AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง – พ่อแม่สอนให้ลูกๆ กล้า “ทำดี”..

พ่อแม่สอนให้ลูก ๆ กล้า “ทำดี”..
ไม่อายที่จะทำอะไรดี ๆ ต่อตนเอง และคนอื่น..แต่การทำดีนั้น ต้องดีตามครรลองของครอบครัว..ของสังคม ไม่ใช่ดีตามมุมมองของตน
ลูกของแม่ทุกคน แม้จะดูเรียบ ๆ (ยกเว้นลูกคนที่ 6..ที่ดูจะปรู๊ดปร๊าดไปนิด) แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องแสดงออกทั้งทางด้านความคิด และการแสดงตนเป็นผู้นำในการทำสิ่งอะไรดี ๆ..เราทุกคนกล้าที่จะทำ..ทำได้และพร้อมจะออกหน้า

สมัยเรียนมหาวิทยาลับพี่หนุ่ย พี่นิด พี่ตุ๊กติ๊กเป็นแกนนำนักศึกษา..พี่ๆทั้ง 3 ออกแนวเข้มแข็ง น่าเชื่อถือ
ส่วนตุ๊บปอง ตอนเรียนมัธยม ก็เป็นประธานชมรมภาษาไทย ชมรมศิลปวัฒนธรรมไทย ประธานชมรมพุทธศาสนา และกีฬาสี พออยู่มหาวิทยาลัยก็เป็นผู้นำกลุ่มเยาวชน จนได้รับคัดเลือกให้เป็นเยาวชนดีเด่นด้านการรักษาความสะอาด ของเขตดุสิต..อันนี้ออกแนวซอฟท์..ซอฟท์

พ่อแม่เป็นคนสร้างแนวทางให้ลูกเดิน..
พ่อแม่เป็นคนสอน แล้วจูงมือลูกให้เดินก้าวข้ามความกลัว..ความวิตกกังวล จนเราไม่อายที่จะทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ..เมื่อลูกทำได้ และทำดี มีความมั่นใจแล้วพ่อแม่จึงปล่อยมือให้ลูกเดินเอง โดยมีพ่อแม่ ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ลูกจึงรู้สึกปลอดภัย..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเราจะมีพ่อ มีแม่อยู่ด้วย

อาจจะเป็นเพราะเราอยู่ในครอบครัวที่มีความเป็นสาธารณะ พ่อเป็นหมอของชาวบ้าน ที่ทีผู้คนมาหาไม่ขาด แม่เป็นครูที่ผู้คนรู้จัก ไปไหนใครเคารพนบไหว้ ไปไหนใครชื่นชม..เราจึงมีโอกาสได้พบผู้คนที่หลากหลายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ประกอบกับที่ที่เราอยู่ เป็นสังคมชนบทแคบ ๆ ที่มองไปทางไหนก็ล้วนแต่รู่จักกัน เราจึงคุ้นเคยกับผู้คน..ไม่ตื่นผู้ตื่นคน

เด็กทุกคน”ขี้อาย” แต่พ่อแม่ รักษาโรคขี้อายของลูกได้..
ก่อนที่ลูก ๆ ของแม่จะมาได้ถึงขนาดนี้..พ่อแม่เตรียมลูก ๆ มาอย่างดี ตั้งแต่เล็กแต่น้อย
เมื่อเล็ก ๆ เราก็ขี้อาย..ไม่แพ้ใครหรอก แต่โชคดีที่พ่อแม่ไม่เคยผลักดันลูกจนเกินไป ไม่เคยบังคับฝืนใจให้ลูกทำอะไร ๆ ..ไม่คะยั้นคะยอให้เราทำอะไร ๆ ตามใจพ่อแม่ ในขณะที่เราไม่มีความสุขที่จะทำ..ไม่มั่นใจที่จะทำ เช่น เมื่อต้องเจอเพื่อนๆ ของพ่อ ของแม่ ที่แลดูแปลกหน้า..และหน้าแปลก  พ่อแม่จะพาเราไปแนะนำด้วยท่าทางที่อบอุ่น เมื่อแม่บอกให้เรา”ไหว้ลุงซิลูก” หรือ ” ธุป้าซิไอ้หนู”..แม่จะไหว้นำ ทำให้ดูอย่างนอบน้อม แม้แม่จะไหว้ลุง..ธุป้าคนนี้ไปก่อนหน้านั้นแล้วก็ตาม..แม่ทำให้เราเห็น เป็นให้เราดู เราจึงไม่เคว้งคว้างทางความรู้สึก ที่สำคัญ คือ พ่อแม่ให้ลูกเป็นคนตัดสินใจเองว่า ถ้าเราสบายใจกับลุง ๆ ป้า ๆ คนไหน จะอยู่ร่วมวง..ก็ได้..ในกรณีนี้ต้องดูถูกกาลเทศะด้วยนะ

พ่อแม่ไม่เคยฝืนใจลูก..ไม่เคยบอกให้ทำตาหวานให้คนนั้นคนนี้ เหมือนพ่อแม่บางคนที่ให้ลูกทำจนตาจะปลิ้นก็ยังไม่สิ้นเสียงเชียร์
พ่อแม่ไม่เคยฝืนใจลูก..ไม่เคยบอกให้ส่งจูบให้คนนั้นคนนี้ เหมือนพ่อแม่บางคนที่ทนทู่ซี้ใหลูกทำจนปากจะเจ่อ..เธอก็ยังเชียร์ให้ส่ง
พ่อแม่ไม่เคยฝืนใจลูก..พ่อแม่ไม่เคยฝืนใจให้ลูกทำอะไร ๆ เอาใจท่านผู้ชม ตามอำเภอน้ำใจ..ไม่เคยสร้างสุข บนทุกข์ของลูกเลย
พ่อแม่รู้ว่า..นี่คือปฐมของการสร้างความอับอายให้ลูก เพียงเพื่อสนองความต้องการ”ได้หน้าได้ตา”ของพ่อแม่..เรื่องนี้พ่อแม่เข้าใจว่า ต้องอยู่บนความต้องการของลูก ที่มีความสุขที่จะทำ ไม่มีการบังคับกัน

วิธีของพ่อแม่ในการแก้ให้ลูกหายขี้อายที่ได้ผล คือ ตั้งแต่เล็ก..ให้ลูกได้เล่นกับเพื่อน ๆ ทั้งในวัยเดียวกัน และต่างวัย เพราะลูก ๆ น่ะ..เวลาอยู่บ้านจะเก่งกันทั้งนั้น จนแม่เคยเย้าว่า “เก่งในกุฏิ”
การได้เล่นกับเพื่อน ๆ ลูกจะค่อย ๆ คุ้นเคยกับคนในสังคม เริ่มจากใกล้ตัว ไปหาไกลตัว จะทำให้ลูกมีความมั่นใจได้มากขึ้น ๆ และผ่อนคลายเมื่อต้องไปอยู่คนที่ไม่คุ้นเคยในสังคมที่กว้างขึ้น ใหญ่ขึ้น..นี่คือการเตรียมลูกให้ค่อย ๆ คุ้นเคยกับผู้คน เริ่มจากคนที่รู้จักก่อน

พ่อแม่ชื่นชมเมื่อลูกทำดี และชี้ชวนให้ทำดีอย่างนั้นในวงกว้างมากขึ้น ๆ
อย่างพี่หน่อยชอบทำอาหารเก่ง ตุ๊บปองชอบทำขนมคล่อง เมื่อทำให้พ่อแม่ พี่ ๆ น้อง ๆ กินแล้วเห็นว่ารสมือใช้ได้..พ่อแม่ก็จะชวนให้ลูกทำมากขึ้น ทำไปแจกเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน แจกเพื่อนบ้าน เมื่อพ่อแม่ชื่นชมสิ่งที่ลูกทำว่าดี จึงเป็นการตอกย้ำให้ลูกเกิดความมั่นใจในการทำสิ่งนั้น ๆ อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว..โดยเฉพาะลูกคนที่ 6 ที่บ้ายุ

เพราะแม่รู้..พ่อเข้าใจ
จึงไม่เคยหัวเราะเยาะ ล้อเลียนหรือพูดจาตำหนิซ้ำ ๆ ซาก ๆ ในความผิดพลาดของลูก พ่อแม่ไม่เคยห้ามไม่ให้ทำนั่น ไม่ให้ทำนี่ แต่เป็น”ป๋าดัน” และ “มาดามดัน” ให้ลูกได้ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ แต่ต้องอยู่ในกติกาว่า สิ่งที่ทำนั้น ต้อง..
1. ไม่เป็นอันตรายต่อตนเอง
2. ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น
3. ไม่ทำลายข้าวของเครื่องใช้
ถ้าอยู่ในเงื่อนไขนี้..ลูกทำได้ทุกอย่าง..
นี่ไง..ที่ทำให้เราไม่ใช่คนขี้อาย..ไม่อายที่จะทำอะไรดี ๆ

ตอนเราเรียน เมื่อต้องออกไปยืนหน้าชั้นเรียน ออกไปรายงาน ออกไปร้องเพลงหรือทำอะไรก็ตามต่อหน้าคนมาก ๆ เราจึงไม่ประหม่ามากจนเกินไป..เราทำได้สบาย ๆ ตามสไตล์ของเรา..ทำอย่างตัวตนของเรา แต่ยังอยู่ในกติกา 3 ข้อของแม่..ทุกครั้งที่คิดได้ ใจก็นิ่งลดความตื่นเต้น แถมทำให้มีกำลังใจซะด้วยซ้ำ

เพราะพ่อสั่งแม่สอนให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข
ลูกจึงรักพ่อแม่เป็นที่สุดครับ

จาก FB ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: