AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

เมื่อถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย ต้องทำอย่างไร

แมลงและสัตว์มีพิษที่พบเจอได้มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ผึ้ง ต่อ แตน ตะขาบ แมงป่อง งู ฯลฯ การเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถูกสัตว์เหล่านี้กัดหรือต่อยจึงเป็นสิ่งสำคัญ
อาการหลังจากถูกสัตว์มีพิษกีดต่อยของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ระยะเวลาที่เกิดอาการก็อาจช้าหรือเร็วแตกต่างกันไป เนื่องจากมีภูมิต้านทานแตกต่างกันไป คนที่มีภูมิต้านทานสูงอาจมีอาการเฉพาะที่เพียงเล็กน้อย แค่อาการบวมแดง ปวดเล็กน้อย และหายไปในเวลาไม่นาน

ส่วนคนที่มีภูมิต้านทานน้อย จะมีอาการแพ้มาก เช่น อาการคัน บวมแดง ขยายออกไปบริเวณข้างเคียงและเป็นอยู่หลายวัน เช่น ถูกต่อยบริเวณมือ อาจบวมแดงลามขึ้นไปถึงข้อมือหรือข้อศอก

บางรายอาจมีอาการที่ระบบอื่นของร่างกายด้วย เช่น วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย คลื่นไส้อาเจียน มีไข้สูง บางรายที่มีอาการรุนแรงมากจะมีอาการหายใจติดขัดหรือหายใจลำบาก กลืนน้ำลายยาก เนื่องจากลำคอบวมอักเสบ อาจหมดสติ หรือช็อกจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ผึ้ง ต่อ แตน 

สำหรับตัวต่อ แตน เมื่อต่อยจะไม่ทิ้งเหล็กในไว้ ส่วนผึ้งจะปล่อยเหล็กในไว้บริเวณที่ต่อย เหล็กในและถุงน้ำพิษจะอยู่บริเวณปลาย ของส่วนท้องที่เรามักเรียกกันว่าก้น เมื่อผิวหนังบริเวณที่ถูกต่อยเคลื่อนไหวหรือเราบีบผิวหนัง จะทำให้เหล็กในเคลื่อนตัวฝังลึกลงไปในเนื้อมากขึ้นและมีน้ำพิษหลั่งออกมามากขึ้นด้วย

เมื่อถูกผึ้งหรือแมลงกัดต่อย แต่ละคนจะมีอาการแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนของแมลง ตำแหน่งที่ถูกต่อย ภูมิต้านทานและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในแต่ละคนว่ารุนแรงเพียงใด

อาการ
– ผิวหนังจะปวด บวมแดง มีผื่นนูนหนาเหมือนลมพิษ
– อาการทางระบบทางเดินหายใจ คือ อาจทำให้กล่องเสียงบวม เสียงแหบ ทำให้หลอดลมหดตัว เกิดอาการหายใจลำบากคล้ายคนเป็นหอบหืด
– อาการทางระบบทางเดินอาหาร คือ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง หรือท้องเดิน
– อาการทางระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้ความดันโลหิตต่ำ ที่รุนแรงที่สุด คือ อาการช็อกจากการแพ้ ซึ่งอาจเกิดได้เพียงไม่กี่วินาทีหลังถูกต่อยจนถึง 30 นาที หรือนานกว่านั้นก็ได้ หากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้

อาการช็อกจากการแพ้เฉียบพลัน สังเกตได้จากผู้ป่วยจะอ่อนเพลียมาก แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจหอบ หายใจมีเสียงดัง คอบวม ลิ้นบวม หน้าบวม ริมฝีปากบวม คันผิวหนัง แสบร้อน โดยเฉพาะบริเวณหน้า หน้าอก หลัง ผิวหนังทั่วไปอาจขาวซีดเป็นดวงๆ หรือบวมนูนเหมือนลมพิษ มีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ อาจเป็นลม ชีพจรเต้นเร็วแต่เบามาก ความดันโลหิตตอนแรกอาจสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ต่อมาจะลดลงมาก ใบหน้าเขียวคล้ำ บริเวณรอบปากและลิ้นซีดขาว

การปฐมพยาบาล
เมื่อถูกผึ้งต่อยจะมีเหล็กในและถุงน้ำพิษติดอยู่ การเอาเหล็กในออกโดยเร็วจะช่วยลดปริมาณน้ำพิษที่จะเข้าสู่ร่างกายได้

การเอาเหล็กในออกอย่างถูกวิธี คือ ให้ใช้ใบมีดที่สะอาดขูดผิวหนังบริเวณที่ถูกต่อย เหล็กในจะหลุดตามใบมีดออกมา ไม่ควรใช้คีม แหนบ หรือนิ้วมือ คีบออก เพราะหากดึงครั้งแรกไม่ออก จะทำให้ส่วนที่หักคาอยู่ใต้ผิวหนังดึงออกยากมากขึ้น หรือทำให้น้ำพิษเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น

หลังจากนั้นใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่ถูกต่อย เพื่อช่วยลดอาการปวดบวม และป้องกันไม่ให้พิษกระจายไปที่ส่วนอื่นของร่างกาย จากนั้นอาจใช้ยาทาสำหรับแมลงสัตว์กัดต่อยเพื่อลดการอักเสบ และรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

หากอาการแย่ลงหรือในกรณีที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงควรรีบนำส่งโรงพยาบาล ระหว่างนั้นให้ใช้ผ้ารัดเหนือบริเวณที่ถูกต่อย เพื่อช่วยลดน้ำพิษที่จะกระจายเข้าสู่กระแสโลหิต การรัดนี้ทำได้เมื่อถูกต่อยบริเวณแขนหรือขาเท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้กับบริเวณใบหน้า ลำคอ หรือลำตัว

หากผู้ป่วยรู้สึกตัว ให้นอนหงาย ยกปลายเท้าให้สูงกว่าระดับศีรษะ คลายเสื้อผ้าให้หลวม และห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว แต่ยังหายใจอยู่ ให้จับนอนตะแคง เชิดคางไว้ เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง ท่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ลิ้นตกไปปิดกั้นทางเดินหายใจ หากไม่หายใจและคลำชีพจรไม่ได้ ต้องช่วยหายใจและนวดหัวใจ ตามวิธีการกู้ชีพที่ได้เคยกล่าวไปแล้ว

ตามปกติผึ้ง ต่อ แตน จะทำร้ายเราก็ต่อเมื่อรังของมันถูกรบกวน ดังนั้นหากไม่อยากโดนต่อย ก็อยู่ห่างๆ รังของมันเอาไว้

กิ้งกือ

โดยปกติกิ้งกือเป็นสัตว์ที่ไม่มีพิษไม่มีภัยกับมนุษย์หรือสัตว์อื่น วิธีการป้องกันตัวของมันก็คือ การม้วนขดตัวเป็นวงกลม อย่างไรก็ตามกิ้งกือบางชนิดสามารถพ่นพิษออกมาจากรูข้างลำตัว อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง แพ้และคันได้ หากสารพิษเข้าตาอาจทำให้ตาอักเสบได้ ควรสอนเด็กๆ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกิ้งกือ

หากถูกพิษให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากมีอาการคันให้ทายาแก้แพ้ หากพิษเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำอุ่น และปรึกษาจักษุแพทย์

ตะขาบ

พิษของตะขาบโดยทั่วไปจะไม่รุนแรง มักทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง แต่บางรายหากมีอาการบวมมากบริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า อาจกดเส้นเลือดจนกระทั่งนิ้วขาดเลือดมาเลี้ยง ทำให้เนื้อตายถึงขั้นต้องตัดนิ้วทิ้งได้ บางรายอาจมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น แต่พิษตะขาบโดยทั่วไปก็ไม่รุนแรงถึงกับทำให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามมีรายงานการเสียชีวิตของเด็กหญิงที่ถูกตะขาบขนาดใหญ่กัดที่บริเวณศีรษะ

ตะขาบอาจเข้ามาหลบซุกซ่อนอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะในฤดูฝน ควรตรวจห้องนอนห้องน้ำให้ดี หมั่นสังเกตในผ้าห่ม ใต้ฟูก เสื้อผ้าที่ตากไว้ หรือในรองเท้า หากจำเป็นต้องเดินลุยเข้าไปในจุดที่มีน้ำท่วมขัง ก็ควรใส่รองเท้าที่ห่อหุ้มมิดชิด หรือรองเท้าบูทยาง

การปฐมพยาบาลเมื่อถูกตะขาบกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ และล้างออกให้หมด ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จากนั้นประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการปวดบวม หรือรับประทานยาแก้ปวดหากมีอาการ ทายาแก้แพ้บริเวณที่บวมแดง แต่หากถูกกัดแล้วปวดบวมมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ หากนิ้วบวมจนเนื้อเริ่มดำ อาจกลายเป็นเนื้อตายจนต้องตัดทิ้ง

แมงป่อง

ลักษณะเด่นของแมงป่องอยู่ที่ส่วนท้อง ซึ่งยาวเรียวออกไปจนดูคล้ายกับหาง ตอนปลายที่งอโค้งขึ้นมีอวัยวะสำหรับต่อยซึ่งมีน้ำพิษ แมงป่องจะใช้ก้ามหนีบเหยื่อ ตวัดหางต่อย แล้วปล่อยน้ำพิษเข้าไปในร่างกายของเหยื่อ เพื่อให้เหยื่อเป็นอัมพาตก่อนจะกิน

โดยทั่วไปแมงป่องจะออกหากินในเวลากลางคืน และหลบซุกซ่อนตัวในเวลากลางวัน ในฤดูฝนมันอาจจะเข้ามาหลบฝนอยู่ในบ้านคน จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ แมงป่องมีหลายชนิดและหลายขนาด ผู้ที่ถูกต่อยจะมีอาการไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของแมงป่องและจำนวนน้ำพิษ บางพันธุ์มีพิษน้อย แต่บางพันธุ์ก็อาจเล่นงานเราจนอาการหนักได้

แมงป่องในบ้านเรามีพิษน้อยกว่าชนิดที่พบในต่างประเทศ พิษของแมงป่องโดยทั่วไปจะทำให้ปวดบวม แต่พันธุ์ที่มีพิษร้ายแรงจะกระตุ้นเส้นประสาทสมอง ทำให้มีอาการกลอกตา ลิ้นสั่น กลืนไม่ได้ กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว มีไข้สูง และหยุดหายใจได้ นอกจากนี้ยังกระตุ้นระบบประสาททั่วไปของร่างกายทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง มีอาการชัก เซลกล้ามเนื้อตาย ปัสสาวะเข้ม และไตวายได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งๆ อย่าเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้พิษกระจายอย่างรวดเร็ว ล้างแผลให้สะอาด แล้วใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณที่ถูกต่อย เพื่อบรรเทาปวดและให้เส้นเลือดหดตัว พิษจะได้กระจายช้าลง รับประทานยาแก้ปวดหากมีอาการ ในรายที่มีอาการใจสั่น ไข้ขึ้น ชัก ปัสสาวะเข้ม มีความผิดปกติทางระบบประสาท ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล

 

แมงมุมมีพิษ 

แมงมุมนั้นมีมากมายหลายชนิด แต่ที่มีพิษภัยต่อคนเรานั้นมีอยู่ไม่กี่ชนิด บางชนิดมีพิษเพียงแค่ทำให้เกิดอาการบวมแดง แต่บางชนิดก็มีพิษรุนแรงถึงตายได้ ที่รู้จักกันดี ก็คือ แมงมุมแม่ม่ายดำ (Black Widow Spider)

แมงมุมแม่ม่ายดำ เป็นแมงมุมตัวโต ลำตัว ท้อง และขา มีสีดำหรือสีน้ำตาล ที่หน้าท้องจะมีลวดลายลักษณะคล้ายนาฬิกาทรายสีส้มแดง มักอาศัยอยู่ในที่มืด ในกองไม้ ตอไม้ หรือรอยแตกของพื้น และจะกัดเมื่อถูกรบกวน

พิษของแมงมุมแม่ม่ายดำจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท อาการของผู้ที่โดนกัดมักจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อแรกถูกกัดอาจจะรู้สึกเหมือนถูกเข็มแทงเจ็บๆ คันๆ หลังจากนั้นจะเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ มีอาการกล้ามเนื้อเกร็งเริ่มจากบริเวณรอบๆ แผล แล้วลุกลามจนปวดร้าวไปทั่วทั้งตัว ต่อมาจะมีอาการอ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก ชัก และอาจเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม แมงมุมที่มีพิษร้ายมักไม่ค่อยพบในประเทศไทย เคยมีรายงานคนไทยที่ถูกแมงมุมชนิดนี้กัด มีอาการเจ็บบริเวณแผล เหงื่อออกมาก ปวดท้อง หายใจและพูดลำบาก อาการเป็นอยู่ชั่วคราว และหายเป็นปกติในหนึ่งวัน

นอกจากแมงมุมแม่ม่ายดำ ยังมีแมงมุม Brown Recluse Spider หรือแมงมุมสีน้ำตาล บางคนก็เรียกว่าแมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล เมื่อถูกกัดจะมีอาการปวดมาก ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดตามตัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ชัก หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้เช่นกัน

เมื่อถูกแมงมุมมีพิษกัด หากอาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรง การปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือ ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณแผล รับประทานยาแก้ปวดหากมีอาการ

ส่วนในรายที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็ง ใจสั่น ให้รีบนำส่งโรงพยาบาล พยายามอย่าขยับแขนขาที่ถูกกัด เพื่อไม่ให้พิษกระจายไปอย่างรวดเร็ว ใช้ผ้ารัดเหนือบาดแผลให้แน่น แล้วคลายออก 90 วินาที ทุกๆ 15 นาที เพื่อให้เลือดมาเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายได้ แพทย์จะฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก และอาจให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน


แมงกะพรุนไฟ

ชาวเลมักเตือนว่าไม่ควรลงเล่นน้ำทะเลในฤดูมรสุม ถ้าอยากเล่นต้องระวังแมงกะพรุนไฟให้ดี หากสัมผัสถูกแมงกะพรุนไฟจะมีอาการแสบที่ผิวหนัง ต่อมาจะปวดแสบปวดร้อนมากเหมือนโดนไฟหรือสารเคมี เห็นรอยแดงชัดเจน รอยแดงนั้นจะกระจายเป็นบริเวณกว้างคล้ายถูกตีด้วยแส้ บางรายอาจปวดมากจนเป็นตะคริว อาการปวดจะนานอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรืออาจนานเป็นชั่วโมง บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หมดสติ และทำให้จมน้ำตายได้

หากแมงกะพรุนไฟติดอยู่ที่ตัวให้ใช้ไม้หรือวัตถุที่ไม่แหลมคมเขี่ยออก พยายามเขี่ยเพียงครั้งเดียวให้หลุด อย่าให้แมงกะพรุนไฟเคลื่อนไหว หรือเลื่อนไหลไปถูกพื้นที่บริเวณอื่นของร่างกาย เพราะจะทำให้การไหม้กระจายเป็นบริเวณกว้างมากยิ่งขึ้น

เมื่อเขี่ยแมงกะพรุนไฟออกแล้ว ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ   หากใช้น้ำจืดล้างจะทำให้กระเปาะพิษแตกได้และทำให้พิษยิ่งลุกลาม หากไม่มีน้ำเกลืออาจใช้น้ำทะเลล้างแทน แต่หากน้ำทะเลสกปรก ก็อาจทำให้ติดเชื้อได้

จากนั้นใช้สำลีหรือผ้าก๊อซชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำส้มสายชูเช็ดบริเวณที่ถูกแมงกะพรุนไฟเบาๆ จนกว่าอาการปวดจะทุเลาลง ในตำราพื้นบ้านจะใช้ผักบุ้งทะเลที่ขึ้นอยู่ตามชายหาด ทุบให้พอแหลก แล้วพอกไว้บริเวณบาดแผล อาการปวดแสบปวดร้อนจะทุเลา ลงภายในเวลาไม่นาน เรียกได้ว่าธรรมชาติให้ของแก้มาคู่กัน

หากมีกระเปาะพิษติดอยู่ ให้ใช้คีมคีบกระเปาะพิษออก หลังจากหายปวดแล้ว ให้เช็ดอีกครั้งด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำส้มสายชู จากนั้นใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ hydrocortisone ทาบริเวณแผลไหม้ รอยไหม้จะดีขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม แผลจากแมงกะพรุนไฟอาจกลายเป็นแผลเรื้อรัง หรือเป็นแผลเป็นตลอดชีวิต หรืออาจถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้เสียชีวิตได้ หากมีอาการมากควรไปพบแพทย์ แพทย์จะทายาชาลดความเจ็บปวด อาจให้ยาแก้แพ้ ยาสเตียรอยด์ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก และให้ยาปฏิชีวนะหากมีอาการติดเชื้อ

งูพิษ

เมืองไทยมีงูค่อนข้างชุกชุม เนื่องจากเป็นเมืองร้อน ภูมิประเทศเป็นที่ลุ่ม มีห้วยหนองคลองบึง ท้องไร่ท้องนา พงหญ้า โพรงไม้ ฯลฯ เหมาะที่งูจะซุกตัวอยู่อาศัย ดังนั้นในแต่ละปีจึงมีสถิติของเด็กและผู้ใหญ่ที่ถูกงูกัดไม่ใช่น้อย งูนั้นมีมากมายหลายสายพันธุ์แต่อาจแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 2 ประเภท คือ งูไม่มีพิษและงูมีพิษ

งูไม่มีพิษ มีฟันแต่ไม่มีเขี้ยว เมื่อถูกกัด แผลจะบวมเล็กน้อย สังเกตที่บาดแผลจะเห็นรอยฟันแต่ไม่มีรูที่เกิดจากเขี้ยวงู การปฐมพยาบาลก็เพียงแต่ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วซับให้แห้ง ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซที่สะอาด จากนั้นไปพบแพทย์เพื่อประเมินนและสังเกตอาการ

ส่วนลักษณะของงูมีพิษนั้น ดวงตามักจะเรียวยาว หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม มีรอยบุ๋มหรือหลุมอยู่ตรงกลางระหว่างหัวตา รูจมูกทั้งสองอยู่ด้านข้าง มีเขี้ยวโค้งสองข้างที่ขากรรไกรบน ภายในเขี้ยวจะเป็นร่องกลวงเหมือนเข็มฉีดยา ขณะที่มันกัดเหยื่อ ต่อมพิษภายในปากของมันจะถูกบีบตัวและฉีดน้ำพิษไหลมาตามร่องเขี้ยวเข้าสู่บาดแผล จะเห็นรูเขี้ยวงู 2 รูบนแผลอย่างชัดเจน อาจเห็นรอยฟันบนและฟันล่าง และรอยย้ำเป็นจ้ำจากกระดูกฟันกราม

การถูกงูพิษกัดไม่จำเป็นต้องมีอาการรุนแรงเสมอไป ประมาณ 50% ของผู้ที่ถูกงูพิษกัดอาจไม่มีอาการอะไรเลย มีเพียง 25%ที่เกิดอาการจากพิษงู งูพิษในบ้านเรา ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูแมวเซา งูสามเหลี่ยม งูกะปะ งูทับสมิงคลา งูเขียวหางไหม้ และงูทะเล พิษของพวกมันแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

1. พิษต่อระบบประสาท เมื่อถูกพิษจะมีอาการอ่อนเปลี้ย ง่วงซึม ลืมตาไม่ได้ กลืนลำบาก ขากรรไกรแข็ง พูดอ้อแอ้ และหยุดหายใจ พิษงูในกลุ่มนี้ ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา

2. พิษต่อระบบเลือด เมื่อถูกพิษจะมีอาการปวดแผล มีเลือดออกในหลายทาง เช่น ตามไรฟัน ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด เลือดออกในสมอง พิษงูในกลุ่มนี้ ได้แก่ งูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้

3. พิษต่อระบบกล้ามเนื้อ ได้แก่ พิษของงูทะเล เมื่อถูกพิษจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อทั้งแขน ขา ลำตัว เมื่ออาการมากขึ้นจะถึงกับเคลื่อนไหวไม่ได้ ปัสสาวะเป็นสีดำคล้ำ ระบบขับถ่ายปัสสาวะล้มเหลว

การปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด 

– ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ถูกงูกัด เพราะงูยังสามารถฉกกัดได้อีก แม้ว่ามันจะถูกตีก็ตาม

– บอกให้ผู้ป่วยใจเย็น อย่าตกใจ เพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว เลือดสูบฉีดแรงขึ้น พิษงูจะเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้เร็วขึ้นด้วย

– พยายามเคลื่อนไหวบริเวณที่ถูกกัดให้น้อยที่สุด อาจใช้ไม้ดามไว้ เพื่อลดการเคลื่อนไหว จะช่วยให้พิษกระจายช้าลง

ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ และนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ระหว่างนั้นให้แผลอยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ หากมีเลือดออกให้ปล่อยไว้ เพื่อให้พิษไหลออกมาให้มากที่สุด

อาจใช้ผ้าหรือเชือกรัดไว้เหนือแผลที่ถูกงูกัด ให้รัดแน่นโดยให้นิ้วสอดได้ 1 นิ้วเป็นเวลานาน 1 นาที แล้วคลายออกทุกๆ 15 นาที หากรัดแน่นจนเกินไปจะทำให้เนื้อเยื่อตายจากการขาดเลือดไปเลี้ยง แต่ห้ามทำในกรณีที่ถูกงูที่มีพิษต่อระบบเลือดกัด เพราะจะทำให้มีอาการบวมและเลือดออกมากขึ้น หากไม่มั่นใจว่าสามารถทำได้อย่างถูกต้อง ไม่ควรปฐมพยาบาลด้วยวิธีนี้

– ไม่ควรใช้ปากดูดพิษออกจากบาดแผล เพราะมีอันตรายทั้งผู้ที่ช่วยเหลือและผู้ที่ถูกงูกัด หากผู้ช่วยเหลือมีแผลในช่องปาก ก็อาจทำให้พิษเข้าสู่บาดแผลและเสียชีวิตได้ ส่วนอันตรายต่อผู้ที่ถูกงูกัดก็คือ แบคทีเรียในช่องปากอาจทำให้แผลติดเชื้อได้

– ห้ามกรีดแผล ใช้ไฟจี้ ใส่ยา พอกยา หรือประคบน้ำแข็งที่แผล เพราะอาจทำให้แผลหายช้าและติดเชื้อได้

– อย่าให้เครื่องดื่มหรือยาที่กระตุ้นประสาทหรือระงับประสาท เช่น สุรา กาแฟ และยาแก้ปวดจำพวกมอร์ฟีนหรือแอสไพริน เพราะอาจเสริมพิษงูได้

สิ่งที่สำคัญก็คือ ควรจดจำให้ได้ว่าเป็นงูอะไร หรือจำลักษณะของงูที่กัดให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะลวดลายและสีของงู หากมีซากงูก็นำไปให้แพทย์ดูด้วย เพื่อแพทย์จะได้แก้พิษและรักษาได้อย่างถูกต้อง 

การป้องกันไม่ให้ถูกงูกัด

– หลีกเลี่ยงการเดินในที่รกหรือมีหญ้าสูง หากจำเป็นควรใส่กางเกงขายาวหนาๆ สวมรองเท้าหุ้มข้อ และถือไม้ยาวๆ เดินไปก็ฟาดพุ่มไม้ใบหญ้าไปด้วย หากมีงูอยู่ในบริเวณนั้น มันจะได้ตกใจและเลื้อยหนีไป

– หากเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ควรสังเกตด้วยว่ามีงูอยู่ตามกิ่งไม้หรือไม่

– หลีกเลี่ยงการเดินทางในป่าหรือทุ่งนาเวลากลางคืน หากจำเป็นต้องเตรียมไฟฉายไปด้วย

– หากจำเป็นต้องพักแรมในป่า อย่านอนบนพื้นโล่งๆ

– งูมักจะออกล่าเหยื่อ เช่น อึ่งอ่าง กบ เขียด และบรรดาสัตว์เหล่านี้ก็ชอบหากินในคืนที่ฝนตก ดังนั้น ในคืนฝนตก ให้ระวังงูไว้ด้วย

– เมื่อน้ำท่วม งูมักจะหาที่หลบน้ำ ดังนั้น หากอาศัยอยู่ในบ้านสวน ต้องระวังงูให้ดี

– งูมักจะนอนขดอยู่ในถ้ำ ตามพงหญ้า โพรงไม้ ซอกหิน ท่อนไม้ผุๆ หรือที่รก ควรระวังบริเวณเหล่านี้เป็นพิเศษ

งูจะกัดก็ต่อเมื่อคิดว่ากำลังจะถูกทำร้าย มันจึงป้องกันตัวเองด้วยการโจมตีศัตรูก่อนด้วยการฉกกัด หากวันใดต้องประจันหน้ากับงูอย่างไม่มีทางเลี่ยง ให้ตั้งสติให้ดี ทำตัวนิ่งๆ เข้าไว้ โดยมากงูจะเลื้อยหนีไปเอง เพราะมันก็กลัวเราเหมือนกัน
ขอบคุณข้อมูล : manager.co.th / เอมอร คชเสนี

Advertisements

2 comments on “เมื่อถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย ต้องทำอย่างไร

  1. น้ำหอม
    21/10/2014

    น้ำหอมโดนแมลงกัดแล้วปวดมากต้องการยาหมองมากเลยยาหมองอะไรหรอบรรเทาอาการไดดี

  2. นานา
    21/10/2014

    เราก้เหมือนกันนะทำไงดีหรอมันจะหายอ่ะบอกทีดิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 22/07/2013 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 95 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,955,487 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 95 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,955,487 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 95 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,955,487 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: