โรคช้ำรั่ว หรือ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่

ปัสสาวะไม่สุด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จนเกิดอาการปัสสาวะเล็ดราด เรื่องน่าอายที่สาว ๆ อาจไม่กล้าบอกใคร แต่นอกจากจะแก้ไขได้แล้ว ยังป้องกันได้ด้วย
ปัสสาวะแบบปกติเป็นยังไง

เมื่อดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารผ่านการกรองของไต ของเสียจะถูกเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งกล้ามเนื้อส่วนนี้จะยืดได้ หากน้ำปัสสาวะมีประมาณ 200 ซี.ซี. จะรู้สึกปวดปัสสาวะเล็กน้อย ถ้าทำเป็นลืม ความรู้สึกปวดปัสสาวะจะค่อยๆ หายไป แต่เมื่อมีน้ำปัสสาวะขังประมาณ 300-400 ซี.ซี. กระเพาะปัสสาวะค่อนข้างเต็มที่จะทำให้รู้สึกปวดมาก อยากไปห้องน้ำ ปริมาณมากขนาดนี้จะกลั้นแทบไม่อยู่จนอาจปัสสาวะราดได้

ในผู้ใหญ่ที่แข็งแรง จำนวนครั้งของการปัสสาวะตามปกติตอนกลางวันประมาณ 4-6 ครั้ง ปัสสาวะกลางคืนหลังนอนหลับ 0-1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ปริมาณปัสสาวะ จำนวนครั้งของการปัสสาวะอาจแปรเปลี่ยนไปได้ตามจำนวนน้ำที่ดื่ม อุณหภูมิของอากาศภายนอก ปริมาณเหงื่อที่ออก และวัย

กลั่นปัสสาวะไม่อยู่มีหลายแบบ

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หมายถึงการที่มีปัสสาวะรั่วไหล โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมาพอที่จะทำให้เป็นปัญหาในการเข้าสังคม หรือเป็นปัญหาทางสุขภาพและอนามัยสามารถแยกออกเป็นชนิดต่าง ๆ ได้ดังนี้คือ

 ปัสสาวะเล็ดขณะไอหรือจาม หมายถึงอาการปัสสาวะเล็ดออกมาในขณะที่มีการเพิ่มแรงเบ่งกดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ หรือแรงเบ่งในช่องท้องด้วยการไอหรือจาม

 ปัสสาวะเล็ดเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ เกิดเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น เดิน วิ่ง ก้าวขึ้นบันได ยกของหนัก เป็นต้น ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่รบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน

 ปัสสาวะราด หมายถึงภาวะที่มีความรู้สึกปวดปัสสาวะมาก ปวดกลั้น และปัสสาวะราดออกมาก่อน

 ปัสสาวะรดที่นอน เป็นอาการที่มักจะพบในเด็ก แต่ในผู้ใหญ่ก็พบได้บ้าง รวมทั้งผู้สูงอายุ จากอัตราที่ตรวจพบในหญิงไทยทุกกลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป พบว่ามีอาการในระดับเล็กน้อยหรือพบได้นาน ๆ ครั้ง

 ปัสสาวะปวดกลั้น หมายถึงความรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างมาก ทำให้ต้องรีบที่จะเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่าปัสสาวะกำลังจะราดออกมา แต่ก็ยังสามารถยับยั้งไว้ได้

 ปัสสาวะซึมออกโดยไม่รู้สึกตัว เป็นภาวะที่ปัสสาวะไหลซึมออกมาเอง โดยไม่มีความรู้สึกอยากปัสสาวะ
หลากหลายสาเหตุของโรคช้ำรั่ว

สาเหตุสำคัญคือความผิดปกติที่เกิดขึ้นทั้งในส่วนของการทำงาน และอวัยวะที่มีส่วนในการควบคุมการปัสสาวะ เช่น สมองและระบบประสาทที่ควบคุมการกลั้นและขับปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะท่อปัสสาวะ ระบบหูรูด กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน โดยมีสาเหตุต่าง ๆ กันในแต่ละกลุ่มอายุดังนี้

 วัยเด็ก เกิดจากระบบควบคุมการปัสสาวะยังไม่เข้าที่และพฤติกรรม รวมทั้งอุปนิสัยบางอย่าง มักออกมาในรูปแบบของการปัสสาวะรดที่นอนตอนกลางคืน

 วัยสาว มักเกิดจากอุปนิสัยที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มน้ำน้อย กลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ หรือเป็นเวลานาน ทำให้กระเพาะปัสสาวเกิดการบีบตัวผิดปกติ จนกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

 วัยกลางคน คนที่เคยตั้งครรภ์หรือเคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน อาจมีการเสื่อมของหูรูดและการหย่อนยานของผนังช่องคลอด รวมทั้งบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะ ทำให้บริเวณคอกระเพาะปัสสาวะปิดไม่สนิท จึงเกิดอาการปัสสาวะรั่วออกมา ในวัยสูงอายุและประจำเดือนหมดแล้ว ฮอร์โมนเพศหญิงจะลดลง ทำให้เยื่อบุในท่อปัสสาวะขาดความยืดหยุ่น ระบบการปิดกั้นของท่อปัสสาวะลดลง ทำให้ปัสสาวะรั่วซึมได้เช่นกัน

รักษาได้ยังไงบ้าง

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคว่า เกิดความบกพร่องที่อวัยวะในการควบคุมการปัสสาวะส่วนใด โดยทั่วไปมีอยู่ 3 วิธีคือ พฤติกรรมบำบัด การรักษาทางยา และการผ่าตัด ผู้ที่มีอาการไม่มากควรเริ่มจากการทำพฤติกรรมบำบัด นั่นคือ การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบหูรูด ลักษณะเหมือนตอนที่กลั้นปัสสาวะ ทำอย่างน้อยวันละ 100 ครั้ง แล้วเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ต้องใช้เวลานับเดือนกว่าจะเห็นผล และควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการเกิดซ้ำ

บางครั้งก็อาจใช้ยาเข้าช่วย เช่น ยาช่วยในการบีบตัวของกล้ามเนื้อบริเวณท่อปัสสาวะ ยาลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น หรือใช้อุปกรณ์ในการลดการรั่วซึมของปัสสาวะ เช่น อุปกรณ์สอดช่องคลอด เพื่อยกและกดบริเวณทางออกหรือคอของกระเพาะปัสสาวะไว้ หรืออุปกรณ์สอดใส่ท่อปัสสาวะ หรือการใช้ผ้าอนามัย เพื่อซับน้ำปัสสาวะที่รั่วซึมไว้ แต่ถ้ามีอาการมาก จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น ในกรณี ที่มีการหย่อนของคอกระเพาะปัสสาวะ จะทำการผ่าตัดเพื่อพยุงบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะส่วนต้นไว้

ป้องกันได้ด้วย 4 วิธีง่าย ๆ

ถ้าไม่อยากถูกรบกวนจากภาวะเช่นนี้ นี่คือ 4 วิธีการที่ควรฝึกให้เป็นนิสัย เพื่อป้องกันไว้ก่อน

 1. ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

 2. ไม่ควรกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ หรือนานเกินไป เพื่อป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวผิดปกติ

 3. หลีกเลี่ยงภาวะที่ต้องใช้แรงเบ่งภายในช่องท้องมาก ๆ และอาการท้องผูก

 4. ออกกำลังกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบหูรูดเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความกระชับและยังช่วยให้ระบบการขับถ่ายดียิ่งขึ้นด้วย

……………………………………………………………………………………………………………………

 

กลั้นปัสสาวะไม่อยู่………สุขภาพภายในที่ควรระวัง

เคยไหมที่รู้สึกปวด… (ฉี่) แต่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะไว้ได้โดยเฉพาะถ้าเข้าห้องน้ำไม่ทัน เจ้าปัสสาวะที่ว่านี้ก็จะไหลเล็ดราดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ สร้างความกังวลใจให้กับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายที่จะต้องเดินทางไปทำงานนอกบ้าน ยิ่งถ้าเหตุการณ์ปัสสาวะเล็ดราดเกิดขึ้นท่ามกลางฝูงชน ยิ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างภาวนาไม่ให้มันเกิดขึ้น เพราะรู้ดีว่ามันจะทำให้รู้สึกแย่ เสียหน้า และอายมากแค่ไหน

สำหรับบางคนอาจมีปัสสาวะเล็ดราดเวลาไอหรือจามได้ โดยปริมาณปัสสาวะที่ไหลออกมาในแต่ละครั้งจะมีไม่มากเท่าการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ขณะเดียวกันบางคนอาจต้องประสบปัญหาปัสสาวะเล็ดราดควบคู่กันทั้งสองกรณี คือ กลั้น(ฉี่) ไม่อยู่และมีปัสสาวะเล็ดไหลออกมาเมื่อไอหรือจาม หรืออาจเกิดขึ้นในระหว่างทำกิจกรรมที่มีการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น หัวเราะ วิ่ง กระโดด หรือการยกของ เป็นต้น ส่งผลในแง่ของความรู้สึก ตามมาด้วยปัญหาทางสุขภาพและอนามัย ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน

ภาวะปัสสาวะเล็ดราด คือ ภาวะที่มีการไหลของปัสสาวะออกมานอกเหนือการควบคุมได้ สามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยมีความชุกอยู่ที่ 3-11% ของประชากรชายทั้งหมด และ 20-50% ของประชากรหญิงทั้งหมด

ป้ญหาดังกล่าวจึงเรียกได้ว่ากระทบกระเทือนต่อการดำเนิดชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอาการปัสสาวะเล็ดราดมักรู้สึกกังวลว่าจะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เวลาที่อยู่ต่อหน้าบุคคลอื่น บางรายมีอาการมากจนหลีกเลี่ยงที่จะออกไปข้างนอกบ้าน ไม่อยากเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม

ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สามารถป้องกันแก้ไขก่อนภาวะนี้จะมารบกวนได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันในเรื่องของการกินและฝึกขับถ่ายให้เป็นนิสัย เป็นแนวทางการดูแลรักษาตนเองที่ไม่ต้องใช้ยาและการผ่าตัด

เริ่มต้นง่ายๆ ที่การปรับพฤติกรรม 

- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม

- เปลี่ยนมาเป็นเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากอาหาร พวกผัก ผลไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้ท้องผูก

- หลีกเลี่ยงการยกของหนักเป็นประจำ

- อย่าลืมหาเวลาว่างออกกำลังกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยการขมิบหูรูดเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความกระชับและช่วยให้ระบบการขับถ่ายดียิ่งขึ้น

- ไม่ควรกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ หรือนานเกินไป จะช่วยป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวผิดปกติ เป็นที่มาของปัญหาปัสสาวะเล็ดดราดกวนใจในภายหลัง

นอกจากนี้ในระหว่างที่กำลังขับถ่ายปัสสาวะอยู่นั้น ยังสามารถสังเกตสีของน้ำปัสสาวะ สัญญาณสุขภาพภายในที่สังเกตได้ ดังนี้

- ปัสสาวะสีอมแดง หากใครปัสสาวะออกมาเป็นสีนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ลองนึกดูก่อนสิว่าได้กินอาหารอะไรที่เป็นสีในทำนองนี้   หรือเปล่า เช่น แบล็คเบอร์รี่ หรือผักกาดม่วง แต่ถ้าแน่ใจว่าไม่ได้กินอะไรใกล้เคียงกับสีแดงเลย ก็อาจเกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพภายใน เพราะสีแดงนั้นอาจจะเป็นเลือดที่ขับออกมาจากไต หรือกระเพาะปัสสาวะอาจอักเสบ หรือไม่ก็อาจจะมีอะไรในร่างกายที่ฉีกขาดก็เป็นได้ค่ะ จึงควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน

- ปัสสาวะสีน้ำตาล หนุ่มสาวคนไหนที่ชอบรับประทานถั่วในปริมาณมากเป็นพิเศษ อาจทำให้สีปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลได้ค่ะ ซึ่งบางคนอาจมีลิ่มเลือดปะปนออกมาด้วย ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์จะดีกว่า

- ปัสสาวะสีเหลือง ถ้าปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อนแบบนี้ เป็นไปได้ว่าวันนั้นร่างกายของคุณได้รับวิตามินบี 2 มากเกินความต้องการจนต้องขับออกมา แต่ถ้าเป็นสีเหลืองเข้มก็หมายความว่า คุณดื่มน้ำน้อยเกินไป แต่ถ้ามั่นใจว่าดื่มน้ำเยอะแล้วล่ะก็ คงต้องรีบปรึกษาแพทย์ หากพบปัสสาวะยังเป็นสีเหลืองเข้มอยู่เหมือนเดิม เพราะอาจมีโรคไตแฝงอยู่

- ปัสสาวะมีสีขุ่น หากเพื่อนๆ พบว่าปัสสาะมีสีขุ่นให้ลองดื่มน้ำส้มดูว่าหายหรือไม่ค่ะ ถ้าไม่หายอาจเนื่องมาจากการติดเชื้อบางอย่างก็ได้ อาการอย่างนี้ควรปรึกษาแพทย์นะคะ

- ปัสสาวะสีส้ม หากมีการใช้ยาโพริเดียม อาจทำให้สีของปัสสาวะเป็นแบบนั้นได้ค่ะ เนื่องจากผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้นเอง

- ปัสสาวะสีน้ำเงิน หากคุณกินยาแก้อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งในยามีส่วนผสมของสารเมธีลีน และขับออกมาทางปัสสาวะ ปัสสาวะก็อาจมีสีออกฟ้า ๆ ได้เช่นเดียวกัน

ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=653158794711429&set=a.282175428476436.82765.250758041618175&type=1

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s