AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง “ปลายท่อของความทุกข์”

เมื่อสัก 10 ปีก่อน..เอาเรื่องเด็กในบ้านที่ต้องดูแลมาคุยให้แม่ฟัง หลังจากฟังจนจบ แม่บอกว่า..
เป็นตายอย่างไร แม่จะไม่ยอมให้ลูก “เป็นปลายท่อของความทุกข์”ในชีวิตเด็ดขาด

แม่ว่า..เรื่องของพ่อแม่ต้องแก้ให้ตกระหว่างผู้ใหญ่ด้วยกัน อย่าหาพวก อย่าลงกับลูก 
แม่รังเกียจนักที่พ่อแม่ทะเลาะกันแล้วมาลงกับลูก แม่ว่า..ลูกเล็กเกินกว่าจะปกป้องตัวเอง

ตุ๊บปองเล่าถึงลูก ๆ ในบ้าน (สถานสงเคราะห์) ที่ต้องดูแลว่า..
วันหนึ่ง..มีผู้ใหญ่ใจดีโทรศัพท์มาบอกว่าเด็กชายวัย 24 วันที่อยู่ข้างบ้าน ชื่อ ผักกาด กำลังถูกยายเอาธูปจี้ ร้องไห้ไม่หยุด..ร้องจนสิ้นเสียง เกรงว่าจะสิ้นใจเสียก่อน ตุ๊บปองเลยรีบบึ่งไปถึงบ้าน แล้วเข้าไปขอกับยาย ให้เหตุผลว่าเพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดู เพราะเมื่อเห็นสภาพแล้วก็น่าอยู่หรอกที่ยายจะเครียด เพราะไม่เพียงแต่ต้องดูแลเพียงหลานชายตัวน้อยอย่างผักกาด แต่ต้องดูแลชายตัวใหญ่อย่างพ่อผักกาด..ลูกเขยอีกด้วย

เด็กชายผักกาดเป็นลูกชายคนแรกของครอบครัวพ่อแม่หนุ่มสาววัยรุ่นอายุซัก 13-15 ปี ที่ยึดอาชีพเข็ญผักในตลาดสดเลี้ยงตน อยู่กันอย่างเป็นสุขประสาหนุ่มสาวข้าวใหม่ปลามัน จนเกิดผักกาดนี่แหละ..ก่อนคลอดแม่ก็เลยขอให้ยายมาช่วยดูแล..ก็มาอยู่กันอย่างแออัด ในห้องสังกะสีแคบ ๆ ที่ทั้งร้อน และอับเหม็น

ในวันที่ผักกาดลืมตามองโลก..เป็นวันเดียวกับที่พ่อของผักกาดเกือบปิดตาลาโลก เพราะตกรถขนผัก..ไม่รู้ลงมาท่าไหนทำให้กระดูกสันหลังแตกทับเส้นประสาท..หมอบอกว่าน่าจะเป็นอัมพาต

ผักกาดกินนมแม่ได้เพียงสัปดาห์เดียว..แม่ก็ต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงลูกที่ยังเล็ก และสามีที่นอนแบ่บอยู่บนที่นอน

แม่ให้ผักกาดอยู่กับยายที่ต้องดูแลทั้งหลานและลูกเขยที่เจ็บหนัก
นี่แหละที่มาของความเครียดของยาย..ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตติดตัวมาก่อนแล้ว พอได้ยินเสียงร้องของหลาน ยิ่งเครียดหนัก วันหนึ่งขณะไหว้พระ หลานร้อง ยายประสาทตึง..เลยดึงธูปมาจี้หลาน เป็นแผลเต็มตัวไปหมด หัวหู หน้าตา ไม่มีเว้น

เหตุนี้แหละ..ที่ทำให้ผักกาดมาเป็นลูกชายคนใหม่ของพ่อ ‘ปอง
วันแรกที่พบ ไม่กล้าอุ้มลูก..ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะตก หากแต่เป็นเพราะเกรงว่าลูกจะเจ็บมากขึ้นมากกว่า..จะจับก็กลัวว่าลูกจะเจ็บ เพราะแผลพุพองเป็นรอยจ้ำ ช้ำไปทั้งตัว แตกเป็นน้ำเยิ้มแฉะ ๆ ก็เยอะ ยังพองเต่งพร้อมแตกอีกก็แยะ แห้งเป็นสะเก็ดมีให้เห็นเป็นลายพร้อยเต็มไปหมด บาดแผลบนผิวที่ละมุนนุ่มบอกว่า เจ้าของชีวิตน้อย ๆ นี้ผ่านการถูกทารุณกรรมมาก่อนที่จะได้ 24 วัน ทั้ง ๆ ที่แม่เองก็รู้แต่ไม่กล้าทำอะไรเกรงว่าแม่จะทิ้งให้ต้องดูแลทั้งลูกที่เล็กและผัวที่เจ็บสาหัส ..คงต้องพากันอดตายแน่
ลูกผักกาด ทำเอาพ่อ ‘ปองน้ำตาหยด

มาอยู่ด้วยกันแล้ว..ก็ต้องดูแลกันไป
ตอนให้นม..ผักกาดสบตาพ่อ’ปองตาแป๋ว..อายุเดือนเดียวนี่แหละ..ผักกาดยิ้มได้แล้ว..ผักกาดยิ้มตอบทุกครั้งเมื่อสบตากันระหว่างพ่อลูก เล่นกัน เวลาที่คุยกับลูก ไม่ว่าจะเอียงหน้าไปทางซ้าย ย้ายไปทางขวาผักกาดก็จะมองตาม ผักกาดมีกลิ่นตัวที่หอมมาก กลิ่นเนื้อเด็ก กลิ่นนม ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กหอมบาง ๆ ..พ่อปองชอบอุ้มแล้วร้องเพลงเบา ๆ ให้ฟัง

พอแม่ฟังจบ..แม่ควักตังค์ให้ 5,000 บาท บอกให้ไปถามแม่ของผักกาดว่าทำอะไรเป็นบ้าง มีฝีมือด้านไหน ก็เอาไปลงทุนทำมาหากิน แม่ว่า.. “เงินนี้แม่ให้ไปต่อทุน ต่อชีวิต ไม่ต้องมาคืนแม่..แม่ให้”    ตอนนั้น..ขนาดเราเป็นลูกยังรู้สึกซาบซึ้งเลย
แม่ของผักกาดก็เช่นกัน..รับเงินทั้งน้ำตาด้วยความตื้นตัน แล้วเปลี่ยนอาชีพมาเป็นแม่ค้าส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่างขายในตลาดสดที่แม่เคยเข็ญผักนั่นแหละ..ขายดีเหลือเชื่อ..ได้เงินเป็นกอบเป็นกำก็ให้หมั่นเก็บไว้ให้แม่เลี้ยงหลาน ส่วนพ่อของผักกาด ก็ดูแลเองว่าง ๆ จากการขายส้มตำก็วิ่งมาดูแลกันไป ชั่วหกเดือนที่ทำกายภาพบำบัดตามที่หมอบอก พ่อของผักกาดก็ขยับตัวได้ กระถดกระถัดไปห้องน้ำเองได้แล้ว..ชีวิตทุกชีวิตเริ่มมีภาพของอนาคตที่ดี

แม่สอนว่า..
ถ้าเราคิดจะทำอะไรดี ๆ เพื่อตนเอง หรือเพื่อคนอื่นเมื่อไหร่ให้รีบลงมือทำ อย่าอ้อยอิ่ง เพราะถ้าเวลาผ่านไปเราอาจจะหมดอารณ์ที่จะทำก็ได้ และการทำดีด้วยการให้โอกาสคนนั้น ให้รีบลงมือทำ เพราะนั่นอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาก็ได้

แม่ทำดีไม่เคย”เดี๋ยว” อย่างนี้เสมอ ลูกจึงได้คนนำทางชีวิตที่ดีมาโดยตลอด
รักแม่เป็นที่สุด

ที่มา  FB ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง

Photo: เมื่อสัก 10 ปีก่อน..
เอาเรื่องเด็กในบ้านที่ต้องดูแลมาคุยให้แม่ฟัง หลังจากฟังจนจบ แม่บอกว่า..
เป็นตายอย่างไร แม่จะไม่ยอมให้ลูก "เป็นปลายท่อของความทุกข์"ในชีวิตเด็ดขาด
แม่ว่า..เรื่องของพ่อแม่ต้องแก้ให้ตกระหว่างผู้ใหญ่ด้วยกัน อย่าหาพวก อย่าลงกับลูก 
แม่รังเกียจนักที่พ่อแม่ทะเลาะกันแล้วมาลงกับลูก แม่ว่า..ลูกเล็กเกินกว่าจะปกป้องตัวเอง

ตุ๊บปองเล่าถึงลูก ๆ ในบ้าน (สถานสงเคราะห์) ที่ต้องดูแลว่า..
วันหนึ่ง..มีผู้ใหญ่ใจดีโทรศัพท์มาบอกว่าเด็กชายวัย 24 วันที่อยู่ข้างบ้าน ชื่อ ผักกาด กำลังถูกยายเอาธูปจี้  ร้องไห้ไม่หยุด..ร้องจนสิ้นเสียง เกรงว่าจะสิ้นใจเสียก่อน  ตุ๊บปองเลยรีบบึ่งไปถึงบ้าน แล้วเข้าไปขอกับยาย ให้เหตุผลว่าเพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงดู เพราะเมื่อเห็นสภาพแล้วก็น่าอยู่หรอกที่ยายจะเครียด  เพราะไม่เพียงแต่ต้องดูแลเพียงหลานชายตัวน้อยอย่างผักกาด แต่ต้องดูแลชายตัวใหญ่อย่างพ่อผักกาด..ลูกเขยอีกด้วย

เด็กชายผักกาดเป็นลูกชายคนแรกของครอบครัวพ่อแม่หนุ่มสาววัยรุ่นอายุซัก 13-15 ปี ที่ยึดอาชีพเข็ญผักในตลาดสดเลี้ยงตน อยู่กันอย่างเป็นสุขประสาหนุ่มสาวข้าวใหม่ปลามัน จนเกิดผักกาดนี่แหละ..ก่อนคลอดแม่ก็เลยขอให้ยายมาช่วยดูแล..ก็มาอยู่กันอย่างแออัด ในห้องสังกะสีแคบ ๆ  ที่ทั้งร้อน และอับเหม็น 

ในวันที่ผักกาดลืมตามองโลก..เป็นวันเดียวกับที่พ่อของผักกาดเกือบปิดตาลาโลก เพราะตกรถขนผัก..ไม่รู้ลงมาท่าไหนทำให้กระดูกสันหลังแตกทับเส้นประสาท..หมอบอกว่าน่าจะเป็นอัมพาต

ผักกาดกินนมแม่ได้เพียงสัปดาห์เดียว..แม่ก็ต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงลูกที่ยังเล็ก และสามีที่นอนแบ่บอยู่บนที่นอน

แม่ให้ผักกาดอยู่กับยายที่ต้องดูแลทั้งหลานและลูกเขยที่เจ็บหนัก 
นี่แหละที่มาของความเครียดของยาย..ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตติดตัวมาก่อนแล้ว พอได้ยินเสียงร้องของหลาน ยิ่งเครียดหนัก วันหนึ่งขณะไหว้พระ หลานร้อง ยายประสาทตึง..เลยดึงธูปมาจี้หลาน เป็นแผลเต็มตัวไปหมด หัวหู หน้าตา ไม่มีเว้น

เหตุนี้แหละ..ที่ทำให้ผักกาดมาเป็นลูกชายคนใหม่ของพ่อ ‘ปอง
วันแรกที่พบ ไม่กล้าอุ้มลูก..ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะตก หากแต่เป็นเพราะเกรงว่าลูกจะเจ็บมากขึ้นมากกว่า..จะจับก็กลัวว่าลูกจะเจ็บ เพราะแผลพุพองเป็นรอยจ้ำ ช้ำไปทั้งตัว  แตกเป็นน้ำเยิ้มแฉะ ๆ ก็เยอะ ยังพองเต่งพร้อมแตกอีกก็แยะ  แห้งเป็นสะเก็ดมีให้เห็นเป็นลายพร้อยเต็มไปหมด บาดแผลบนผิวที่ละมุนนุ่มบอกว่า เจ้าของชีวิตน้อย ๆ นี้ผ่านการถูกทารุณกรรมมาก่อนที่จะได้ 24 วัน ทั้ง ๆ ที่แม่เองก็รู้แต่ไม่กล้าทำอะไรเกรงว่าแม่จะทิ้งให้ต้องดูแลทั้งลูกที่เล็กและผัวที่เจ็บสาหัส ..คงต้องพากันอดตายแน่
ลูกผักกาด ทำเอาพ่อ ‘ปองน้ำตาหยด

มาอยู่ด้วยกันแล้ว..ก็ต้องดูแลกันไป
ตอนให้นม..ผักกาดสบตาพ่อ’ปองตาแป๋ว..อายุเดือนเดียวนี่แหละ..ผักกาดยิ้มได้แล้ว..ผักกาดยิ้มตอบทุกครั้งเมื่อสบตากันระหว่างพ่อลูก   เล่นกัน เวลาที่คุยกับลูก ไม่ว่าจะเอียงหน้าไปทางซ้าย ย้ายไปทางขวาผักกาดก็จะมองตาม   ผักกาดมีกลิ่นตัวที่หอมมาก กลิ่นเนื้อเด็ก  กลิ่นนม ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กหอมบาง ๆ ..พ่อปองชอบอุ้มแล้วร้องเพลงเบา ๆ ให้ฟัง

พอแม่ฟังจบ..แม่ควักตังค์ให้ 5,000 บาท บอกให้ไปถามแม่ของผักกาดว่าทำอะไรเป็นบ้าง มีฝีมือด้านไหน ก็เอาไปลงทุนทำมาหากิน แม่ว่า..
"เงินนี้แม่ให้ไปต่อทุน ต่อชีวิต ไม่ต้องมาคืนแม่..แม่ให้"

ตอนนั้น..ขนาดเราเป็นลูกยังรู้สึกซาบซึ้งเลย
แม่ของผักกาดก็เช่นกัน..รับเงินทั้งน้ำตาด้วยความตื้นตัน แล้วเปลี่ยนอาชีพมาเป็นแม่ค้าส้มตำ  ข้าวเหนียว ไก่ย่างขายในตลาดสดที่แม่เคยเข็ญผักนั่นแหละ..ขายดีเหลือเชื่อ..ได้เงินเป็นกอบเป็นกำก็ให้หมั่นเก็บไว้ให้แม่เลี้ยงหลาน ส่วนพ่อของผักกาด ก็ดูแลเองว่าง ๆ จากการขายส้มตำก็วิ่งมาดูแลกันไป ชั่วหกเดือนที่ทำกายภาพบำบัดตามที่หมอบอก พ่อของผักกาดก็ขยับตัวได้  กระถดกระถัดไปห้องน้ำเองได้แล้ว..ชีวิตทุกชีวิตเริ่มมีภาพของอนาคตที่ดี

แม่สอนว่า..
ถ้าเราคิดจะทำอะไรดี ๆ เพื่อตนเอง หรือเพื่อคนอื่นเมื่อไหร่ให้รีบลงมือทำ อย่าอ้อยอิ่ง เพราะถ้าเวลาผ่านไปเราอาจจะหมดอารณ์ที่จะทำก็ได้ และการทำดีด้วยการให้โอกาสคนนั้น ให้รีบลงมือทำ เพราะนั่นอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาก็ได้

แม่ทำดีไม่เคย"เดี๋ยว" อย่างนี้เสมอ ลูกจึงได้คนนำทางชีวิตที่ดีมาโดยตลอด
รักแม่เป็นที่สุด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: