AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง – ดู ฟัง ท่อง ร้อง เล่น เล่า และอ่าน

ในชีวิตไม่เคยมีลูก..และก็คงไม่มีโอกาสมีเป็นแน่
แต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว..
ต้องรับหน้าที่เป็นพ่อสมมุติของลูก ๆ คราวละสี่สิบ ห้าสิบ บางช่วงถึงหกสิบคน ที่แต่ละคนล้วนแต่ผ่านแรงเหวี่ยงออกมาจากครอบครัวทั้งนั้น บางคนช้ำเพราะถูกขยำจนมีสภาพเหมือนผ้าขี้ริ้วที่กองชีวิตอยู่เบื้องหน้า บางคนบาดเจ็บปางตาย บางคนโหยหิวและขาดอาหารจนตาลึกโบ๋

ตอนนั้น..หนักอกหนักใจเป็นที่สุด ทำอะไรไม่ได้เพราะนั่น คือ หน้าที่ ที่เราอาสาเข้าไปรับด้วยตัวเอง เมื่อเห็นลูก ๆ ก็ได้แต่นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีหนอ..จนมาถึงบางอ้อ ที่ว่าพ่อ แม่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 อย่างไร จึงเติบใหญ่และใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขได้ทุกคน

เมื่อคิดได้ ก็ลงมือทำทันที..
สิ่งที่พ่อแม่ทำให้เห็น เป็นให้ดู คือ นอกจากให้อาหารดีๆ ใส่ใจดูแลเรื่องสุขภาพ สร้างบรรยากาศในบ้านให้ดี และหมั่นบอกลูก ๆ ว่า “รักลูกนะ” แล้ว พ่อแม่ยังทำกิจกรรมกับลูก ๆ ทุกคนในทุก ๆ วันไม่ได้ขาด คือ ดู ฟัง ท่อง ร้อง เล่น เล่า และอ่าน 

ดู..แม่เล่าว่า..ตั้งแต่ตอนท้องแล้วที่แม่นั้นหมั่นดูอะไรที่มันเจริญหูเจริญตา เริ่มแต่ดูแลตนเองให้เป็นที่เจริญหูเจริญตาของตนเองเมื่อส่องกระจก ครั้นออกไปไหนมาไหนก็จะเป็นที่เจริญหูเจริญตาของผู้คนที่พบเห็น เมื่อเราดูแลตัวเองดี สุขภาพจิตก็ดี และในแต่ละช่วงวันจะดูอะไร ๆ ที่ทำให้จิตใจเบิกบาน และแจ่มใส ไม่แม้แต่จะปรายตาดูภาพอะไรที่มันทำให้จิตใจห่อเหี่ยว หดหู่ และสิ้นหวัง..สิ่งที่ที่เจริญหูเจริญตานี่แหละที่ทำให้เราสบายอกสบายใจ

ฟัง.. ถ้าเป็นพ่อจริงแม่จริงก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยาก เพราะลูกน้อยฟังเสียงเต้นของหัวใจของแม่เป็นจังหวะที่แสนอบอุ่นตลอดเวลาอยู่แล้ว   แต่พ่อสมมุติอย่าง”พ่อปอง” นี่ซิ..ดูจะเป็นเรื่องยากเย็นอยู่ไม่น้อย  แต่ก็นึกถึงเสียงเพลงเบา ๆ ที่แม่ร้องให้ฟังเมื่อตอนยังเป็นเด็ก..เล็กอยู่ก็เห็นว่านี่แหละ”ไม้เด็ด” ก็เลยเอามาใช้กับลูก ๆ บ้าง เสียงเพลงที่ไพเราะ เนื้อหาที่อบอุ่น ท่วงทำนองสบาย ๆ ทำให้ลูกได้ผ่อนคลายสบายใจไปพร้อม ๆ กับความสนุกสนาน เพลงเด็ก ๆ และเพลงดี ๆ จะทำให้ลูกสงบ เย็นและเป็นสุข จะทำอะไร ก็ทำเป็นจังหวะอย่างเหมาะสม..จะไม่ใช้เพลงที่ดัง..จังหวะแรง ๆ เด็ดขาด เพราะจะทำให้ลูกหัวใจเต้นแรงตั้งแต่เล็ก.. โตขึ้นก็จะแรงตามไปด้วย

ท่อง..แม่เล่าว่า..แม่ท่องคำคล้องจองดี ๆ หรือสวดมนต์ให้ลูกฟังมาตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้อง ท่องเมื่อไรก็เย็น..ผ่อนคลาย สบาย..โปร่ง..โล่งใจ  ไม่เชื่อก็ลองท่องดูซิ….นกเขาเอย ขันแต่เช้าไปจนเย็น ขันไปให้ดังแม่ จะฟังเสียงเล่น เนื้อเย็นเจ้าคนเดียวเอย..หรือลองท่องบทสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้าดูซิ..ก็เย็นเหมือนกัน  องค์ใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธะสันดาน ตัดมูลกิเลสมาร  บ่มิหม่นมิหมองมัว หนึ่งในพระทัยท่าน  ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคีบ่พันพัว สุวคนธะกำจร

ร้อง..แม่เล่าว่า..เพลงที่มีท่วงทำนองช้า ๆ เย็น ๆ ใจ ส่งผลให้ลูกในท้องเย็นใจตามไปด้วย เพราะแม่รู้สึกอย่างไร ลูกก็รู้สึกอย่างนั้น ..
เมื่อต้อง”เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม” ก็ได้เพลงของแม่นี่แหละมาร้องให้ลูกฟัง..เสียงร้องของเรา จะดีหรือไม่..ไม่ใช่ประเด็น “อย่าได้แคร์” แต่ใจของเรานี่ซิ..สำคัญยิ่ง เพลงที่ออกมาจากใจ อย่างไรก็ไพเราะ..ไม่เชื่อก็ลองร้องให้ลูกฟังซี..ร้องกี่ที่ ๆ ลูกก็ฟัง เพลงของพ่อที่จำได้แม่น เพราะเนื้อหาสนุก จังหวะครึกครื้น..ร้องเมื่อไร ลูกเป็นได้เอิ๊กอ๊ากเมื่อนั้นคือ เพลง นกกระทุง
ปุงเท่งปุง..นกกระทุงกำลังออกไข่ สานกระพ้อมให้ใบใหญ่ เอาไว้ใส่ไข่นกกระทุง

เล่น เล่า และอ่าน ขอติดเอาไว้ก่อนละกัน
พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อว่า พ่อกะแม่ของ”ตุ๊บปอง” ท่านให้ลูก ๆ เล่นอะไร เล่าและอ่านอะไรให้ลูก ๆ ฟัง

ด้วยเพราะมีพ่อมีแม่ดี ที่เป็นต้นทางแห่งการทำสิ่งดี ๆ ..
ตุ๊บปองจึงมีเรื่องมาเล่า..ไม่แล้วไม่เลิก

รักพ่อรักแม่เป็นที่สุดครับ

……………….

“แม่” ไม่ใช่นักจิตวิทยาด้านเด็ก หรือนักพัฒนาการเด็ก
แต่แม่มีความรักลูกเป็นตัวนำทาง ทำให้แม่ต้องขบคิด ไถ่ถาม เพื่อศึกษาหาความรู้ดี ๆ ที่จะนำมาเลี้ยงดูชูชุบลูกน้อยหอยขมทั้ง 8 ให้ดีที่สุด อย่างเต็มแรง..เต็มรัก
เมื่อยังเล็ก..พ่อแม่จึงให้โอกาสลูก ๆ ได้ “เล่น” อย่างหลากหลาย ทั้งเล่นคี่ เล่นคู่ และหมู่คณะ แม่บอกว่า..การเล่นนี่ ดีสำหรับลูก ยิ่งการเล่นที่ต้องลงมือทำเอง หรือ เล่นของเล่นที่ยากหน่อย..ลูกจะได้รู้จักแก้ปัญหาผ่านการเล่น การให้โอกาสลูกได้เผชิญกับความเครียดเล็ก ๆ จากการเล่นนี่แหละ คือ การทดสอบและเตรียมพร้อมให้แก่ลูก..เมื่อวันหนึ่ง ต้องเจอความเครียดที่ใหญ่ขึ้นจะได้ไม่ช็อก แต่แข็งแรงพอที่จะตั้งรับ ไม่อ่อนเปลี้ยและเสียขวัญได้ง่าย
บ้านเราไม่มีของเล่นอะไรที่ทันสมัยเลย มีแต่ของเล่นพื้น ๆ ที่พ่อ แม่ ยายพุฒ ตาดวน และพวกเรา “ครีเอท”กันขึ้นมาเอง..ซะเยอะ
อย่างตาดวน(พี่เลี้ยงคนสนิทของน้องหน่อง) ที่ชอบตัดและริดทางมะพร้าว เอามาสานมาถักปลาตะเพียนบ้าง ตะกร้าบ้าง แต่ที่นิ้งหน่องชอบมากก็เห็นจะเป็นตะกร้อ..ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม้ได้มีค่าเพียงแค่ความเป็นตะเพียน ตะกร้า หรือตะกร้อ แต่ของเล่นของตาดวนนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นชีวิต ทั้งความเป็นชีวิตของวัสดุ คือ ทางมะพร้าวที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และความเป็นชีวิตของตาดวนคนสานที่ใส่ชีวิตจิตใจลงไปในทางมะพร้าวแล้วสานออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

แม่เล่าว่า..ที่ชอบให้ลูกเล่นของเล่นอย่างนี้ เพราะถือเป็นตัวแทนของความมีชีวิต วัสดุส่วนใหญ่ทำจากวัสดุที่มีชีวิต ก่อนที่จะได้มาต้องเกิดจากการกระทำของคนที่มีชีวิตจิตใจของคนที่มีความสามารถ มีองค์ความรู้ ที่จะทำของเล่นแต่ละอย่างให้เหมาะกับลูก ที่อยู่ในแต่ละวัย..ต่างวัย ต่างความสนใจ

ของเล่นของเราไม่ได้หายากหาเย็นอะไรเลย..แต่เล่นเมื่อไรก็สนุกเมื่อนั้น
กะลาก็เอามาเจาะรูร้อยเชือกเอาไว้เล่นเดินกะลา
หินกลม ๆ ขนาดเหมาะ ๆ ตามทางรถไฟ 5 ก้อน ก็กลายมาเป็นหมากเก็บ
ตะเกียบไม้ไผ่ของแม่ มารวมตัวกับก้อนหิน หรือมะนาวลูกเล็ก ๆ ก็กลายมาเป็นหมากเก็บไม้
ไม้รวกที่ตาดวนตัดให้ 2 ท่อน ท่อนสั้น และท่อนยาว ก็กลายเป็น “อี๊ดั้ง”
ไม้ไผ่ปล้องเล็ก ๆ หนังสือพิมพ์เก่า ๆ แช่น้ำเอาไว้ปั้นกลม ๆ เป็นลูกกระสุน กับไม่ไผ่เหลาขนาดพอรูไม้ไผ่ ก็กลายเป็น “อี๊โบ๊ะ”
หลอดด้ายเย็บผ้าของแม่ เอามาร้อยเป็นราว ก็กลายเป็นรถไฟ
กล่องกระดาษใส่ยาของพ่อ เอามาเจาะรูร้อยเชือก..ดึงเล่น ก็เป็นรถอีแต๋น
ที่พี่ตุ๊กติ๊กและตุ๊บปองชอบมากคือ ตุ๊กตากระดาษใส่ชุดว่ายน้ำ..ที่วาดเอง แล้วตัดเป็นรูปเอามาทาบวาดชุดราตรีสวย ๆ ใส่ให้
ที่ตุ๊บปองและพลพรรคนักเล่นขอบมากก็ คือ สมมุติตัวว่าเป็นพ่อค้า แม่ค้า เช่น เล่นขายส้มตำ ก็เอากะลามาแทนครก เอากิ่งไม้มาทำ”สากกะเบือ” เอาใบไม้มาหั่นฝอย ๆ เป็นมะละกอ เอาเมล็ดมะก่ำตาควายสีแดง ๆ เป็นพริก ตะขบลูกเล็ก ๆ เป็นถั่วลิสง ดอกพุทธรักษาสีขาว ดอกตูม ๆ เป็นกระเทียม โกยทุกอย่างที่ว่าใส่ในครกกระดาษ แล้วตำด้วย”สากกะเบือ” กิ่งไม้

ดินเหนียวในแม่น้ำแควน้อย (ซึ่งพ่อห้ามเด็ดขาด..ห้ามไม้ให้ลงไปเก็บเอง ต้องให้เพื่อน ๆ ที่อยู่แถวตลิ่งเอามาให้) คือจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ของเรา พี่ตุ๊กติก ตุ๊บปอง และน้องน้อยจะพากันปั้นตามเรื่องตามราว..แต่เหมือนเป็นแพทเทิร์นเนาะ..ต้องเริ่มต้นปั้นมังคุด ปั้นดินเหนียวเป็นก้อนกลม ๆ เล็กใหญ่ตามสัดส่วนขององค์ประกอบ แล้วจึงปั้นเป็นรูปทรงอื่น ๆ..ชื่นใจ แต่นิ้งหน่องจะเข้าคู่กับตาดวน ปั้นดินเหนียวเป็นกระสุนไว้ยิงนกยิงไม้ตามสไตล์เด็กชายทโมน (นิด ๆ..มากไม่ได้เจอไม้ขัดหม้อของแม่แน่) แค่นี้ก็เล่นกันไม่รู้เบื่อแล้ว

ส่วนการละเล่นของเรา ก็เป็นการละเล่นพื้น ๆ
หลายคนคงเคยเล่นเหมือนเรา
อี๊ฮึม..เราจะแบ่งกันออกเป็น 2 ฝ่าย เท่า ๆ กัน อยู่กันคนละแดน แต่ละฝ่ายจะ “ฮึม”มาแตะอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าแตะแล้ววิ่งกลับแดนตนได้ จะได้เชลย(คนที่โดนแตะ) มาอยู่ฝ่ายตน..เล่นจนหมดกันไปข้างหนึ่ง

อี๊หับ..เหมือนอี๊ฮึม แต่แทนที่จะออกเสียง “ฮึม” ก็ออกเสียง “หับ”แทน..อี๊หับนี่โหดสุด ๆ ตอบพูด”ฮึม”นี่ยังพอขโมยหายใจได้บ้าง แต่พูด”หับ”นี่ปิดทางเลย..ขาดใจเอาได้ง่าย ๆ อีหับจึงถือเป็นการเล่นขั้นแอดวานซ์

อี๊หมอบ หรือบางที่เราพากันเรียกว่า “แอ๊ดสะไพ”..พอคิดถึงเรื่องแล้วนี้ตลกมาก..ตอนเข้ากรุงใหม่ ๆ อธิบายแทบตายเพื่อนก็ไม่เข้าใจ
เขาเล่นอย่างนี้..
เมื่อรวมหมู่ได้ ก็จะเริ่มด้วย”โออาเหล่าตาแป๊ะ” (โออาน้อยออกนั่นแหละ) ถ้าได้ 1 คนก็เริ่มเล่นได้ แต่ถ้าเหลือ 2 คน ก็จะเป่ายิ้งฉุบจนเหลือ 1 คน คนนี้แหละที่จะเป็นคนปิดตา ให้เพื่อน ๆ ที่เหลือไปหมอบ คนปิดตาก็จะนับ แล้วคอบส่งเสียงว่า “เอารึยัง” ถ้าคนที่หมอบยังไม่พร้อมก็จะตะโกนบอกว่า “ยัง” แต่ถ้าพร้อมแล้วจะตะโกนบอกว่า “เอาเปิ๊บ”
แล้วคนที่ปิดตาก็จะวิ่งหาจนพบ พอพบปุ๊บจะต้องรีบชี้ตัวแล้วพูดว่า “แอ๊ดสะไพ”..สนุกและตื่นเต้นมาก
เรื่องนี้ตุ๊บปองเคยหยอกกันเล่น ๆ เมื่อโตแล้วว่า นี่คงเป็นรากศัพท์ ของคำว่า ” I’m surprise” เป็นแน่

อื่น ๆ ก็เยอะแยะตาแป๊ะไก๋..เช่น เตย (คนเมืองเรียกตั้งเต) กระต่ายขาเดียว วิ่งเปี้ยว งูกินหาง รีรีข้าวสาร ลิงชิงหลัก จ้ำจี้ มอญซ่อนผ้า อีกาฟักไข่ ชักคะเย่อ ตาล็อกต๊อกแต๊ก เป่ากบ ห่วงยาง อีตัก กระโดดเชือก โดดคี่ โดดคู่ โดดเป็นหมูคณะก็เล่นมาหมดแล้ว
การละเล่นที่เราชอบ และเลือกเล่นกันบ่อย ๆ คือ กิ๊ง ก่อง แก้ว (กระโดดหนังยาง)
ตุ๊บปองนี่แหละตัวดี..ชอบเล่นกิ๊ง ก่อง แก้วมาก
เมื่อซัก 10 ปีได้ละมัง..ตอนนั้นสัก 40 ต้น ๆ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เห็นเด็ก ๆ เล่นกิ๊ง ก่อง แก้วกันเลยหมั่นเขียวลงไปกระโดดด้วย อี๊ 1 ผ่าน..อี๊ตาตุ่ม ผ่าน.. อี๊เข่า ผ่าน..อี๊เอว ผ่าน..อี๊อก ผ่าน..อี๊ไหล่ ผ่าน..อี๊หัว ผ่าน..อี๊สูงสุด..ลุงตุ๊บปองตั้งท่าซะดิบดี กระโดดวิ้ววว แล้วตกลงมาดังพลั่ก..กระดูกรองเข่าแตก..แหกชิ มิเลย

นี่คือการเล่นของพี่ ๆ น้อง ๆ และผองเพื่อนที่เราเล่นกัน
พ่อแม่ จะมายืนดู..ยืนเชียร์ด้วยความรัก..เป็นระยะ ๆ
ลูกจึงเล่นอย่างมั่นอกมั่นใจว่าปลอดภัยเพราะอยู่ในสายตาพ่อแม่
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น..เราจะมีพ่อมีมีอยู่ด้วยทันที

ลูกจึงรักพ่อ รักแม่เป็นที่สุดครับ.

……………….

เรื่องเล่าของแม่..สร้างสิ่งที่ดีงามในชีวิตลูก ๆ
ลูกของแม่ทุกคนได้ฟังเรื่องเล่าขานผ่านชีวิตของแม่นับร้อย ๆ เรื่องอย่างอิ่มเอมใจ
ทุกคืน เราหลับตาลงในอ้อมกอดอุ่น ๆ มีเสียงนุ่ม ๆ ของแม่ที่เล่านิทาน ผสานเสียงร้องเพลง ซึ่งถือเป็นความสุขที่สุดของชีวิตในวัยเยาว์โดยแท้

นิทานที่แม่เล่า..เป็นเพื่อนที่แสนดีของลูก ๆ ที่พร้อมจะพาโบยบินไปกับจินตนาการสู่โลกอันกว้างใหญ่สุนทรี ด้วยความสนุกสนาน บันเทิง และงดงามอย่างไม่มีขอบเขต

นิทานที่แม่เล่า..เป็นสะพานที่แม่ใช้ทอดถึงลูก เพื่อส่งผ่านความรัก ความเมตตา และความรู้สึกนึกคิดที่ดีงาม ให้ลูกได้ซึมซับรับไว้เป็นวิถีแห่งชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า

ลูก ๆ จะเริงใจทุกครั้งเมื่อแม่เสร็จภารกิจในชีวิตประจำวันแล้วพาขึ้นบนระเบียงบ้าน พอแม่เอนกายวางหัวลงบนหมอนนุ่นใบนุ่ม แล้วเอ่ยว่า “กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว”…
ลูก ๆ จะตั้งใจฟังเรื่องราวที่แม่เล่าอย่างใจจดใจจ่อ ฟัง คิด ติดใจ ไถ่ถามเป็นช่วง ๆ จนกระทั่งถึง “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..” อันเป็นสัญญาณบอกว่า เรื่องราวที่แม่เล่ากำลังจะจบลง และนั่นแหละคือเวลาที่เรารอคอยเพราะมัน คือ จุดเริ่มต้นแห่งความบันเทิงเริงใจที่จะได้แสดงความคิดเห็นจากเรื่องเล่าของแม่ แม่ไม่เคยชี้นำคำสอนให้ลูกรู้ว่า..แต่แม่จะให้ลูกคิดคำที่สอนตนเอง ตามแต่ความคิดเห็นและมุมมองของแต่ละคน

ยังจำบรรยากาศอย่างนี้ได้ชัดเจน..เด่นชัด
เราทุกคนจะสนุกสนานกับการแย่งกันตอบ เพราะทุกคำตอบของเราไม่มีผิด แม่และพี่ ๆ น้อง ๆ ต่างเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของกันและกันอย่างไม่มีเงื่อนไขถูกผิด มีแต่จะเสริมเพื่อต่อยอดความคิดของกันและกัน ให้ชัดเจนและสนุกสนานยิ่งขึ้น

ลูก ๆ จึงชอบช่วงเวลานี้เป็นที่สุด
และช่วงนี้นี่เองที่แม่ใช้เป็นช่วงเวลาในการพร่ำสอนให้ลูกคิดดี ทำดีต่อทั้งตนเอง และผู้อื่น
ขอย้อนรอยถอยไปในคืนหนึ่ง ที่แม่เล่านิทานชาดกเรื่อง กระต่ายตื่นตูม..เรื่องเก่าที่เคยเล่าคร่าว ๆ ให้ฟังครั้งก่อน
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าแห่งหนึ่งมีสัตว์มากมายอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข..”
“มีเสือไหมคะแม่..”
“มียีราฟคอยาวไหมครับแม่..”
พวกเราจะเป็นอย่างนี้เสมอ.. ชอบมีส่วนร่วมในความบันเทิงที่แม่จัดให้อยู่เนือง ๆ
“มีทุกตัวแหละลูก..ลูกหลับตานึกถึงสัตว์ตัวไหนก็มีทุกตัวนั่นแหละ..สัตว์ทุกตัวกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน”
“ลิง หมู หมา กา ไก่ เล่น กิ๊ง ก่อง แก้ว ไหมครับแม่”
“กระต่ายขาวมีหูยาวเรียว หางสั้นนิดเดียว เล่นอีข้าม หรือเปล่าคะแม่”
“จ้ะ..สัตว์ทุกตัวก็เล่นเหมือนที่ลูก ๆ เล่นกับเพื่อน ๆ นั่นแหละ
สัตว์ทุกตัว กำลังเล่นกันสนุก ๆ ฉับพลันก็ได้ยินเสียงดัง “ตูม” ที่ท้ายทุ่งดังกึกก้องไปทั่วป่า”
“ตาเทียม ยิงปะทัดเหรอครับแม่”
“ท่านเจ้าคุณ ให้เณรตีกลองเพลหรือคะแม่”
“เปล่าจ้ะ..สัตว์ทุกตัวไม่รู้หรอกว่าเป็นเสียงอะไร แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงดัง “ตูม” ก็เห็นกระต่ายขาวมีหูยาวเรียว วิ่งหูลู่ ตาเหลือก ลิ้นห้อย ตะโกนก้องป่าว่า.. เร็ว ๆ รีบหนีกันเถิดพวกเรา เร็ว ๆ อย่ามัวช้ารีบหนีกันเถิด.. ฟ้าถล่มที่ชายป่า หนีเร็ว.. . หนีเร็ว”
“อ๋อ.. ฟ้าถล่มหรือคะแม่”
“ไม่รู้จ้ะ..แม่ก็ไม่รู้หรอก สัตว์ทุกตัวก็ไม่รู้ ต้องฟังต่อว่าเป็นเสียงอะไร ..
สัตว์ทุกตัวเห็นกระต่ายวิ่งมาอย่างตื่นตระหนกเช่นนั้น ก็พากันวิ่งหนีตามกระต่ายไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา”
“วิ่งไม่ลืมตา เสือไม่หกล้มเหรอครับแม่”
“จ้ะ..เสือวิ่งไปหกล้มไป กวางน้อยวิ่งล้มลุกคลุกคลาน หมาน้อยสะดุดหินล้มขาแพลง แต่ก็วิ่งกระเพลกกระเพลกตามเขาไปอย่างไม่คิดชีวิต จนมาพบแม่ช้าง..แม่ช้างบอกให้สัตว์ทุกตัวหยุดวิ่ง แล้วถามว่า มันเกิดอะไรขึ้น จึงได้วิ่งกันหัวซุกหัวซุนเช่นนี้”
“ฟ้าถล่มเหมือนที่กระต่ายบอกใช่ไหมคะแม่”
“จ้ะ..กระต่ายขาว ตาลีตาเหลือกตอบว่า ฟ้าถล่ม..ฟ้าถล่ม แม่ช้างรีบหนีเถิด ฟ้าถล่มดัง “ตูม”” ที่ชายป่า..หนีเร็ว..หนีเร็ว..แม่ช้างจึงถามสัตว์ทุกตัวว่า เจ้าทุกตัวเห็นหรือว่าเสียง“ตูม”ที่ดังนั้นเป็นเสียงของฟ้าถล่มจึงวิ่งกันมาเช่นนี้ สัตว์น้อยใหญ่ต่างมองตากันเลิกลั่ก แล้วส่ายหัว แม่ช้างจึงพาสัตว์ทุกตัวไปที่ชายป่าเพื่อดูว่าเสียง “ตูม” ที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงอะไรกันแน่”
“ฟ้าถล่มใช่ไหมคะแม่”
“ต้องตามแม่ช้างไปดูนะลูก.. เมื่อมาถึงชายป่าไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย มีเพียงลูกตาลที่ตกลงมาจากต้นกองเละตุ้มเป๊ะใต้ต้นเท่านั้นเอง..”
“โอ๋ย.. นึกว่าฟ้าถล่ม ที่แท้ก็ลูกตาลตกนี่เอง”
พอแม่บอกว่า..
“นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..”
ลูก ๆ ก็ตาตื่น..ยื่นหน้ายื่นตาเสนอความคิดเห็น
“ ตื่นตา ตื่นใจได้ แต่ห้ามตื่นตูม “
“ตื่นเต้นได้ ห้ามตื่นตูม “
“ ใครพูดอะไรต้องคิดให้ดีก่อนว่าเรื่องที่เขาพูดเชื่อได้หรือเปล่า “
“ ถ้าตื่นตูมระวังจะตับแตก..วิ่งตับแตกเป็นกระต่ายไง “
“ แสดงว่าตาดวน ( พี่เลี้ยงชายวัยชราของนิ้งหน่อง) ต้องเป็นคนตื่นตูม เพราะชอบตดแตก “
เราแย่งกันตอบ ช่วยกันสรุปอย่างครึกครื้น
พ่อ แม่บอกพวกเรา เสมอว่า ความคิดเป็นสิ่งดี การแสดงความคิดเห็นให้คนอื่นรู้ว่าเราคิดอย่างไรเป็นสิ่งดี แต่เราต้องระวังความคิดของเรา อย่าสร้างความเดือดร้อน หรือเบียดเบียดใครด้วยคำพูด จงให้โอกาสตนเองในการคิด ใช้โอกาสต่าง ๆ นั้นคิดเพื่อสร้างสติปัญญา สำคัญยิ่งกว่า คือ อย่าลืมสานต่อความคิด ถ้าเป็นความคิดดี ที่จะนำสู่การก่อเกิดประโยชน์ต่อผู้คนและสังคมในวงกว้าง
พ่อแม่สอนเสมอให้รู้จักการพัฒนาความคิดให้เป็นปัญญา

นี่แหละ คือ ตัวอย่างเรื่องเล่าของแม่

ลูก ๆ รักทุกเรื่องที่แม่เล่า
เพราะลูกรักแม่เป็นที่สุดครับ

…………………..

การอ่านหนังสือ..
เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้บ้านเราอบอุ่นเพราะเป็นช่วงชีวิตที่เบิกบาน แจ่มใสและเป็นสุขร่วมกัน

อย่างที่เคยเล่ามาหลาย ๆ ครั้ง..
บ้านเราอยู่ในชนบท..ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา แต่บ้านเรามีหนังสือ
เรื่องนี้ พ่อเป็นผู้นำชายยอดเยี่ยม ที่ไปสมัครเป็นสมาชิกร้านหนังสือในเมือง ”พิด-โลก” แล้วให้ส่งมาทางรถไฟหวานเย็นเที่ยว 6 โมงเช้า พี่ ๆ น้อง ๆ พากันไปรอที่สถานีรถไฟแควน้อยเพื่อรับหนังสือที่มีมาทุกวัน รอไปก็คาดเดากันไปว่าหนังสือเล่มใหม่ที่จะมาถึงมือนั้นจะมีเรื่องราวอะไรบ้าง หน้าปกจะเป็นอย่างไร พอได้ปั๊บก็สุมหัวปุ๊บ..เราตื่นเต้นแม้แต่เป็นหนังสือพิมพ์สยามรัฐของพ่อเล่มเดียวที่มา..ทุกว้าน ทุกวัน

อ้อ..ของพ่อน่ะ ยังมีหนังสือที่พ่อมักซื้อติดไม้ติดมือมาเสมอเมื่อเข้าไปทำธุระในเมือง ทำให้เรามี ไม้เมืองเดิม ศรีบูรพา ยาขอบ ป.อินทรปาลิต โกวเล้ง ว ณ.เมืองลุง และ น. นพรัตน์ เป็นเสมือนคนสนิทชิดใกล้ในครัวเรือนมาตั้งแต่เล็ก

ส่วนของพวกเรามีหนังสือการ์ตูนตุ๊กตา หนูจ๋า เบบี้ ชัยพฤกษ์การ์ตูน ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ เด็กก้าวหน้า อ่านเป็นรายปักษ์บ้าง รายเดือนบ้าง แม้ทุกปกจะปิดตัวไปนานแล้วแต่หนูนิด หนูหน่อย หนูแจ๋ว คุณโฉลงกะป้าเต๋ว และทาร์ซาน เป็นอดีตที่ไม่เคยเลือนหายไปจากชีวิต ความรู้สึกสนุกสนานในสาระยังโลดแล่นอย่างมีความสุขในความทรงจำเสมอ

แม้แต่พี่เลี้ยงของเราทั้งยายพุฒ ตาดวน พี่แป๊ว พี่ทุเรียนก็มีหนังสือทานตะวัน บางกอก สกุลไทย และกุลสตรีอ่านเหมือนกันนะ..ไฮโซโก้เชียว

ทุกคนในบ้านรักการอ่าน..รักหนังสือ
พ่อแม่อ่านให้ลูก ๆ ฟังบ้าง พี่ ๆ อ่านให้น้อง ๆ ฟังบ้าง พี่เลี้ยงอ่านให้เราฟังบ้างหรือเราอ่านกันเองบ้าง..ทุกคนในบ้านจึงมีความสุขร่วมกันในโลกของหนังสือโดยแท้

การที่แม่อ่านหนังสือให้ฟังทุกวันทุกคืน อ่านอย่างไม่เว้นวันหยุดและวันหยุดราชการ เพราะลูกยังอ่านหนังสือไม่ออกนั้น ส่งผลกระทบที่แสนยิ่งใหญ่ต่อลูก ๆ..จริง ๆ เพราะการที่แม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุก ๆ วันเช่นนี้ ทำให้เราทั้ง 8 มีภาพพ่อแม่ เด่นชัดในใจ และสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก และพี่ ๆ น้อง ๆ งดงาม งอกเงยอย่างเงียบ ๆ ช้า ๆ ทอดยาวออกไป อย่างแข็งแรงมากขึ้นทุกครั้ง..และทอดยาวไกลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด..จนวันนี้ สายสัมพันธ์ก็ยังไม่หยุดทอดยอด

เมื่อเรา..ลูก ๆ ของแม่ มีภาพพ่อแม่ชัด และมีสายสัมพันธ์แข็งแรง เราจึงไม่เข้าหาอบายมุขและไม่ใช้พฤติกรรมเสี่ยงแม้ว่าจะอยู่ห่างพ่อ ไกลแม่ เมื่อไปโรงเรียน นั่นหมายถึง ไปโรงเรียนจริง ๆ ไม่เถลไถล ไม่ไปเหลวไหลที่ไหน เพราะภาพพ่อแม่ที่อยู่ในใจนั้นชัดเสียจนเสมือนเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา จะทำอะไรไม่ดี ก็เกรงว่าพ่อแม่จะเสียใจ..กลัวว่าจะเสียสายสัมพันธ์ที่ดี

เมื่อเรามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่แล้ว ทำให้เรามีตัวตนที่ชัด
คนที่มีตัวตนชัด จะรักตนเอง
คนที่รักตนเอง จะไม่ทำลายตัวเอง
และที่สำคัญ คนประเภทนี้จะรักคนอื่นเป็น

การที่แม่อ่านหนังสือให้ฟัง มิใช่ทำให้เราฉลาด มิได้ทำให้เรารักการอ่านเท่านั้น แต่ยังทำให้เรามีภาพพ่อแม่ที่ชัดเจน มีสายสัมพันธ์ที่เข็งแรง มีตัวตนที่ชัดเจน และมีจิตใจแข็งแรง

ความสุข อาจเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้
แต่ลูกของแม่ทั้ง 8 เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า..ความสุข นั้นหาได้ไม่ยาก อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรานี่เอง แต่เรามักจะลืมเปิดตามอง เปิดใจสัมผัส

ความสุข เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ในบ้าน เมื่อลูก ๆ ได้เกาะกุมมือพ่อแม่ กอดแม่ หอมแม่ ซุก”จักกะแร้แม่” ขณะที่อ่านหนังสือให้ฟังอย่างอ่อนโยน

เมื่อเราเติบใหญ่..
หนึ่งในหนทางแห่งความสุขของเรา ยังเป็นทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือดี ๆ ที่สนุกสนานบันเทิง หรือทำให้เรารู้อย่างกว้างขวางในเรื่องเราสนใจ

และความสุขของเราก็ เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เมื่อนิ้วน้อย ๆ ของลูกมาแตะ เกาะกุมมือ ขณะที่เราอ่านหนังสือให้ฟังอย่างอ่อนโยน

ลูกของแม่ดีได้ เป็นเพราะความใกล้ชิด มากกว่าการสั่งสอน
เพราะด้วยแม่ เป็นแม่พิมพ์ที่คม ชัด ลึก
ลูกจึงมีภาพพิมพ์..ภาพต่อ ๆ มาที่คม ชัด ลึกตามไปด้วย

ถ้าไม่ได้แม่..คงไม่มีลูก..อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ในทุกวันนี้
รักแม่เป็นที่สุดครับ

ที่มา FB ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: