AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน — สอนลูกใช้เงิน “เป็น” ต่างจากใช้เงิน “ได้”

เรื่องสอนลูกให้ใช้เงินเป็น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

การใช้เงินเป็น เป็นเรื่องที่ต้องสอนและปลูกฝัง รวมถึงการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กด้วย ทุกวันนี้เด็กส่วนใหญ่ใช้เงินได้ แต่มักใช้เงินไม่เป็น   ซึ่งวิธีการใช้เงินเป็น ก็ไม่มีในตำราเรียน ไม่มีสูตรสำเร็จชัดเจนในการบอกว่าต้องใช้วิธีอย่างนี้สิถึงจะคุ้มค่า เพราะความจำเป็นและคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ฉะนั้น การจะสอนให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องการใช้เงินเป็น คือ ทำให้เห็น เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด โดยใช้จากสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวันของคนเป็นพ่อแม่นี่แหละคะ เป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด

สิ่งที่ควรคำนึงและระลึกเสมอก็คือ ทุกขณะที่เราใช้เงิน เรากำลังเป็นบทเรียนให้ลูกอยู่ทุกเมื่อ ส่วนใหญ่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรควรไม่ควร อะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็น และพฤติกรรมการใช้จ่ายของเรา ล้วนแล้วอยู่ในสายตาของลูก และลูกพร้อมที่จะก็อปปี้พฤติกรรมของเรา ฉะนั้น ช่วงเวลาใช้เงินจึงเป็นช่วงเวลาสอนลูกได้เป็นอย่างดี เราอยากให้ลูกของเราใช้เงินเป็นแบบไหน สามารถออกแบบได้ โดยเริ่มจากตัวเราก่อนนั่นแหละค่ะ

แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ พ่อแม่ใช้เงินไม่เป็น..!!

บันได 4 ขั้น สอนลูกใช้เงิน “เป็น” ตั้งแต่เล็ก

เวลาลูกรบเร้าขอซื้อของเล่น ขนม หรือสิ่งของที่อยากได้ คุณเป็นพ่อแม่ที่มักใจอ่อน หรือทนการรบเร้าไม่ได้ หรือกลัวลูกไม่รัก หรือไม่อยากให้ลูกร้องไห้อาละวาด หรือมักตัดรำคาญก็เลยให้เงินลูกไปซื้อของโดยไม่ได้สนใจว่าลูกซื้ออะไรหรือเปล่า

       ถ้าใช่ล่ะก็…คุณกำลังเป็นพ่อแม่ที่กำลังทำร้ายลูกแล้วล่ะค่ะ..!!

       เพราะพฤติกรรมที่ว่ามาทั้งหมดข้างต้นได้มีส่วนต่อการบ่มเพาะนิสัยเรื่องการใช้เงินที่ไม่เหมาะสมกับลูกเป็นอย่างมาก

      ประการแรก ลูกได้เรียนรู้แล้วว่าเขาจะใช้วิธีไหนในการจัดการกับพ่อแม่เพื่อเขาจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ถ้าพ่อแม่ขี้รำคาญ ก็ต้องอาศัยลูกตื้อเท่านั้น แต่ถ้าพ่อแม่กลัวอายคนอื่น ก็แหกปากร้องไห้ซะจะได้จบๆ หรือถ้าเขารู้ว่าทำแบบนี้แม่ไม่ให้แน่ แต่ถ้าทำกับพ่อรับรองได้แน่

      ประการที่สอง ลูกไม่รู้คุณค่าของเงิน เพราะเมื่อเขาได้เงินมาง่าย เขาก็ย่อมใช้จ่ายไปได้ง่ายๆ เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง โดยไม่เห็นคุณค่าของเงินที่พ่อแม่หามาอย่างยากลำบาก และมักจะเข้าใจเอาเองว่าพ่อแม่มีเงินอยู่แล้ว เมื่อเขาอยากได้อะไรก็ขอพ่อแม่เอาเท่านั้น

      ประการที่สาม พฤติกรรมการใช้เงินของเขาจะติดตัวไปจนโต เขาจะซื้อของที่เขาอยากได้ มากกว่าจะซื้อของที่เขาจำเป็น เพราะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการใช้เงินไม่เป็น ใช้เงินไม่เหมาะสม และพ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่ได้อธิบายที่มาและวิธีการใช้เงินที่ถูกต้องและเหมาะสม

       เรียกว่า ไม่ต้องรอให้มีงานวิจัยออกมาตอกย้ำมากมายหรอกว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของเด็ก มักจะมีพฤติกรรมเหมือนพ่อแม่ เด็กบางคนเหมือนแม่ เด็กบางคนเหมือนพ่อ หรือเหมือนผู้ใหญ่ในบ้านที่มีบทบาทและใกล้ชิดกับเด็ก 

       ฉะนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนานิสัยและพฤติกรรมในเรื่องการใช้เงินให้ถูกวิธี

       อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นๆ นะคะ หรืออย่าคิดว่าลูกยังเล็กเกินไป เพราะเรื่อง “เงิน” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เรียกว่า ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมา เราก็ต้องเผชิญกับการใช้เงิน เริ่มตั้งแต่การเดินทาง อาหาร 3 มื้อ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายซื้อของระหว่างวัน เรียกว่า ค่าใช้จ่ายจิปาถะเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ ตามความคิดว่าจำเป็นของแต่ละคน มีทั้งที่จำเป็นแบบเร่งด่วน จำเป็นแบบรอได้ หรือไม่จำเป็นแต่อยากได้ เพราะปัจจุบันมีสิ่งยั่วยุอยู่รอบทิศทาง ที่พร้อมจะทำให้เราควักเงินจ่ายได้เรื่อยๆ ถ้าไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ

       ยิ่งครอบครัวที่มีลูก ค่าใช้จ่ายจะงอกเพิ่มพูนขึ้นทันที และโปรดตระหนักไว้ด้วยว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มตามอายุลูกที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นถ้าไม่มีการเตรียมรับมือหรือวางแผนที่ดี ก็อาจมีปัญหาตามมาแน่นอน

       เรื่องการปลูกฝังให้ลูกใช้เงิน “เป็น” จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องตระหนัก ลองดูเทคนิคบันได 4 ขั้น ที่พ่อแม่สามารถปลูกฝังลูกได้ตั้งแต่เล็กมาฝากค่ะ 

       ข้อแรก พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่าง เพราะลูกจะซึมซับพฤติกรรมเรื่องการใช้เงินทางตรงจากพ่อแม่ผู้ปกครอง และเป็นการซึมซับจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เด็กจะเรียนรู้การใช้เงินว่าพ่อแม่ซื้อทุกสิ่งอย่างที่อยากได้ หรือซื้อของที่จำเป็น เขาจะเรียนรู้ว่าอะไรฟุ่มเฟือยหรือไม่ก็จากการใช้เงินของพ่อแม่ และพ่อแม่ที่เก็บออม ลูกก็มักจะเก็บออมเป็นตั้งแต่เล็ก

       ข้อสอง สอนให้รู้ที่มาของเงิน อย่าคิดว่าลูกเล็กเกินไป พ่อแม่สามารถบอกได้โดยคำนึงถึงวัยของลูก แต่ต้องเล่าให้ฟังว่าทำไมพ่อแม่ถึงมีเงิน ยกตัวอย่าง พ่อแม่ต้องเรียนจนจบ และต้องทำงานถึงจะได้เงินมา ไม่ใช่ได้เงินมาเฉยๆ และเมื่อได้เงินมาแล้ว เราควรจะใช้เงินแบบไหนจึงจะคุ้มค่า เพราะเงินสามารถหมดไปได้ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ทำงาน และการที่พ่อแม่ไปกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม นั่นคือ เงินของพ่อหรือแม่เองที่ต้องทำงาน ไม่ใช่จู่ๆ จะไปกดเงินใครออกมาก็ได้ เพราะมีเด็กที่เข้าใจผิดมากมายว่าถ้าพ่อแม่ไม่มีเงินก็สามารถไปที่ตู้เอทีเอ็มแล้วกดเงินออกมาได้เลย

       ข้อสาม ทำบัญชีครอบครัว ลองฝึกให้ลูกจดบันทึกค่าใช้จ่ายของตัวเอง แล้วคุณแม่ก็จดบันทึกค่าใช้จ่ายภายในบ้าน หรือทำบัญชีค่าใช้จ่ายประจำครอบครัว โดยให้ลูกมีส่วนร่วมด้วย ลูกจะได้เห็นและเข้าใจว่า ครอบครัวต้องมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอะไรบ้าง จะทำให้เขาเห็นภาพ และให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการฝึกคิดว่าควรจะซื้ออะไรหรือไม่ควรซื้ออะไร อาจยกตัวอย่างว่า เรามีเงินจำนวนหนึ่ง ต้องแบ่งออกเป็นกี่ส่วน ส่วนแรกเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านที่จำเป็น ส่วนที่สองสำหรับเงินออมเพื่ออนาคตของครอบครัว พร้อมทั้งบอกเขาด้วยว่า ลูกเข้าโรงเรียนต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เราควรจะซื้ออะไรก่อนหลังดี โดยให้เขาได้มีส่วนร่วมในเรื่องการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เขาคิดเป็น และเห็นคุณค่าของเงินด้วย

       ข้อสี่ ทดลองสนามจริง คุณอาจฝึกให้เงินเขาเป็นรายวัน แล้วค่อยๆ ขยับเป็นรายสัปดาห์ และรายเดือน เพื่อฝึกให้เขารู้จักการวางแผนการใช้เงิน และพ่อแม่ก็ชวนลูกคุยว่าเขาวางแผนการใช้เงินอย่างไร ระยะเวลากับการบริหารเงินมีความจำเป็นหรือสำคัญอย่างไร และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการฝึกให้ลูกต้องคิดถึงการเก็บออมตั้งแต่เล็กให้ติดเป็นนิสัย

       
สิ่งที่เขาเรียนรู้จากพ่อแม่ตั้งแต่เล็ก จะทำให้เขาได้เรียนรู้คุณค่าของเงิน ว่าพ่อแม่ไม่ได้ได้เงินมาง่ายๆ ฉะนั้น เขาควรจะคิดก่อนตัดสินใจจะซื้อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และสิ่งเหล่านี้จะติดตัวเขาไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่

การใช้เงิน “เป็น” เป็นเรื่องที่ต้องสอนและปลูกฝัง รวมถึงการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กด้วย 

ทุกวันนี้เด็กส่วนใหญ่ใช้เงิน “ได้” แต่มักใช้เงินไม่ “เป็น” ซึ่งวิธีการใช้เงิน “เป็น” ก็ไม่มีในตำราเรียน ไม่มีสูตรสำเร็จชัดเจนในการบอกว่าต้องใช้วิธีอย่างนี้สิถึงจะคุ้มค่า เพราะความจำเป็นและคุ้มค่าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

แต่ปัญหาใหญ่หนักอกของสังคมไทยที่น่ากังวลขณะนี้ คือ พ่อแม่ส่วนใหญ่บริหารจัดการเรื่อง “เงิน” ไม่เป็น..!!!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 03/09/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: