AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง “ห้าม 9 ข้อ ของพ่อแม่”

“ห้าม” 9 ข้อของแม่แล้วขำ
แม่สอนว่า..  “เกิดเป็นคน โดยเฉพาะเป็นพ่อคนแม่คนนี่ต้องมี 9 “ห้าม” คือ

  1. ห้ามปากหมา
  2. หน้ายักษ์
  3. ตักตวง
  4. ห่วงแต่ตัว
  5. มัวแต่ช้า
  6. ล้าสมัย
  7. ไม่แน่ชัด
  8. ปัดสวะ
  9. ห้ามละเลย

แม่สอนว่า.. เกิดเป็นพ่อคนแม่คนนี่

อย่า”ปากหมา“..เพราะจะพาให้บ้านร้อน ต้องรู้ว่า..เรื่องไหนต้องพูด เรื่องไหนควรพูด หรือเรื่องไหนไม่ต้องพูด..เงียบไว้จะดีกว่า อย่าเอาแต่พูด อย่าเอาแต่พล่าม ที่สำคัญ คือ อย่าพูดถึงคนอื่นในทางเสียหาย อย่านินทาว่าร้าย แม้บางครั้งเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าพูดไปแล้วจะทำให้บรรยากาศและชีวิตตนหรือคนอื่นพินาศก็กลืนคำ เก็บงำเอาไว้ แม่ว่า..ขัดหม้อขัดไหก็งามดีอยู่หรอก แต่ขัดคอคนนั้นไม่งาม

อย่า”หน้ายักษ์” หน้างอ..ใครไหนเลยจะชอบคนหน้าบึ้งหน้าบูด แค่เห็นหน้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว แม่บอกเสมอว่า ต้องเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส เบิกบานอยู่เป็นนิจ ลองคิดดูง่าย ๆ เวลาลูกพบใครที่หน้ายักษ์ถมึงทึง หรือพบใครที่ยิ้มแย้ม แจ่มใส ใยดี ไม่ยากเลยใช่ไหมว่าคำตอบจะออกมาอย่างไร ถ้าถามว่า “ลูกจะสบายใจที่จะคบหาสมาคม หรืออยู่ใกล้คน ๆ ไหน”

อย่า”ตักตวง”..อย่าเป็นคนมักได้ใคร่เอา จ้องแต่จะตักตวงจากคนอื่น เอาของคนอื่นมาเป็นของตัว แม่บอกว่าคนเรานั้นจะคบใคร ลูกต้องรู้จักให้ รู้จัก “เติม” ให้เขาบ้าง ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะ “ตัก” เพราะถ้าลูกเติมจนเขา “เต็ม” ลูกจะตักบ้างก็ไม่น่าเกลียดอะไร แต้ถ้าไม่เติม ได้แต่ตัก ใครก็รักไม่ลง คงคบกันต่อไม่ไหว

อย่า”ห่วงแต่ตัว” ..แม่สอนว่าคนเรานั้นจะทำอะไรก็ตาม ต้องห่วงใย ดูแลความรู้สึกของคนอื่นบ้าง อย่าเอาแต่ห่วงตัวเอง จนขาดมิตรจิตมิตรใจ จะมีอะไร จะทำอะไร ก็ก้มหน้าก้มตาเอาแต่ตัวเป็นสำคัญ..ไม่ได้ ต้องรู้จักแบ่งปันให้คนอื่นเขาบ้าง เพราะเขาก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกับเรา ต้องการมี ต้องการทำเหมือนเราเช่นกัน

อย่า”มัวแต่ช้า”.. แม่สอนว่าคนเรานั้นเมื่อมีความคิดหรือมีอารมณ์ที่จะทำอะไรดี ๆเพื่อตนเอง เพื่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อสรรพสัตว์และสรรพสิ่งอย่านิ่งนอนใจ ให้รีบลงมือทำและตั้งใจทำอย่างดีที่สุด ไม่ควรรั้งรอ อย่ามัวอ้อยอิ่ง เพราะเมื่อเวลาล่วงเลยไป ลูกอาจจะหมดอารมณ์จนไม่รู้สึกอยากจะทำก็ได้.. แม่บอกว่า แล้ววันหนึ่งลูกอาจจะเสียใจที่ไม่ได้ทำ เพราะนั้นอาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ลูกจะได้ทำ หรือเป็นโอกาสสุดท้ายที่คน ๆ นั้นจะได้รับ

อย่า”ล้าสมัย”..แม่สอนว่า เมื่อยุคเปลี่ยน สมัยเปลี่ยน ลูกต้องมีสติปัญญพอที่จะกลั่นกรองว่าจะ”รับ” สิ่งไหน หรือจะ”ละ”สิ่งใด ไม่ใช้เอาแต่วิถีเดิม ไม่ขยับตามสมัยโดยเฉพาะเรื่องความรู้ที่มากมายไร้พรมแดน แม่ว่า..ถ้าลูกนิ่ง ใช่เพียงล้าสมัย แต่บางเรื่องอาจตกยุคตกสมัยได้ง่าย ๆ ..ลูกอยู่ในสังคม เป็นผู้นำทางความคิด เป็นผู้นำพาชีวิตอื่นให้รอดลูกต้อง”รู้”เรื่องใหม่ ๆ วิธีการใหม่ ๆ แนวความคิดใหม่ ๆ เพื่อมาปรับใช้ให้เข้ากับจริตของลูก บางครั้งการหยุดนิ่งนั้นอาจหมายถึงการถอยหลังก็เป็นได้
ในทางกลับกัน ถ้ายุคสมัยที่เปลี่ยนแล้วนำความเสื่อมมาสู่ ลูกก็อย่าไปรู้ อย่าไปรับ

อย่าเป็นคน”ไม่แน่ชัด“.. แม่สอนว่า ลูกต้องมี”ธง”ของชีวิต การทำสิ่งใดก็ตาม ต้องมี”ธง” ที่จะทำให้ลูกมองให้ทะลุว่า การใช้ชีวิต หรือการทำสิ่งมด ๆ นั้น เป้าหมายปลายทางอยู่ที่ไหน แล้วมีหนทางใดที่จะเดินไปให้ถึงอย่างถูกทำนองครองทำ ไม่ใช่ได้มาอย่างคนไร้ศีลไร้ธรรม

อย่าเป็นคนที่”ปัดสวะ“..แม่สอนว่า ลูกมีหน้าที่ใดก็ให้ทำจนสุดความสามารถ และงานของลูก คือ หน้าที่รับผิดชอบของลูกเองจะปัดสวะ จะโบ้ยไปให้คนอื่นไม่ได้ เพราะแต่ละคนล้วนมีหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบของตัวด้วยกันทั้งนั้น

ซึ่งแม่บอกว่า เรื่องความรับผิดชอบนี้ ลูกต้อง ทำ 2 ส่วนเสมอ คือ
1. ทำเพื่อนำพาตนเองให้รอด โดยไม่เป็นภาระให้คนอื่น
2. ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อสังคม ตามกำลัง..มากน้อยก็ต้องทำ จะมานิ่งดูดาย ถือว่า”ธุระไม่ใช่” ไม่ได้
ทั้ง 2 เรื่องถือเป็นหน้าที่ ที่ลูกต้องทำ ต้องรับผิดชอบ จะปัดสวะไปให้ใคร..ไม่ได้

อย่า”ละเลย”  แม่สอนง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า..อย่าละเลยในการทำความดี

ลูก “รู้” เพราะลูก “รับ” สิ่งเหล่านี้มาจากแม่
รักแม่เป็นที่สุด

Photo: นึกถึงข้อ "ห้าม" 9 ข้อของแม่แล้วขำ<br />
แม่สอนว่า..<br />
เกิดเป็นคน โดยเฉพาะเป็นพ่อคนแม่คนนี่ต้องมี 9 "ห้าม" คือ<br />
ห้ามปากหมา<br />
หน้ายักษ์<br />
ตักตวง<br />
ห่วงแต่ตัว<br />
มัวแต่ช้า<br />
ล้าสมัย<br />
ไม่แน่ชัด<br />
ปัดสวะ<br />
และ..ห้ามละเลย</p>
<p>แม่สอนว่า..<br />
เกิดเป็นพ่อคนแม่คนนี่ อย่า"ปากหมา"..เพราะจะพาให้บ้านร้อน ต้องรู้ว่า..เรื่องไหนต้องพูด เรื่องไหนควรพูด หรือเรื่องไหนไม่ต้องพูด..เงียบไว้จะดีกว่า อย่าเอาแต่พูด อย่าเอาแต่พล่าม ที่สำคัญ คือ อย่าพูดถึงคนอื่นในทางเสียหาย อย่านินทาว่าร้าย แม้บางครั้งเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าพูดไปแล้วจะทำให้บรรยากาศและชีวิตตนหรือคนอื่นพินาศก็กลืนคำ เก็บงำเอาไว้  แม่ว่า..ขัดหม้อขัดไหก็งามดีอยู่หรอก แต่ขัดคอคนนั้นไม่งาม</p>
<p>อย่า"หน้ายักษ์" หน้างอ..ใครไหนเลยจะชอบคนหน้าบึ้งหน้าบูด แค่เห็นหน้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว แม่บอกเสมอว่า ต้องเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส เบิกบานอยู่เป็นนิจ ลองคิดดูง่าย ๆ เวลาลูกพบใครที่หน้ายักษ์ถมึงทึง หรือพบใครที่ยิ้มแย้ม แจ่มใส ใยดี ไม่ยากเลยใช่ไหมว่าคำตอบจะออกมาอย่างไร ถ้าถามว่า "ลูกจะสบายใจที่จะคบหาสมาคม หรืออยู่ใกล้คน ๆ ไหน"</p>
<p>อย่า"ตักตวง"..อย่าเป็นคนมักได้ใคร่เอา จ้องแต่จะตักตวงจากคนอื่น เอาของคนอื่นมาเป็นของตัว แม่บอกว่าคนเรานั้นจะคบใคร ลูกต้องรู้จักให้ รู้จัก "เติม" ให้เขาบ้าง ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะ "ตัก" เพราะถ้าลูกเติมจนเขา "เต็ม" ลูกจะตักบ้างก็ไม่น่าเกลียดอะไร แต้ถ้าไม่เติม ได้แต่ตัก ใครก็รักไม่ลง คงคบกันต่อไม่ไหว</p>
<p>อย่า"ห่วงแต่ตัว" ..แม่สอนว่าคนเรานั้นจะทำอะไรก็ตาม ต้องห่วงใย ดูแลความรู้สึกของคนอื่นบ้าง อย่าเอาแต่ห่วงตัวเอง จนขาดมิตรจิตมิตรใจ จะมีอะไร จะทำอะไร ก็ก้มหน้าก้มตาเอาแต่ตัวเป็นสำคัญ..ไม่ได้ ต้องรู้จักแบ่งปันให้คนอื่นเขาบ้าง เพราะเขาก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกับเรา ต้องการมี ต้องการทำเหมือนเราเช่นกัน</p>
<p>อย่า"มัวแต่ช้า".. แม่สอนว่าคนเรานั้นเมื่อมีความคิดหรือมีอารมณ์ที่จะทำอะไรดี ๆเพื่อตนเอง เพื่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อสรรพสัตว์และสรรพสิ่งอย่านิ่งนอนใจ ให้รีบลงมือทำและตั้งใจทำอย่างดีที่สุด ไม่ควรรั้งรอ อย่ามัวอ้อยอิ่ง เพราะเมื่อเวลาล่วงเลยไป ลูกอาจจะหมดอารมณ์จนไม่รู้สึกอยากจะทำก็ได้.. แม่บอกว่า แล้ววันหนึ่งลูกอาจจะเสียใจที่ไม่ได้ทำ เพราะนั้นอาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ลูกจะได้ทำ หรือเป็นโอกาสสุดท้ายที่คน ๆ นั้นจะได้รับ</p>
<p>อย่า"ล้าสมัย"..แม่สอนว่า เมื่อยุคเปลี่ยน สมัยเปลี่ยน ลูกต้องมีสติปัญญพอที่จะกลั่นกรองว่าจะ"รับ" สิ่งไหน หรือจะ"ละ"สิ่งใด ไม่ใช้เอาแต่วิถีเดิม ไม่ขยับตามสมัยโดยเฉพาะเรื่องความรู้ที่มากมายไร้พรมแดน แม่ว่า..ถ้าลูกนิ่ง ใช่เพียงล้าสมัย แต่บางเรื่องอาจตกยุคตกสมัยได้ง่าย ๆ ..ลูกอยู่ในสังคม เป็นผู้นำทางความคิด เป็นผู้นำพาชีวิตอื่นให้รอดลูกต้อง"รู้"เรื่องใหม่ ๆ วิธีการใหม่ ๆ แนวความคิดใหม่ ๆ เพื่อมาปรับใช้ให้เข้ากับจริตของลูก บางครั้งการหยุดนิ่งนั้นอาจหมายถึงการถอยหลังก็เป็นได้<br />
ในทางกลับกัน ถ้ายุคสมัยที่เปลี่ยนแล้วนำความเสื่อมมาสู่ ลูกก็อย่าไปรู้ อย่าไปรับ</p>
<p>อย่าเป็นคน"ไม่แน่ชัด".. แม่สอนว่า ลูกต้องมี"ธง"ของชีวิต การทำสิ่งใดก็ตาม ต้องมี"ธง" ที่จะทำให้ลูกมองให้ทะลุว่า การใช้ชีวิต หรือการทำสิ่งมด ๆ นั้น เป้าหมายปลายทางอยู่ที่ไหน แล้วมีหนทางใดที่จะเดินไปให้ถึงอย่างถูกทำนองครองทำ ไม่ใช่ได้มาอย่างคนไร้ศีลไร้ธรรม</p>
<p>อย่าเป็นคนที่"ปัดสวะ"..แม่สอนว่า ลูกมีหน้าที่ใดก็ให้ทำจนสุดความสามารถ และงานของลูก คือ หน้าที่รับผิดชอบของลูกเองจะปัดสวะ จะโบ้ยไปให้คนอื่นไม่ได้ เพราะแต่ละคนล้วนมีหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบของตัวด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งแม่บอกว่า เรื่องความรับผิดชอบนี้ ลูกต้อง ทำ 2 ส่วนเสมอ คือ<br />
1.ทำเพื่อนำพาตนเองให้รอด โดยไม่เป็นภาระให้คนอื่น<br />
2.ทำเพื่อคนอื่น ทำเพื่อสังคม ตามกำลัง..มากน้อยก็ต้องทำ จะมานิ่งดูดาย ถือว่า"ธุระไม่ใช่" ไม่ได้<br />
ทั้ง 2 เรื่องถือเป็นหน้าที่ ที่ลูกต้องทำ ต้องรับผิดชอบ จะปัดสวะไปให้ใคร..ไม่ได้</p>
<p>อย่า"ละเลย"<br />
แม่สอนง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า..อย่าละเลยในการทำความดี</p>
<p>ลูก "รู้" เพราะลูก "รับ" สิ่งเหล่านี้มาจากแม่<br />
รักแม่เป็นที่สุด

คุณแม่กาญจนา ปิ่นประทีป มะลิวัลย์ แม่ดีเด่นประจำปี 2545 คุณแม่ของพี่ตุ๊บปอง เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: