AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน — ลูกร้องกรี๊ดดิ้นกับพื้น ต้องแก้ที่พ่อแม่ก่อน

ที่มา FB สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน


เด็กส่วนใหญ่เจอของเล่นก็อยากได้เป็นธรรมดา พฤติกรรมที่เด็กเรียกร้องแล้วร้องไห้ลงไปนอนดิ้นกับพื้นแล้วกรี๊ดก็พบเห็นได้บ่อย คำถามก็คือ ทำไมเด็กถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ ทำไมเด็กบางคนเป็น บางคนไม่เป็น เรื่องนี้ต้องกลับมาย้อนดูเรื่องการเลี้ยงดูของพ่อแม่แล้วล่ะค่ะ ว่าเข้าข่ายเลี้ยงลูกแบบไหน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่

ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนวิธีคิดว่าจะจัดการพฤติกรรมของลูกอย่างไร มาเป็นปรับพฤติกรรมของตัวเอง (พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่)ก่อน

ประการแรก – ตรวจสอบตัวเอง
เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราเป็นพ่อแม่ที่มักจะตามใจลูกอยู่สมอหรือไม่    ลูกอยากได้อะไรก็ไม่ค่อยขัด ถ้าใช่แล้วล่ะก็  ต้องปรับตัวเองก่อนว่าจากนี้ไปจะไม่ตามใจลูกพร่ำเพรื่อ  ควรจะมีขอบเขต บางอย่างก็ต้องขัดใจบ้าง แต่เวลาขัดใจต้องอธิบายเหตุผลให้ลูกฟังด้วยว่าเพราะอะไร เช่น ของเล่นชนิดนี้หนูมีหลายชิ้นแล้ว หรือไม่ก็ต้องบอกว่าลูกมีของเล่นมากแล้ว เราลองเอาของเล่นที่มีอยู่มาปรับเปลี่ยนวิธีเล่น หรือ พ่อแม่ก็สามารถร่วมเล่นกับลูกด้วย

ประการที่สอง –  ต้องใจแข็งบ้าง
เวลาเจอเสียงร้องของลูก คนเป็นพ่อแม่มักทนไม่ได้ กลัวลูกไม่รักบ้าง กลัวลูกเสียใจ กลัวลูกไม่มีเหมือนคนอื่น กลัวลูกเสียงแหบ กลัวลูกจะกลายเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ ฯลฯ เรียกว่ามีเหตุให้กลัวมากมาย และนั่นก็นำไปสู่…อาการใจอ่อนกับลูกทุกครั้ง    เมื่อลูกร้องไห้ แล้วจะไม่ให้ลูกจับทางพ่อแม่ถูกได้อย่างไร    เด็กฉลาดกว่าที่เราคิด และมักใช้ความรักของพ่อแม่เป็นเครื่องมือต่อรองอยู่เสมอ ที่สำคัญมักสำเร็จด้วย เพราะเขารู้ว่าจะต้องทำแบบไหนเดี๋ยวพ่อหรือแม่ก็ใจอ่อนเอง

ประการสาม –  ตกลงกันก่อน
ทุกครั้งที่จะต้องเดินทางออกนอกบ้านไม่ว่าจะไปที่ไหนทั้งครอบครัว ควรจะพูดคุยกับเจ้าตัวน้อยของเราให้ชัดเจน เช่น เราจะไปห้างสรรพสินค้า จะไปเที่ยวทะเล ไปบ้านญาติ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ควรจะพูดคุยกับลูกก่อนที่จะไปในสถานที่นั้นๆ เช่น จะไปห้างสรรพสินค้า ก็ควรตกลงกันว่าจะไม่ซื้อของเล่น (อย่าคิดว่าเขาเล็กเกินไปนะคะ) เขารู้เรื่องค่ะ เพียงแต่แรกๆ หนูน้อยอาจจะอยากลองของกันบ้าง ก็บอกเขาว่าเราตกลงกันแล้วนะจ๊ะ ว่าแม่ไม่อนุญาตให้ซื้อของเล่น อย่าใช้อารมณ์ค่ะ พยายามพูดกับลูกดีๆ และต้องยืนยันคำพูดเดิมว่าเราตกลงกันไว้แล้วนะลูก พร้อมกับเตือนตัวเองในข้อสองด้วย

ถ้าลองแล้วปรากฏว่าลูกก็ไม่ยอม มีพฤติกรรมร้องไห้แล้วลงไปดิ้นกับพื้นอยากได้อยู่ดี  คุณแม่ต้องนึกถึงข้อ 2 เพราะเราได้มีการตกลงกันก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าคุณแม่ใจอ่อนล่ะก็ ลูกจะเรียนรู้ว่าทำแบบนี้สุดท้ายก็ได้สิ่งที่ต้องการอยู่ดี

ประการที่สี่  —  ตักเตือน และ เบี่ยงเบนความสนใจ
แม้พ่อแม่จะทำการบ้านมาดี แต่เวลาเด็กเห็นของเล่นแล้ว น้อยคนที่จะบังคับใจตัวเองไม่ให้อยากได้ มันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กที่พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจด้วย ไม่ใช่ดุว่าอย่างเดียวว่าตกลงกันแล้วไงว่าไม่ซื้อๆ หน้าตาขมึงเชียว เด็กก็คือเด็ก พ่อแม่ควรเตือนควบคู่ไปกับการปลอบใจว่า “เราตกลงกันแล้วนะลูกว่าจะไม่ซื้อของเล่นในคราวนี้  แม่ว่าเราลองไปดูหนังสือกันไหม”   เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของลูกให้ไปสนใจในสิ่งอื่น หรือในสิ่งที่พ่อแม่อยากชักชวนให้ลูกเรียนรู้ร่วมกัน เพราะความสนใจของเด็กยังสั้นอยู่ 

ประการสุดท้าย  —  เดินหนี
วิธีนี้ควรเป็นหนทางสุดท้าย เพราะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็กด้วย และแนวโน้มคนเป็นพ่อแม่ก็มักพลาดพลั้งเพราะทนไม่ได้ที่เห็นลูกร่อง หรือเพราะอายผู้คนก็ตาม โดยปกติเด็กจะร้องอยู่สักพัก และเมื่อลูกแน่ใจว่าไม่ได้แน่ๆ เขาจะวิ่งไปหาพ่อแม่เอง แล้วเขาก็จะเรียนรู้ว่าทำวิธีนี้ก็ไม่ได้อยู่ดี ซึ่งส่วนใหญ่คนเป็นพ่อแม่มักจะไม่สามารถผ่านด่านลูกร้องไห้แล้วดิ้นไปได้ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นปัญหาทางด้านพฤติกรรมของลูกต่อไป

ฉะนั้น ถ้ามีการเตรียมรับมืออย่างดีมาก่อนหน้านี้ ก็อาจไม่ต้องมีใครเสียน้ำตา และไม่ต้องมีใครมาเสียใจในภายหลังด้วย

หลายพฤติกรรมของลูกที่เป็นปัญหามากมาย ผู้ใหญ่มักสรุปว่าเป็นเพราะนิสัยใจคอของเด็ก ลูกชอบเอาแต่ใจ ลูกดื้อ ลูกไม่เชื่อฟัง หรือสอนแล้วไม่จำ แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมที่เป็นปัญหาหลายอย่างของเด็ก ก็บ่งบอกและสะท้อนถึงการถูกเลี้ยงดูมาอย่างไรด้วย

เพราะบางครั้งก็เกิดจากพฤติกรรมของคนเป็นพ่อแม่ค่ะ…

comments จาก FB

  • นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาของผปค.ลูกเล็กๆ ในตอนนี้เลยค่ะ เห็นทั้งในชีวิตจริง เจอทั้งสารพัดความกลุ้มใจที่หารือกันใน Web ตอนแรกๆ พ่อแม่ก็คิดว่า แก้ผ้าเอาหน้ารอด ยอมๆลูกไป แต่พอเอาเข้าจริงๆ ลูกติดนิสัย ยิ่งโตยิ่งเป็น ยิ่งแก้กันยากค่ะ
  • ที่บ้านงอน ก็ปล่อยค่ะ กี่ชั่วโมงก้ว่าไป เด๊๊ยวก็เลิกเองค่ะ
  • พอดีเห็นคนเป็นกันเยอะแต่พ่อแม่รุ่นใหม่ไม่เข้าใจ และมักจะ ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วเพราะสายไปแล้ว ขอบคุณมกากกก มาากกกก น่ะคะ
  • หัวข้อนี้ดีมากเลยคะ จะนำไปปรับใช้กับลูกชายวัยสองขวบคะ ลูกมักจะต่อรองและร้องไห้เมื่อไม่ได้ดังใจ ปวดหัวมากๆคะ และยังมีอีกปัญหาคะ ลูกชายวัยสองขวบห้าเดือน ชอบตีน้องวัยหกเดือน ใครๆ บอกว่า เป็นอาการอิจฉาน้อง ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรอะคะ แก้ไขได้ไหมคะ (ขอบคุณมากคะ)
  • ตอนลูกยังเล็กก็หากจะไปห้าง  1) จะพยายามเลี่ยงการเดินไปโซนของเล่นหากไม่คิดจะไปซื้ออะไรให้ลูก   2)หากลูกเห็นและอยากได้ก็จะบอกว่าสิ่งนั้นเขามีแล้ว หรือ ราคาแพงไป ให้เขาเลือกสิ่งอื่นที่ราคาไม่แพงได้ไหม  3)หากซื้อสิ่งใหม่ 1 ชิ้น ก็ต้องเลือก 1 ชิ้นที่มีอยู่ใส่กล่องเพื่อนำไปบริจาคให้ผุ้อื่น  4) เห็นเด็กบางคนไปห้างมักเดิน/วิ่งไปนู่นนี่ เพราะรู้ว่าพ่อแม่ต้องวิ่งตามหากเขาแน่ ดูน่าสงสารพ่อแม่มาก  ลูกดิฉันก็เคยเป็นเช่นนั้น แต่ดิฉันแก้ไขโดยบอกเขาเมื่อเดินเข้าห้างว่า ให้เดินจูงมือ อย่าเดินไปไหนคนเดียว  แต่สุดท้ายเขาก็ทำอีกดังคาด ดิฉันทำไม่สนใจและไม่เดินตาม แต่พอสักพักก็แอบหลบดูเขาๆ เดินวนหาไปหามาไม่เจอร้องไห้เลย แต่ได้เคยสอนไว้แล้วว่า หลงทางไห้ไปหาพนักงานของห้างประกาศหาพ่อแม่  หลังจากนั้นไม่กล้าไปวิ่งเล่นไกลๆอีกเลยคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 05/08/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: