AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน – มีเกมในบ้าน ก็ต้องมีกฏในบ้านด้วย

เมื่อมีเกมในบ้าน ก็ต้องมีกฎในบ้านด้วย

ดิฉันตั้งกฏในบ้านอนุญาตให้เล่นเกมทั้งสองคนรวมกันวันละหนึ่งชั่วโมง ถ้าอยากเล่นมากกว่านั้นก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องอ่านหนังสือเท่าจำนวนเวลาที่เล่นเกม จะเป็นหนังสืออะไรก็ได้ และงดเล่นในช่วงใกล้สอบ

ฉะนั้น ถ้าอยากเล่นเกมเท่าไรก็บริหารเวลาสำหรับการอ่านหนังสือจำนวนเวลาเท่านั้น

ทั้งสองคนก็ยอมรับกติกาโดยดี มีการบริหารจัดการด้วยการตกลงกันก่อนว่าวันนี้จะเล่นกี่ชั่วโมง แล้วเผื่อเวลาสำหรับอ่านหนังสือกี่ชั่วโมง โดยไม่มีการเก็บสะสมไปวันอื่น เล่นเกมวันไหนอ่านวันนั้น

ทีแรกก็คิดว่าเขาจะอิดออด เขาบอกว่าทำไมเพื่อนเล่นเกมทั้งวันบางทีเล่นทั้งคืนด้วย ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

ทำให้เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเพราะเหตุใด และยกตัวอย่างให้เขาเข้าใจว่าเดี๋ยวนี้เด็กติดเกมกันง่าย และไม่ค่อยอ่านหนังสือ พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกห่างเรื่องหนังสือ ในเมื่อลูกมีต้นทุนเรื่องการอ่านมาตั้งแต่เด็กเล็กๆ แต่เมื่อโตขึ้น ในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีสื่อสารเข้ามามากมาย ที่มายั่วยวนใจทำให้เด็กๆ ไม่ค่อยอ่านหนังสือ แต่หันไปใช้เทคโนโลยีกันหมด

เมื่อเขาสองคนฟังเหตุผลของพ่อแม่ที่ชักแม่น้ำทั้งห้า ก็ยอมตกลงแต่โดยดี และก็ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะเห็นเขาพูดคุยและตกลงกันก่อนว่าวันนั้นจะเอาอย่างไร จะเล่นนานแค่ไหน และจะอ่านหนังสือช่วงไหน ซึ่งก็ดำเนินไปด้วยดี

ท่ามกลางโลกเทคโนโลยีที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ อย่างไรลูกของเราก็ต้องโตขึ้นไปในโลกยุคนี้ แล้วถ้าเราอยากให้ลูกรักการอ่านท่ามกลางโลกเทคโนโลยีทะลักเข้าบ้านด้วยจะทำอย่างไร

หนึ่ง – ต้องกำหนดเวลาอ่านในบ้าน เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะเท่ากับเป็นการสร้างวินัยเรื่องการอ่านให้กับเขา ถ้าพ่อแม่ทำมาตั้งแต่เล็กก็จะง่าย แต่ถ้ามาทำตอนโต อาจจะมีอิดออดบ้าง ก็พยายามอดทนแต่ต้องสม่ำเสมอ แล้วจะทำให้เขาติดเป็นนิสัยในภายภาคหน้า อาจจะตั้งว่าเป็นเวลาอ่านหนังสือของครอบครัว พ่อแม่ก็ต้องร่วมมือ ทำเป็นแบบอย่างเพื่อที่เขาจะได้ทำตามด้วย

สอง – ให้อิสระในการเลือกอ่าน เมื่อกำหนดเวลาอ่านแล้ว ก็ควรให้อิสระในการเลือกอ่านหนังสือที่ชอบด้วย ปล่อยให้เด็กมีอิสระในการเลือกหนังสืออ่าน หรือเลือกบางเวลาที่ต้องการอ่าน อยากอ่านที่ไหน อ่านมุมไหน อ่านท่าไหน ก็สุดแท้แต่ เพื่อให้เขารู้สึกเพลิดเพลินกับช่วงเวลาอ่าน

สาม – สังเกตความชอบของลูก เป็นหน้าที่ของพ่อแม่และคนใกล้ชิดที่จะสังเกตเด็กว่าสนใจเรื่องใด และพยายามนำหนังสือประเภทที่ลูกชอบมาให้ลูกได้รู้จักและสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ เป็นการเปิดโลกหนังสือให้กับลูก ที่สำคัญต้องเป็นหนังสือที่เด็กชอบ ไม่ใช่หนังสือที่ผู้ใหญ่ชอบ และพยายามอย่าฝืนความรู้สึกลูกเด็ดขาด

สี่ – สร้างบรรยากาศในบ้าน อาจจะมีมุมอ่านหนังสือ แล้วปิดทีวี สร้างบรรยากาศการอ่านในสวนก็ได้ หรือชักชวนให้ลูกอ่านหนังสือให้ฟัง ที่สำคัญถ้าลูกอ่านหนังสือแบบจับจด หรืออ่านไม่จบเล่ม ก็อย่าไปดุว่า เพราะการที่เด็กอ่านหนังสือไม่จบเล่มเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่เราอาจกระตุ้นในครั้งต่อไปให้เขาอ่านเรื่องเดิมให้จบ

ห้า – แรงจูงใจจากคนในครอบครัว ควรเริ่มต้นชักชวนจากพ่อแม่ เช่น พ่อแม่ต้องอ่านหนังสือให้ลูกเห็นทุกวัน ลูกอาจอยากเล่นเกม ก็ถือโอกาสชวนลูกอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเกมที่ลูกชื่นชอบก็ได้ อ่านเป็นเรื่องราวการ์ตูน หรือเป็นวิธีการเล่นก็สุดแท้แต่ อาจจะใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งค้นคว้าของการอ่านไปด้วยก็ได้

ประการสำคัญที่สุด อย่าปฏิเสธถ้าลูกจะขอเล่นเกมบ้าง เพราะเด็กยุคนี้ชื่นชอบการเล่นเกม ในเมื่อเราไม่สามารถห้ามเรื่องการเล่นเกมได้ คนเป็นพ่อแม่ก็ควรหากลยุทธ์ให้เรื่องการอ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตทดแทนหนทางใดหนทางหนึ่ง

ต้องไม่ลืมว่า…ไม่มีสูตรสำเร็จที่จะให้ลูกของเรารักการอ่าน แต่คนเป็นพ่อแม่ต้องไม่หยุดหรือย่อท้อที่จะส่งเสริมเรื่องการอ่านให้กับลูก

ที่มา  https://www.facebook.com/sruangmon.sidhisamarn/posts/4632160176915

comments :

จริงเลยค่ะคุณโน และวิธีการที่คุณโน ปลูกฝังลูกเป็นเรื่องที่น่าแบ่งปันยิ่ง การที่เราจะปลูกฝังให้ลูกรักการอ่าน เราต้องเป็นแบบอย่างให้เห็น และต้องจัดสิ่งแวดล้อม และจัดเวลาให้มีเวลาเหลือเฟือต่อการอ่านอย่างเป็นอิสระ ตอนที่งานหนังสือ ก็ควรพาลูกไปเลือกเองด้วยค่ะ

ในฐานะที่เป็นครูกำลังฝึกสอน
ในสังคมไทย ในชีวิตจริง มีเด็กไทยอีกเยอะแยะมากมายที่ขาดการเลี้ยงดูที่ดี ขาดการอบรม เอาใจใส่เด็ก และเข้าใจเด็ก 
สภาพแวดล้อมสร้างคนคนนึง ให้ดีได้โดยไม่ต้องสร้างหรือเพิ่มเติมอะไรให้เด็กเลย
แต่สภาพแวดล้อมก็ทำลายคนที่จะดีคนคนนึง ให้เลวลง และเพิ่มภาระให้สังคม เสื่อมโทรมแบบทุกวัน
..ก่อนหน้านี้โลกที่เคยสวยงาม มีพ่อแม่ดูแลเอาใจใส่ สอนทุกสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม
ใช้ไม่ได้กับโรงเรียนเล็กๆในเมืองนี้เลยค่ะ
…เมื่อเรามองด้วยตาเปล่า เราไม่สามารถเข้าถึงปัญหา เรามองไม่เห็นและไม่เคยเข้าใจ
แต่พอวันนึง เราได้เดินเข้ามาสู่จุดที่ มีปัญหามากมายเข้ามาถาโถม เราเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง 
แต่เราก็ไม่สามารถยื่นมือเล็กๆ มือที่ไม่มีแรงมหาศาล มือที่ไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะช่วยสร้างเด็กเหล่านั่น ให้ดีพร้อมได้ทั้งหมด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 27/07/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: