AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

พระพุทธเจ้าสอนอะไรบ้างในโอวาทปฏิโมกข์ ในวันมาฆะบูชา

โอวาทปาฏิโมกข์
คำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ในพระพุทธศาสนานั้น เป็นธรรมะที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในที่ต่างๆ ระยะเวลาตั้งแต่ช่วงที่พระองค์ทรงตรัสรู้ จนกระทั่งทรงดับขันธ์ปรินิพพาน พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนพุทธบริษัท๔ กระทั่งเหล่า พรหม เทพ เทวดา และ รวมถึงมาร ทั้งหลาย มุ่งเน้นให้ละเลิกในการทำบาปทั้งปวง หันมาบำเพ็ญคุณงามความดีให้ถึงพร้อม และชำระจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ ซึ่งหลักการทั้ง ๓ ข้อนั้นรวมเรียกว่า “ โอวาทปาฏิโมกข์ “ อันเป็นแนวทางที่ทรงสั่งสอนดังต่อไปนี้ …

๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง (สัพพะ ปาปัสสะ อะกะระณัง) หมายถึง การมีเจตนาเว้นขาดจากสิ่งเป็นปาป อกุศล หรือการรักษาศีลนั่นเอง โดยมีศีล ๕ เป็นศีลพื้นฐาน , ศีล ๘ เพื่อการขัดเกลายิ่งขึ้นอันเป็นศีลของฆราวาส, ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร, และศีล ๒๒๗ กับสิกขาบทอีกมากมาย สำหรับพระภิกษุสงฆ์
การรักษาศีลมีอานิสงค์มาก เป็นการสร้างเหตุปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมองค์ภาวนา เป็นรากฐานไปสู่กระบวนการชำระจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ การรักษาศีลทำให้สติสัมปชัญญะเจริญอยู่เสมอ สติจะคอยระมัดระวังมิให้ศีลบกพร่องไปตามอำนาจของกิเลส การสำรวมทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรียกว่า “อินทรีย์สังวรศีล” เป็นการไม่ให้ใจตกไปในฝ่ายอกุศล คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
การรักษาศีลช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปโดยปกติสุข ทำให้สงเคราะห์การเจริญในธรรม นอกจากศีลตามสถานะแล้วการงดเหตุปัจจัยการเบียดเบียน ถึงแม้ไม่ผิดในข้อของศีล ก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่งเพื่อความเจริญในคุณธรรมด้านอื่นๆ

๒. การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม (กุสะลัสสูปะสัมปะทา) กุศล หมายถึง การงดเว้น การตัดสิ่งเป็นเครื่องก่อเกิดหล่อเลี้ยงกิเลส ,การละในสิ่งที่ควรละ ,ความฉลาด ,ความเต็ม ,ความอิ่ม ,บุญ การทำกุศลให้ถึงพร้อม จึงเป็นความหมายที่รวมลงการบำเพ็ญความดีในบุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการ

๓. การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ(สะจิตตะปะริโยทะปะนัง) การที่ผู้ปฏิบัติจะชำระจิตของตนให้บริสุทธิ์ขาวรอบได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติสั่งสมตามหลักการข้อที่ ๑ คือการละเว้นจากการทำความชั่วทั้งปวง ดำเนินตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในข้อ ๒ โดยการบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม แล้วท้ายที่สุด คือ การเจริญจิตภาวนา ซึ่งการประพฤติปฏิบัติให้เป็นไปตามลำดับจึงจะสำเร็จผลดับทุกข์สิ้นทุกข์ไปได้ (ดูเพิ่มเติมในหลักการปฏิบัติ)
…………………………………………………………………………………………………………………

สำหรับศีลพื้นฐานที่ควรรักษามี ๕ ข้อ ดังนี้
๑ เจตนาเว้นขาดจากการพรากชีวิตผู้อื่น ซึ่งมีองค์ประกอบ ๕ ข้อ ที่จะทำให้ความผิดเป็นผลสำเร็จ คือ
– สัตว์นั้นมีชีวิต
– รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
– มีเจตนาจะฆ่า
– พยายามฆ่า,ลงมือ,ใช้,จ้าง
– สัตว์นั้นตายด้วยความพยายาม

ผลจากการผิดศีลข้อนี้มีโทษมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการเจตนา,ความพยายาม, สัตว์นั้นมีคุณมากหรือน้อย,สัตว์ใหญ่หรือสัตว์เล็ก การทำผิดทำให้มีวิบากไปเกิดในนรก,เปรต,สัตว์เดรัจฉาน,วิบากเบาสุดคือเกิดมาอายุจะสั้น

๒ เจตนาเว้นขาดจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ซึ่งมีองค์ประกอบ ๕ ข้อ ที่จะทำให้ความผิดเป็นผลสำเร็จ คือ
– ของที่เขาหวง
– รู้ว่าเขาหวง
– มีเจตนาจะลัก
– ลงมือลัก
– ลักได้สำเร็จ
(อาการแห่ง ขโมยหรือโจร อันได้แก่ ลัก ฉก ชิง วิ่งราว ขู่กรรโชก ขู่เข็ญ ปล้น จี้ ตู่ ฉ้อโกง หลอก ลวง ปลอม ตระบัด เบียดบัง สับเปลี่ยน ลักลอบ ยักยอก และรับสินบน)
ผลจากการผิดศีลข้อนี้โทษมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจตนาและมูลค่าของวัตถุ มีวิบากทำให้ไปเกิดในนรก,เป็นเปรต,เป็นสัตว์เดรัจฉาน,วิบากเบาสุดคือความเสื่อมแห่งโภคะเกิดมายากจนข้นแค้น

๓ เจตนาเว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม มีองค์ประกอบ ๔ ข้อ ของการทำให้ความผิดเป็นผลสำเร็จ คือ
– หญิงหรือชายนั้นเป็นบุคคลต้องห้าม (หญิงซึ่งมารดารักษา,บิดารักษา,พี่น้องหญิง พี่น้องชายหรือญาติรักษา หญิงอันธรรมรักษา หญิงมีสามี หญิงอยู่ในสินไหม หญิงที่เขาหมั้นไว้)
– เจตนาเสพกาม
– ประกอบกามกิจ
– มรรค จรด มรรค (อวัยวะเพศ,ปาก,ทวารหนัก โดยใช้อวัยวะเพศร่วมกับอวัยวะอย่างใดอย่างหนึ่งถึงกัน)

ผลจากการผิดศีลข้อนี้การผิดศีลข้อนี้มีวิบากให้ไปเกิดในนรก เป็นเปรต สัตว์เดรัจฉาน ก่อเวรภัยด้วยศัตรู

๔ เจตนาเว้นขาดจากการพูดคำเท็จ มีองค์ประกอบ ๔ ข้อ ของการทำให้ความผิดเป็นผลสำเร็จ คือ
– เรื่องนั้นไม่จริง
– เจตนาพูดให้ผิด
– พูดหรือแสดงออกไป
– คนฟังเข้าใจตามความเท็จนั้น

ผลจากการผิดศีลข้อนี้มีวิบากให้ถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง,เป็นคนที่พูดแล้วไม่มีคนฟังหรือเชื่อถือ, ได้ฟังเสียงที่ไม่น่าพอใจ, การแตกจากมิตร

๕. เจตนาเว้นขาดจากการเสพของมึนเมา มีองค์ประกอบ ๔ ข้อ ของการทำให้ความผิดเป็นผลสำเร็จ คือ
– สิ่งนั้นเป็นสิ่งมึนเมา
– มีเจตนาเสพ
– เริ่มเสพ
– สิ่งมึนเมาล่วงลำคอลงไป

ผลจากการผิดศีลข้อนี้วิบากของการเสพของมึนเมาได้แก่เสียทรัพย์,ก่อโรคร้าย,เสียชื่อเสียง,บั่นทอนปัญญา,ทำสิ่งน่าอาย,ก่อวิวาท ตายแล้วไปเกิดในอบายภูมิ
ส่วนการถือศีล ๘ ศีล ๑๐ และ ศีล ๒๒๗ นั้นเป็นการขัดเกลาจิตใจ เป็นไปเพื่อความเหมาะในสมณะสารูป ซึ่งมีอานิสงค์หลายประการ เช่น เป็นเครื่องสืบต่อพระศาสนา เพื่อความผาสุขในการอยู่ร่วมกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เหล่านี้เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องเจริญสติ เป็นสติวินัย ขัดเกลากิเลสอย่างหยาบ อย่างกลางในขั้นต้นได้เป็นอย่างดี
……………………………………………………………………………………………………………………….
บุญกิริยาวัตถุ มี ๑๐ ประการ ดังนี้

๑ ทานมัย
บุญที่สำเร็จด้วยการบริจาคทาน สอนให้เรารู้จักการลดความติดยึดในวัตถุทาน ลดความตระหนี่ถี่เหนียว ละความเห็นแก่ตัว ไม่เป็นผู้สะสมจนเป็นคนละโมภโลภมาก
ในการทำทานนั้น วัตถุทานจะต้องได้มาโดยความบริสุทธิ์ เช่น ไม่โกงเขามาหรือด้วยเล่ห์เหลี่ยมอำพลางความจริงจากการได้มาของทรัพย์หรือทางการค้า, ไม่ได้มาด้วยการค้าขายของที่ผิดศีลธรรม เช่นเหล้า สุรา ยาเสพติด การค้าประเวณี การพนัน ไม่ได้มาด้วยการลักขโมยทรัพย์ผู้อื่น, ไม่ได้มาด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง, ไม่ได้มาด้วยการเบียดบังผู้อื่น เป็นต้น การได้ทรัพย์ที่ไม่บริสุทธิ์แม้ดอกผลอันเกิดจากทรัพย์นั้น ก็เป็นทรัพย์ที่ไม่บริสุทธิ์เช่นกัน การบริจาคทานในวัตถุทานที่บริสุทธ์จึงจะเกิดผลบุญกุศล ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่ที่เจตนาของผู้ทำทานจะต้องมีความบริสุทธิ์เป็นสำคัญอานิสงค์ของทานก็จะสูงยิ่งๆขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งการสร้างทานที่ให้ผลแก่ผู้รับทานมีอานิสงค์ผลบุญจากน้อยไปสู่มากตามลำดับ โดยแต่ละลำดับมีอานิสงค์ผลบุญมากกว่าในลำดับแรกๆในแต่ละขั้น เริ่มจาก ๑๐๐ เท่าจากสัตว์เดรัจฉาน กระทั่งจนเป็นประมาณไม่ได้ในระดับชั้นพระอริยะเจ้าชั้นต้นขึ้นไป ดังเรียงตามลำดับดังต่อไปนี้……
เริ่มจาก สัตว์เดรัจฉาน ผู้ไม่มีศีล, ผู้มีศีล, บุคคลภายนอกศาสนาผู้ไม่มีความกำหนัด ในกาม, พระโสดาปัติมรรค, พระโสดาปัติผล, พระสกทาคามิมรรค, พระสกทาคามิผล, พระอนาคามิมรรค, พระอนาคามิผล, พระอรหัตมรรค, พระอรหันต์, พระปัจเจกพุทธเจ้า, พระพุทธเจ้า, สังฆทาน(ทานไม่เจาะจงสงฆ์)ที่มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นประทาน
หมายเหตุ กรณีวิหารทาน (วัตถุก่อสร้างเพื่อสารธารณะชนทั่วไป ไม่เฉพาะการสร้างถาวรวัตถุในวัดเท่านั้น) การให้ที่อยู่อาศัย(วิหารทาน)เปรียบเสมือน เป็นทานที่ชื่อว่าเป็นการให้ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการให้ข้าว ให้น้ำ ให้เสื้อผ้า เป็นต้น

๒. ศีลมัย
บุญที่สำเร็จด้วยการรักษาศีล การรักษาศีลทำให้เราเป็นผู้ชนะกิเลสชนิดอย่างหยาบ โดยเว้นขาดการกระทำทางกายที่เป็นอกุศล ทำให้เป็นผู้มีความปกติสุขในความเป็นอยู่ การรักษาศีลสอนให้เรามีสติปัญญา มีความฉลาดแยบคายในการเอาชนะกิเลสในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมีอานิสงค์มากกว่าการให้วัตถุทานใดๆ การรักษาศีลเมื่อพิจารณาให้ดีก็จะเห็นเป็นการภาวนามัยอยู่ในตัว เพราะต้องระมัดระวังมีสติ มีอุบายปัญญาในการรักษาศีลไม่ให้ศีลด่างพร้อย การรักษาศีลจึงเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งเปรียบเสมือน “แผ่นดิน” ที่เมื่อจะสร้างบ้านหรือลงเสาเข็มจำต้องอาศัย “แผ่นดิน” จึงจะมีความมั่นคงแข็งแรง

๓ ภาวนามัย
บุญที่สำเร็จด้วยการเจริญภาวนา เป็นการเข้าสู่แก่นของพระพุทธศาสนา โดยการเจริญสติอย่างต่อเนื่องมีความรู้ตัวทั่วพร้อม กระทั่งจิตใจมีความสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิ มีปัญญาแยกแยะอารมณ์ออกจากจิต จิตมีกำลังพอที่จะละกิเลสออกจากใจ นำไปสู่การถอดถอนอวิชชาที่ครอบงำอยู่ได้ทั้งหมด ภาวนามัยมีอานิสงค์มากกว่าการรักษาศีลอย่างยิ่ง เป็นการสร้างบุญบารมีชนิดสูงที่สุด เพราะเป็นไปเพื่อการหมดสิ้นของกิเลสตัณหา ดับทุกข์จากวัฏฏสังสาร
หมายเหตุ คำที่ว่าการให้ธรรมะเป็นทานเป็นการให้ทานสูงสุด ก็เพราะเป็นการให้ความรู้เป็นการชี้ขุมทรัพย์ทางปัญญาแก่ผู้อื่น ส่วนกรณีการให้อภัยหรือเรียกว่า “อภัยทาน” มีอานิสงฆ์มากเช่นกัน ก็เพราะการให้อภัยจัดอยู่ในประเภทภาวนามัย จึงมีอานิสงค์กว่าการให้วัตถุทาน(อามิสทาน)ทั้งปวง

๔ อปจายนมัย
บุญที่เกิดจากการประพฤติถ่อมตนแก่ผู้ใหญ่ ผู้อ่อนน้อมย่อมได้รับความนบนอบตอบ กุศล คือ เป็นการกำจัดมานะทิฏฐิที่มีในตัวออกไปเป็นที่รักใคร่แก่ผู้คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ที่เป็นกัลยาณมิตร ที่คอยให้การแนะนำที่ดี ชี้หนทางเดินของชีวิตที่ถูกต้อง

๕ เวยยาวัจจมัย
บุญที่สำเร็จในการช่วยขวนขวายในกิจที่ชอบ กุศล คือการที่รู้จักว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ เช่นการละการทำบาปทั้งปวง หันมาทำแต่ความดี อะไรที่เป็นกุศลก็พอกพูนให้เกิดมากยิ่งๆขึ้น อะไรที่ไม่ดีก็หาทางลดละลงไป จิตจะได้เคยชินแต่สิ่งที่เป็นไปในทางกุศลไม่ขวักไขว่ตกอยู่ในฝ่ายอกุศล

๖ ปัตติทานมัย
บุญที่สำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ กุศล คือ เป็นการสร้างเมตตาความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับญาติผู้มีชิวิตอยู่ รวมถึงผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว จะทำให้เรามีจิตใจอันอ่อนโยนดีงาม รู้จักหน้าที่ รู้จักการตอบแทนบุญคุณแกผู้มีพระคุณเผื่อแผ่ตลอดจนถึงสรรพสัตว์ผู้ร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายทั้งหลาย

๗ ธัมมัสสวนมัย
บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม กุศล คือ ทำให้เราก่อให้เกิดปัญญาความรู้ เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ รู้จักเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต รู้จักตนเอง รู้วิถีทางในการออกจากทุกข์ สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินวิถีชีวิต ใช้เป็นหลักดำรงตนอยู่ในหลักธรรม การศึกษาธรรมะหรือฟังธรรมเป็นการกล่อมเกลาให้จิตใจอ่อนโยน มีความมั่นคงในความดีงาม เสริมสร้างกำลังใจในการปฏิบัติ

๘ ปัตตานุโมทนามัย
บุญที่สำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ กุศล คือ เป็นการที่จะทำให้เรามีจิตใจรู้จักยินดี มีมุทิตาในการทำคุณงามความดีของผู้อื่น เป็นการสนับสนุนกุศลกรรมให้พอกพูนยิ่งขึ้นเป็นบุญอยู่ในตัวอยู่แล้ว

๙ ธัมมเทสนามัย
บุญที่สำเร็จด้วยการแสดงธรรม กุศล คือ ทำให้เราคิดนึกตรึกตรองไปด้วย ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ในธรรมที่จะแสดง ทำให้เข้าใจแยบคายมากยิ่งขึ้นเป็นการได้ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ

๑๐ ทิฐุชุกัมม์
บุญจากการทำความเห็นให้ตรง กุศล คือทำให้เราแยกได้ถึงสิ่งที่ถูกผิดทั้งทางโลกทางธรรม ถูกต้องในหลักของหน้าที่ที่พึงกระทำ รู้จักสิ่งที่ควรประพฤติ มีความเข้าใจที่ถูกต้องใน ทาน ศีล ภาวนา อันเป็นหนทางการดำเนินชีวิตไปสู่การเป็นผู้ที่ประเสริฐยิ่งขึ้น
หมายเหตุ โอวาทปาฏิโมกข์ ข้อ ๒ นี้ชาวพุทธส่วนมากมองไปที่เรื่องทานแต่เพียงอย่างเดียวซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งใน ๑๐ ประการเท่านั้น ขอให้ศึกษาทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี

http://th.wikipedia.org/wiki/โอวาทปาติโมกข์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 07/03/2013 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: