AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊บปอง ตุ๊บปอง — ลูกวัย 4-5 ขวบ ฉลาด แต่มีแวว ฉลาดแกมโกง ทำไงดี

ลูกที่ฉลาดแกมโกงของแม่ที่น่ารัก

ขอเริ่มอย่างนี้ละกัน..
ลูกในช่วงวัย 2 ปีแรก..
เป็นช่วงวัยแห่งการสร้างความไว้วางใจ และเป็นวัยที่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ในการดำรงชีวิต เนื่องเพราะลูกยังไม่สามารถช่วยตนเองได้

ดังนั้น..
เมื่อลูกต้องการสิ่งใด แล้วได้รับการตอบสนองจากพ่อแม่ และคนรอบข้างอย่างเข้าอกเข้าใจก็จะส่งผลให้ลูกมีความไว้วางใจในพ่อแม่และคน ๆ นั้น นำสู่การเกิดความมั่นใจในตนเองและผู้อื่นต่อไป

พออายุ 2 – 3 ปี ลูกจะเริ่มเรียนรู้ด้วยการลองผิดลองถูกเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ในวัยนี้ร่างกายจะมีการปรับตัวและพัฒนาเร็วมาก และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกวัยนี้มีความรู้สึกต่อตนเองว่าสามารถทำอะไรได้ด้วยตนเองมากมาย จึงต้องการทำอะไรด้วยตนเองอย่างอิสระ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพ่อแม่ และผู้ใหญ่ที่อยู่รายรอบตัว แต่ด้วยเพราะพัฒนาการในด้านความสัมพันธ์ของอวัยวะต่าง ๆ ยังประสานกันได้ไม่ดีนัก จึงทำให้ดูหงุดหงิดอยู่บ่อย ๆ ลูกในช่วงวัยนี้จึงยังไม่รู้จักวิธีการที่จะเล่นกับเด็กคนอื่น แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกันแต่จะมีพฤติกรรมต่างคนต่างเล่น ในขณะเดียวกันก็จะเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้างเป็นสำคัญ
พอวัย 3 – 4 ปี เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องมาจากการที่มีร่างกายที่พร้อมมากขึ้น ธรรมชาติของลูกวัยนี้ยังคงมีความเป็นอิสระในตัวเอง พร้อมพละกำลังและความสนใจใคร่รู้จึงแสดงความกระตือรือร้นในการค้นคว้า ทดลองในการทำสิ่งใหม่ ๆ ทำอะไรแปลกๆ ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์และทักษะของตนเอง ลูกวัยนี้จึงมีคำถามมากมาย คำตอบที่ได้จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่เข้าอกเข้าใจ ผสมผสานกับการค้นพบด้วยตนเอง จะเป็นข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในสมองมากขึ้น

ลูกวัยนี้จะเริ่มจับกลุ่มและเล่นกับเพื่อนเป็นกลุ่มได้ พยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับกติกาของกลุ่ม  แต่ยังคงมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ไม่สมบูรณ์นัก พ่อแม่ยังคงต้องช่วยเข้าไปจีดการเพื่อ ให้ลูกแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในสภาพที่ปลอดภัย ที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องเป็นผู้ช่วยที่ดี ที่จะคอยช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกได้ทำ ได้ทดลอง ได้เรียนรู้มากกว่าการห้าม
พอลูกได้ซัก 4-5 ปี จะ มีความเป็นตัวของตัวเอง คิดอะไร ทำอะไร พูดอะไร และเล่นอะไร ก็จะทำอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นตัวของตัวเองอยู่มาก ซึ่งพ่อแม่ควรเข้าใจ และให้อิสระแก่ลูก เพื่อให้ได้คิด ได้ทำ ได้พูดและได้เล่นอย่างอิสระ เพราะลูกในวัยนี้จะไม่ยอมฟัง และไม่สามารถใช้เหตุ ใช้ผลได้ แต่พฤติกรรมหนึ่งที่พ่อแม่ช่วยได้ คือ การกระตุ้นให้ลูกเกิดความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นลักษณะของความกระตือรือร้น อยากรู้ อยากเห็น สนใจใคร่รู้ พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ชีวิตของเด็กสนุกสนาน คิดได้อย่างคล่องแคล่ว คิดอย่างริเริ่ม คิดทางบวก คิดอย่างละเอียดรอบคอบ และคิดอย่างยืดหยุ่น

ที่เกริ่นมาซะยาวยืดก็เพียงจะบอกว่า..
ลูกวัย 4 – 5 ปีนี้น่ะ ไม่ได้ฉลาดแกมโกง หรือทำอะไร ๆ ด้วยความไม่จริงใจหรอก
ลูกทำทุกอย่าไปตามธรรมชาติที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เพราะเด็กในวัยนี้จะไม่ยอมฟัง และไม่สามารถใช้เหตุ ใช้ผลได้ ดังนั้น ลูกจะทำอะไรแบบตรงๆ คิดอะไร ทำอย่างนั้น ไม่อ้อมค้อม ไม่เกรงใจใคร ถ้าอยากได้อะไรต้องได้..จึงเรียนรู้ในการที่จะ “ได้” ของแต่ละอย่าง ตามนิสัยของคนแต่ละคนที่จะ “ให้ได้” เลยอาจจะทำให้พ่อแม่คิดว่าลูกอาจจะไม่จริงใจ เพราะจะไหวโอนไปตามความต้องการที่ “อยากได้” จะอ่อนให้กับคนบางคน จะกร้าวกับคนบางคน เป้าหมายสำคัญ คือ ได้ในสิ่งที่ต้องการ

จะเห็นว่าลูกวัยนี้อาจจะอ้อนหนักเป็นพัก ๆ ดีเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่อยากได้บางสิ่งบางอย่างตามที่ต้องการ
อาจจะไม่เรียกว่าฉลาดแกมโกง หรือไม่จริงใจหรอก  แต่….เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้อง “ทำ” หรือ “ปรับ” บางอย่าง เพื่อให้ได้ตามที่ตนต้องการ

สิ่งที่พ่อแม่จะสอนลูกได้ คือ..    สอนให้ลูกอยู่ในความเหมาะสม ตามสมควร..ไม่เสแสร้งแกล้งทำ ใหทำทุกอย่างด้วยความต้องการที่แท้จริงของตน

ที่กล่าวมาทั้งหมด..ได้มาจากการปฏิบัติตนของแม่ ที่มีต่อลูกน้อยหอยขมทั้ง 8
รู้้้แล้วมาเล่าต่อ..น่าจะก่อประโยชน์

รักแม่เป็นที่สุด

 

มีแม่ที่น่ารักท่านหนึ่งถามว่า..ลูกมีแววฉลาดมาก..แต่ออกจะฉลาดแกมโกง ก็เลยกังวลว่า เมื่อโตขึ้น ลูกจะใช้ความฉลาดในทางที่ไม่ถูกไม่ควร
เรื่องนี้อย่าได้กังวลไปเลยจ้ะ..
ลูกอายุเพียง 5 ขวบ ยังคิดเรื่องอย่างนี้ไม่ออกหรอก..ทุกอย่างที่ทำ ลูกทำไปตามธรรมชาติที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง..เป็นไปตามวัย ทำอะไรแบบตรง ๆ คิดอะไร ทำอย่างนั้น ไม่อ้อมค้อม ไม่เกรงใจใคร  ถ้าอยากได้อะไรต้องได้..จึงเรียนรู้ในการที่จะ “ได้” ของแต่ละอย่าง ตามนิสัยของคนแต่ละคนที่จะ “ให้ได้” เลยอาจจะทำให้พ่อแม่คิดว่าลูกอาจจะไม่จริงใจ เพราะจะไหวโอนไปตามความต้องการที่ “อยากได้” จะอ่อนให้กับคนบางคน จะกร้าวกับคนบางคน เป้าหมายสำคัญ คือ การได้ในสิ่งที่ต้องการ

อย่างนี้ ลูกไม่ได้ฉลาดแกมโกง หรือทำอะไร ๆ ด้วยความไม่จริงใจหรอก..เป็นนิสัยตามธรรมชาติของเด็กวัยนี้

แม่เคยสอนว่า..    ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดเป็น “นิสัย” ของคน คือ 
                                ครึ่งหนึ่ง คือ ร้อยละ 50 มาจากพันธุกรรม 
                                ร้อยละ 10 มาจากสิ่งแวดล้อม 
                                และ ที่เหลืออีก 40 มาจากการเลี้ยงดู 
พ่อแม่คู่ไหนมีนิสัยอย่างไร ลูกก็มักเป็นอย่างนั้น ถ้าอยากให้ลูกเป็นคนดี พ่อแม่ก็ต้อง “ทำดีให้ลูกเห็น เป็นสุขให้ลูกดู” 

ถ้าไม่อยากให้ลูกฉลาดแกมโกง ก็ต้อง “ไม่ทำให้ลูกเห็น ไม่เป็นให้ลูกดู”

เพราะ ลูกนั้นมีทุนที่ดี คือ “กรรมเก่า” ติดตัวมาด้วยครึ่งหนึ่งแล้ว..
เบาใจ คลายเครียดได้เลยว่า คือ นิสัยดี ๆ แม่สามารถสร้างได้จากสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูจริง ๆ
แม่บอกว่า..   สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำ คือ 
1. ให้เวลาที่มีคุณภาพ ให้ความรักที่ลูกสัมผัสได้และ เลี้ยงดูอย่างดี..ใกล้ชิด และอบอุ่น
2. ต้องเป็นคนที่พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น ไม่โลเล ไม่พูดอย่าง ทำอย่าง ไม่พูดสองเสียง สื่อสารกันด้วยท่าที่ทีอ่อนโยนด้วยความรัก หรือสักแต่ว่าพูดไปตามอารมณ์ 
3. เวลาที่ต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ต้องระมัดระวังว่าเราจริงใจที่จะขอ  อย่าเสแสร้งแกล้งทำ เพื่อให้ได้มา..เรื่องอย่างนี้ ปิดลูกไม่มิดหรอก ลูกเห็น ลูกได้ยิน ลูกสัมผัสได้

สุดท้าย..อย่ากังวลใจ..
เพราะความกังวลใจของแม่ และ ความคาดหวังของพ่อ จะกลายเป็นกำแพงที่ตั้งตระหง่านกั้น ทำให้ความรักจากพ่อ จากแม่ที่ ส่งไปให้..ไม่ถึงลูก

  • พ่อแม่ต้อง….ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นและไม่ได้เป็น 
  • ยอมรับในสิ่งที่ลูกทำ หรือไม่ทำ
  • ยอมรับในสิ่งที่ลูกทำได้ และทำไม่ได้
  • ยอมรับในสิ่งที่ลูกมี และไม่มี
  • พ่อแม่ต้องรักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข ลูกจะเป็นอย่างไรก็ต้องรัก 

ต้องฟังลูกด้วยความว่างเปล่า    ฟังอย่างเปิดใจกว้างและวางอคติ   ไม่มีคาดเดา   ไม่เอาแต่หวาดระแวง

เมื่อลูกเข้ามากอดหน้ากอดหลังนุงนังนัวเนียเป็นแมวสีสวาท ต้องคิดว่าลูกทำด้วยความรักอย่างจริงใจ ไม่ใช่คาดเดานำไปก่อนว่า..เอ๊ะทำดีผิดหูผิดตาอย่างนี้จะขออะไรอีกล่ะ..หรือทำอะไรผิดมาแน่ ๆ ถึงมาเอาอกเอาใจพ่อแม่อย่างนี้..ลูกก็จะหมดสุขเอาเปล่า ๆ

ต้องมองความเป็นไปของลูกในปัจจุบันขณะ อย่าเอาความผิดพลาดจากอดีตและความกังวลในอนาคตมากำหนด ชวนกันทำปัจจุบันให้ดีที่สุดแล้วอนาคตจะดูแลตัวมันเอง   เพราะการมีปัจจุบันที่แข็งแรง คือ การทำลายกำแพงความผิดหวังในอดีตและความคาดหวังอย่างงมงายในอนาคต

เมื่อลูกทำผิด คิดพลาด พ่อแม่ต้องให้อภัยลูกได้ทุกเรื่อง และไม่มีการขุดเอาเหตุการณ์เก่าขึ้นพูดมาซ้ำย้ำรอยแผลอีก

เพราะ….  ถ้าพ่อแม่ไม่ให้อภัย ลูกก็จะไม่สามารถลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่ได้เลย

เรื่องอย่างนี้ พ่อแม่ต้องอยู่ในตำแหน่งที่จะเป็นจุดยืนแห่งความรักอันมั่นคงให้กับลูกอย่างไม่คลอนแคลน    พ่อแม่มีสิทธิที่จะเหนื่อยใจ มีสิทธิที่จะบ่น มีสิทธิที่จะท้อ แต่ไม่มีสิทธิถอดใจ

เมื่อล้ม ลูกต้องมั่นใจว่ายังมีพ่อแม่เป็นหลักคอยประคองให้ลุกขึ้นใหม่ได้  เมื่อพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ลูกต้องมั่นใจว่า มีพ่อแม่เป็นแรงคอยหนุนนำ
ที่สำคัญ คือ พ่อแม่ต้องรักและรู้จักมองเห็นข้อดีของลูกให้เป็น เพราะนี่คือการสร้างฐานความสุขอันแข็งแกร่งให้กับลูก
เพราะ…. ความรักและความภูมิใจในคุณค่าที่พ่อแม่มีให้ลูกนั้น จะทำให้ลูกรักและเห็นคุณค่าในตัวเอง   ซึ่งจะเปรียบเสมือนรากแก้ว ที่จะทำให้ต้นไม้ยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
และ……. เมื่อรักตนเองได้ เห็นคุณค่าในตนแล้ว ลูกจึงจะรักและเห็นคุณค่าในคนอื่นได้
นี่แหละ….จะกลายเป็นเสมือนรากฝอยที่จะช่วยให้ต้นไม้นั้นเติบใหญ่ได้อย่างแข็งแรง มีอายุยืนนาน และแตกยอดทอดกิ่งออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะแม่ทำให้ลูกเห็น เป็นให้ลูกดู ลูกจึงรู้และนำมาเล่าต่อได้
รักแม่เป็นที่สุด

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=416845948424672&set=a.109176522524951.15452.100002978123224&type=1&theater

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 21/08/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,205,869 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: