AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

พระไพศาล วิสาโล — ทางลัด — สู่หายนะ

ทางลัดสู่หายนะ

มีข่าวเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งจากเกาหลีใต้เมื่อต้นปีนี้ หากจะมีใครสนใจก็เพราะเป็นเรื่องแปลก นั่นคือ ข่าวหญิงชราผู้หนึ่งสอบใบขับขี่มาแล้วถึง ๗๗๑ ครั้ง แต่ไม่เคยสอบได้เลย ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างปี ๒๕๔๘ จนถึงต้นปีนี้เท่านั้น แสดงว่าคุณยายเข้าสอบเฉลี่ย ๒ วันครั้งเลยทีเดียว 

แม้จะสอบตกทุกครั้ง แต่ก็ไม่ละความพยายาม ผ่านมาแล้วหลายเดือนจนถึงปัจจุบัน ไม่ทราบว่าคุณยายสอบได้แล้วหรือยัง แต่ก็เป็นไปได้ว่าคุณยายอาจสอบตกอีกนับสิบครั้งแล้วก็ได้ เจ้าหน้าที่จราจรที่คุมการสอบทั้งเห็นใจทั้งชื่นชมคุณยาย ถึงกับเอ่ยปากว่า "หากคุณยายสอบได้เขาจะทำโล่เกียรติคุณให้เลย"


ข่าวนี้มองให้ดีนับว่าน่าสนใจมาก เพราะไม่ได้บอกถึง...... ความอุตสาหะอย่างยิ่งยวดของคุณยายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนสังคมเกาหลีใต้ในบางแง่ได้อย่างชัดเจนมาก เช่น ความเคร่งครัดและเข้มงวดในกฎเกณฑ์และกติกา แม้เจ้าหน้าที่จราจรจะเห็นใจคุณยายเพียงใด ก็ไม่ยอมอะลุ้มอล่วยหรือโอนอ่อนให้ง่าย ๆ ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก คุณยายซึ่งคงมีปัญหาบางอย่างในการขับขี่ จึงไม่เคยสอบผ่านเลยสักครั้ง 

นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็คงมีความซื่อตรงชนิดที่เงินซื้อไม่ได้ด้วย เพราะหากเป็นที่เมืองไทย ลูกหลานของคุณยาย หรือ ญาติพี่น้องผองเพื่อนของลูกหลานที่เห็นใจคุณยาย คงหาทางวิ่งเต้นหรือ “ยัด” เงินให้เจ้าหน้าที่ที่คุมการสอบไปแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ยากเลย ใช้เงินไม่ถึงพันบาทก็สำเร็จแล้ว ไม่จำต้องที่คุณยายต้องมาเหนื่อยยากขนาดนี้ สอบตกอย่างมากแค่ ๕-๖ ครั้ง ก็ได้ใบขับขี่สมใจแล้ว


น่าคิดต่อไปว่า.......  ไม่ใช่แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีเท่านั้นที่ซื่อตรง และต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์ คนเกาหลีก็ดูเหมือนจะซื่อตรงด้วย หรืออย่างน้อยก็เห็นว่า..ที่เจ้าหน้าที่ทำกับคุณยายนั้นถูกต้องแล้ว 
ไม่เช่นนั้นก็คงกดดันเจ้าหน้าที่ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือ ผ่านผู้บังคับบัญชาจนเจ้าหน้าที่ต้องยอมปล่อยให้คุณยายสอบผ่าน แต่ฟังจากคำพูดของเจ้าหน้าที่ เขาไม่มีทีท่าว่ารู้สึกถูกกดดันเลย

ถ้าเป็นที่เมืองไทย แค่ทำให้คุณยายสอบตกถึง ๕๐ ครั้งก็มากพอแล้วที่เจ้าหน้าที่จะถูกผู้คน (มิใช่แค่ญาติพี่น้องเท่านั้นแต่อาจรวมถึงสื่อมวลชนด้วย) รุมประณามว่าไร้เมตตาต่อคนแก่ แค่ใบขับขี่ใบเดียว จะเอาอะไรกันนักกันหนา  



สรุปก็คือ ข่าวแบบนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นในเมืองไทยยุคนี้ได้อย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะว่าเมืองไทยไม่มiเจ้าหน้าที่แบบนั้น หากยังเป็นเพราะคนที่จะเพียรสอบร่วมพันครั้งอย่างคุณยาย ก็ไม่มีด้วยเช่นกัน 

พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าคนไทยไร้ความอุตสาหะ แต่....เป็นเพราะเรารู้ดีว่าเรืองแบบนี้ไม่จำต้องเพียรพยายามถึงขนาดนั้นก็ได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่ามี “ทางลัด” ที่ง่ายและเร็วกว่านั้น นั่นคือ จ่ายเงินเป็นสินน้ำใจ หรือยื่นนามบัตรของใครบางคนให้กับเจ้าหน้าที่(หรือผู้บyงคับบัญชาของเขา) พร้อมกับขอให้ช่วย ดูแล”คุณยายให้ด้วย ถ้าไม่มีทั้งเงินและ เส้นก็ยังมีอีกวิธีคือ เจรจาขอความกรุณาจากเจ้าหน้าที่

ที่จริงไม่ใช่แค่สอบใบขับขี่ แทบทุกเรื่องใครๆ ก็รู้ว่ามีทางลัด และนิยมใช้ทางลัดทั้งนั้น... 

---  ตั้งแต่เด็กเราก็รู้แล้วว่าหากจะทำการบ้านส่งครู ก็ไม่จำเป็นต้องทำเองให้เหนื่อยยาก ก็แค่ลอกการบ้านจากเพื่อนหรือไม่ก็ตัดแปะจาก เว็บไซต์ต่างๆ  อยากได้เกรดสูงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องขยันเรียน แค่หาเวลาติวก่อนสอบไม่กี่วัน ใครที่ใจกล้ากว่านั้นก็แอบดูเพื่อนในห้องสอบ หรือทุจริตด้วยวิธีซับซ้อนกว่านั้น หาไม่ก็บากหน้าไปขอเกรดครู 

---  เดี๋ยวนี้นักเรียนมัธยมกล้าถามครูแล้วว่าครูอยากได้อะไร? เขาจะหามาให้ ขอเพียงให้เกรดดีๆแก่เขา หากขาดเรียนเป็นนิจ ไม่เชื่อฟังครู จนถูกครูดุด่าว่ากล่าวหรือลงโทษ แทนที่จะทำตัวให้ดี วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายกว่านั้นก็คือ ไปบอกพ่อแม่ เพื่อให้พ่อแม่ไปพบครูนำสิ่งของไปฝากครู ไปร้องเรียนกับผู้อำนวยการ หรือโทรศัพท์ไปข่มขู่ครู

---  อยากได้งานดีๆ ก็ไม่ต้องเตรียมตัวสอบให้เหนื่อย แค่ใช้ “เส้น ของพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ก็พอแล้ว ทำงานแล้วอยากได้ตำแหน่งดีๆ ไม่ต้องขยันทำงานก็ได้ แค่หมั่นวิ่งเต้นหรือประจบประแจงเจ้านาย ก็พอ 
ถ้าเป็นนักธุรกิจ อยากขายของให้ได้เยอะ ๆ ก็ไม่จำต้องพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ แค่จ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้สัมปทานหรือชนะการประมูล ก็สำเร็จแล้ว

---  อยากรวย ไม่ต้องขยันทำงานหรือหมั่นอดออมก็ได้ เพราะมีทางลัดคือ เล่นหวย เล่นหุ้น เล่นการพนัน หนักกว่านั้นก็คือโกง คอร์รัปชั่น หรือลักขโมย การเติบใหญ่ขยายตัวของการพนัน และ อาชญากรรมเกี่ยวกับ
ทรัพย์สินบ่งชี้ว่าคนไทยนิยมรวยทางลัดมากขึ้น 

---  แต่สำหรับคนที่ยังเกรงกลัวกฎหมาย ทางลัดที่นิยมกันมากก็คือ ไสยศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเครื่องรางของขลัง ดังสมัยหนึ่งใคร ๆ ก็อยากได้จตุคามรามเทพไว้บูชาเพราะเชื่อว่าจะทำให้รวยได้ “โดยไม่มีเหตุผล” 
แม้จตุคามฯ จะตกกระแสไปแล้ว แต่เครื่องรางของขลังและสิ่งศักดิ์สิทธิ์นานาชนิดก็ยังเป็นความหวังของผู้คนจำนวนมากที่อยากรวยและมีโชคลาภโดยไม่ต้องขยัน


***   น่าแปลกที่เราชอบอ้างว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่แก่นแท้ของพุทธศาสนาที่เน้นความเพียรและการพึ่งตนนั้น คนไทยเป็นอันมาก(หรือส่วนใหญ่ก็ว่าได้)กลับไม่สนใจเอาเลย 

จริงอยู่เราชอบทำบุญกันเป็นชีวิตจิตใจ แต่นั่นเป็นเพราะเราเชื่อว่าถ้าสะสม “บุญ” ได้มากพอ ก็จะบันดาลให้เรามั่งมีศรีสุขและได้รับโชคลาภ (เช่น ถูกหวยหรือถูกลอตเตอรี่) 
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในทัศนะของชาวพุทธไทย การทำบุญก็ คือ ทางลัดสู่ความร่ำรวยนั่นเอง ดังนั้นจึงขวนขวายทำบุญมากกว่าขยันทำมาหากิน

คนไทยทุกวันนี้พึ่งโชคมากกว่าพึ่งความเพียร เพราะเราเชื่อว่าโชคจะทำให้เราได้รับความสำเร็จโดยไม่ต้องเหนื่อย คนไทยเมื่อจะล่ำลากันจึงมักให้พรว่า “ขอให้โชคดี” 
ซึ่งตรงข้ามกับคนญี่ปุ่น คำอวยพรของพ่อแม่ที่ให้แก่ลูก ครูให้แก่ศิษย์ ก็คือ “ขอให้เพียรพยายาม” หรือ “อย่ายอมแพ้” ทั้งๆ ที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่รู้สึกห่างไกลจากพุทธศาสนา แต่คำอวยพรและพฤติกรรมของเขานั้น
ใกล้เคียงกับแก่นของพุทธศาสนามากกว่าคนไทยเสียอีก

การนิยมทางลัดของคนไทยนั้นก่อปัญหาแก่สังคมไทยในทุกด้านก็ว่าได้ อาทิ คุณภาพการศึกษาตกต่ำ สินค้าไม่ได้มาตรฐาน แข่งสู้ตลาดโลกไม่ได้ ข้าราชการไร้ประสิทธิภาพ คอร์รัปชั่นแพร่ระบาด อาชญากรรมเกลื่อนเมือง สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม อุบัติเหตุจราจรเพิ่มสูงขึ้น ฯลฯ 

เป็นเพราะค่านิยมและพฤติกรรมดังกล่าว การขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้นไม่ว่าด้านใดจึงเป็นเรื่องยากมาก อาทิ การผลักดันให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลจะกระตุ้นให้คนไทยขยันอ่านหนังสือได้อย่างไร ในเมื่อใครๆ ก็รู้ว่าไม่ต้องขยันเรียนก็สอบได้แถมได้เกรดสูงด้วย นอกจากนั้นถึงอ่านช้าก็ดูหนังต่างประเทศได้เพราะพากย์ไทยกันทั้งนั้น (ว่ากันว่าตามต่างจังหวัดภาพยนตร์ที่ไม่พากย์ไทยแม้จะมีคำบรรยายภาษาไทย มักจะขายตั๋วไม่ค่อยได้ แม้ในกรุงเทพฯ เองซีดีหรือดีวีดีหนังต่างประเทศที่ไม่พากย์ไทยก็ขายได้น้อย)

อย่างไรก็ตาม การนิยมทางลัดมิใช่เป็นเรื่องของค่านิยม ทัศนคติ หรือวัฒนธรรมเท่านั้น หากยังสัมพันธ์กับบริบททางสังคมด้วย การที่คนไทยนิยมทางลัดกันจนเป็นวิถีชีวิตก็เพราะระบบต่างๆ ในสังคมเอื้อหรือผลักดันด้วย 

ขอให้ย้อนกลับไปกรณีคุณยายเกาหลีที่สอบตกถึง ๗๗๑ ครั้ง การที่คุณยายต้องพากเพียรพยายามขนาดนั้น เพราะระบบการสอบไม่เอื้อให้คุณยาย(หรือลูกหลานเพื่อนพ้อง)ใช้ทางลัดได้ ไม่ว่าจะยัดเงินใต้โต๊ะ ใช้เส้น หรือ
วิงวอนขอความกรุณานี้ตรงข้ามกับระบบการสอบใบขับขี่รวมทั้งระบบอื่นๆ ของไทย ตั้งแต่ระบบการศึกษา ระบบราชการ ไปจนถึงระบบการเมือง ซึ่งทั้งอนุญาต + ทั้งเอื้อให้มีการติดสินบน และ ใช้เส้นได้ตั้งแต่บนสุด ลงมาข้างล่างสุด

พระไพศาล วิสาโล
ที่มา FB พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo



comments  จาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=735976319763021&set=a.162484743778851.40257.162450523782273&type=1&theater
  1. น่าแปลกที่เราชอบอ้างว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่แก่นแท้ของพุทธศาสนาที่เน้นความเพียรและการพึ่งตนนั้น คนไทยเป็นอันมาก(หรือส่วนใหญ่ก็ว่าได้)กลับไม่สนใจเอาเลย
  2. สาธุค่ะ อ่านแล้วได้แง่คิดต่อสังคมไทยมากที่เดียวค่ะ
  3. ตัวอย่างนี้ เป็นความซื่อสัตย์ที่มีในตัวคนเกาหลีเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการคดโกงหรือให้สินบนเจ้าหน้าที่นั้น ยังคงมีอยู่มากในเกาหลี รู้ได้จากการดูหนังเกาหลีหลาย ๆ เรื่อง มักจะมีคนชั่ว คนคดโกง คนติดสินบนเจ้าหน้าที่อยู่ประจำแหละครับ 
  4. ในเกาหลีก็มีคอรัปชั่นเหมือนกัน สงสัยจังว่าเค้ามีวิธีอย่างไรที่่ไม่ปล่อยให้มันกัดกินประเทศ
  5. พระสงฆ์ที่เข้าใจถึงแก่นแท้ของพระธรรมมีน้อย คนไทยที่เข้าวัดจึงไม่ได้อะไรจากพระสงฆ์ตามเจตารมณ์ของพระพุทธองค์ จิตใจคนไทยก็เสื่อมลงเพราะขาดปัญญา
  6. สาธุ พระอ.ชี้ประเด็นได้ครอบคลุมและเห็นจริงทุกประการ ทุกวันนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไต่ตรองเพื่อไม่ให้กระแสของสังคมมันกลืนกินไปโดยไม่รู้ตัว
  7. ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า ถ้าแค่ไหว้ขอพรแล้วพ้นทุกข์ โลกนี้ก็คงมีแต่คนที่เป็นสุข เพราะทุกคนต่างก็ไหว้วอนเป็นกันทั้งน้้น
  8. สาธุค่ะ ค่านิยมแบบนี้นับวันยิ่งชัดเจนขึ้น เราต้องช่วยกันเริ่มจากสังคมรอบๆตัวเราก่อน นั่นคือ ครอบครัว 
  9.  ผมมองว่าความเชื่อเรื่องโชคลางมีในเมืองไทยมาตั้งแต่บุร่ำบุราณแล้ว อาจเป็นเพราะระบบสังคมแบบผู้ใหญ่ผู้น้อย ยิ่งสมัยก่อน "ผู้ใหญ่" ยิ่งมีอำนาจมากทีเดียว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจหรืออารมณ์ของผู้ใหญ่ ถ้าผู้น้อยไปขัดใจอะไรอาจถึงความวิบัติ การที่ชีวิตของผู้น้อยขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้ใหญ่นี้เป็นเรื่องไม่แน่นอนอย่างที่สุด เพราะใจคน โดยเฉพาะของผู้ที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย เปลี่ยนแปลงโดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล ดังนั้นสิ่งที่ผู้น้อยปรารถนาจะมีติดตัวคือ "โชค" หรือ "ดวง" ที่จะทำให้รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ ที่มาจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกัน มีคำอวยพรที่ใช้กันมารุ่นต่อรุ่นว่า "ขอให้เป็นที่รักที่เมตตา" แสดงให้เห็นว่าคนไทยกังวลเรื่องนี้มากแค่ไหน แม้ในปัจจุบันระบบผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ยังคงมีอยู่จนเป็นธรรมดาในสังคม คำพูดที่ว่า "เอาใจนาย" หรือ "นายสั่ง" ยังเป็นเรื่องจริงเสมอ ผมเชื่อว่าคนที่ชอบใช้ทางลัด คือคนที่เคยใช้แล้วได้ผล เมื่อได้ผลครั้งนี้ ก็อยากลองอีกครั้งหน้า ถ้าได้ผลทุกครั้ง หรือใคร ๆ ก็ใช้กันทั้งนั้น ทางลัดก็เป็นเรื่องธรรมดาไป ผมเห็นด้วยเรื่องความเพียร แต่ก็ไม่ลืมว่าต้องมีความพอดี ใช้ความเพียรให้พอประมาณกับผลที่ควรได้ ไม่หักโหมหรือทุ่มเทมากเกินไป เพราะจะทำให้เรื่องอื่น ๆ ในชีวิตเสียไปด้วย คุณยายชาวเกาหลีคนนี้คงไม่มีภาระอะไรอื่น จึงสามารถให้เวลากับเรื่อง ๆ เดียวที่ต้องการได้ คือการสอบใบขับขี่ ก็นับได้ว่าพอดีพอเหมาะกับชีวิตของเขา และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่มีเป้าหมายในชีวิต
  10. คิดว่าถ้าอยากรวยก็ต้องทำงาน ไม่ใช่ทำบุญ   อยากมีความสบายใจ ต้องละบาป   อยากรู้สึกอิ่่มใจถึงจะ ทำบุญ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 16/09/2013 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,219,663 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: