AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ฝึกระเบียบวินัยให้ลูก

เรื่องราวที่คุณตุ๊บปอง เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป เขียนเกี่ยวับการฝึกลูกให้รู้จักความเกรงใจ รู้จักช่วยเหลือรับผิดชอบกับหน้าที่ตัวเองในการอาบน้ำแต่งตัว และการรักษาเวลา เป็นเรื่องที่ฝึกได้ และต้องฝึกแต่เด็กค่ะ

3 วันที่ผ่านมานี้..คิดถึงแม่ขึ้นมาติดหมัด
นึกถึงวิถีที่แม่เลี้ยงลูก จนลูกดูแลตนเอง และทำอะไร ๆ ได้เอง..ตั้งแต่เล็ก โดยไม่ต้องเป็นภาระให้แม่ต้องยุ่งยากหรือลำบากใจเลย ด้วยแม่ยอมเหนื่อยแต่ต้นมือ พอปลายมือแม่จึงสบาย เพราะลูกดูแลตนเองได้อย่างดี รับผิดชอบทุกอย่างในชีวิตด้วยตนเอง จนแม่วางใจ..ไม่เป็นภาระทางความรู้สึก

ที่คิดถึงแม่มาก..เพราะต้องใช้ชีวิตลงทำงานในพื้นที่ต่างจังหวัด 3 วัน .. เป็น 3 วันที่ได้เฝ้าดูชีวิตน้อย ๆ 2 ชีวิต ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเลยไกลไปจนกังวลใจถึงอนาคตของทั้ง 2 ชีวิตนี้

เด็ก 2 คนที่ว่า เป็นลูกของน้อง ที่ปิดภาคเรียนแล้วขอตามแม่ลงพื้นที่กับ”ลุงตุ๊บปอง” ด้วย..พี่สาว 6 ขวบ อยู่อนุบาล 3 น้องชาย 4 ขวบ อยู่อนุบาล 1

อยากบอกว่า..เห็นพ่อแม่สมัยนี้เลี้ยงลูกแล้ว “กุ๊กไก่ปวดท้อง ตุ๊บปองปวดตับ”จริง ๆ

เด็ก 2 คนนี่..พอลืมตาขึ้นมาก็วี้ด ก็กรี๊ด เล่นกันพักนึง ทะเลาะกันพักนึง(ที่เห็นเพราะตื่นนอนตั้งแต่ตี 3..ก่อนเด็ก ๆ ) เสียงดังเอ็ดตะโลโถเถร..ไม่มีความเกรงอกเกรงใจใคร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแม่เขาทำอะไรอยู่ จึงปล่อยให้ลูกทำอย่างนี้ได้เป็นชั่วโมง ๆ

นี่คือเรื่องแรกที่ึคิดถึงแม่..
แม่สอนเรื่องมารยาทการอยู่ร่วมกับคนอื่นไว้อย่างดี
เรื่องมารยาท ต้องสอนลูกแต่เล็ก..อย่างที่แม่ว่าไว้จริง ๆ
แม่สอนลูก ๆ เสมอว่าการใข้ชีวิตของเรา ถ้าเราอยู่เดี่ยว ๆ .. จะทำอะไก็ได้ เพราะไม่กระทบคนรอบข้าง แต่แม้นว่าไม่กระทบใคร ก็ต้องรู้จักเกรงใจตนเองด้วย

เมื่อไรก็ตาม ที่เราอยู่กับใคร ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป เราต้องรู้จักเกรงใจเขา การใช้ชีวิตของเราในหลาย ๆ ช่วง การกระทำของเราหลาย ๆ อย่างที่ต้องอยู่ร่วมกัน หรืออยู่ใกลกัน กระทบเขาแน่ ๆ แค่เราหัวเราะ เราเศร้าสร้อยหงอยใจ เราทำอะไรในรัศมีที่เขาเห็น หรือได้ยิน..กระทบเขาทั้งสิ้น ถ้าเราอยู่ดี ไม่ก้าวก่ายในชีวิตเขา เราก็อยู่กับเขาอย่างสงบ ถ้าเรากวนใจ กวนอารมณ์เขา ยังไง ๆ ใจเขาก็”ขุ่น” นั่นหมายถึง เรากำลังเบียดเบียนเขา

ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ คนข้างห้องหลายคนยังนอนอยู่..ยังไม่ตื่น เขาพาครอบครัวมาพักผ่อน เพราะลูก ๆ ก็ปิดภาคเรียนเหมือนกัน..มาแบบสบาย ๆ อยากมาพักผ่อน นอนสบาย ๆ ซึ่งขณะนั้น เขาอาจยังต้องการการพักผ่อนมากขึ้น

ถ้่าเป็นแม่..แม่จะบอกเราอย่างนี้แหละ บอกแบบผู้ใหญ่บอกเด็ก..ใช้ภาษาที่ผู้ใหญ่ใช้กับเด็ก
ทุกเรื่องที่แม่จะสอนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แม่จะบอกด้วยเสียงธรรมดา ๆ แต่จริงจัง ก่อนว่า
” ถ้าเรากำลังนอนหลับปุ๋ย..สบาย ๆ แล้วมีคนทำเสียงดังจนเราตื่น เราจะเคืองใจไหม”
คำตอบของลูก คือ สิ่งที่ลูกเองนั่นแหละที่ควรทำ..และต้องทำทันที เพราะคำตอบไม่หนีไปจาก “เคือง” ดังนั้น เราก็ไม่ควรทำให้คนอื่น “เคือง” แต่ถ้ายังดื้อ และดึงดันที่จะทำ..เจอไม้แข็งของแม่แน่ เพราะแม่มีจุดยืนในความรักลูกที่มั่นคง บทรักก็รัก แต่บทที่ต้องสอนให้ทำดี .. แม่ก็ยืนยันที่จะสอน..และยืนยันในสิ่งที่สอน..แม่ไม่เคยหย่อนวินัยกับลูก

อ่ะ..มาต่อ

เรื่องวินัยในการใช้ชีวิต
เราตกลงกันว่า 8 โมงออกเดินทาง ไปกินอาหารเช้า ก่อนเข้าไปพบพ่อแม่ ครู และเด็ก ๆ ที่นัดไว้ตอน 9.30 น.

ปรากฏว่า..เด็ก 2 คน ตื่นเช้ามา ไม่ทำอะไรเองเลย ทั้งพี่สาว 6 ขวบ และน้องชาย 4 ขวบ ต้องรอแม่อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน และแต่งตัวให้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ง่อยเปลี้ยเสียขา แม้แต่กินข้าวแม่ก็ต้องป้อนทั้ง 2 คน ระหว่างป้อนก็เอาแต่เล่น ทำให้ใช้เวลานานมากในการกิน..เอาเป็นว่า ทุกเรื่องของลูก เป็นภาระของแม่ทั้งหมด แถมเวลากิน เรานั่งรวมกัน เด็กทั้ง 2 คน เหมือนกันเป๊ะ พอจะหยิบอาหารจานกลาง(เราสั่งเกี๊ยวทอดมากินร่วมกันเป็นจานกลาง) ก็จะหยิบทุกชิ้นในจานมาเลือกแล้ววางชิ้นที่ไม่พึงใจไว้ในจาน หยิบกินแต่ชิ้นที่เลือกแล้วว่าชอบ..ครั้นพอกินไม่หมดก็ทิ้งไว้ในจานกลางที่ทุกคนกินร่วมกัน เวลากินก็เคี้ยวเสียงดัง ข้าวยังเต็มปาก ก็เล่นกัน วี้ด ๆ ใส่กัน..บทสรุป มีตุ้บตั้บ(ระหว่างพี่กับน้อง) แย่งกันแม้กระทั่งสีของหลอดดูดน้ำ

ขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้น แม่ของเด็ก ๆ ก็ไม่เห็นสอนอะไรลูกทั้ง ๆ ที่มีโอกาสมากมายหลายช่องทาง หลายสถานการณ์จริงที่จะสอน..สุดท้าย ลุง”ตุ๊บปอง”ทนไม่ไหว..ต้องลูบหัวเด็กทั้ง 2 คนเบา ๆ แล้วสอนเด็กทั้ง 2 เหมือนแม่เคยสอนลูก ๆ บอกแบบผู้ใหญ่บอกเด็ก..ใช้ภาษาที่ผู้ใหญ่ใช้กับเด็ก สอนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วยเสียงธรรมดา ๆ แต่จริงจังในทุกเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้า(ไม่พูดย้อนหลังในสิ่งที่เขาทำในตอนเช้า)

ปรากฏว่าสงบ..ทั้งแม่และเด็ก คงเพราะเห็นท่าทาง และน้ำเสียงจริงจัง ไม่เล่นเหมือนที่เคยทำมาละมัง

ถ้าเป็นแม่เราน่ะเหรอ..
แม่สอนให้ลูกทำเองแต่เล็ก 4 ขวบ 6 ขวบนี่ ลูกของแม่ทำทุกอย่างที่ว่า ..ได้หมดแล้ววววว

การดูแลตัวเอง วิธีสอนของแม่น่ะง่าย ๆ ..
ตอนลูกอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน..แม่จะอยู่ด้วยใกล้ ๆ แม่ให้ลูกทำทุกขั้นตอนเอง แต่มีแม่เป็นผู้ช่วยที่ดี ทำให้ลูกมั่นใจว่าถ้่ามีอะไรเกิดขึ้น แม่จะเข้ามาคลี่คลาย เช่น จับสบู่ก้อนแล้วลื่น(สมัยก่อน ไม่มีสบู่เหลว) แม่ก็จะสอนให้จับดี ๆ ให้ระวังมากขึ้น เพราะมันลื่น (สอนให้มีสคิ) เวลาสระผม แล้วแชมพูสระผมเข้าตา แม่จะรีบเข้ามาช่วยเหลือ คลายความแสบตาลงได้โดยเร็ว แล้วสอนให้เราระวังยิ่งขึ้น(สอนจนเกิดปัญญา)

เรื่องแต่งตัวนี่..แม่ก็สอนง่าย ๆ สอนตั้งแต่เล็ก
ใส่เสื้อ..แม่ก็ใส่ให้ก่อน แล้วสอนลูกไปด้วย ถ้าเป็นเสื้อยืด แม่จะให้ลูกชูแขน ใส่แขนเสื้อให้ แล้วให้ลูกดึงลงทางหัวเอง ถ้าเป็นเสื้อเชิ้ต แม่จะใส่ให้ 1 แขน อีกแขนนึงให้ลูกลองใส่เอง กลัดกระดุมเม็ดล่างสุดก่อน แล้วให้ลูกใส่กระดุมในรังดุมเอง ไล่จากล่างขึ้นบนเอง เพื่อจะได้ไม่ผิดรังดุม หรือติดเหลื่อมกัน ถ้าไม่ได้..แม่ช่วยก่อน ไม่นานลูก็ทำได้เอง
ส่วนการใส่กางเกง..แม่จะให้ลูกนั่งกับพื้น แล้วใส่กางเกงให้ทางปลายเท้า แล้วให้ลูก(จะนั่งในท่าเดิม หรือยืนก็ได้) ดึงกางเกงขึ้นมาเอว ติดตะขอ รูดซิปเอง..ตอนแรกแม่ช่วย ต่อมาแม่จะอยู่ด้วยอย่างใกล้ชิด คอยเป็นผู้ช่วย ไม่นานลูกก็ทำได้เอง

เรืี่องกินข้าว..
แม่สอนให้ลูกกินข้าวเองตั้งแต่ยังไม่ 2 ขวบ กินบ้าง หว่านบ้าง..แม่ไม่ว่า แม่ให้โอกาสลูกได้ทำ แม่บอกว่า..ลูกจะได้รู้เรื่องการจัดการตนเอง แล้ววันหนึ่งลูกก็ทำเองได้ตั้งแต่ 3 ขวบด้วยซ้ำไป

เมื่อถึงเวลากิน คือ “กิน” ก้นต้องนั่งติดเก้่าอี้ จะมาเจิ่น กินไปเล่นไป วิ่งไป เดินไป..ไม่มีทาง    ที่สำคัญ คือ ปิดปากเคี้ยว ไม่เคี้ยวเสียงดัง เวลามีอาหารในปาก..ไม่ให้พูด นี่คือมารยาทเบื้องต้นที่พ่อแม่ต้องสอน ก่อนเข้าสังคม
มองชีวิตอื่นแล้วย้อนมาดูตัว จึงรู้ว่า แม่เลี้ยงลูกมาดี จนมีชีวิตที่ดี มีทุนทางชีวิตที่ดี..อย่างเช่นทุกวันนี้

ลูกจึงรักแม่เป็นที่สุด

วันนี้เหมือนไม่ได้เขียน แต่ดูแนวบ่น ๆ ยังไงไม่รู้..ย้าวยาว

ที่มา FB https://www.facebook.com/hui2k/posts/10151198531037180
………………………………
ฝึกลูกน้อย ให้มี ระเบียบวินัย
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์

Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 ระเบียบวินัย คืออะไร
  • ระเบียบวินัย เป็นโครงสร้างที่ผู้ใหญ่กำหนดขึ้นเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่าสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้ อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาการควบคุมตนเองภายใต้เงื่อนไขที่จะเลือกแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของผู้อื่นในสังคม ซึ่งจะส่งผลให้เด็กสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • ระเบียบวินัยสำคัญจริงหรือ
    การที่เราจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง และระเบียบวินัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เพราะถ้าหากเราปลูกฝังให้เด็กมีระเบียบวินัยแล้ว เด็กย่อมเรียนรู้ที่จะเคารพในสิทธิของผู้อื่น ในโลกของความเป็นจริงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่เด็กก็สามารถเรียนรู้ได้จากการกระทำของผู้ใหญ่และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองว่าสิ่งใดที่ทำลงไปแล้วผู้อื่นจะให้การยอมรับ และเข้าใจได้ในทันทีว่าควรจะปฏิบัติตามหรือไม่ เช่นคำว่า ‘อย่า’ ทำสิ่งนี้ไม่ดี เราะเคยได้รับคำห้ามจากผู้ใหญ่เกี่ยวกับอันตรายนั้น ๆ มาก่อน นอกจากนี้ยังเรียนรู้ว่าหากดื้อที่จะทำสิ่งนั้น ๆ ต่อไปก็อาจถูกลงโทษ เด็กส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ใหญ่ควบคุมเขา แต่ไม่ใช่ด้วยการข่มขู่ หรือใช้ความรุนแรง เพราะเด็กอาจจะไม่ให้ความร่วมมือ และเสียสัมพันธภาพที่ดีต่อกันอีกด้วย

 

  • ประโยชน์จากการฝึกวินัย
    1. เด็กสามารถแสดงออกภายในขอบเขตที่เหมาะสม
    2. เป็นการเรียนรู้สิทธิ และความเป็นส่วนตัวทั้งของตนเองและผู้อื่น
    3. เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบหน้าที่ที่ตนได้รับ
    4. สามารถควบคุมตนเองได้ดี
  • เข้าแถวอย่างมีระเบียบสุดยอดเจแปน
  • เวปด้านล่างกล่าวถึงสิ่งที่เราเรียนรู้จากชาวญี่ปุ่น 10 อย่างหลังสึนามิสิมีอะไรบ้าง
  • http://www.popterms.mahidol.ac.th/newsletter/showarticle.php?articleid=238

 

  • ทำอย่างไรเจ้าตัวน้อยจึงจะให้ความร่วมมือในการฝึก
    1. ควรมีการสื่อสารกับลูกให้ชัดเจน โดยใช้คำพูดที่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกฎระเบียบของบ้าน ซึ่งสมาชิกในบ้านจะต้องร่วมกันปฏิบัติโดยปราศจากข้อโต้แย้ง เช่น ‘ลูกทุกคนจะต้องมาพร้อมกันที่โต๊ะกินข้าวตอน 6 โมงเย็น’ ‘เด็ก ๆ ไม่ควรเข้านอนเกิน 3 ทุ่ม’ เป็นต้น
    2. เรียนรู้ถึงขอบเขตของตนเอง เพื่อให้เรียนรู้ว่าสิ่งใดสามารถทำได้และทำไม่ได้ เช่น ลูกโกรธได้ แต่จะตีน้องไม่ได้ อาจตีหมอนหรืตุ๊กตาแทน’ เป็นต้น
    3. รู้จักผ่อนคลายความเครียด มีประโยชน์ในการคิดหาทางออกที่เหมาะสม เช่น เมื่อโกรธ ก็ควรแยกให้อยู่คนเดียวเงียบ ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
    4. ฝึกให้ทบทวนการกระทำของตนเอง โดยเขียนบันทึกลงสมุดว่าในแต่ละวันทำอะไรบ้างเพื่อให้ติดเป็นนิสัยจนเกิดเป็นทักษะ
    5. ฝึกให้ใช้การกระทำแทนคำพูดอย่างเดียว ด้วยการสัมผัสเพื่อกำหนดพฤติกรรม เช่น ‘ลูกไม่มีสิทธิไปหยิบอาหารจากจานของผู้อื่น แต่ลูกสามารถหยิบจากจานลูกได้เท่านั้น’ พร้อมทั้งดึงมือเด็กกลับมายังจานของตนเองอย่างนุ่มนวล
    6. ฝึกให้รู้จักการการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยผู้ปกครองอาจเป็นผู้สมมติสถานการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อให้เด็กรู้จักวิธีคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริง
    7. ฝึกให้รู้จักทำความดี โดยการให้รางวัลเมื่อเด็กทำสิ่งที่ดี แสดงความชื่นชมทั้งด้วยวาจา และภาษากาย เช่น กอด หอมแก้ม พูดชมเชย  เป็นต้น
    8. ฝึกให้มีการตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร
    เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เด็กสามารถทำได้ตามข้อตกลงเด็กมีสิทธิได้เลือกทำในสิ่งที่ชอบ การฝึกระเบียบวินัยจะได้ผลดีต้องได้รับการฝึกอย่างสม่ำเสมอ ผู้ปกครองต้องมีความเด็ดขาดในการปฏิบัติตนเพื่อรักษากฎระเบียบ ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และสีหน้าจะต้องสื่อได้อย่างชัดเจนว่าการกระทำนั้นไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ใหญ่ นอกจากนี้ควรปฏิบัติต่อเด็กด้วยการกระทำมากกว่าที่จะใช้คำพูดเพียงอย่างเดียว และต้องไม่ลืมว่าเด็กแต่ละวัยมีความสามารถในการรับคำสั่งหรือข้อปฏิบัติแตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้ปกครองควรคำนึงถึงความสามารถในการรับรู้ประกอบการออกกฎเกณฑ์ด้วย
    เด็กทุกคนต้องการการฝึกพัฒนาทักษะและวุฒิภาวะด้านอารมณ์ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถควบคุมอารมณ์ตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม รู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ สามารถยอมรับข้อผิดพลาดได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องวางขอบเขตด้วยความมั่นคง สม่ำเสมอ และเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กสามารถซึมซับพฤติกรรม และเลียนแบบบุคลิกของพ่อแม่มาเป็นของตนเองได้ในเวลาต่อมา ฉะนั้น บทบาทของพ่อแม่จึงมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการพัฒนาการของลูก ในการก้าวไปสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ

ที่มา http://www.healthupdatetoday.com/product/detail-101137.html

2 comments on “ฝึกระเบียบวินัยให้ลูก

  1. AC127
    16/10/2012

    วิธีพูดกับลูกให้ยอมละ เลิกพฤติกรรมไม่ดี ในแบบคุณตุ๊บปอง เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป ยามที่ลูกทำตัวไม่เหมาะไม่ควร..
    พ่อ ๆ แม่หลาย ๆ คนคิดออกเพียงการดุ ด่า ว่า ตี หรือมีบ่น แต่โดยแท้แล้ว คำพูดที่รื่นหูของแม่นั่นแหละที่ลูกจะฟัง และทำตามด้วยดี

    แม่บอกว่า..
    คำที่พร่ำบ่น ก่นด่า เพ้อเจ้อไปเรื่อย..ตามอารมณ์ จนติดปาก หรือแม้แต่สีหน้า แววตา และท่าทีที่แสดงอาการตำหนิ ไม่พอใจในยามที่ลูกทำผิดคิดพลาดนั้น พ่อแม่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้แล้ว เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละที่จะนำไปสู่เรื่องที่ใหญ่กว่าที่คิดได้..ในอนาคต เพราะถ้าทำบ่อย ๆ ลูกจะคิดว่าคำบ่น ก่น ด่า หรือตำหนิติเตียนเป็นเพียงคำพูดติดปาก เป็นเพียงถ้อยคำลอย ๆ ที่เมื่อพ่อแม่พูดแล้วก็ผ่านไป ไม่มีสาระสำคัญ .. ลูกไม่มีทางคิดได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความจริงจากใจที่มุ่งใช้เพื่อสั่งสอนอบรม แต่ถ้อยคำ กิริยา ท่าทางที่พ่อแม่ปลดปล่อยผ่านริมฝีปากระบายอารมณ์ จะถูกดูดซับไว้เป็นความจำ และย้ำจนซึมผ่านเข้าไปประทับอยู่ในหัวใจน้อย ๆ นั้น..ติดแน่นและทนนาน

    เรื่องนี้สืบเนื่องจากเรื่องที่ได้โพสต์ข้อความลงใน “เฟะ-ซา-บุ๊” เมื่อ 2 – 3 วันก่อน เรื่องการใช้ชีวิต 3 วันกับเด็ก 2 คนนั่นแหละ มีพ่อแม่ติดใจ ถามไถ่ถึงตัว เพราะอยากรู้ให้ละเอียด ว่าในช่วงการกินอาหารร่วมกัน แล้วมีเหตุการณ์ที่ เด็ก 2 คนพี่น้องหยิบเกี๊ยวทอดที่เราสั่งมาเป็นอาหารจานกลางกินร่วมกัน ทั้งพี่สาว 6 ขวบและน้องชาย 4 ขวบ ทำเหมือนกัน คือ หยิบเกี๊ยวทอดทุกชิ้นในจานมาเลือก แล้ววางชิ้นที่ไม่พึงใจไว้ในจาน ..ครั้นพอกินไม่หมดก็ทิ้งไว้ในจานกลางที่ทุกคนกินร่วมกัน แถมเวลากินก็เคี้ยวเสียงดัง ข้าวยังเต็มปาก ก็เล่นกัน วี้ด ๆ ใส่กัน โดยขณะที่เหตุการณ์ดำเนินอยู่นั้น แม่ของเด็ก ๆ กลับเฉย ไม่ได้สอนอะไรลูกเลยทั้ง ๆ ที่มีโอกาสที่จะสอนได้..สุดท้าย ลุง”ตุ๊บปอง”ทนไม่ไหว..ต้อง”ลงใจ”จัดการด้วยความรัก จนปรากฏว่า”สงบ”..ทั้งแม่และเด็ก

    มีพ่อแม่ 3 คนที่อ่าน แล้วมีโอกาสเจอพี่ปองด้วยตนเอง จึงถามว่า
    “ตอนที่พี่ตุ๊บปองลูบหัวเด็กทั้ง 2 แล้วสอน แบบผู้ใหญ่บอกเด็ก..ใช้ภาษาที่ผู้ใหญ่ใช้กับเด็ก สอนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วยเสียงธรรมดา ๆ แต่จริงจังนั่นน่ะ..พี่ตุ๊บปองพูดอย่างไร”

    จึงขอไขข้อข้องใจว่า..
    วันนั้น..
    นึกถึงคำและสิ่งที่แม่สอน แล้วลงมือปฏิบัติ.. ขอยืนยัน (และยักแย่ยักยัน)ว่า..ไม่ได้ตำหนิใด ๆ เด็กทั้ง 2 คนเลยแม้สักคำ .. พูดด้วยนำเสียงเป็นปกติเหมือนพูดคุยกันมาตลอดทั้งวัน
    ว่าไปทีละเรื่องนะ..
    เรื่องแรก..เกี๊ยวทอด
    ก็บอกเด็ก ๆ ว่า ..
    “ฮาโหล..ฮาโหล เด็ก ๆ จ๊ะ..เกี๊ยวในจานเป็นของทุกคน ถ้าจะกิน ก็หยิบมาชิ้นเดียว จะมาหยิบ ๆ วาง ๆ ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ของหนูคนเดียว แต่ถ้าหนูหยิบชิ้นไหนมาใส่จาน..ชิ้นนั้นเป็นของหนู แต่นี่..หนูจับ ๆ วาง ๆ 3 ชิ้น..นั่นคือ 3 ชิ้นของหนู ตัก 3 ชิ้นนี้ใส่จานให้หมดอย่าเอามาไว้จานกลางนะ เพราะนั่นเป็นของหนู ..แล้วต้องกินให้หมดก่อน จึงจะหยิบชิ้นใหม่ได้ .. ตกลงไหมจ๊ะ ”
    เด็กก็จะหลบตาแล้วกินเกี๊ยวทอด 3 ชิ้นที่อยู่ในจาน..อย่างเงียบ ๆ
    แต่ก็ได้เพียงครู่เล็ก ๆ..ไม่เป็นไร อย่างน้อยเด็กก็รู้และทำแล้ว

    เรื่องที่ 2..เคี้ยวเสียงดัง ข้าวยังเต็มปากก็พูดกัน ทะเลาะกัน
    ก็พูดง่าย.ไม่ซับซ้อนว่า..
    “ฮาโหล..ฮาโหล หนูอยากนั่งกินข้าวกับพวกเราที่โต๊ะนี่ไหมจ๊ะ..ถ้าจะกินโต๊ะเดียวกัน ทุกคนเคี้ยวข้าวปิดปาก..ไม่มีใครเคี้ยวเสียงดังสักคน ไม่มีใครเคี้ยวไปคุยไปขณะที่ข้าวเต็มปากสักคน.. จะกินโต๊ะเดียวกับลุงหรือเปล่า ถ้าจะกินโต๊ะเดียวกัน ต้องเคี้ยวข้าวปิดปาก..ต้องไม่เคี้ยวเสียงดัง ตกลงไงดีจ๊ะ จะกินโต๊ะนี้หรือเปล่าเอ่ย ”
    พี่สาวตอบว่า “กิน” แต่น้องชายพยักหน้า แล้วก้มหน้าก้มตากิน
    แต่ก็ได้เพียงครู่เล็ก ๆ..ไม่เป็นไร อย่างน้อยเด็กก็รู้และทำแล้ว

    เรื่องที่ 3..ตอนกินก็เล่นกัน วี้ด ๆ ใส่กัน
    ก็พูดง่าย ๆ อีกเช่นกันว่า..
    “ฮาโหล..ฮาโหล ถ้าจะกินข้าว “ก้น”ต้องติดโต๊ะ..นั่ง แล้วกินข้าวให้หมดก่อน แล้วค่อยไปเล่น อยู่ที่โต๊ะอาหารต้องกินอาหาร ถ้าจะเล่นต้องไปเล่นที่อื่น ..ตกลงมั้ย”
    แต่ก็ได้เพียงครู่เล็ก ๆ..ไม่เป็นไร อย่างน้อยเด็กก็รู้และทำแล้ว

    กับลูกเล็ก ๆ ..ต้องสอนให้ลูกรู้ว่า “ชีวิตต้องมีกติกา” และต้องทำตาม”กติกา”
    เรื่องนี้..พ่อแม่ต้องใจเย็น และให้โอกาสลูกได้ทำในสิ่งที่ควรทำและต้องทำ ถ้าทำไม่ได้ ต้องสอนดี ๆ อย่าใช้เสียงข่ม อย่าใช้กำลังบังคับ อย่าใช้ท่าทีกดดัน และอย่าใช้สายตา”จิก”ตำหนิ

    เพราะแม่ใจเย็น และให้โอกาสลูกได้ทำในสิ่งที่ควรทำและต้องทำ ลูกจึงมีวันนี้ที่ใช้ชีวิตอย่างเหมาะ อย่างควร
    ลูกจึงรักแม่เป็นที่สุด
    ที่มา https://www.facebook.com/hui2k

  2. Pingback: วิธีพูดกับลูกให้ยอมละ เลิกพฤติกรรมไม่ดี | AC127

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: