AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง — แม่ช่างสังเกต

แม่เป็นคนช่างสังเกต..
เมื่อสังเกตแล้วจะจับถูก ไม่เคยจับผิด..เพ่งดี ไม่เคยเพ่งโทษ
แม่สังเกตและเอาใจใส่ลูกอย่างรอบด้าน แม่จึงเข้าใจถึงการเจริญเติบโต รู้ถึงความต้องการของลูก และ
ด้วยเพราะแม่อ่านใจลูกออก จึงเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของลูก

ในแต่ละวันแม่ชวนลูกทำอะไรต่อมิอะไรที่ดี ๆ อย่างสร้างสรรค์

ทุกวัน..
แม่กอด หอม สบตา พูดคุย ลูบหัวลูกทุกคนอย่างละมุนมือ ละเมียดใจ จนทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น และปลอดภัยเพราะมีแม่อยู่ใกล้ ๆ ลูกจึงเกิดความมั่นคงทางจิตใจ และมั่นใจว่าเมื่อมีอะไรมากระทบ จะไม่กระแทก ให้ลูกกระเทือน

ทุกวัน..
แม่เล่นกับลูก แม้แม่จะไม่ผาดแผลง ไม่ถึงลูกถึงโคนเหมือนพ่อ แต่บางครั้งแม่ก็ยอมลงทุน เต้นเป็นเต้น รำเป็นรำ โดดเป็นโดด คลานเป็นคลาน..เหมือนที่พ่อเคยทำกับลูกเมื่อครั้งยังชีวิตอยู่
แต่ด้วยความเป็นหญิงหม้ายที่ต้องเลี้ยงลูกน้องหอยขมถึง 8 ตัว..หัวเป็นแหน ด้วยตัวคนเดียว..ทำทุกอย่างเอง ทั้งทำมา ทั้งหากิน และหาเก็บให้ลูก ไม่ว่าแม่จะเหนื่อย หรือล้าแสนสาหัสแค่ไหน แม่ก็ไม่เคยปริปากบ่นให้ลูกได้ยิน
แม้แม่จะเหนื่อยและล้า.. แต่แม่ไม่เคยละเลยวัตรปฏิบัติที่ทำกับลูก ถ้าวันไหนไม่ไหวจริง ๆ แม่จะผ่อนกายด้วยการขอเป็นฝ่ายสนับสนุน ด้วยการให้กำลังใจพี่ ๆ เล่นกับน้องแทน โดยมีแม่อยู่ใกล้ ๆ

ด้วยเพราะแม่รู้ว่า..
การเล่นเป็นช่องทางการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของลูก ตามวิถีแห่งธรรมชาติ การเดิน การวิ่ง การกระโดด การปีนป่าย และการเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะ จะทำให้ลูกเรียนรู้โดยไม่ต้องมานั่งเขียนเรียนอ่าน ซึ่งการเล่นเช่นนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมพื้นฐานที่ดีที่ลูกจะได้สังเกต จำแนก แยก แยะและเรียนรู้อะไร ๆ ที่ดีด้วยตัวเองอีกเยอะ

ทุกวัน..
แม่ให้โอกาสลูกได้ลงมือทำอะไร ๆ ด้วยตนเอง ตามความสามารถตามวัย เช่น อาบน้ำเอง แต่งเนื้อแต่งตัว ใส่เสื้อผ้าเอง กินข้าวเอง และเก็บของเล่นเอง

แม่ว่า..
นี่เป็นส่วนหนึ่งของการสอนลูกให้รู้เรื่องกติกา ระเบียบและวินัย นอกจากเป็นการฝึกทักษะการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อและสายตาแล้ว ยังพัฒนาทักษะในการแก้ไขปัญหาของลูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วยเมื่อลูกมีโอกาสได้ทำอะไรดี ๆ ได้เรียนรู้อะไรดี ๆ มีประสบการณ์ดี ๆ ที่หลากหลาย ทำให้เซลล์สมองเกิดการทำงานเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ลูกจึงเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้เร็ว

ทุกวัน..
แม่ให้โอกาสลูกได้ลงมือทำงานบ้านง่าย ๆ ที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน อย่างการเก็บกวาด เช็ด ถู ที่แม่สนับสนุนโดยหาซื้อไม้กวาดเล็ก ๆ ไม้ปัดฝุ่นเล็ก ๆ หรือหาผ้าผืนเล็ก ๆ ให้ลูกเช็ดโต๊ะ ตั่ง เตียง ตู้หนังสือ
ลูกกระดี๊กระด๊า และขมีขมันมาก ถ้าได้มีส่วนร่วมในการทำงานบ้านร่วมกับแม่ อย่างล้างรถจักรยานคันเก่ง(ของพ่อที่ตกมาเป็นสมบัติส่วนรวมของลูก และทุกคนในบ้าน) ที่ใช่ว่าให้ลูกจะล้างอย่างเอาเป็นเอาตายนะ เพียงฉีดน้ำ ขำ ๆ
แม่ให้โอกาสลูกได้เข้าครัวทำกับข้าว ช่วยส่งช้อน ส่งตะหลิว เด็ดผัก หักถั่ว หรือทำตัวเป็นนักชิม..ที่นั่งจิ้มลิ้มรอ
แม้ว่าจะเป็นงานเล็กๆ น้อย ๆ แต่นี่ คือ การเรียนรู้ยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ลูกเกิดความภาคภูมิใจ และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง

ทุกวัน..
แม่อ่านหนังสือเล่มโปรด และ เล่าฟังนิทานให้ลูกฟัง

แม่ว่า..
นิทานเป็นเรื่องเล่าขานผ่านชีวิตคน ที่แม่ต่างมีวิธีเฉพาะตนในการเล่าขานและอ่านดัง ๆ อย่างหลากหลายวิธี แต่อยู่ในวิถีเดียวกันคือ ความรักลูก

แม่ใช้เครื่องมือที่ดีอย่างหนังสือและนิทาน บ่มเพาะสิ่งที่ดีงาม สอนถึงสิ่งที่ไม่ดี ไม่งาม ทำให้ความดีงามเกิดขึ้นในชีวิของลูกได้อย่างน่าอัศจรรย์

ทุกวัน..
แม่ร้อง รำ ทำเพลงกับลูก
แม่ว่า..
ดนตรีและเพลงดี ๆ ทำให้ลูก กระปรี้กระเปร่า และได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว แขน ขา หน้า หัว โยกตัวตามอย่างสบาย และผ่อนคลาย เมื่อทำเช่นนี้ ทำให้เกิดการรับ ส่งและเชื่อมโยงของเส้นใยในสมอง ทำให้เซลล์สมองเกิดการแตกตัว พัฒนาเครือข่ายเซลล์สมองมากขึ้น ลูกจึงฉลาดขึ้น และสำคัญยิ่งกว่า คือ ดนตรี และเพลงดี ๆ เป็นจุดเริ่มต้นของความดีที่เกิดจากสุนทรียภาพ ซึ่งจะเจริญงอกงามเป็นความดี เป็นคุณธรรมของลูกต่อไปในวันข้างหน้า

แม่ไม่เคยอ้อยอิ่ง นิ่ง ช้า ที่จะทำอะไรดี ๆ กับลูก ..ก่อนที่อะไร ๆ จะสายเกินไป
แม่ว่า..
ถ้าแม่มัวแต่อ้อยอิ่ง นิ่ง ช้า ที่จะทำอะไรดี ๆ กับลูก..จนทุกสิ่งทุกอย่างสายเกินแก้ แล้วได้แต่มานั่งตบอกบอกกับตัวเองว่า “โธ่..รู้อย่างนี้ ..รู้อย่างนี้..” ลูกคงเอาดีไม่ได้
รักแม่เป็นที่สุด

ที่มา FB ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง

Meow Meow ถามตุ๊บปองว่า..
วันหนึ่งลูกสาวตัวเล็กอายุ 4 ขวบ ถามแม่ว่า เวลาหนูแก่ หนูจะไม่ตายใช่ไหม ควรตอบเขาอย่างไรดี และอยากถามพี่ตุ๊บปองว่า เมื่อถึงเวลาที่เราแก่ใกล้ตาย มันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรมากมายใช่ไหมคะพี่
คำถามมี 2 เรื่อง จึงขอตอบทีละเรื่องละกันนะจ๊ะ
เรื่องแรก ขอเป็นเรื่องที่ลูกถามก่อนนะว่า..
”หนูแก่ หนูจะไม่ตายใช่ไหม”

เบื้องแรกขอเสนอให้แม่ลองถามลูกกลับดูก่อน ว่า..
“ทำไมหนูถึงถามแบบนั้นล่ะคะ”
การถามกลับเช่นนี้เป็นการเช็คอารมณ์และความรู้สึกของลูกว่าสนใจเรื่องที่ถามนั้นจริง ๆ หรือเป็นเพียงแค่เรียกร้องให้แม่ละมือจากสิ่งที่ทำ ละตาจากสิ่งที่ดู ให้มา “มาสนใจหนูบ้าง”
ถ้าถามแล้วจับอารมณ์ของลูกได้ว่า..ไม่ได้จริงจังมากนักกับคำถามของตัวเอง..พ่อแม่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องความตายที่ลูกถามเลย

แต่ถ้าลูกยังจริงจัง..ขึงขังถามต่อ ไป..ก็ต้องคุยกับลูกตามจริง
ซึ่งการบอกกล่าวเรื่องการตายจากกับลูก เป็นสิ่งที่ยาก ใครเจอคำถามแบบนี้..มีอึ้งแน่
พ่อแม่หลายคนไม่กล้าที่จะบอกความจริง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากเกินความเข้าใจของลูกวัยเล็ก ๆ และเรื่องที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ถ้าตอบดี..ก็ดีไป แต่ตอบไม่ดี อาจจะกลายเป็นความคิดเชิงลบติดตัวลูกไปตลอด..ก็เป็นได้
เรื่องนี้ พ่อแม่หลายคนจึงเลือกที่จะทำเจิ่น ๆ ไป..ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ..ไม่มีเสียงตอบรับจากชุมสายปลายทาง

กับลูกนี่..ต้องจำไว้นะจ๊ะว่า..
ถ้าลูกถาม พ่อแม่ต้องตอบ อย่าปล่อยให้ลูกเคว้งคว้างทางความรู้สึกเป็นอันขาด เพราะจะป็นผลเสียสะสมตามมามากมาย
เรื่องนี้ก็เช่นกัน..พ่อแม่ควรเลือกที่จะตอบคำถาม และตอบตรง ๆ กับลูก
โดยอาจต้องมีการเกริ่นถึงเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงไปสู่การตายจาก เช่น
บ๊อบบี้ หมาตัวโปรดของหนูถูกรถชนตาย
เหมี่ยวเมี้ยว แมวตัวโปรดก้างปลาทูติดคอตาย..อะไรทำนองนี้
คุณย่าไม่สบายแล้วตาย
คุณปู่แก่แล้วก็ตาย..
แต่ไม่ต้องเพ่งที่จะตอบกลับลูกว่า..  ”ลูกก็ต้องตายเหมือนกัน”
เพราะที่ลูกถามนั้น อาจจะเกิดความกังวลกลัวในบางอย่าง หรืออาจจะได้เห็นจากละคร ได้ฟังใครเล่าขาน หรือประสพพบเจอกับเหตุการณ์นี้ที่เกิดกับคนใกล้ตัว

แต่ที่ว่ามานี่..พ่อแม่ต้องไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องความตายนี้มากจนเกินไป เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีได้

แต่การพูดเรื่องความตายให้ลูกฟังต้องระวังให้ดี..อย่าพูดให้การตายนั้นดูดีเลิศเลอ อย่างเช่น.. “การตายทำให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์”   ซึ่งเรื่องอย่างนี้ลูกยังเล็ก..ไม่เข้าใจหรอก เดี๋ยวพาลจะเข้าใจผิด ๆ ว่า วันหนึ่งถ้าใครขัดใจ ทำให้ทุกข์ ลูกอาจจะเลือกวิธีหลุดพ้นจากความทุกข์ก็ได้

อีกอย่าง คือ ต้องไม่เปรียบเทียบการตายว่าเป็นการนอนหลับ เพราะจะทำให้ลูกกลัวการนอนหลับ..เกรงว่าหลับแล้วจะไม่ตื่น..หลับแล้วตายไปเลย   และในทำนองเดียวกัน ลูกอาจจะกลัวการนอนหลับของพ่อแม่ .. กลัวว่านอนหลับแล้วจะไม่ตื่น..หลับแล้วตายไปเลย   การตอบเช่นนี้ก็ต้องระวัง

ส่งที่พ่อแม่ควรทำกับลูก คือ..
สอนให้ลูกอยู่กับปัจจุบันขณะ อย่าเอาอดีตที่ผ่านไปแล้ว หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึงมาสร้างความกังวลใจ  สอนแล้วชวนลูกให้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วบอกลูกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่ถ้าลูกทำวันนี้ดีอนาคตของลูกก็จะดีไปด้วย

ที่ลูกคิดได้คิดดีตาม เพราะแม่คิดได้คิดดีนำ
รักแม่เป็นที่สุด

ต่อข้อคำถามของ Meow Meow ะ
คำถามมีอยู่ว่า.. “เมื่อถึงเวลาที่เราแก่ใกล้ตาย มันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรมากมายใช่ไหม”

สมัยก่อน..ก่อนที่แม่จะสิ้น ตั้งแต่เล็ก ๆ มาแล้ว..
ก่อนนอนทุกคืน พี่ปองจะพิษฐานต่อหน้าพระว่า..”ขอให้ลูกได้ตายก่อนแม่เถิด”
และทุกขณะจิตที่อธิษฐาน ใจนั้นจดจ่อขอให้สิ่งที่ขอ ขอให้จงสัมฤทธิ์ดั่งคำพิษฐาน
เพราะไม่อยากรับรู้ความรู้สึกแห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ในวันที่ไม่มีแม่..ด้วยเพราะรักแม่มาก เหลือเกิน

แม่นี่แหละที่เป็นคนให้สติอยู่เสมอ ว่า..
ความตายเป็นเหตุการณ์ที่เราทุกคนต้องพบทั้งกับคนรอบข้าง และตัวเอง
ความตายถือเป็นสุดรอบของชีวิต..ทุกชีวิต จะตายเมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น..แต่ที่แน่ ๆ คือ ทุกคนต้องตาย

แม่สอนว่า..
จงอย่ากลัวการตายจาก เพราะการตายจากนั้นเป็นความจริงที่เมื่อเดินทางมาสุดชีวิต ก็ต้องถึงวันหนึ่งที่ทุกคนต้องปิดตาหลับอย่างสงบ..หลับอย่างสนิท 
เพียงแต่ขอให้ก่อนตาย..จงใช้ชีวิตอยู่ในทำนองครองธรรม เมื่อถึงวันคืนลมหายใจให้ธรรมชาติ เราจะได้คืนลมหายใจอย่างรู้เนื้อรู้ตัว ..อย่างเป็นสุข และสิ้นห่วง

แต่พอมาพบกับความจริง..ในวันที่แม่สิ้น
รู้ทั้งรู้ และเข้าใจในความเป็นไปของธรรมชาติว่า..
การตายจาก..พรากกันเช่นนี้ เป็นเงื่อนไขของชีวิตที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ต้องไปตามวิถีที่ไม่มีใครหนีพ้น ..ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ และเมื่อเกิดขึ้นก็ต้องยอมรับให้ได้
แต่พอมาถึงวันที่มีแม่อันเป็นสุดที่รักยิ่งของลูก ต้องล้มหายตายพลัดไปจริง ๆ จะไม่ให้ความเศร้ามาเกาะกุมชีวิต จะไม่ให้ปวดร้าวซะเลยก็คงไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับหละนะว่า ชีวิตต้องดำรง และดำเนินไป ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ก็ให้มันเป็น เพราะความจริงที่แท้แล้ว ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้จีรัง มีเกิดก็ต้องมีดับ มีรุ่งเรืองก็ต้องมีเสื่อมถอย มีจุดเริ่มต้นก็ต้องมีจุดจบคู่กันเสมอ จะช้าหรือเร็วก็ต้องเจอกันทุกคน ใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องเป็นไปตามวิถีที่ไม่มีใครหนีพ้น ไม่ว่ายากดีมีจนก็ต้องเจอด้วยกันทุกคน

ต้องพยายามอย่างยิ่งยวดในการทำความเข้าใจแล้วว่า..
การตายของแม่ เป็นการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ทุกผู้ทุกคนต้องพบ คือการเดินทางไปอีกโลกหนึ่ง ที่ต้องเดินทางไปตัวเปล่า ๆ ไม่มีสัมภาระใด ๆ ให้รุงรังและหนักอึ้ง

จงอย่ากลัวความตายเลยนะจ๊ะ
ขอให้ใช้ความตายของทุกผู้ทุกคนเป็นครู ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นกับเราและทุกชีวิต เพียงแต่ใครจะไปก่อนหลัง และใครจะไปอย่างไร นั่นเป็นเรื่องที่สุดวิสัยที่จะคาดคะเน แต่ต้องตั้งรับ และทำใจรับให้จงได้
การตายจากจะเกิดอย่างเทียนที่ค่อย ๆ เผาไหม้ละลายไปทีละน้อยจนหมดไส้..หมดแสง และหมดแรงเทียน
หรือ..
อาจเกิดขึ้นฉับพลันทันทีเหมือนลมพัดทีเดียวแล้วเทียนดับหายวับแสงไฟไปเลยที่เดียว..ฉับพลันทันที ทั้งที่เนื้อเทียนยังดี ไส้เทียนยังไม่มอด..ยังคงอยู่
จะเกิดอย่างไร ก็ต้องทำใจยอมรับความจริงแห่งชีวิตอย่างสงบ..ไม่ทุรนทุราย

เอาเป็นว่า..
เมื่อความตายยังมาไม่ถึง จึงขอให้ใช้เวลาที่ยังคงเหลือ ทำแต่สิ่งที่ดีงาม เพื่อที่จะทำให้โอกาสที่ยังคงเหลืออยู่นั้น เป็นโอกาสแห่งการเป็นคนที่อยู่อย่างมีชีวิตและจิตใจ ไม่ใช้ชีวิตแบบผลักตัวเอง และฉุดคนรัก หรือคนรอบข้างตกนรก แล้วตายทั้งเป็น
เมื่อวันสุดท้ายมาถึง จะได้คืนลมหายใจให้ธรรมชาติอย่าง “ตาหลับ”

ที่ลูกมีสติ เพราะแม่ให้ปัญญา
รักแม่เป็นที่สุดครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: