AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง “ลูกจะดีได้เพราะพ่อแม่ ดีนำ”

มีคนถามว่า..
ทำไมหนอพ่อแม่สมัยก่อน..อย่างพ่อแม่ของตุ๊บปองเนี่ยะ ที่มีลูกมากถึง 8 คนจึงเลี้ยงลูกได้ดีทุกคน..ในขณะที่พ่อแม่สมัยใหม่..พ่อแม่ยุคนนี้เลี้ยงลูกน้อย แค่คน สองคนถึงเลี้ยงลูกไม่ได้ดี..เอาดีไม่ได้

แว้บแรกก็คิดถึงแม่ขึ้นมาทันทีว่า..
แม่ทำอะไรบ้าง จึงเลี้ยงลูกน้อยหอยขมตั้ง 8 ตัวให้ดีได้อย่างนี้..เติบใหญ่ได้ดีทุกคน ไม่เสียสักปล้อง
ร่ายเรียงอยู่พักใหญ่ จึงรู้ว่าลูกดีได้เพราะ พ่อและแม่มีทั้ง”ความรัก” “ความรู้” และมี”วินัย”

“ความรัก” ของแม่ คือ รักแท้ ๆ..รักจริง ๆ เป็นรักที่กว้างใหญ่ไพศาล อย่างไม่ประมาณการ แต่จะกว้างอย่างไรแม่ก็ “รักลูกอย่างมีสติ” มีจุดยืนของความรักที่มั่นคง แม่ให้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่แม่จะให้ได้ ถ้าสิ่งนั้นลูกควรได้รับ ให้อย่างมีเหตุ มีผล สมเหตุ สมผล และสมค่าแห่งการให้ว่าเหมาะแล้ว ควรแล้วที่ลูกต้องได้รับ และเมื่อรับแล้วต้องไม่ผกกลับมาทำร้ายลูก หรือทำให้แม่ต้องตามแก้ปัญหา ..แม่ของเราไม่เคยรักลูดแบบ “ตามใจไร้สติ”

เพราะ”รัก”แม่จึงไม่เกรงใจ ไม่กลัวว่าลูกจะโกรธ..จึงทำโทษลูก”เพราะรัก” ในทุกครั้งที่ลูกทำผิดคิดพลาด และการทำโทษนั้นสมควรแก่เหตุ ใช่เพราะความเคียดแค้น หรือระบายอารมณ์..ด้วยเพราะต้องการสอนให้ลูกรู้ว่า อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาทขาดสติ ไม่เช่นนั้นจะติดจนเป็นนิสัย

โชคดีที่ช่วงเวลาที่ลูก ๆ ของแม่เติบโต ไม่ใช่ช่วงเสื่อมของสังคม ตัวรั้งให้ร้าย ตัวฉุดให้เสื่อมมีไม่มาก..และไม่เร้าใจเท่าทุกวันนี้ เราไม่มีโทรศัพท์ที่ทีเกมมากมาย (เลวร้าย รุนแรงมากกว่าประเทืองปัญญา) เราไม่มีคอมพ์พิวเตอร์ที่จะฉุดให้เดินตามเส้นสาย”ร้ายสะสม” เราไม่มีละครทีวีที่เร้าให้เราพลัดหลงเข้าไปสร้างกงกรรมกงเกวียนแห่งความเสื่อม เราไม่มี”แทบเล็ด”ที่เร้าให้ลูกลงนรก มากกว่าฉุดให้ลูกสูงขึ้นทั้งจิตใจและสติปัญญา

แต่จะว่าไป..แม่ทันสมัยมาก
เรื่องนี้ตุ๊บปองเคยคุยกับแม่ก่อนแม่จะสิ้น แม่บอกว่า…….. ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพราะพ่อแม่สมัยนี้ รักตัวเองมากกว่ารักลูก อยากให้ลูกนิ่งอยู่กับที่ ไม่ไปไหนไกลหูไกลตา ตนจะได้ไม่เหนื่อยที่จะคอยวิ่งตาม การให้ลูกเล่นเกม ให้ลูกเล่มคอมพ์ ดูทีวี หรือจิ้ม”แทบเล็ด” นั้น มีอยู่เหตุผลเดียวเป็นสำคัญ คือ ลูกนิ่ง พ่อแม่จะได้สบาย

การให้เช่นนี้ คือ การให้ที่ผลักให้ลูกไปตายทั้งเป็น..ใช้ชีวิตอย่างคน”ข่มขืนตัวเอง”  แล้วพฤติกรรมของลูกนั่นแหละ….จะตามมาหลอกหลอนให้พ่อแม่ต้องขนพองสยองเกล้า กลับมาข่มขืนความรู้สึกของพ่อแม่ให้เจ็บปวดกับการที่ต้องตามแก้ “นิสัยแย่ๆ “ที่ติดตัวลูก..ในช่วงวัยต่อมา  เช่น การอยู่กับโลกส่วนตัว ไม่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง

ความรู้” ของแม่ คือ ชีวิต..แม่ใช้ชีวิตสอนชีวิต และสอนทุกเรื่องได้สนุกกว่าครูที่โรงเรียน เพราะการหาคำตอบนั้นมีหลายวิธี..แม้จะตอบคำถามเดียวกันก็ตาม..ที่ดีที่สุด คือ ไม่มีการสอบไล่
แม่สมัยก่อนใช้การ”ครองตน”สอนลูก..  การที่แม่ใช้ชีวิตอย่าง”ถูกทำนองครองธรรม” ลูกจึงเลียนแบบการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง เหมาะและควร

ไม่เหมือนแม่สมัยใหม่ที่เลี้ยงลูกแบบ”ไม่รู้”
ไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตน จึงหลงอารมณ์ หลงอารมณ์รัก หลงอารมณ์ใคร่ หลงอารมณ์โกรธ เกลียด เคียดแค้น อิจฉา ริษยา..อารมณ์ต่ำๆ เหล่านี้ ที่จะฉุดลูกให้ลงนรกตามไปด้วย

ไม่เหมือนพ่อสมัยใหม่ (เจนภพ) ที่นำความเลว นำความชั่วเข้าบ้าน และทำบาปให้ลูกเห็นจนเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของบ้านที่ลูกต้องพาน พบทุกว้าน..ทุกวัน
ไม่เหมือนแม่อย่าง”แม่ของมุตตา” ที่เลี้ยงลูกแบบหมายหัว จิกและประจานลูกให้ได้อับอาย ด้วยเพราะความมักได้ใคร่เอาเป็นสรณะ
ไม่เหมือนพ่ออย่าง”พ่อของมุตตา” ที่รู้ว่าเมียนั้นทำร้ายลูกอย่างเลวเกินแม่ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเพื่อเป็นการปกป้องลูกได้..ลูกจึงเดินลงเหวต่อหน้าต่อตา

“วินัย“ในการกินการอยู่ เป็นสิ่งที่แม่”เป๊ะ”มาก
แม่สอน และสร้างชีวิตให้ลูกกินดี อยู่ดีตามอัตภาพ..ไม่อยากได้ ใคร่มี อยากกิน อยากอยู่เกินกว่าฐานะ ลูกจึงไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม อยากได้ใคร่มีอะไรที่มากเกินตัว แม้ลูกจะมาออดอ้อน..แม่ก็ไม่เคย “หย่อนวินัย”ลื่นไหลไปกับคำขอหรือคำขู่ของลูก อะไรเหมาะ อะไรควร นั่นแหละแม่ให้ อะไรเกินเหมาะ เกินควร เกินวัย เกินไปที่ควรจะได้..ไม่มีทางที่แม่จะใจอ่อนจนหย่อนวินัย

เพราะแม่ใจแข็งในเรื่องที่ควร จึงเป็นหลักที่มั่นคงให้ลูกยึดได้ ไม่ใช่อ่อนไหวไปกับกระแส

ลูกจะดีได้เพราะพ่อแม่ดีนำ
ลูกจึงรักพ่อรักแม่เป็นที่สุด

ที่มา FB ตุ๊บปอง

Photo: ถ้าแม่ยังอยู่..<br /><br />
แม่ต้องบอกว่า "แกเอาอะไรมาเล่าได้นักหนา ..ฮึ ไอ้หนู เล่าได้เป็นวรรคเป็นเวร ไม่จบไม่สิ้น"<br /><br />
เพราะจะเล่าเรื่อง"สื่อ"ต่อ..อีกวันนะ วันนี้จบแน่..<br /><br />
โดยแท้แล้ว..แม่ห่วงเรื่องวิถีชีวิตของลูก หลานและเหลน ๆ ที่เกิดในยุคนี้ และสมัยหน้านี้มาก แม่เคยบอกลูก ๆ ของแม่ที่มีลูกเป็นของตนเอง ให้เตือนหลาน ๆ ที่จะมีลูกมีเต้าต่อไปในยุคหน้า สมัยโน้นว่า ต้องใช้ความรักเลี้ยงดูลูกให้เลี่ยงเบี่ยงความสนใจในการใช้สื่อให้ได้ อย่าให้ลูกพลัดหลงเขาไปในดงสิ่งร้ายเด็ดขาด</p><br />
<p>แม่บอกว่าถือเป็นบุญนักแล้วที่ลูกแม่ไม่มีใครสักคนเสพ ไม่มีสักคนที่ติดสื่อไม่ว่าประเภทไหน..<br /><br />
รุ่นลูก..รอด เพราะลูกน้อยหอยขมของแม่นี้โลว์เทคกันเป็นหมู่คณะ ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ทัน แม้นมีโทรศัพท์ที่ล้ำนำสม้ยมากแค่ไหน แค่ใช้โทรออก และรับสายได้ก็บุญหัวแล้ว..อย่างอื่นทำไม่เป็น มึนงงกับปุ่มทุกปุ่มที่มีอยู่บนเคร่ือง ที่ดูจะเฟื่องปราดเปรื่องหน่อย ก็มีอยู่คนเดียวคือน้องน้อย คนสุดท้ายปลายแถวที่ทันสมัยกับไฮเทคที่สุด เพราะเล่าเรียนมาทางนี้ ส่วนพี่ ๆ ทั้ง 7 นี่ "กระบือ"มากในเรื่องดังกล่าว..ขอบอก</p><br />
<p>ครั้นพอรุ่นหลาน บ้านเราก็ยังถือว่าโชคดีอยู่มาก ที่ไม่มีหลานติดสิ่งที่ไม่ดี และสื่อที่ไม่เหมาะเลยสักคนเดียว เพราะลูกของแม่ทุกคนใช้วิถีการเลี้ยงลูกของแม่ คือ "ความรู้คู่ความรัก" มาเลี้ยงลูกของตน ทุกคนจึงหลุดพ้นจากสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ แม้จะมีแรงยั่วยุ เย้ายวน แต่ด้วยเพราะความรักที่ลูก(หลานของแม่) มีต่อพ่อแม่ของเขา(ลูกของแม่) นั้นชัดเจน ในทุกบ้าน(เหล่ากอของเรา)ลูกมีพ่อมีแม่อยู่ในใจ มีพ่อมีแม่อยู่ในชีวิต ดังนั้นทุกคนล้วนหวงแหนเวลาที่จะมีกันและกัน ไม่มีเหลือแบ่งปันให้อะไรที่ไม่ดีเลย..เพราะกลัวพ่อแม่เสียใจ</p><br />
<p>แต่ที่แม่ห่วง คือ รุ่นหลานที่จะเลี้ยงเหลน ๆ ของแม่ต่อไป<br /><br />
ซึ่งก็จริงอย่างที่แม่ห่วง..เพราะสื่อไฮเทคทั้งหลาย..คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และที่ "Hotter than ไฟ" อย่าง "แทบเล็ด" เข้ามาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชีวิตลูก ๆ สมัยใหม่อย่างแยกไม่ออกตั้งแต่บ้านยันโรงเรียน จะหาทางปัดป้อง หรือสอนให้ลูกรู้เท่าทันกันได้อย่างไรหนอ..</p><br />
<p>นี่แหละ คือ โจทย์ใหญ่ที่สำคัญของพ่อแม่ ที่ต้องมีจุดยืนแห่งความรักที่หนักแน่น ไม่ให้สื่อเข้ามาเปลี่ยนทัศนคติที่ดี เปลี่ยนความคิดที่ดี และชีวิตที่ดีให้เลวร้ายลงไปตามยุคกระแสของความเสื่อมทั้งปวง</p><br />
<p>พ่อแม่ต้องฉลาดพอที่จะใช้สื่อที่ลูกเสพนั้นสร้างค่านิยมใหม่ที่ดี สร้างภาษาใหม่ที่งดงาม ถูกต้อง มีมารยาทและรู้กาลเทศะ สร้างทัศนคติใหม่ที่เหมาะที่ควรและมีคุณค่าตามยุค ตามสมัย สร้างความคิดใหม่ที่สร้างสรรเพื่อการ"ดึงใจและชีวิตตนให้สูงขึ้น" และสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่คงความดีงามของความเป็นไทยไว้ ทั้งความเสียสละ ความสามัคคี ความสุภาพ ความมีวินัย ความสะอาด ความมีน้ำใจ และความกตัญญุตา</p><br />
<p>สื่อที่ต้องห้ามเด็ดขาด  คือ สื่อที่กระตุ้นเร้าความรุนแรง ทั้งคำพูดคำจา กิริยาท่าทาง ถากถางถ่มถุย ข่มเหงคะเนงร้าย..มีหมด แถมดารานักแสดวคนไหนเล่นได้แรงและเลวสุดขั้ว..ได้ตุ๊กตาทองคนละตัว 2 ตัวการันตีแถมให้อีก..ซวยเลยตกที่เด็ก เพราะไม่ได้ตุ๊กตาทอง แต่ได้ความหมองในการครองตนตามอย่างนางในละครมาเต็ม ๆ</p><br />
<p>ไอ้เรื่องที่จะให้ลูกดูการ์ตูนหรือละเม็งละครนั้น..ก็ให้ดูได้<br /><br />
เพียงแค่พิศดูนะว่า เรื่องนั้นต้องไม่มีภาพของการช่วงชิง ความแตกแยก การมอมเมา ไม่รู้จักกาลเทศะ ฟุ้งเฟ้อ เร่งเร้าทางเพศ สร้างความเข้าใจที่ผิด ๆ  ส่งเสริมให้เกิดเรียนรู้พฤติกรรมที่เกินวัย(แม่เรียกว่ากระแดะ)..แม่ไม่ชอบเด็กที่แต่งหน้าฉ่ำโบ๊ะ เด็กที่เต้นไม่สุภาพและเด็กที่จีบปากจีบคอฉอเลาะเรื่องที่เกินวัย แม่ว่า..อย่างนี้มันเป็นการทำลายวัฒนธรรม คุณธรรม และจริยธรรมอย่างน่าเกลียดที่สุด</p><br />
<p>แค่สร้างกติกาว่า บ้านเราจะไม่ดูละครที่มีนางตัวร้ายกรี๊ด วี้ด เหวี่ยง ทำร้ายบุพการีด้วยคำพูด และกิริยาท่าทา ไม่มีการใช้ชีวิตแบบถึงเนื้อถึงตัว และนางเอกไม่เสียตัวให้พระเอกก่อนแต่งงาน..แค่นี้ก็ไม่มีละครเรื่องไหนให้ดูแล้วหละ เพราะทุกเรื่องมีความเสื่อมดังกล่าว..ทั้งนั้น</p><br />
<p>พ่อแม่นี่แหละเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของลูก<br /><br />
ลูกจะเป็นคนอย่างไร กินอยู่อย่างไร ใช้ชีวิตแบบไหน..พ่อแม่ใส่ให้ทั้งนั้น ถ้าพ่อแม่เห็นว่าสิ่งไหนดีแล้วส่งเสริมแต่เล็ก ลูกก็เอาดีได้ และ"ได้ดี"  ในทางกลับกัน ถ้าพ่อแม่หลงผิดคิดพลาด แล้วรีบแก้ไข ลูกยัง"พอจะดีได้" แต่ถ้าพ่อแม่รู้ว่าไม่ดี แล้วยังไม่ใส่ใจ ยังปล่อยให้ลูกใช้ชีวิตติดเสื่อม ลูกก็คง "เอาดีไม่ได้"<br /><br />
ลูกยังเล็กเกินกว่าจะดูแลตนเอง..เรื่องอย่างนี้พ่อแม่ต้องเป็นคนดูแล</p><br />
<p>แม่ของเรา..ที่ดูแลลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 อย่างดี จน"ได้ดี"<br /><br />
ลูกจึงรักแม่เป็นที่สุด

ผู้อ่าน – สมัยนี้ พ่อแม่หลายๆครอบครัว เลี้ยงลูก “ไม่” ครบองค์ ๓  ขาดความรู้  ขาดวินัย ไม่ก็ขาดความรัก พ่อแม่รักตัวเองมากกว่ารักลูก ถึงได้ยอมเสียเงินโน่นนี่ๆ ให้ลูกเรียนสารพัด เพื่อให้ลูกไม่ต้องอยู่บ้าน ในวันหยุด พ่อแม่ไม่อยากเหนื่อยสอนเอง   หรือไม่ก็มีความรักมากมาย ให้ความรู้ลูกหลานอย่างดี    แต่ขาดวินัย ไม่กล้าฝึกเข้มงวดเรื่องวินัยจนลูกไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น เอาแต่ใจตัวเอง หรือ อาจจะมีพ่อแม่ที่มีความรักให้ลูกมากมาย แต่ไม่มีเงิน ขาดความรู้ในการอบรมสั่งสอนลูกในเรื่องการเรียน เด็กสมัยนี้ถึงได้ขาดๆเกินๆ ไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะลูกคนมีเงิน หรือ ไม่มีเงินก็ตาม

–  หนูคิดว่าการขาดความรัก น่าจะเป็นกรรมพันธุ์ 55 เพราะเด็กไม่ได้รับความรักจากคนที่ควรให้เขา เขาจึงไม่รู้จักความรัก ไม่รู้ว่าต้อวแสดงออกยังไง และถ้าเขามีลูก เขาก็จะเป็นเหมือนที่พ่อแม่เขาเป็น เพราะเขาจะเลียนแบบบทบาทความเปนพ่อ แม่ จาก พ่อแม่ของเขา

–  เห็นด้วยทุกประการค่ะ บ้านนี้ไม่ดู ละครเรื่องแรงเงา แต่พอจะจำเวอร์ชั่นเก่าที่ดูสมัยยังสาวได้ ลูกสาว 10 ขวบ กลับจากโรงเรียนหากิจวัตรให้เคยชินกับความสุขอื่น ทำให้ไม่มีเวลาเหลือดูละคร 5 โมงขี่จักรยาน 6โมง ดูสารคดีท่องโลกกว้างร่วมกันที่ห้องรวม 1ทุ่มกินข้าวกับดูข่าวไว้สอนใจอยู่กับโลกอย่างไรให้ปลอดภัยแต่ไม่ทุกข์   2 ทุ่มจัดกระเป๋าเตรียมขึ้นนอน หลังจากนั้นเป็นเวลาในห้องนอน คุยกัน อ่านหนังสือหรือค้นคว้าเรื่องน่าสนใจใน net เพื่อเปิดประเด็นคุยกัน หรือ วาดรูป หรือ เย็บปักถักทอ ไหว้พระ นอน .. และไม่ควรมีทีวีในห้องนอนเด็ดขาด อยากดูรายการอะไรใช้ดูย้อนหลังเอา จะเลือกเนื้อหาและเวลาได้ ไม่ทำให้ติดทีวีทั้งแม่ทั้งลูก สุดท้ายจะดูน้อยลงไปเองเพราะมันไม่ง่ายเหมือนเปิดทีวีทิ้งไว้ตลอดเวลาค่ะ ขอบคุณพี่ปองและคุณแม่ ปกติได้แต่likeแต่ไม่ได้แชร์ แต่ติดตามทุกวันค่ะ

– รักบนความต้องการที่จะตอบสนองตนเองมากกว่าเลี้ยงดูด้วยชีวิต. ชีวิตต้องเลี้ยงด้วยชีวิตค่ะ.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: