AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง “ลูกคนที่ 6 ของแม่”

ลูกคนที่ 6 ของแม่..”ตุ๊บปอง”
ท้องที่ 6 นี่..แม่ฝันว่าได้แหวนสามพลอยเรือนทองงามวับขับแสงใด ๆ ..พลอยแต่ละเม็ดน้ำงามจับตา ส่งประกายดาวทุกเม็ด พอใส่ลงนิ้ว..มันช่างงามเสียนี่กระไร แม่เที่ยวเอาไปอวดใคร ๆ ทั่วหล้า ทุกคนต่างพากันชื่นชมสมบัติชิ้นใหม่งามตา ที่แม่ได้มาเป็นของตน   แม่คิดว่าคงจะได้ลูกสาวคนใหม่แน่ ๆ..  แล้วทุกคนที่รอลุ้น ก็..วะ..ว้าว..อ๋าวววกลับเป็น “ตุ๊บปอง” ลูกชายอ้วนกลม ผิวพรรณผุดผ่อง ขี้อ้อน ขี้งอน ชอบส่งเสียงดัง “เสียงเท่าฟ้า หน้าเท่ากลอง” จนพี่ ๆ เรียก “ไอ้แปดหลอด” พอโตหน่อยผอมแห้ง พุงโร พี่ ๆ ก็เรียก “ไอ้เท่ง”

ตุ๊บปองเป็นเด็กใจดีมีน้ำใจมาตั้งแต่เด็ก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น มีอะไรแจกให้เพื่อนหมด..แจกจนหมดตัวหมดหน้าตัก กระทั่งตัวเองอดก็ทำ เป็นเด็กที่อ่อนไหวกับสรรพสิ่ง…..ชอบสังคม สนุกสนานเฮฮา..ด่าเป็นไฟ

ด้วยมีจริต..จะกร้านพองาม..อารมณ์อ่อนไหว..กอร์ปกับผิวพรรณผ่องขาวเป็นนวลใยและแก้มใส..ทำให้ใคร ๆ ก็นึกว่าแม่มีลูกสาวอีกคน..(นี่คือคำพูดของแม่ที่เล่าย้อนหลังให้ฟังเมื่อครั้งโตขึ้นแล้วนะ) หลายคนมักจะพูดกับแม่เสมอว่า “เหมือนผู้หญิงจังเนาะ” แม่จะยิ้ม แล้วตอบกลับทุกครั้งว่า “ช่างเถิด..เมื่อตอนที่ฉันมีลูก มิได้หวังว่าจะเป็นหญิงหรือชาย เพียงขอให้เป็นเด็กดี เป็นตัวของตัวเองเท่านั้นก็พอ”

ตุ๊บปองเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ทโมนเหมือนลูกชายทั่วไป..ชอบเย็บปักถักร้อย ชอบทำกับข้าว ซ้ำฝีมือทำกับข้าวทำขนมนี้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมาตั้งแต่เด็ก เริ่มตั้งแต่ แม่ซื้อเตาขนมครกดินเผาเล็กๆ ให้ชุดหนึ่ง ก็เริ่มหารายได้ ด้วยการเอาไข่ไก่มาตีแล้วหยอดขนมครกฝาน้อย..แคะขายไม่ทันเชียวละ ลูกค้าตัวน้อยตัวนิดกรูเกรียวห้อมล้อม ใช่แค่ลูกค้าตัวน้อยเท่านั้น ลูกค้าทั่วไปก็ได้ลิ้มชิมรสขนมครก(แป้ง-กะทิ) ขนมปากหม้อ ขนมถ้วยฟู ไข่นกกระทาทอด เมี่ยงคำ ส้มตำ ปลาหมึก ปลาหวานและลูกชิ้นทอด ฝีมือของตุ๊บปองตั้งแต่เล็กมาแล้ว

ตุ๊บปองได้รับหลายอย่างจากทั้งแม่และพ่อ แต่จะหนักมาทางแม่ในด้านอารมณ์ที่อ่อนไหว ถ้าหงุดหงิด..ไม่ได้ดังใจ ใครหน้าไหนอย่าได้ขัดอกขัดใจเป็นอันขาด งอนกันตายเชียว และที่สำคัญเป็นคนใจน้อย..ขี้ใจน้อยเป็นที่สุด แต่นิสัยทั่วไปแล้ว เป็นคนใจดีมาก ใจดีกับทุกคน ไม่เฉพาะเพียงญาติ พี่น้อง แต่จะให้ผู้ทุกข์ยากและผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า หรือเพื่อน ๆ ได้หมดทุกอย่างที่เขามี ถ้าคนเหล่านั้นขอหรือเมื่อรู้สึกสงสาร..

ตุ๊บปองชอบศิลปวัฒนธรรมไทยมาก โปรดปรานที่สุด คือ การดูลิเก ลำตัด เพลงฉ่อย โขน ละเบงละคร ดนตรี มีอะไรในแนวบันเทิง..ดูหมด..ดูได้นาน ๆ ด้วย ..อาจจะด้วยพื้นฐานที่ชอบสิ่งเหล่านี้ ทำให้มีทักษะทางภาษาที่ดี มีความเป็นคน “เจ้าบทเจ้ากลอน” มาตั้งแต่เล็ก

ครั้งหนึ่ง..
แม่เล่านิทานชาดกเรื่อง กระต่ายตื่นตูมให้ฟัง ตุ๊บปองชอบนิทานเรื่องนี้มาก จนวันหนึ่งเกิดความคิดบรรเจิดอยากจะเขียนนิทานอ่านเองดูบ้าง ก็เลยลองเขียน เรื่องกระต่ายตื่นตูม นี่แหละ เขียนตามจริตของตัวเอง ในสไตล์ที่มีกลิ่นอายลิเก ลำตัด อีแซว ..แจ๋วจัด ตอนนั้นอายุได้สัก 11 – 12 ขวบเห็นจะได้
ตุ๊บปองเดินกลอนไว้ว่า..
กระรอก กระแต ตัวตุ่น
วิ่งชุลมุน กระแต๊ะ กระเต๊าะ
กระโดด กระดุ๋ง กระดุ๋ง
หัวเราะตีพุง ในป่าละเมาะ
ฉับพลันเสียง ตูม ดังก้อง
ทุกตัวจ้องมองหลังป่าละเมาะ
เห็นกระต่ายตะโกนหน้าตื่น
อย่ามัวแต่ยืนต้องตีต้องเคาะ
เร็ว ๆ อย่าช้า รีบหนี
ฟ้าถล่ม ตูม ที่ป่าละเมาะ
…….
พอแต่งเสร็จเอาไปอวดพ่ออวดแม่ อวดพี่ ๆ น้อง ๆ และอวดใครต่อใครทั่วบ้าน คำชื่นชมมีไม่ขาดปากจากทุกคน
“กระต่ายตื่นตูม” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทำให้ตุ๊บปองมั่นใจในการเขียนอะไรต่อมิอะไรมากมายเท่าที่ใจนำทางอย่างเป็นสุข..แต่ไม่ทิ้งการเดินกลอนแบบกลอนโบราณ

เวลาผ่านมากว่า 30 ปี จนเมื่อปี 2547 กระต่ายตื่นตูม ถูกหยิบมาทำเป็นรูปเป็นเล่ม ภาพประกอบสวยงาม สีสันสดใสด้วยฝีมือการปั้นแป้ง ของนฤมล ตนะวรรณสมบัติ โดย คุณริสรวล อร่ามเจริญ แห่งแปลน ฟอร์ คิดส์ ที่ถือเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด “ตุ๊บปอง” ออกมาลืมตามองโลกหนังสือสำหรับเด็ก มีน้านกฮูก คุณมณีภรณ์ ฉัตรอุทัยเป็นหมอตำแยตัดสายสะดือ และกองบอกอเป็นพี่เลี้ยงกล่อมเกลี้ยงจนกลมกลึง..มาถึงทุกวันนี้
ตุ๊บปองอาจเรียนได้ไม่ดีเท่าพี่ ๆ นัก แต่ด้วยความที่เป็นเด็กขยัน การเรียนจึงอยู่ระดับต้น ๆ เหมือนพี่ ๆ มาตลอดเช่นกัน…
จบ ป.7 เข้ามาต่อ ม.ศ.1ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ..เข้ากรุงในปี 2517  ด้วยความเป็นเด็กเรียบร้อยอ่อนโยน ตัวเล็ก หน้าใส ๆ จึงเป็น “เจ้าจ้อย” “เจ้าเปี๊ยก” ของ “คุณครู” ในทุกระดับชั้น และด้วยความมีน้ำใจใยดีต่อเพื่อน จึงถูกขนานนามว่า “คุณหนู” ในหมู่เพื่อน ๆ และไม่พลาดรางวัลเด็กมารยาทงามของโรงเรียนไปได้..
พอจบ ม.ศ.5 ตั้งมั่นมากที่จะเข้าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ แต่ตุ๊บปอง “เป็นเด็กเรียนดี ที่จุฬาฯไม่มีที่ให้” ก็เลยเรียนรัฐศาสตร์ การปกครอง ตามที่แม่แนะนำ แม่ว่า “แม่อยากเห็นลูกชายเป็นนายอำเภอ..ผู้ว่าราชการจังหวัด” ด้วยไม่อยากขัดใจแม่..ก็เรียนไปอย่างนั้น..บรรยากาศก็ไม่ให้ นิสัยก็ไม่ส่งเสริม..แต่ก็อดทน..ใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพียง 3 ปี ก็สำเร็จ

ชีวิตลูกคนที่ 6 ของแม่นี้ราบเรียบ..ไม่หวือหวา..ไม่เหลวไหล ไม่เที่ยวเตร่ฮาเฮเหมือนวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ไปในที่อโคจร ระมัดระวังตัวมาก เพราะเกรงว่าด้วยบุคลิกอย่างนี้ คนจะมองในแง่ลบ..เลยจบชีวิตตามวัยที่ควรจะมีหวือหวากะเขาบ้าง..ใช้ชีวิตอย่างเรียบสนิท แต่จะหนักไปทางการแต่งตัว ที่ต้องดูดี เนี้ยบ สะอาด และเรียบร้อย ฉะนั้น จะไม่เคยเห็นลูกคนนี้แต่งตัวกระเร้อกระรังกระเซอะกระเซิงเด็ดขาด จะเห็นว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตรงไหน จุดใด จะมีบางสิ่งบางอย่างที่เด่นกว่าคนอื่นอยู่เสมอ..จริตเขามาทางนี้

นี้แหละจึงเป็นสิ่งที่แม่และพี่หน่อยห่วงมาก เมื่อตอนวัยรุ่นมีแมวมองมาต้องใจ ชวนไปแสดงภาพยนตร์ แม่เชื่อว่าถ้าลูกคนนี้ไปอยู่ในสังคมเช่นนี้ เสียคนแน่..จึงปรึกษากับหน่อยและห้ามโดยเด็ดขาด บริษัทที่ติดต่อก็พยายามส่งสัญญามาให้เซ็นพร้อมเงื่อนไขดี ๆ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจของใครๆ ในสมัยนั้น แม่ให้ปฏิเสธไป แม่บอกว่า “แม่ให้ลูกได้มากกว่านี้อีก แต่ขอให้ลูกมีวิถีชีวิตเยี่ยงธรรมดาดีกว่า”
ลูกเชื่อฟังแม่เป็นอย่างดี เพราะรักแม่และเชื่อว่าสิ่งที่แม่เลือกให้นั้น “ดีที่สุด” 

ปี 2528 ถือเป็นช่วงเวลาที่ “ฟ้าเปิด”
ปีนี้เป็นปีเยาวชนสากล สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย เขาจัดประกวดการแต่งเพลงสำหรับเด็กและเยาวชน ตุ๊บปองลองเขียน แล้วส่งเข้าประกวด 2 เพลง แข่งกับนักแต่งเพลงระดับแนวหน้าหลายท่าน รอบสุดท้าย คัดเลือกไว้ 3 เพลง ชนะเลิศ รองชนะเลิศ และชมเชย .. งานนี้ตุ๊บปองได้มา 2 รางวัล คือ รองชนะเลิศ และรางวัลชมเชย
และปีเดียวกันนี้ ครบรอบ 50 ปี โรงเรียนโยธินบูรณะ ทางโรงเรียนจัดประกวดเพลงสถาบัน เพื่อคัด 10 เพลงไว้ทำเทป(สมัยนั้น) ตุ๊บปองก็ลอง ๆ เขียนแล้วส่งเข้าประกวด 5 เพลง ปรากฏว่าได้รับการคัดสรรทั้ง 5 เพลง
นี่คือฐานที่ทำให้ตุ๊บปองรักงานเขียน

แต่มีผลงานออกสู่”ตลาดน้ำหมึก” ในปี 2542 ด้วยงานเขียนเรื่องสั้น
มีงานเขียนเรื่องสั้น 3 เรื่อง ..ทั้ง 3 เรื่องได้รับการคัดสรรจากองค์กรต่าง ๆ ว่าเป็นหนังสือดีสำหรับเยาวชน

และเริ่มมีงานเขียนหนังสือสำหรับเด็ก ปี 2547 จนถึงปัจจุบันมีงานเขียนนิทานสำหรับเด็ก 51 เรื่อง ..
45 เรื่องได้รับการคัดสรรจากองค์กรต่าง ๆ ว่าเป็นหนังสือดีสำหรับเด็ก ..โดยเฉพาะเรื่องแรก “กุ๊กไก่ปวดท้อง” ที่ออกสู่ท้องตลาดในปี 2547 ได้รับการคัดสรรจาก 8 องค์กร/สถาบัน ให้เป็นหนังสือดีสำหรับเด็กปฐมวัย 0 – 5 ปี
13 เรื่อง ขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ แปลเป็นภาษาอังกฤษ สเปน แมคซิโก และจีน ขายในอาณาเขต 8 ประเทศ ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย สเปน และแมคซิโก
1 เรื่อง ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อแจกเป็นการกุศลในประเทศสหรัฐอเมริกาและสเปน

จนถึงวันนี้
ถึงแม้นจะไม่มีครอบครัวของตนแต่ตุ๊บปองก็มีลูก ๆ นับแสนคนที่รอการถ่ายโอนความห่วงใยและใจรักส่งไปให้ ผ่านงานที่ต้องจริต กับการเป็น “ผู้ให้” …อย่างไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพียงแค่ “ให้” เพื่อ “ผู้รับ” จะได้โอกาสทางสังคมที่ดีขึ้นบ้าง..แม้สักน้อยก็ตั้งมั่นทำ
ด้วยเพราะเป็นคนที่ทุ่มเททำงานเพื่อคนอื่นมากจนละเลยการดูแลตนเองแม่และพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนจึงกังวลใจอยู่มาก
จนวันหนึ่งแม่พูดกับลูกว่า “แม่คงจะนอนตายตาไม่หลับ..ตายอย่างมีกังวลแน่ถ้าไอ้หนูมันทำงานอย่างนี้”
เพราะโดยฐานสุขภาพแล้วตุ๊บปองมีปัญหาสุขภาพกระเสาะ กระ แสะบ่อย ๆ ..หลายครั้งที่ถึงล้ม แต่ก็ฝืนตน “คลาน” ไปทำงาน

วันนี้..
ตุ๊บปอง..เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป เป็นกรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก นักวิจัยด้านเด็กและครอบครัว นักเขียนหนังสือสำหรับเด็กนามปากกา “ตุ๊บปอง”..ที่ใช้ชีวิตคี่ เพราะไม่มีคู่..ขายไม่ออก ไม่ได้ก่อร่างสร้างครอบครัวกับใครเขา..แก่คาขั้วอยู่ในรั้วบ้าน

“เรา”..พี่ ๆ น้อง ๆ รักกัน เพราะพ่อแม่รักเราและเรารักพ่อแม่
ลูกดีได้เพราะพ่อแม่ดีนำ
ลูกจึงรักพ่อรักแม่เป็นที่สุดครับ

 

 ที่มา FB ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง
Photo: ลูกคนที่ 6 ของแม่.."ตุ๊บปอง"
ท้องที่ 6 นี่..แม่ฝันว่าได้แหวนสามพลอยเรือนทองงามวับขับแสงใด ๆ ..พลอยแต่ละเม็ดน้ำงามจับตา ส่งประกายดาวทุกเม็ด พอใส่ลงนิ้ว..มันช่างงามเสียนี่กระไร  แม่เที่ยวเอาไปอวดใคร ๆ ทั่วหล้า ทุกคนต่างพากันชื่นชมสมบัติชิ้นใหม่งามตา  ที่แม่ได้มาเป็นของตน
แม่คิดว่าคงจะได้ลูกสาวคนใหม่แน่ ๆ..
แล้วทุกคนที่รอลุ้น ก็..วะ..ว้าว..อ๋าวววกลับเป็น “ตุ๊บปอง” ลูกชายอ้วนกลม  ผิวพรรณผุดผ่อง  ขี้อ้อน ขี้งอน ชอบส่งเสียงดัง "เสียงเท่าฟ้า หน้าเท่ากลอง"  จนพี่ ๆ เรียก  “ไอ้แปดหลอด”  พอโตหน่อยผอมแห้ง พุงโร พี่ ๆ ก็เรียก  “ไอ้เท่ง”

ตุ๊บปองเป็นเด็กใจดีมีน้ำใจมาตั้งแต่เด็ก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น  มีอะไรแจกให้เพื่อนหมด..แจกจนหมดตัวหมดหน้าตัก กระทั่งตัวเองอดก็ทำ เป็นเด็กที่อ่อนไหวกับสรรพสิ่ง…..ชอบสังคม สนุกสนานเฮฮา..ด่าเป็นไฟ

ด้วยมีจริต..จะกร้านพองาม..อารมณ์อ่อนไหว..กอร์ปกับผิวพรรณผ่องขาวเป็นนวลใยและแก้มใส..ทำให้ใคร ๆ ก็นึกว่าแม่มีลูกสาวอีกคน..(นี่คือคำพูดของแม่ที่เล่าย้อนหลังให้ฟังเมื่อครั้งโตขึ้นแล้วนะ)
หลายคนมักจะพูดกับแม่เสมอว่า “เหมือนผู้หญิงจังเนาะ” แม่จะยิ้ม แล้วตอบกลับทุกครั้งว่า "ช่างเถิด..เมื่อตอนที่ฉันมีลูก มิได้หวังว่าจะเป็นหญิงหรือชาย  เพียงขอให้เป็นเด็กดี  เป็นตัวของตัวเองเท่านั้นก็พอ"

ตุ๊บปองเป็นเด็กเรียบร้อย  ไม่ทโมนเหมือนลูกชายทั่วไป..ชอบเย็บปักถักร้อย  ชอบทำกับข้าว  ซ้ำฝีมือทำกับข้าวทำขนมนี้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมาตั้งแต่เด็ก   เริ่มตั้งแต่ แม่ซื้อเตาขนมครกดินเผาเล็ก ๆ ให้ชุดหนึ่ง  ก็เริ่มหารายได้  ด้วยการเอาไข่ไก่มาตีแล้วหยอดขนมครกฝาน้อย..แคะขายไม่ทันเชียวละ  ลูกค้าตัวน้อยตัวนิดกรูเกรียวห้อมล้อม  ใช่แค่ลูกค้าตัวน้อยเท่านั้น  ลูกค้าทั่วไปก็ได้ลิ้มชิมรสขนมครก(แป้ง-กะทิ)  ขนมปากหม้อ ขนมถ้วยฟู  ไข่นกกระทาทอด  เมี่ยงคำ  ส้มตำ  ปลาหมึก  ปลาหวานและลูกชิ้นทอด   ฝีมือของตุ๊บปองตั้งแต่เล็กมาแล้ว  

ตุ๊บปองได้รับหลายอย่างจากทั้งแม่และพ่อ แต่จะหนักมาทางแม่ในด้านอารมณ์ที่อ่อนไหว  ถ้าหงุดหงิด..ไม่ได้ดังใจ  ใครหน้าไหนอย่าได้ขัดอกขัดใจเป็นอันขาด  งอนกันตายเชียว  และที่สำคัญเป็นคนใจน้อย..ขี้ใจน้อยเป็นที่สุด  แต่นิสัยทั่วไปแล้ว  เป็นคนใจดีมาก ใจดีกับทุกคน ไม่เฉพาะเพียงญาติ พี่น้อง  แต่จะให้ผู้ทุกข์ยากและผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า  หรือเพื่อน ๆ ได้หมดทุกอย่างที่เขามี  ถ้าคนเหล่านั้นขอหรือเมื่อรู้สึกสงสาร..

ตุ๊บปองชอบศิลปวัฒนธรรมไทยมาก  โปรดปรานที่สุด คือ การดูลิเก  ลำตัด เพลงฉ่อย  โขน  ละเบงละคร ดนตรี มีอะไรในแนวบันเทิง..ดูหมด..ดูได้นาน ๆ ด้วย ..อาจจะด้วยพื้นฐานที่ชอบสิ่งเหล่านี้  ทำให้มีทักษะทางภาษาที่ดี  มีความเป็นคน  “เจ้าบทเจ้ากลอน” มาตั้งแต่เล็ก

ครั้งหนึ่ง..
แม่เล่านิทานชาดกเรื่อง  กระต่ายตื่นตูมให้ฟัง ตุ๊บปองชอบนิทานเรื่องนี้มาก จนวันหนึ่งเกิดความคิดบรรเจิดอยากจะเขียนนิทานอ่านเองดูบ้าง ก็เลยลองเขียน เรื่องกระต่ายตื่นตูม นี่แหละ เขียนตามจริตของตัวเอง ในสไตล์ที่มีกลิ่นอายลิเก ลำตัด อีแซว ..แจ๋วจัด ตอนนั้นอายุได้สัก 11 - 12 ขวบเห็นจะได้  
ตุ๊บปองเดินกลอนไว้ว่า.. 
กระรอก กระแต ตัวตุ่น		
วิ่งชุลมุน  กระแต๊ะ  กระเต๊าะ
กระโดด  กระดุ๋ง  กระดุ๋ง  	
หัวเราะตีพุง  ในป่าละเมาะ
ฉับพลันเสียง  ตูม  ดังก้อง	
ทุกตัวจ้องมองหลังป่าละเมาะ
เห็นกระต่ายตะโกนหน้าตื่น	
อย่ามัวแต่ยืนต้องตีต้องเคาะ
เร็ว ๆ อย่าช้า  รีบหนี		
ฟ้าถล่ม ตูม ที่ป่าละเมาะ
.......
พอแต่งเสร็จเอาไปอวดพ่ออวดแม่  อวดพี่ ๆ น้อง ๆ และอวดใครต่อใครทั่วบ้าน คำชื่นชมมีไม่ขาดปากจากทุกคน 
"กระต่ายตื่นตูม"จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทำให้ตุ๊บปองมั่นใจในการเขียนอะไรต่อมิอะไรมากมายเท่าที่ใจนำทางอย่างเป็นสุข..แต่ไม่ทิ้งการเดินกลอนแบบกลอนโบราณ
เวลาผ่านมากว่า  30  ปี  จนเมื่อปี 2547  กระต่ายตื่นตูม ถูกหยิบมาทำเป็นรูปเป็นเล่ม ภาพประกอบสวยงาม สีสันสดใสด้วยฝีมือการปั้นแป้ง ของนฤมล ตนะวรรณสมบัติ  โดย คุณริสรวล อร่ามเจริญ แห่งแปลน ฟอร์ คิดส์ ที่ถือเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด "ตุ๊บปอง" ออกมาลืมตามองโลกหนังสือสำหรับเด็ก มีน้านกฮูก คุณมณีภรณ์ ฉัตรอุทัยเป็นหมอตำแยตัดสายสะดือ และกองบอกอเป็นพี่เลี้ยงกล่อมเกลี้ยงจนกลมกลึง..มาถึงทุกวันนี้

ตุ๊บปองอาจเรียนได้ไม่ดีเท่าพี่ ๆ นัก แต่ด้วยความที่เป็นเด็กขยัน  การเรียนจึงอยู่ระดับต้น ๆ เหมือนพี่ ๆ มาตลอดเช่นกัน…
จบ ป.7 เข้ามาต่อ ม.ศ.1ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ..เข้ากรุงในปี 2517 
ด้วยความเป็นเด็กเรียบร้อยอ่อนโยน ตัวเล็ก หน้าใส ๆ จึงเป็น “เจ้าจ้อย” “เจ้าเปี๊ยก” ของ “คุณครู” ในทุกระดับชั้น  และด้วยความมีน้ำใจใยดีต่อเพื่อน  จึงถูกขนานนามว่า  “คุณหนู” ในหมู่เพื่อน ๆ และไม่พลาดรางวัลเด็กมารยาทงามของโรงเรียนไปได้.. 
พอจบ  ม.ศ.5 ตั้งมั่นมากที่จะเข้าอักษรศาสตร์ จุฬาฯ  แต่ตุ๊บปอง "เป็นเด็กเรียนดี ที่จุฬาฯไม่มีที่ให้" ก็เลยเรียนรัฐศาสตร์ การปกครอง ตามที่แม่แนะนำ แม่ว่า "แม่อยากเห็นลูกชายเป็นนายอำเภอ..ผู้ว่าราชการจังหวัด" ด้วยไม่อยากขัดใจแม่..ก็เรียนไปอย่างนั้น..บรรยากาศก็ไม่ให้  นิสัยก็ไม่ส่งเสริม..แต่ก็อดทน..ใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพียง 3 ปี ก็สำเร็จ

ชีวิตลูกคนที่ 6 ของแม่นี้ราบเรียบ..ไม่หวือหวา..ไม่เหลวไหล  ไม่เที่ยวเตร่ฮาเฮเหมือนวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป  ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ไปในที่อโคจร ระมัดระวังตัวมาก เพราะเกรงว่าด้วยบุคลิกอย่างนี้ คนจะมองในแง่ลบ..เลยจบชีวิตตามวัยที่ควรจะมีหวือหวากะเขาบ้าง..ใช้ชีวิตอย่างเรียบสนิท แต่จะหนักไปทางการแต่งตัว  ที่ต้องดูดี  เนี้ยบ  สะอาด และเรียบร้อย  ฉะนั้น จะไม่เคยเห็นลูกคนนี้แต่งตัวกระเร้อกระรังกระเซอะกระเซิงเด็ดขาด  จะเห็นว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน  ตรงไหน  จุดใด จะมีบางสิ่งบางอย่างที่เด่นกว่าคนอื่นอยู่เสมอ..จริตเขามาทางนี้
นี้แหละจึงเป็นสิ่งที่แม่และพี่หน่อยห่วงมาก  เมื่อตอนวัยรุ่นมีแมวมองมาต้องใจ  ชวนไปแสดงภาพยนตร์ แม่เชื่อว่าถ้าลูกคนนี้ไปอยู่ในสังคมเช่นนี้  เสียคนแน่..จึงปรึกษากับหน่อยและห้ามโดยเด็ดขาด  บริษัทที่ติดต่อก็พยายามส่งสัญญามาให้เซ็นพร้อมเงื่อนไขดี ๆ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจของใครๆ ในสมัยนั้น แม่ให้ปฏิเสธไป แม่บอกว่า "แม่ให้ลูกได้มากกว่านี้อีก แต่ขอให้ลูกมีวิถีชีวิตเยี่ยงธรรมดาดีกว่า" 
ลูกเชื่อฟังแม่เป็นอย่างดี เพราะรักแม่และเชื่อว่าสิ่งที่แม่เลือกให้นั้น "ดีที่สุด"  

ปี 2528 ถือเป็นช่วงเวลาที่ "ฟ้าเปิด"
ปีนี้เป็นปีเยาวชนสากล สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย เขาจัดประกวดการแต่งเพลงสำหรับเด็กและเยาวชน ตุ๊บปองลองเขียน แล้วส่งเข้าประกวด 2 เพลง แข่งกับนักแต่งเพลงระดับแนวหน้าหลายท่าน  รอบสุดท้าย คัดเลือกไว้ 3 เพลง ชนะเลิศ  รองชนะเลิศ และชมเชย .. งานนี้ตุ๊บปองได้มา 2 รางวัล คือ รองชนะเลิศ และรางวัลชมเชย
และปีเดียวกันนี้ ครบรอบ 50 ปี โรงเรียนโยธินบูรณะ ทางโรงเรียนจัดประกวดเพลงสถาบัน เพื่อคัด 10 เพลงไว้ทำเทป(สมัยนั้น) ตุ๊บปองก็ลอง ๆ เขียนแล้วส่งเข้าประกวด 5 เพลง ปรากฏว่าได้รับการคัดสรรทั้ง 5 เพลง 
 นี่คือฐานที่ทำให้ตุ๊บปองรักงานเขียน
แต่มีผลงานออกสู่"ตลาดน้ำหมึก" ในปี 2542 ด้วยงานเขียนเรื่องสั้น 
มีงานเขียนเรื่องสั้น  3 เรื่อง ..ทั้ง 3 เรื่องได้รับการคัดสรรจากองค์กรต่าง ๆ ว่าเป็นหนังสือดีสำหรับเยาวชน

และเริ่มมีงานเขียนหนังสือสำหรับเด็ก ปี 2547 จนถึงปัจจุบันมีงานเขียนนิทานสำหรับเด็ก 51 เรื่อง ..
45  เรื่องได้รับการคัดสรรจากองค์กรต่าง ๆ ว่าเป็นหนังสือดีสำหรับเด็ก ..โดยเฉพาะเรื่องแรก "กุ๊กไก่ปวดท้อง" ที่ออกสู่ท้องตลาดในปี 2547 ได้รับการคัดสรรจาก 8 องค์กร/สถาบัน ให้เป็นหนังสือดีสำหรับเด็กปฐมวัย 0 - 5 ปี
13 เรื่อง ขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ แปลเป็นภาษาอังกฤษ สเปน แมคซิโก และจีน ขายในอาณาเขต 8 ประเทศ ฮ่องกง  มาเก๊า  ไต้หวัน  สิงคโปร์  มาเลเซีย สเปน และแมคซิโก
1 เรื่อง ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อแจกเป็นการกุศลในประเทศสหรัฐอเมริกาและสเปน

จนถึงวันนี้
ถึงแม้นจะไม่มีครอบครัวของตนแต่ตุ๊บปองก็มีลูก ๆ นับแสนคนที่รอการถ่ายโอนความห่วงใยและใจรักส่งไปให้  ผ่านงานที่ต้องจริต  กับการเป็น “ผู้ให้” …อย่างไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน เพียงแค่ “ให้” เพื่อ “ผู้รับ” จะได้โอกาสทางสังคมที่ดีขึ้นบ้าง..แม้สักน้อยก็ตั้งมั่นทำ
ด้วยเพราะเป็นคนที่ทุ่มเททำงานเพื่อคนอื่นมากจนละเลยการดูแลตนเองแม่และพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนจึงกังวลใจอยู่มาก
จนวันหนึ่งแม่พูดกับลูกว่า "แม่คงจะนอนตายตาไม่หลับ..ตายอย่างมีกังวลแน่ถ้าไอ้หนูมันทำงานอย่างนี้" 
เพราะโดยฐานสุขภาพแล้วตุ๊บปองมีปัญหาสุขภาพกระเสาะ กระ แสะบ่อย ๆ ..หลายครั้งที่ถึงล้ม  แต่ก็ฝืนตน “คลาน” ไปทำงาน

วันนี้..
ตุ๊บปอง..เรืองศักดิ์    ปิ่นประทีป  เป็นกรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก  นักวิจัยด้านเด็กและครอบครัว  นักเขียนหนังสือสำหรับเด็กนามปากกา "ตุ๊บปอง"..ที่ใช้ชีวิตคี่ เพราะไม่มีคู่..ขายไม่ออก ไม่ได้ก่อร่างสร้างครอบครัวกับใครเขา..แก่คาขั้วอยู่ในรั้วบ้าน

"เรา"..พี่ ๆ น้อง ๆ รักกัน เพราะพ่อแม่รักเราและเรารักพ่อแม่
ลูกดีได้เพราะพ่อแม่ดีนำ
ลูกจึงรักพ่อรักแม่เป็นที่สุดครับ
ผู้อ่าน – พี่ปองเป็นผู้ “ให้” จริงๆนะ ทุกวันนี้ เด็กๆ ยังรอ “รับ” ความสุขที่พี่ปองได้มอบไว้ในนิทานทุกเล่มของพี่ปองนะคะ
– เคารพ รัก ชื่นชม และชอบพี่ปองมากค่ะ ชอบเรื่องราว การเล่าเรื่อง การเขียนหนังสือ ของพี่ปองมากๆ เรื่องทุกเรื่องพี่ปองเขียนทำให้เฟคบุค มีสาระ มีประโยชน์ มีคุณค่า มีสิ่งดีๆ จรรโลงใจ เพลิดเพลิน ให้ได้อ่าน ที่สำคัญคือ อ่านแล้วมีความสุขค่ะ จะคอยติดตามเรื่องราวที่พี่เขียนนะคะ ด้วยความเคารพ รัก ค่ะ ^ _ ^
– น้าปองเป็นคนจิตใจดี ห่วงใยพี่น้องและหลานๆ น้าปองจะพิถีพิถันทั้งเรื่องอาหารการกินและเครื่องแต่งกาย ใครได้คุยกับน้าปองจะต้องหัวเราะ ความที่เป็นคนอารมณ์ดี คุยสนุกคารมเป็นเลิศ ถึงน้าปองจะไม่ได้ออกเรือนน้าปองก็ไม่โดดเดี่ยว น้าปองมีครอบครัวอบอุ่นและยังมีเด็กๆอีกมากมายที่รักและชื่นชมน้าปอง งานที่น้าปองสร้างสรรค์ถือเป็นของขวัญล้ำค่าที่ทำให้โลกใบเล็กๆของเด็กๆสดใส มีความสุขนะคะ ป.ล. เห็นด้วยกับน้าหน่องค่ะว่าน้าปองเป็นผู้ให้จริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: