AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน – สอนให้ลูกรู้จักนิ่ง รู้จักรอ

ชีวิตที่เน้นแต่ Speed ทำให้สังคมมีปัญหา 
…………………………
ท่ามกลางสภาพสังคมที่เน้นเรื่องความเร็ว หรือ Speed ประเภทยิ่งเร็วยิ่งดี ยิ่งเร็วยิ่งเก่ง วงจรของความเร็วก็เลยต้องทำให้ผู้คนต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ใจเร็ว ได้เร็ว เปลี่ยนเร็ว เบื่อเร็ว…ทิ้งเร็ว และอีกหลายๆ เร็ว

เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้ามาก็รีบอาบน้ำ รีบแต่งตัวไปทำงานเพื่อให้ทันตอกบัตร รีบกินอาหารในแต่ละมื้อ บางคนถึงกับต้องรวบมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วก็เร่งทำงานให้เสร็จ เวลาขับรถก็เร่งรีบอยากให้ถึงที่หมายปลายทางโดยเร็ว ใครขับรถช้าก็หงุดหงิด ใครทำอะไรชักช้าก็รำคาญ ยิ่งถ้าเป็นลูกหลานของตัวเองทำอะไรช้าก็มักต่อว่าแล้วจะทำมาหากินอะไรได้ทัน หรือก็ประมาณว่าไม่ทันคน

บางคนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่รีบอยู่ทุกวี่วัน จะรีบไปไหน รีบไปทำไม แต่ที่ทำเพราะว่ารีบจนเป็นนิสัย จนในที่สุดผู้คนในสังคม โดยเฉพาะคนเมืองก็กลายเป็นคนเร่งรีบไปซะทุกเรื่อง..!!

บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเรื่องคนไทยเข้าคิวไม่เป็น แท้จริงอาจไม่ใช่เพราะไม่เคารพในสิทธิของคนอื่นเท่านั้น แต่เป็นเพราะใจร้อน เห็นคิวยาวก็เริ่มทนไม่ไหว หน้านิ่วคิ้วขมวด ความอดทนต่ำ รอคอยไม่ได้ ก็เลยอยากแซงคนอื่น เพราะสนใจแต่ว่าตัวเองเร่งรีบ

ในที่นี้ความเร่งรีบไม่ได้หมายถึงแค่การเร่งรีบในการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึง การเร่งการบริโภคในทุกเรื่อง กระบวนการผลิตก็เร่ง ผู้บริโภคก็ถูกเร่ง และท้ายสุดก็เป็นการเร่งทำลายสิ่งแวดล้อมไปด้วย

ยิ่งโลกยุคปัจจุบันเป็นโลกแห่งเทคโนโลยี ยิ่งทำให้ผู้คนเน้นเรื่องความเร็วในทุกมิติของวิถีชีวิต เพราะผู้คนก็ถูกปลูกฝังให้สามารถเข้าถึงข้อมูลด้วยความรวดเร็วเพียงใช้ปลายนิ้วมือในเวลาไม่กี่นาทีใช่หรือไม่

ความเร็วหรือ Speed นี่แหละที่ทำให้สังคมมีปัญหา ..!!!

สอนให้ลูกรู้จักความนิ่งในสังคมเร่งรีบ

ดิฉันไม่ปฏิเสธเทคโนโลยี เพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับความเร็วในทุกเรื่อง เพราะเจ้าความเร็วที่ว่า ทำให้ชีวิตมนุษย์ทุกวันนี้กำลังจะกลายเป็นหุ่นยนต์กันไปหมด โดยไม่สนใจเรื่องจิตใจและจิตวิญญาณ

ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับเจ้าเทคโนโลยีเต็มไปทั่วทุกหัวระแหง บรรดาสารพัดสมาร์ทโฟนก็ออกมาใหมๆ ได้เรื่อยๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่นับวันวิ่งไล่เทคโนโลยีและหลงใหลในเรื่องความเร็ว

ลองพินิจพิเคราะห์ดูเถอะจะพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่กำลังหายไปจากสังคมโลกมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ “ความนิ่ง” หรือ “ความสงบ” หรือ การมีสมาธิ หรือการได้อยู่กับตัวเอง เพราะทุกคนปรารถนาแต่ความเร่งรีบ รวดเร็ว

ในวงการแพทย์ก็มีจำนวนผู้ป่วยเด็กที่พ่อแม่ส่งไปทำการรักษาด้วยอาการสมาธิสั้นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่เองก็ตั้งคำถามจากพฤติกรรมของลูกเพิ่มมากขึ้น เช่น

“ลูกไม่รู้จักการรอคอย”
“ลูกไม่สามารถทำสิ่งใดนานติดต่อกันได้”
“ลูกอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจตัวเอง”
“ลูกซนมาก อยู่ไม่นิ่ง

พ่อแม่ผู้ปกครองต้องลองเหลียวกลับมามองว่า สารพัดอาการที่เกิดขึ้นกับลูกมาจากสภาพความเร่งรีบของผู้คนในครอบครัว ด้วยหรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็เห็นทีต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันแล้วล่ะค่ะ
ประการแรก ลองปรับวิถีชีวิตของตัวเองและสมาชิกในครอบครัวให้ช้าลง ลอง กินข้าวช้าลง เดินช้าลง พูดช้าลง หรือปรับวิถีชีวิตที่เคยเร่งรีบ เช่น ถ้าต้องเร่งรีบไปทำงานแต่เช้า ลองปรับเวลาตื่นนอนให้เช้าขึ้น เพื่อไม่ต้องรีบมาก หรือเผื่อเวลาเดินทางจะได้ไม่หงุดหงิดเวลาขับรถ ฯลฯ

ประการที่สอง ตัดความเร่งรีบที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิต เช่น บริหารจัดการเรื่องนัดหมายไม่ให้ติดกันจนเกินไป เผื่อเวลาให้มากขึ้น หรือตัดบางนัดที่ไม่จำเป็นออกซะบ้าง

ประการที่สาม เป็นประเด็นที่อยากจะเน้นอย่างมากก็คือเรื่อง การอ่านหนังสือ เพราะการอ่านหนังสือต้องมีสมาธิ ต้องอยู่กับตัวเอง ต้องคิดวิเคราะห์ ยิ่งถ้าเป็นหนังสือดีๆ ด้วยแล้ว การอ่านนำไปสู่การเรียนรู้ เป็นประตูสู่ปัญญา สู่การมองเห็นชีวิต มองเห็นโลกกว้าง และอื่นๆ อีกมากมาย

สิ่งที่ได้จากหนังสือหนึ่งเล่มที่นอกเหนือจากเรื่องราวในหนังสือแล้ว สิ่งที่ได้ตามมาก็คือ ความนิ่ง เพราะการอ่านต้องใช้สมาธิจดจ่อต่อเรื่องราวที่อ่าน แล้วยังเป็นจินตนาการจากตัวหนังสือ ยังไม่นับรวมหนังสือดีๆ ที่มีภาษาสละสลวยมีวรรณศิลป์ที่ล้ำค่า ก็เป็นการฝึกภาษาอีกต่างหาก แต่โลกทุกวันนี้ นับวันโลกของเทคโนโลยี และโลกของหนังสือยิ่งห่างออกจากกันเรื่อยๆ

ยิ่งโลกที่เน้นความเร็วเป็นที่ตั้ง ยิ่งจำเป็นต้องแก้ด้วยการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรักการอ่านหนังสือตั้งแต่เล็ก

ที่มา  https://www.facebook.com/sruangmon.sidhisamarn?fref=ts

comments

  • เรื่องนี้เป็นแบบนี้จริงๆและเสียหายมาก ผปค.เดี๋ยวนี้ก็เร่งรีบมากจริงๆค่ะ ลูกยังเล็กก็เร่งให้เข้าโรงเรียนก่อนที่อายุจะถึงเกณฑ์ ลูกยังไม่ถึงเกณฑ์ พยายามเร่งเข้าโรงเรียน ป.๑ อ้างว่าลูกเรียนเร็วจบอ.๓ ไม่น่าจะมีปัญหาในการเรียน เหมือนผลไม้ยังไม่สุกก็ใช่ ความร้อนบ่มให้สุก ไม่รอให้สุกหวานตามธรรมชาติ ลูกไม้จึงออกมารสชาติไม่อร่อย ไม่ได้ที่
  • ปัญหาของเด็กที่เข้าเรียนเร็วเกินไป ยังไม่ถึงเกณฑ์ แม้เรียนได้ แต่เค้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ไม่นิ่ง และซนค่ะ วิ่งพล่านในห้องเรียน เพราะยังอยู่ในวัยที่ต้องปลดปล่อยพลังงาน และสมาธิยังไม่ยาวพอที่จะเรียนคาบยาวๆ ต่อเนื่อง เมือ่เด็กๆมีปัญหาไม่สามารถอยู่ในระเบียบวินัย ก็เดือดร้อนพ่อแม่ต้องมากังวลว่าลูกเป็นสมาธิสั้นหรือเปล่า หรือต้องกินยาควบคุมสมาธิ ให้นิ่ง จะได้ไม่ทำความเดือดร้อนในห้องเรียo
  • เด็กหลายๆคนที่ไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิในการเรียน เค้าอ่านหนังสือไม่แตกค่ะ ทำให้ไม่สนุกกับการอ่าน เมือ่ไม่มีอะไรทำ ก็เล่นเกม หรือ วิ่งเล่น ซนป่วนในห้อง นี่คือ ปัญหาค่ะ
  •  หลายๆเรื่องปัญหาก็เกิดจากพ่อแม่เอาง่ายเข้าว่า เอาตัวเองสบาย
    กว่าจะเห็นว่ามันเป็นปัญหา มันก็แก้ยากซะแล้ว ทั้งที่ถ้าจะทำให้ดีแต่แรกง่ายกว่ามาก
    หรือหนักกว่านั้นคือ มีปัญหาแต่มองไม่เห็น หรือเข้าข้างตัวเองว่าลูกเราคงไม่เป็นอย่างเค้าว่าหรอก เอาง่ายอีกนั่นแหละค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 27/07/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: