพราะคุณหมอผู้ผ่าตัดที่ชื่อ “นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร” ขอตอบแทนบุญคุณที่นางสมพรเคยช่วยเหลือไว้สมัยเด็ก พร้อมกับระบุว่า “ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้รับแล้ว เมื่อยี่สิบปีก่อนด้วยยาแก้ปวด ยาธาตุ ส้มหนึ่งถุง”…

ทั้งนี้ ในคลิปโฆษณาของค่ายมือถือดังไม่ได้ระบุชื่อ “นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร” ไว้ในโฆษณา แต่เปลี่ยนชื่อตัวละครใหม่เป็น “นายแพทย์ประจักษ์ อรุณทอง” อย่างไรก็ตาม จากการสืบค้นข้อมูลทั้งในฐานข้อมูลแพทยสภาและในอินเทอร์เน็ต ก็ไม่ปรากฏชื่อนายแพทย์ทั้งสองคนนี้ จึงสันนิษฐานได้ว่า นายแพทย์ทั้งสองคนนี้คงไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงชื่อที่ตั้งขึ้นมาใช้เล่าเรื่องประกอบฟอร์เวิร์ดเมล และโฆษณาเท่านั้น ส่วนเนื้อหาในฟอร์เวิร์ดเมลก็ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ อาจจะเพียงเรื่องแต่ง หรือมาจากเค้าโครงเรื่องจริงบางส่วนแต่มีการแต่งเรื่องเพิ่มตามจินตนาการก็เป็นได้

ขณะเดียวกัน ก็มีชาวเน็ตส่วนหนึ่งระบุว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากฟอร์เวิร์ดเมลของต่างประเทศเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว โดยมีเรื่องเล่าว่าเด็กน้อยคนหนึ่งขโมยขนมปังแล้วได้คุณป้ามาช่วยเหลือ จากนั้นอีกหลายสิบปีให้หลัง เด็กน้อยคนนั้นได้กลายมาเป็นหมอรักษาโรคให้คุณป้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งเรื่องเล่าลักษณะนี้ก็ถูกส่งต่อกันมาเรื่อย ๆ นานนับสิบปี เพียงแต่มีการดัดแปลงตัวละครเป็นหลายเวอร์ชั่น แต่เค้าโครงหลักก็ยังเป็นดังที่ปรากฏในโฆษณานั่นเอง

 

อีกด้านหนึ่งในเว็บไซต์พันทิปดอทคอมก็มี คุณ Mangashorn ให้ข้อมูลว่า เรื่องนี้น่าจะหยิบเค้าโครงมาจากเรื่องจริงของ ดร.โฮเวิร์ด เคลลี (Dr. Howard Kelly) แพทย์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกาที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2401-2486

ที่มา http://fb.kapook.com/hilight-91335.html

 

 

คลิปเรื่องจริงของ ดร.โฮเวิร์ด เคลลี (Dr. Howard Kelly)

Paid in full with one glass of milk

 

ทีนี้มาอ่านต้นเรื่องจริงที่ Truemove นำไปทำเป็นละครสั้นกันคะ

…เมื่อหลายปีมาแล้ว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เด็กชายเคลลี่ ซึ่งอยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน เขาต้องหาเงินไปโรงเรียนเองด้วยการนำสิ่งของใส่กระเป๋าเดินไปขายตามบ้านที่อยู่ในเมืองใกล้เคียง

วันหนึ่งเขาพบว่าเมื่อจ่ายค่ารถและค่าสินค้าแล้ว เขามีเงินในกระเป๋าเหลือเพียง 10 เซ็นต์ เท่านั้น ขณะนั้นเขากำลังหิวมาก แต่เงินสดที่เขามีอยู่นั้นไม่พอที่จะซื้ออาหารแม้แต่เพียงมื้อเดียวดังนั้นเขาจึงคิดจะไปขออาหารจากบ้านที่กำลังเดินไปถึง แต่เมื่อกดกริ่ง หญิงสาวเจ้าของบ้านมาเปิดประตู เด็กชายเคลลี่ กับเกิดความละอายใจที่จะขออาหารเหมือนกับขอทาน เขาจึงขอเพียงน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียวเท่านั้น

แต่เจ้าของบ้านสาวสังเกตุเห็นท่าทางของเด็กชายเคลลี่ว่าคงจะกำลังหิว เธอจึงได้นำเอานมสดแก้วใหญ่มาให้เคลลี่ดื่ม เด็กชายเคลลี่ดื่มนมอย่างกระหายจนหมดแก้ว แล้วถามว่า ผมต้องจ่ายเงินค่านมถ้วยนี้ให้คุณเท่าไหร่ครับ เจ้าของบ้านสาวตอบว่า ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก แม่ของฉันสอนไม่ให้รับสิ่งตอบแทนจากการให้น้ำใจไมตรี

เคลลี่ซาบซึ้งใจมากและตอบว่า ถ้าเช่นนั้น ผมขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง จากหัวใจของผมก็แล้วกันนะครับ ขณะที่เด็กชายเคลลี่ได้เดินออกจากบ้านหลังนั้น เขาไม่เพียงแต่รู้สึกว่ามีกำลังแข็งแรงขึ้นจากนมสดแก้วโตเท่านั้น แต่เขาได้มีความเข้าใจในเรื่องของน้ำใจไมตรีเพิ่มขึ้นด้วย…

…อีก 30 ปีต่อมา มีหญิงคนหนึ่งป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ ซึ่งแพทย์ท้องถิ่นไม่สามารถรักษาได้ จึงส่งไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านโรคหัวใจทำการรักษา เมื่อได้อ่านประวัติผู้ป่วยแล้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นได้สะดุดใจกับชื่อหมู่บ้านของผู้ป่วยคนนั้น จึงตั้งใจรักษาด้วยการผ่าตัดหัวใจอย่างพิเศษ โดยใช้อุปกรณ์ทันสมัยที่สุดและยาราคาแพงที่ดีสุด จนผู้ป่วยหายเป็นปกติพร้อมจะกลับบ้าน

ผู้ป่วยมีความกังวลว่าค่ารักษาพยาบาลคงจะมีราคาแพงหลายหมื่นดอลลาร์ ซึ่งเธอเข้าใจว่าคงจะต้องทำงานทั้งชีวิตกว่าเธอจะหาเงินค่ารักษาพยาบาลได้ เพราะเธอไม่มีประกันสุขภาพ และยังไม่สามารถไปเบิกได้จากที่ไหนได้

แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนนั้น ได้บอกเจ้าหน้าที่แผนกบัญชีให้นำใบเก็บเงินไปให้เขา แล้วหมอก็ใช้ปากกาเขียนข้อความสองบรรทัด แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่บอกให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเลย

ข้อความที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นเขียนในใบเรียกเก็บเงินนั้นมีว่า… “จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ด้วยนมสดหนึ่งแก้ว 
ลงนาม นายแพทย์โฮเวอร์ด เคลลี่”

…จากเรื่องจริง นายแพทย์โอเวอร์ดเคลลี่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลจอห์น ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา ไม่ได้มีฐานะจน เพียงแต่ไปเที่ยวเล่นและแวะฟาร์มแห่งหนึ่ง และจะขอน้ำดื่ม เด็กผู้หญิงที่เปิดประตูเอานมมาให้ดื่ม จึงเป็นที่มาของความประทับใจ ต่อมาด้วยความบังเอิญ ผู้หญิงต้องมีรับการรักษาและต้องเข้ารับการผ่าตัดจากนายแพทย์คนนี้ นายแพทย์จึงไม่คิดค่ารักษา บอกว่าจ่ายเต็มจำนวนแล้วด้วยนมหนึ่งแก้ว

ที่มา  www.truthorfiction.com/rumors/o/oneglassofmilk.htm

 

***************************************************************************************

คนเราต้องรู้จักให้ผู้อื่นก่อน และควรเป็นการให้ที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ  แล้วสิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 12/09/2012 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: