AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง “คนเราจะดีได้นั้นต้องมี….ที่มาแห่ง ดี”

แม่สอนเสมอว่า..คนเราจะดีได้นั้นต้องมีที่มาแห่งดี คือ..
1. ต้องมาจากครอบครัวที่ดี
2. อยู่ในสังคมที่ดี
3. คิดดี
4. ทำดี
5. คบคนดี

ข้อที่ 1. เรื่องที่ว่าต้องมาจากครอบครัวที่ดีนั้น..เชื่อว่าลูกผ่าน เพราะลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 ขอแม่นั้น ถือว่าโชคกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำอีกที่ได้เกิดมาในครอบครัว “ปิ่นประทีป”

แม่บอกว่า..  นับแต่วันแรกที่คิดจะก่อร่างสร้างรักกับพ่อ แม่วางแผนไกลไปถึงการเตรียมตัวเป็นแม่ที่ดีของลูก นอกจากจะปฏิบัติตนในฐานะภรรยาที่ดีแล้ว แม่ยังเตรียมกายเตรียมใจในการสร้างครอบครัวที่ดี บ้านของเราจึงเป็นจุดเริ่มต้น “กรรมใหม่”ที่ดี พ่อแม่ พี่ ๆ น้อง ๆ รักใคร่ใกล้ชิดกันอย่างอบอุ่น การอบรมบ่มเพาะลูก พ่อแม่ก็ไม่ลักลั่น เพราะ พ่อให้แม่เป็นช้างเท้าหน้าในการบ่มสอน ที่สำคัญ คือ การสอนทุกเรื่องของแม่ ไม่ใช่ชี้ ๆ จี้ ๆ ให้ทำตาม หรือห้ามนั่น ห้ามนี่จนลูกอึดอัด แต่แม่สอนด้วยวิธีการ “ทำให้เห็น เป็นให้ดู ถ้าอยากให้ลูกทำอะไร เป็นอย่างไร แม่จะทำอย่างนั้น เป็นอย่างนั้นนำลูก..นำจนลูกทำจนชินแล้วกลายเป็นนิสัย แม่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูก โดยเฉพาะเรื่องการให้เวลาที่มีคุณภาพในการบ่มเพาะสิ่งดี ๆ ให้แก่ลูก เพราะแม่รู้ว่า การสร้างนิสัย เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและต้องใจเย็น ๆ 

แม่สอนทุกเรื่องที่เห็นว่าดี..สอนตั้งแต่ลูกยังเล็ก
แม่ไม่เคยตัดโอกาสในการเรียนรู้ของลูกเพียงว่า “ลูกยังเล็ก หรือเรื่องนี้มันยากเกินไป..สอนเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่องหรอก ”  ด้วยเหตุนี้..ลูกจึงรู้เรื่องดีๆ ก่อนเพื่อนๆ ที่แม่ๆทั้งหลายรอให้โตก่อน ค่อยพูด..สุดท้ายก็สายเกินสอน

เรื่องที่ 2 ต้องอยู่ในสังคมที่ดี
โชคดีเป็นคำรบสอง ที่ลูกของแม่เกิดมา และมีโอกาสได้อยู่ในสังคมแห่งกัลยาณมิตร คนในชุมชนเล็ก ๆ มีจำนวนไม่มาก รู้จักกันตั้งแต่หัวบ้านท้ายบ้าน ทำอะไร มีอะไรเกิดขึ้นล้วนส่งผลต่อส่วนรวมเสมอ ทำให้เรามีโอกาสที่ดีในการใช้ชีวิตอย่างพึ่งพิงอิงอาศัยกัน เกื้อกูลกัน..ทำให้ลูกมีฐานชีวิตที่ดี มีความเป็นมิตร  “รัก”ตนเองเป็น และรักคนอื่นได้    “ให้”ตนเองเป็นและ”ให้”คนอื่นได้

ครั้นเติบใหญ่ต้องมาใข้ชีวิตในสังคมเดิม แต่เปลี่ยนจากสังคมที่เป็นมิตร มาเป็นสังคมที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง เปลี่ยนจากสังคมแห่งการเอื้อเฟื้อ มาเป็นสังคมที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จนทำให้มีปัญหาต่างๆนานาเกิดขึ้นมากมาย
พ่อคนแม่คนที่ควรมีคนใดคนหนึ่งอยู่กับลูกเป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่กลับต้องทุ่มเทให้กับการทำงานเพื่อหารายได้ ลูกต้องออกจากอกตั้งแต่วัยเยาว์ ความผูกพันใกล้ชิดก็เริ่มลดน้อยถอยลง ปัจจุบันลูกขาดโอกาสที่จะได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีเท่าที่ควร เลี้ยงลูกด้วยไฮเทคโนโลยีที่หลงผิดคิดว่าดี แต่แท้แล้ว กลับเป็นช่องทางที่สร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีให้ลูกอย่างเลือดเย็น ทั้งพฤติกรรมก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง และขาดความอดทน รอใครไม่ได้ ชั่งใจไม่เป็น    แม่ว่า..ที่ร่ายยาวมาทั้งหมด ส่งผลให้ลูกแทนที่จะ ” คิดดีทำดี ” กลายเป็น “คิดเลว ทำร้าย” ให้พ่อแม่ตามแก้ไม่สิ้นสุด..แก้กันจนตายจากกันไปข้างหนึ่

เรื่องที่ 3 และ4 คิดดี ทำดี
ลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 มีทุนทางชีวิตติดมาเพียบ เพราะอยู่ในบ้านที่มีพ่อแม่พี่น้องที่ ” คิดดี ทำดี ” ต่อตัวเองเป็นปฐม แล้วคิดดี ทำดีต่อคนอื่นเป็นการต่อยอด

และเรื่องทึ่ 5 คบคนดีเอาไว้ว่าต่อพรุ่งนี้เนาะ..เพราะแม่สอนแยะ

เพราะแม่ให้โอกาสที่ดี ลูกจึงมีโอกาสในการทำดี

รักแม่เป็นที่สุด

ที่มา FB ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง

 Photo: แม่สอนเสมอว่า..คนเราจะดีได้นั้นต้องมีที่มาแห่งดี คือ..
1.ต้องมาจากครอบครัวที่ดี
2.อยู่ในสังคมที่ดี
3.คิดดี
4.ทำดี
และ 5. คบคนดี

ข้อที่ 1. เรื่องที่ว่าต้องมาจากครอบครัวที่ดีนั้น..เชื่อว่าลูกผ่าน เพราะลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 ขอแม่นั้น ถือว่าโชคกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำอีกที่ได้เกิดมาในครอบครัว "ปิ่นประทีป"

แม่บอกว่า..
นับแต่วันแรกที่คิดจะก่อร่างสร้างรักกับพ่อ แม่วางแผนไกลไปถึงการเตรียมตัวเป็นแม่ที่ดีของลูก นอกจากจะปฏิบัติตนในฐานะภรรยาที่ดีแล้ว แม่ยังเตรียมกายเตรียมใจในการสร้างครอบครัวที่ดี บ้านของเราจึงเป็นจุดเริ่มต้น "กรรมใหม่"ที่ดี พ่อแม่ พี่ ๆ น้อง ๆ รักใคร่ใกล้ชิดกันอย่างอบอุ่น การอบรมบ่มเพาะลูก พ่อแม่ก็ไม่ลักลั่น เพราะพ่อให้แม่เป็นช้างเท้าหน้าในการบ่มสอน ที่สำคัญ คือ การสอนทุกเรื่องของแม่ ไม่ใช่ชี้ ๆ จี้ ๆ ให้ทำตาม หรือห้ามนั่น ห้ามนี่จนลูกอึดอัด แต่แม่สอนด้วยวิธีการ "ทำให้เห็น เป็นให้ดู " ถ้าอยากให้ลูกทำอะไร เป็นอย่างไร แม่จะทำอย่างนั้น เป็นอย่างนั้นนำลูก..นำจนลูกทำจนชินแล้วกลายเป็นนิสัย  แม่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูก โดยเฉพาะเรื่องการให้เวลาที่มีคุณภาพในการบ่มเพาะสิ่งดี ๆ ให้แก่ลูก เพราะแม่รู้ว่า การสร้างนิสัย เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและต้องใจเย็น ๆ 

แม่สอนทุกเรื่องที่เห็นว่าดี..สอนตั้งแต่ลูกยังเล็ก 
แม่ไม่เคยตัดโอกาสในการเรียนรู้ของลูกเพียงว่า " ลูกยังเล็ก หรือเรื่องนี้มันยากเกินไป..สอนเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่องหรอก " เหตุนี้..ลูกจึงรู้เรื่องดี ๆ ก่อนเพื่อน ๆ ที่แม่ๆทั้งหลายรอให้โตก่อน ค่อยพูด..สุดท้ายก็สายเกินสอน

เรื่องที่ 2 ต้องอยู่ในสังคมที่ดี
โชคดีเป็นคำรบสอง ที่ลูกของแม่เกิดมา และมีโอกาสได้อยู่ในสังคมแห่งกัลยาณมิตร คนในชุมชนเล็ก ๆ มีจำนวนไม่มาก รู้จักกันตั้งแต่หัวบ้านท้ายบ้าน ทำอะไร มีอะไรเกิดขึ้นล้วนส่งผลต่อส่วนรวมเสมอ ทำให้เรามีโอกาสที่ดีในการใช้ชีวิตอย่างพึ่งพิงอิงอาศัยกัน เกื้อกูลกัน..ทำให้ลูกมีฐานชีวิตที่ดี มีความเป็นมิตร รักตนเองเป็น และรักคนอื่นได้ "ให้"ตนเองเป็นและ"ให้"คนอื่นได้

ครั้นเติบใหญ่ต้องมาใข้ชีวิตในสังคมเดิม แต่เปลี่ยนจากาังคมที่เป็นมิตร มาเป็นสังคมที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง เปลี่ยนจากสังคมแห่งการเอื้อเฟื้อ มาเป็นสังคมที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จนทำให้มีปัญหาต่างๆนานาเกิดขึ้นมากมาย 
พ่อคนแม่คนที่ควรมีคนใดคนหนึ่งอยู่กับลูกเป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่กลับต้องทุ่มเทให้กับการทำงานเพื่อหารายได้ ลูกต้องออกจากอกตั้งแต่วัยเยาว์ ความผูกพันใกล้ชิดก็เริ่มลดน้อยถอยลง ลูกขาดโอกาสที่จะได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีเท่าที่ควร เลี้ยงลูกด้วยไฮเทคโนโลยีที่หลงผิดคิดว่าดี แต่แท้แล้ว กลับเป็นช่องทางที่สร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีให้ลูกอย่างเลือดเย็น ทั้งพฤติกรรมก้าวร้าว อารมณ์รุนแรง และขาดความอดทน รอใครไม่ได้ ชั่งใจไม่เป็น

แม่ว่า..
ที่ร่ายยาวมาทั้งหมด ส่งผลให้ลูกแทนที่จะ " คิดดีทำดี " กลายเป็น "คิดเลว ทำร้าย" ให้พ่อแม่ตามแก้ไม่สิ้นสุด..แก้กันจนตายจากกันไปข้างหนึ่

เรื่องที่ 3 และ4 คิดดี ทำดี
ลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 มีทุนทางชีวิตติดมาเพียบ เพราะอยู่ในบ้านที่มีพ่อแม่พี่น้องที่ " คิดดี ทำดี " ต่อตัวเองเป็นปฐม แล้วคิดดี ทำดีต่อคนอื่นเป็นการต่อยอด

และเรื่องทึ่ 5 คบคนดีเอาไว้ว่าต่อพรุ่งนี้เนาะ..เพราะแม่สอนแยะ

เพราะแม่ให้โอกาสที่ดี  ลูกจึงมีโอกาสในการทำดี

รักแม่เป็นที่สุด

เรื่องที่แม่เน้นย้ำกับลูกเสมอ คือ การคบหาสมาคมกับเพื่อนฝูงและผู้คนในสังคม ที่แม่พร่ำสอนว่าต้องคบค้ากับคนดีเท่านั้
แม่กังวลตั้งแต่ตอนที่ลูกๆ ต้องไกลหูไกลตา ห่างอกแม่มาเข้าเรียนในกรุง  พี่หน่อยเรียนผดุงศิษย์พิทยา พี่หนุ่ยเรียนเตรียมอุดมศึกษา พี่นิดเรียนเตรียมอุดมศึกษา พี่ตุ๊กติ๊กเรียนสตรีวิทยา..4 คนนี่..แม่ไม่ห่วง เพราะแต่ละคนล้วนมีวีถีที่เรียบร้อย ไม่ทำให้แม่ห่วงมากนัก  แต่พอมา 3 คนหลัง..ตุ๊บปองเรียนโยธินบูรณะ นิ้งหน่องเรียนสุรศักดิ์มนตรี และน้องน้อยเรียนเรวดี
แม่ทั้งย้ำทั้งเตือน แถมกระตุกให้พี่ๆ คอยกำกับอย่างใกล้ชิด เพราะทั้ง 3 พระหน่อนี้เป็นกลุ่ม “เด็กแนว” แนวเนือยๆ คร้านๆ แนวบ้าๆ บอๆ ห่ามๆ และแนวร็อค ๆ แรงๆ

กลุ่มแรก ลูก 4 คน..เป็นคนเงียบ ๆ เรียบ ๆ ก็เลยคบเพื่อนในจริตเดียวกัน การรวมกลุ่มก็จะเป็นการรวมตัวเพื่อการพัฒนาตน เช่น ติววิชาต่าง ๆ หรือ อ่านหนังสือแล้วแลกเปลี่ยนมุมมองที่ทำให้มองได้รอบ และครอบมากขึ้น
แต่กลุ่ม 2 ..ลูก 3 คนหลังนี่ ก็น่าให้แม่ห่วงอยู่หรอก เพราะเป็นคน เฮฮาประสา “สุขนิยม” ดังนั้นการคบหาเพื่อนก็เลยคบเพื่อนในจริตเดียวกัน..ตามคอนเซ็ป การรวมกลุ่มก็จะเป็นการรวมตัวเพื่อการบันเทิง เช่น พูดคุยเรื่อยเปื่อยไม่ได้แก่นได้แกนอะไร หรือ ดูหนัง ฟังเพลง จะดีก็อยู่ที่ยังมีนิสัยรักการอ่าน รักหนังสือ..ก็เลยเป็นตัวกรองเพื่อนที่จะเข้ามาคบได้ระดับหนึ่ง เพราะต้องเป็นพวกบันเทิงเชิงความรู้..บันเทิงกับโลกของหนังสือด้วย

สิ่งที่แม่ย้ำมากคือ  การคบคนดี
แม่ไม่เคยนิยามคำว่า “คนดี” ในความหมายที่ลึกซึ้ง แม่เพียงแต่สอนลูกว่า คนดีของคนที่ดี คือ คนที่ดีเหมือนกัน คนดีของโจร คือ โจรเหมือนกัน และต้องเป็นโจรที่ดีจึงจะนำโจรได้ เช่น คนดีในหมู่คนลักเล็กขโมยน้อย คือ คนที่ลักเล็กขโมยน้อยได้ดี

แต่โชคดีที่ตั้งแต่ตอนเล็ก ลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 ของแม่ “รักดี” เพราะ เรามีภาพของแม่ที่ชัดเจนในใจมาตั้งแต่เล็ก เพราะแม่เลี้ยงลูกด้วยตนเอง ทำกิจกรรมที่ดีกับลูก อย่างเล่านิทาน อ่านหนังสือ สอนการบ้าน หรือแม้แต่การกอด การหอม การสัมผัสลูกอย่างมีความหมาย ไม่ใช่สักแต่ว่ากอด สักแต่ว่าหอม ที่สำคัญ คือ แม่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดทั้งการกินการอยู่ ดูแลดีจนลูกทุกคนรับรู้ว่า “แม่ทำเพราะรักลูกมากเหลือเกิน”   ลูกทุกคนจึงมีภาพของแม่ เด่นชัดและแข็งแรงในจิตใจ ซึ่งสายสัมพันธ์ที่ดี และแน่นแฟ้นนี้ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ช้า ๆ ทอดยาวออกและแข็งแรงมากขึ้นทุกขณะ..จนลูกโตก็ไม่หยุดทอดยอด

เมื่อลูกมีภาพแม่ชัดและมีสายสัมพันธ์แข็งแรง ลูกจึงดี และคบเพื่อนที่ดีได้ เพราะความรักที่ได้ใกล้ชิดแม่ มิใช่เพราะการสั่งสอน

เป็นอย่างที่แม่ว่า..   “ แม่เชื่อในตัวลูก”   เพราะแม่มั่นใจในสายสัมพันธ์ที่ดี ที่ลูกรักพ่อรักแม่มาก ลูกก็จึงมีตัวตนที่ชัด เมื่อลูกมีตัวตนที่ชัดจะรักตนเองไม่ใช้พฤติกรรมเสี่ยง และรู้ว่าอนาคตของตนเองจะไปไหน

ลูกของแม่ทุกคนมีภาพแม่ที่ชัดเจน..ทุกครั้งที่จะทำอะไร เราจะคิดถึงแม่ก่อนเสมอ อะไรที่แม่ไม่ชอบ หรือเพียงแต่แค่คิดว่าแม่ “อาจจะ”ไม่ชอบ เราจะเลี่ยงออกจากสิ่งนั้น หรือสถานการณ์นั้น ๆ หรือหยุดทำทันทีเพราะเกรงว่าแม่จะเสียใจ

ลูกทั้ง 3 คนหลังที่แม่ห่วงนักหนาก็เช่นกัน..
เราแยกออกมาตั้งแต่เล็กแล้วว่าอะไรดี อะไรไม่ดี..เพราะแม่สั่งสอน
การคบเพื่อน คบผู้คนคนในสังคมก็เช่นกัน เราแยกแยะได้ว่าคนไหนดี คนไหนไม่ดี และรู้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างไรในภาวะที่ไม่อาจเลี่ยงได้

เราดีได้เพราะแม่ดีนำ เราคบคนดีได้ เพราะแม่คบคนที่ดีนำ
ลูกจึงรักแม่เป็นที่สุด

จากผู้อ่าน – เมื่อเช้าเพิ่งจัดการกับการแยกลูกออกจาก หน้าจอทีวี เพื่อมาหม่ำเมนูเช้า วุ่นวายพอสมควร สุดท้ายต้องใช้วิธีให้ลูกมาทำเมนูเพิ่มคนละอย่างด้วยตัวเอง (ไข่เจียว แต่ใครอยากใส่หน้าอะไรเพิ่มก็เชิญ ตีไข่เอง ทอดเอง )ลูกลิง ๆ ทั้งสี่คน จึงจะสงบ แต่พอได้อ่านบทความนี้แล้วมีพลังใจขึ้นเยอะ สำหรับคุณแม่ลูกสี่ นี้คงเป็นแค่เริ่มต้น สำหรับลูกวัยนี้ ขอบคุณนะค่ะ เป็นแนวทางที่ดีมาก ๆ เลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: