AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน — ยิ่งกวดวิชา ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ

นับวันสถาบันกวดวิชาจะยิ่งขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นราวกับห้างค้าปลีกไปทุกขณะ อันเนื่องมาจากต้องการตอบสนองค่านิยมทั้งของผู้ปกครองและเด็กที่ต้องการเรียนกวดวิชา ทั้งอยากได้เคล็ดลับเทคนิคสารพัด แต่อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่ก็คือ เพราะค่านิยมอยากเรียนรู้ให้ได้มากกว่าชั้นเรียนที่ตนเองเรียนปกติ ประมาณต้องรู้ให้ได้มากกว่าคนอื่น

คำถามก็คือ  ระบบการศึกษาในบ้านเรา ทำไมนักเรียนไม่สามารถเรียนรู้เรื่องวิชาการได้เพียงพอภายในห้องเรียน..!!

ถ้าเด็กที่เรียนตามระบบและไม่ได้กวดวิชา ก็อาจกลายเป็นเด็กเรียนอ่อนในชั้นเรียน เพราะ….เด็กที่เรียนเก่ง ล้วนแล้วต้องไปกวดวิชา

ดิฉันเชื่อว่าพ่อแม่จำนวนมากเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าช่วงเวลาปิดเทอมไม่ได้ส่งลูกไปเรียนกวดวิชาจะเป็นไรไหม กลัวเปิดเทอมจะเรียนตามเพื่อนไม่ทัน

พ่อแม่บางคนก็ส่งลูกเรียนพิเศษตั้งแต่เล็กจนกลายเป็นวิถีชีวิต เพราะไม่มีชีวิตปิดเทอม

ในขณะที่บางคนมีลูกอยู่ช่วงชีวิตวัยอนุบาลก็ไม่อยากให้ลูกเรียนกวดวิชาเพราะกลัวลูกจะเรียนหนักเกินไป อยากให้ลูกมีความสุขในชีวิตวัยเด็ก แต่ท้ายสุดก็ไม่สามารถต้านกระแสการกวดวิชาไปได้ เพราะเพื่อนๆ ในห้องเรียนก็เรียนกันหมด

ส่วนพ่อแม่จำนวนมากที่มีลูกสอบเข้าระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 ต่างก็เชื่อปักใจตรงกันว่า ที่ลูกสามารถสอบเข้าโรงเรียนต่างๆ ได้ ก็เพราะพาลูกไปกวดวิชา หากไม่กวดวิชาไม่มีทางสอบเข้าได้เด็ดขาด

กลายเป็นว่าเด็กเก่งคือ เด็กที่สามารถสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้เป็นผลสำเร็จ และเด็กส่วนใหญ่ที่สอบเข้าได้ก็มักผ่านการกวดวิชา

ในขณะที่เด็กเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กชนชั้นกลางขึ้นไป เพราะปัจจุบันสถาบันกวดวิชาแต่ละแห่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก บางแห่งสูงกว่าการเรียนในระบบอีกต่างหาก

แล้วเด็กที่ไม่ได้เรียนกวดวิชาละ ?    เด็กที่พ่อแม่ไม่มีความสามารถเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะ ?

ข้อมูลของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อปีที่แล้วพบว่า รายได้ของโรงเรียนกวดวิชาทั้งระบบมีมูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท จากจำนวนนักเรียนกว่า 4 แสนคน และมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นในอนาคต และปี 2556 คาดว่าจำนวนผู้เรียนจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 5%

เด็กกลุ่มเหล่านี้มีต้นทุนทางฐานะเศรษฐกิจที่ดี มีทางเลือกทางการศึกษาค่อนข้างมาก ในขณะที่เด็กที่มีต้นทุนทางครอบครัวปานกลางถึงยากจนกลับไม่มีทางเลือกเรื่องการศึกษาในชีวิต หรือมีก็น้อยเหลือเกิน

สถานการณ์กลับกลายเป็นว่ายิ่งกวดวิชาเท่าไร ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้นไปอีก !!

ที่มา FB สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

comments:

  • ระบบการศึกษาไทย!!
  • คำถามต่อมา ทำไมเด็กที่เรียนพิเศษมากมายขนาดเมื่อจบมากลับไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานเลย และเราเรียนกันมากขนาดนี้ทำไมผลการจัดอันดับผลการศึกษาของเราถึงอยู่อันดับท้ายๆ เพราะ เฮ้อ เหนื่อยกันได้อีกครับ
  • ที่สำคัญก่อนส่งลูกเข้าเรียนพิเศษควรดูความพร้อมและศักยภาพของลูกก่อนว่าเค้าอ่อนวิชานี้จริงๆ
  • คิดไม่ออกว่าจะแก้ยังไงให้ดีขึ้น แต่ที่แน่ๆถ้าไม่มีสอบวัดผลให้มากมาย เด็กๆคงแค่สอบใหญ่รอบเดียว คือ เอ็นทร้านเหมือนรุ่นคุณพี่(ที่นานมาแล้ว) ทีเดียวจบครั้งเดียว เพราะต้องจบม.6กันทุกคนค่อยไปสอบ แต่เดี๋ยวนี้สอบยิบย่อย สอบกันตั้งแต่ ม.5 ใครๆก็อยากได้คะแนนมากๆ ก็ต้องเร่งเรียนรู้ให้ครอบถึงม.6 ใครรู้เยอะโอกาศทำคะแนนก็ได้มากกว่า แล้วจะให้ทำยังไงละ  ต้องแก้ที่ปลายทางเพื่อมาหาหัวให้ได้ค่ะ  ส่วนประสิทธิภาพการทำงานความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานนั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังเลี้ยงดูจากครอบครัวด้วย คิดว่าอย่างนั้นนะคะ เราจะหวังให้โรงเรียนฝึกฝนนิสัยให้เด็กฝ่ายเดียวก็คงเป็นเรื่องยาก ลำพังสอนวิชาการที่เรียนคุณครูก็คงหมดพลังแล้ว เราพ่อแม่ต้องช่วยๆกันค่ะ เด็กเก่ง นิสัยดี รับผิดชอบ มีน้ำใจ ไม่เอาเปรียบ คิดว่ามีได้ในคนคนเดียวนะคะ หวังเพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพออกมาค่ะ สู้ค่ะ
  • ลูกบ้านนี้ไม่ได้เรียนกวดวิชาและเรียนเสริมพิเศษวันเสาร์ที่โรงเรียน เพราะคุณแม่เชื่อว่าการเรียนของเด็กประถม คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกเองได้ การที่ได้สอนลูกเองก็ทำให้เรารู้ว่าลูกเราเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เราสามาถไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ในวันหยุดได้โดยไม่ต้องรู้สึกเสียดายหากเราต้องขาดเรียน  แต่ที่แย่….คือ คุณครูมักจะเอาเนื้อหาที่สอนเสริมในวันเสาร์มาออกข้อสอบ หรือบางทีสั่งการบ้านในเวลาเรียนพิเศษซึ่งเด็กทั่ไม้ได้เรียนพิเศษก็จะทำข้อสอบในส่วนนี้ไม่ได้เพราะเป็นเนื้อหานอกตำราเรียนหรือไม่มีการบ้านส่ง อย่างนี้รับไม่ได้จริง ๆ ค่ะ กับระบบการศึกษาของบ้านเรา   หากจะสอนเสริมหรือทบทวนหรือสอนล่วงหน้าตามหลักสูตรหรือบทเรียนในตำราก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นวัตถุประสงค์ในการสอนเสริมอยู่แล้ว คุณครูของคุณแม่ท่านเรียกระบบการศึกษาในบ้านเราว่า “ธุรกิจทางการศึกษา” ค่ะ น่าสงสารลูก ๆ จริง ๆ ค่
  • ขณะนี้บ้านเราลูกชั้นม.1 ขอรับผิดชอบตัวเองไม่ขอเรียนพิเศษซึ่งการไม่เรียนพิเศษนั้นเป็นสไตล์บ้านเรา555 ผลปรากฎว่าคนที่ไปเรียนพิเศษมาสอบตกลูกเราคาบเส้นในวิชาอื่นๆบวกลบกัน1-2คะแนนเสาร์อาทิตวันหยุดเลิกเรียนลูกเราลั้ลลาลูกคนอื่นอยุ่โรงเรียนติวไม่รุ้คิดถูกผิดแต่ปฎิบัติอย่างนี้มานานแย้วว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 05/08/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: