AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง “บันทึกสุดท้ายของแม่”

บันทึกสุดท้ายของแม่..
“ตุ๊บปอง”ไปพบในลิ้นชักทำงานของแม่ที่บ้าน”พิดโลก” เมื่อก่อนแม่เสียไม่นาน ตอนนั้นคุยกับแม่และตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องสั้นเล่มใหม่ต่อจาก “สุดแรงเกิดของแม่”  แม่บอกว่าให้ตั้งชื่อเรื่องว่า “ครูหลังสงคราม“นะ  จำได้แม่นว่าหัวเราะเอิ้กอ๊าก แซวแม่ว่าตั้งชื่อหนังสือซะ”บู๊”เชียว

เรื่องที่แม่เขียน..ลูก ๆ ได้นำมาบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ “สุดแรงเกิดของแม่” ฉบับพิเศษสุด ที่จะมอบให้ทุกท่านที่มาส่งแม่ “ขึ้นบ้านใหม่” ในวันพระราชทานเพลิง วันที่ 22 ธันวา .. ครบ 6 เดือนที่แม่สิ้น

แม่เขียนไว้สนุกมาก..ที่ชอบที่สุด เพราะแม่ไม่เคยเล่าให้ฟังมาก่อน มารู้ก็ตอนอ่าน”บันทึกสุดท้าย” ของแม่นี่แหละ

แม่บันทึกไว้ว่า..
เหตุเกิดตอนที่แม่สอนที่โรงเรียนประชาอุปถัมภ์ แม่ต้องสอนชั้น ป.3 – ป.4 เพราะโรงเรียนนี้มีครูแค่ 3 คน แต่มีนักเรียนตั้ง 121 คน ดังนั้นครูต้องสอนคนละ 2 ชั้น วันหนึ่งครูชั้น ป.1 – ป.2 ไม่มา แม่ต้องสอน 4 ชั้น..คนเดียว แม่ให้เด็ก ป.1 ป.2 ทำแบบฝึกหัด แล้วก็เดินดูนักเรียนชั้นป.3 – 4 เด็กทุกคนทำแบบฝึกหัดกันอย่างเรียบร้อยดีทุกคน   ยกเว้น… เด็กชายหลี นักเรียนชั้น ป.4 คนเดียวที่ไม่ทำ ครูถามก็นิ่งไม่พูด แถมทำท่าทางกวนโมโห แม่เลยใช้ไม้บรรทัดตีไปซะ 2 ที เด็กชายหลีโกรธแม่ถึงขนาดกำหมัด 2 มือแน่น แถมทำท่าจะชก แม่โกรธจัดหันไปคว้า “ไม้ที” ฟาดเข้าที่ก้นปากก็พูดว่า “เอ้าเธอชกครูมาชกเลย ครูยอมตายเพราะศิษย์นี่แหละ”

เด็กชายหลีเดินออกจากห้องเรียนข้ามฟากแม่น้ำแควน้อยไปฟ้องพ่อแม่คือ นายฟัก นางสร้อย
นายฟักได้ฟังลูกเท่านั้น..ไม่ทันไต่ถามทวนความด้วยซ้ำกัน มาตะโกนด่าแม่ที่โรงเรียน ตั้งแต่ลงบันไดบ้านขั้นแรกด่าดังสนั่นหน้าโรงเรียนว่า..   “ครูไม่รู้จะหากินทางไหนแล้วละซีจึงมาแทะกระดานดำกิน”

ครูใหญ่เรียกให้เข้ามาพูดคุยกันตาฟักก็ไม่มา ด่าอยู่เป็นพักๆ จนครูใหญ่อดโมโหไม่ได้ปากคอสั่นคว้ากระดาษเขียนรายงานให้ภารโรงไปแจ้งความที่โรงพัก   ตำรวจรับหนังสือแล้วจึงออกหมายเรียกตัวครูกาญจนากับตาฟักไปพบวันรุ่งขึ้น

แม่กะตาฟักมาพร้อมกันที่โรงพัก ตำรวจถามตาฟักว่า “ทำไมไปด่าครูเขาล่ะ”   ตาฟักก็ร่ายยาวเชียวว่า “ครูตีลูกตัวเองเกินกว่าเหตุ ตีด้วยไม้ที”    ตำรวจหันมาถามแม่ว่าจริงหรือเปล่า แม่ตอบไปว่าจริงทุกอย่าง ตามที่ตาฟักว่า (นี่แหละนิสัยแม่ ทำอะไรแม่รับผิด รับชอบเสมอ)
แล้วแม่ก็อธิบายถึงเหตุว่า ในวันเกิดเหตุต้องสอนนักเรียนคนเดียว 4 ชั้น นักเรียน 100 กว่าคนนั้นมันหนักหนาสาหัสมาก ต้องดูแลอย่างดี เด็กเป็นอะไรไปก็จะเป็นเรื่องเป็นราว ก็เลยให้ทำแบบฝึกหัด เด็กๆ จะได้มีงานทำ จะได้นิ่ง นักเรียนทุกคนก็ทำด้วยดี ก็มีแต่เด็กชายหลีคนเดียวที่ไม่ทำ นอกนั้นทำหมด แล้วแม่ก็เล่า..เป๊ะ เป๊ะ เป๊ะทุกอย่างตามที่เกิดอย่างตรงไปตรงมา(นี่ก็เป็นนิสัยแม่ที่เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม)

ด้วยความที่ชาวบ้านทุกคนเคารพรักและนับถือแม่ในความเป็นครูที่ทุ่มเททำงานเพื่อเด็ก ๆ อย่างซื่อตรง

ตำรวจถามตาฟักว่า “ทำไมแกไม่ถามครูเขาก่อนว่าตีลูกแกทำไม” ตาฟักนิ่ง

ตำรวจตึงหันมาถามแม่ว่า “จะเอาไงครู ”

ครั้นพอเห็นแม่นั่งนิ่ง..ไม่ตอบ ตำรวจถามซ้ำอีก แม่เลยตอบไปว่า    “ฉันไม่เอาเรื่องค่ะ แต่ขอให้ผู้ปกครองเด็กรู้ว่า ที่ครูทุกคนทำโทษเด็กนั้น ก็เป็นเพราะว่า ครูรักเด็ก ห่วงใยเด็ก กลัวว่าจะเรียนไม่ทัน กังวลว่าจะได้รับความรู้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย” 

กับลูกก็เหมือนกัน.. ทุกครั้งที่แม่ตี แม่จะพร่ำสอนว่า “ที่แม่ต้องตีเพราะไม่อยากให้ลูกทำผิดจนติดเป็นนิสัย”

สุดท้ายของบันทึก แม่เขียนว่า..
“ฉันอยากเห็นเด็กทุกวันนี้หันมาเอาใจใส่ดูแลพ่อ-แม่ ประกอบอาชีพกันบ้าง งานไหนช่วยได้ก็ควรจะช่วยหยิบฉวยช่วยแบ่งเบาท่านทั้งสองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ดูทีวี วีดีโอเกม เอาแต่ชวนกันกิน เล่น เที่ยว อยากได้อะไรก็เอาให้ได้ดั่งใจ โดยไม่นึกว่า พ่อแม่ลำบากแค่ไหน ทุกวันนี้หัวอกพ่อแม่กำลังเป็นแผลกลัดหนอง ลูกขออะไรก็ต้องหามาถวาย มิฉะนั้นเดี๋ยวจะหนีไปเที่ยวซะ หรือไม่ก็พากันไปเหลวไหล ก็เพราะผลจากการตามใจลูกมากเกินไปนี่แหละ”

แม่รักลูกจึงปลูกฝังให้ทำแต่ความดี
ลูกจึงรักแม่เป็นที่สุด

ที่มา FB ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง

Photo: บันทึกสุดท้ายของแม่..
"ตุ๊บปอง"ไปพบในลิ้นชักทำงานของแม่ที่บ้าน"พิดโลก" เมื่อก่อนแม่เสียไม่นาน ตอนนั้นคุยกับแม่และตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องสั้นเล่มใหม่ต่อจาก "สุดแรงเกิดของแม่" 
แม่บอกว่าให้ตั้งชื่อเรื่องว่า "ครูหลังสงคราม"นะ
จำได้แม่นว่าหัวเราะเอิ้กอ๊าก แซวแม่ว่าตั้งชื่อหนังสือซะ"บู๊"เชียว 

เรื่องที่แม่เขียน..ลูก ๆ ได้นำมาบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ "สุดแรงเกิดของแม่" ฉบับพิเศษสุด ที่จะมอบให้ทุกท่านที่มาส่งแม่ "ขึ้นบ้านใหม่" ในวันพระราชทานเพลิง วันที่ 22 ธันวา .. ครบ 6 เดือนที่แม่สิ้น

แม่เขียนไว้สนุกมาก..
ที่ชอบที่สุด เพราะแม่ไม่เคยเล่าให้ฟังมาก่อน มารู้ก็ตอนอ่าน"บันทึกสุดท้าย" ของแม่นี่แหละ

แม่บันทึกไว้ว่า..
เหตุเกิดตอนที่แม่สอนที่โรงเรียนประชาอุปถัมภ์ แม่ต้องสอนชั้น ป.3 – ป.4  เพราะโรงเรียนนี้มีครูแค่ 3 คน แต่มีนักเรียนตั้ง 121 คน ดังนั้นครูต้องสอนคนละ 2 ชั้น วันหนึ่งครูชั้น ป.1 – ป.2 ไม่มา แม่ต้องสอน 4 ชั้น..คนเดียว  แม่ให้เด็ก ป.1 ป.2 ทำแบบฝึกหัด แล้วก็เดินดูนักเรียนชั้นป.3 – 4 เด็กทุกคนทำแบบฝึกหัดกันอย่างเรียบร้อยดีทุกคน ยกเว้น เด็กชายหลี นักเรียนชั้น ป.4 คนเดียวที่ไม่ทำ ครูถามก็นิ่งไม่พูด แถมทำท่าทางกวนโมโห แม่เลยใช้ไม้บรรทัดตีไปซะ 2 ที เด็กชายหลีโกรธแม่ถึงขนาดกำหมัด 2 มือแน่น แถมทำท่าจะชก แม่โกรธจัดหันไปคว้า "ไม้ที" ฟาดเข้าที่ก้นปากก็พูดว่า
"เอ้าเธอชกครูมาชกเลย ครูยอมตายเพราะศิษย์นี่แหละ"

เด็กชายหลีเดินออกจากห้องเรียนข้ามฟากแม่น้ำแควน้อยไปฟ้องพ่อแม่คือนายฟัก นางสร้อย
นายฟักได้ฟังลูกเท่านั้น..ไม่ทันไต่ถามทวนความด้วยซ้ำกัน มาตะโกนด่าแม่ที่โรงเรียน ตั้งแต่ลงบันไดบ้านขั้นแรกด่าดังสนั่นหน้าโรงเรียนว่า..
"ครูไม่รู้จะหากินทางไหนแล้วละซีจึงมาแทะกระดานดำกิน" 

ครูใหญ่เรียกให้เข้ามาพูดคุยกันตาฟักก็ไม่มา ด่าอยู่เป็นพักๆ  จนครูใหญ่อดโมโหไม่ได้ปากคอสั้นคว้ากระดาษเขียนรายงานให้ภารโรงไปแจ้งความที่โรงพัก 

ตำรวจรับหนังสือแล้วจึงออกหมายเรียกตัวครูกาญจนากับตาฟักไปพบวันรุ่งขึ้น 

แม่กะตาฟักมาพร้อมกันที่โรงพัก ตำรวจถามตาฟักว่าทำไมไปด่าครูเขาล่ะ ตาฟักก็ร่ายยาวเชียวว่าครูตีลูกตัวเองเกินกว่าเหตุตีด้วยไม้ที ตำรวจหันมาถามแม่ว่าจริงหรือเปล่า แม่ตอบไปว่าจริงทุกอย่าง ตามที่ตาฟักว่า (นี่แหละนิสัยแม่ ทำอะไรแม่รับผิด รับชอบเสมอ) 

แล้วแม่ก็อธิบายถึงเหตุว่า ในวันเกิดเหตุต้องสอนนักเรียนคนเดียว 4 ชั้น นักเรียน 100 กว่าคนนั้นมันหนักหนาสาหัสมาก  ต้องดูแลอย่างดี เด็กเป็นอะไรไปก็จะเป็นเรื่องเป็นราว ก็เลยให้ทำแบบฝึกหัด เด็ก ๆ จะได้มีงานทำ จะได้นิ่ง นักเรียนทุกคนก็ทำด้วยดี ก็มีแต่เด็กชายหลีคนเดียวที่ไม่ทำ นอกนั้นทำหมด แล้วแม่ก็เล่า..เป๊ะ เป๊ะ เป๊ะทุกอย่างตามที่เกิดอย่างตรงไปตรงมา(นี่ก็เป็นนิสัยแม่ที่เป็นคนตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม)

ด้วยความที่ชาวบ้านทุกคนเคารพรักและนับถือแม่ในความเป็นครูที่ทุ่มเททำงานเพื่อเด็ก ๆ อย่างซื่อตรง

ตำรวจถามตาฟักว่า "ทำไมแกไม่ถามครูเขาก่อนว่าตีลูกแกทำไม" ตาฟักนิ่ง 
ตำรวจตึงหันมาถามแม่ว่า "จะเอาไงครู "
ครั้นพอเห็นแม่นั่งนิ่ง..ไม่ตอบ ตำรวจถามซ้ำอีก แม่เลยตอบไปว่า
"ฉันไม่เอาเรื่องค่ะ แต่ขอให้ผู้ปกครองเด็กรู้ว่า ที่ครูทุกคนทำโทษเด็กนั้น ก็เป็นเพราะว่าครูรักเด็ก ห่วงใยเด็ก กลัวว่าจะเรียนไม่ทัน กังวลว่าจะได้รับความรู้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย" 

กับลูกก็เหมือนกัน..
ทุกครั้งที่แม่ตี แม่จะพร่ำสอนว่า "ที่แม่ต้องตีเพราะไม่อยากให้ลูกทำผิดจนติดเป็นนิสัย"

สุดท้ายของบันทึก แม่เขียนว่า..
"ฉันอยากเห็นเด็กทุกวันนี้หันมาเอาใจใส่ดูแลพ่อ-แม่ ประกอบอาชีพกันบ้าง งานไหนช่วยได้ก็ควรจะช่วยหยิบฉวยช่วยแบ่งเบาท่านทั้งสองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ดูทีวี วีดีโอเกม  เอาแต่ชวนกันกิน เล่น เที่ยว อยากได้อะไรก็เอาให้ได้ดั่งใจ โดยไม่นึกว่า พ่อแม่ลำบากแค่ไหน ทุกวันนี้หัวอกพ่อแม่กำลังเป็นแผลกลัดหนอง ลูกขออะไรก็ต้องหามาถวาย มิฉะนั้นเดี๋ยวจะหนีไปเที่ยวซะ หรือไม่ก็พากันไปเหลวไหล ก็เพราะผลจากการตามใจลูกมากเกินไปนี่แหละ"

แม่รักลูกจึงปลูกฝังให้ทำแต่ความดี
ลูกจึงรักแม่เป็นที่สุด

 

ผู้อ่าน –   เห็นถึงจิตวิญญาณของความเป็นครูของคุณแม่อย่างแท้จริง และที่คุณแม่กล่าวไว้ ก็ไม่มีผิดเพี้ยนเลยในสังคมปัจจุบัน น่ากังวลเป็นที่สุด ขอบคุณมากค่ะสำหรับแง่คิดยามเช้า

– อ่านอย่างละเอียดหลายรอบ..ซาบซึ้งมากเลยค่ะ “ทุกวันนี้หัวอกพ่อแม่กำลังเป็นแผลกลัดหนอง ลูกขออะไรก็ต้องหามาถวาย มิฉะนั้นเดี๋ยวจะหนีไปเที่ยวซะ หรือไม่ก็พากันไปเหลวไหล ก็เพราะผลจากการตามใจลูกมากเกินไปนี่แหละ” ..ขอบพระคุณค่ะ

– ขอบคุณคะพี่ปองที่ทำให้เราได้อ่านบทความดี ๆ แบบนี้ ชอบที่คุณแม่บอกว่า “ที่แม่ต้องตีเพราะไม่อยากให้ลูกทำผิดจนติดเป็นนิสัย” จะเก็บไว้สอนลูกค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: