AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

เป็นสุขได้ ในยุคของแพง

เมื่อข้าวของแพงขึ้น จน “รายรับ” ที่หาได้ไม่พอใช้ แล้วยังไม่รู้จะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไร

การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันตามหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” นั้น นับเป็นสิ่งสำคัญมาก …

แล้ว เศรษฐกิจพอเพียง จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ดร.สุทิน ลี้ปิยะชาติ รองประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม อธิบายว่า ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ เป็นปรัญญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ประทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ซึ่งประกอบด้วย ความพอเพียงทางสายกลาง ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยนอกเหนือจากองค์ประกอบดังกล่าวแล้ว ยังจะต้องมีความรู้คุณธรรมเป็นพื้นฐาน ซึ่งเมื่อนำหลักการณ์ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ จะช่วยทำให้ชีวิตเกิดความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน

โดยเราสามารถนำหลักเศรษฐพอเพียงมา “ประยุกต์ใช้” ในช่วงค่าครองชีพสูงได้ ด้วยหลัก 6 ประการ ดังนี้

1.   มีความพอประมาณ     พื้นฐานสำคัญสำหรับการสร้างเศรษฐกิจอย่างพอเพียงก็ คือ ต้องรู้จักพอประมาณ ไม่มากไป น้อยเกินไป และไม่เบียดเบียนตนเองหรือผู้อื่น 

2.   ใช้เงินในสิ่งที่มีประโยชน์เป็นรูปธรรมเท่านั้น    ทันทีที่อยากจะซื้อหาสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์เป็นรูปธรรม ก็ให้เอาเงินส่วนนั้นหยอดกระปุกไว้   แล้วดูว่าปีหนึ่งคุณจะได้เท่าไร  จากนั้นค่อยรวบรวมไปซื้อหาสิ่งที่อยากได้ เป็นรูปธรรม หรือมีมูลค่าในอนาคตจะดีกว่า

3.   รู้จักลงทุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์และได้ความรู้       การรู้จักลงทุนในด้านต่างๆ ที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของเรา อันจะนำไปสู่การวางแผนชีวิตในอนาคตอย่างไม่ประมาท

4.  ส่งเสริมการซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศ       นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น นั่นก็จะส่งผลกลับมาที่เราเองในภายหลัง

5. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง สมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา     ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้จ่ายเงินไปกับยารักษาโรคหรือค่าพยาบาลต่าง ๆ เป็นค่าใช้จ่าย “ส่วนเกิน” ที่เราป้องกันได้ แต่หลายคนไม่เคร่งครัดกับมันมากพอ ดังนั้นเราจึงควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงทั้งกายและใจอยู่เสมอ

6. การทำรายรับรายจ่ายครัวเรือน

“บันทึกรายรับรายจ่าย”  ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนเกี่ยวกับการใช้จ่าย และความสามารถในการหาเงิน   จะช่วยให้สามารถจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  

ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกจะเป็น ตัวบ่งชี้ อดีต ปัจจุบันและอนาคตในการใช้ชีวิตของชีวิตเรา    เราสามารถนำข้อมูลในอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตของเราได้

ข้อมูลที่ได้บันทึกไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต

                      บัญชีรายรับรายจ่าย-Pivot-Table   

นอกจากนี้ “การออม” ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ หากเราตั้งใจแน่วแน่ที่จะกำหนดเป้าหมายการเก็บออมว่า ในแต่ละเดือน แต่ละปี จะมีเงินออมเท่าไหร่ จากนั้นกำหนดเป้าหมาย การใช้จ่ายในแต่ละวันไว้ด้วย

หรือหากต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ก็ควรจะประหยัด “รายจ่าย” ด้วยการจ่าย “น้อยกว่า” หรือเท่ากับเป้าหมายการใช้จ่าย (ยอดเงินที่ตั้งใจใช้ในแต่ละเดือน/วัน) เพื่อให้มีเงินเหลือมากขึ้น และถ้าเป็นไปได้ไม่ควรก่อหนี้เมื่อโดยจำเป็น หรือเกินกำลัง ซึ่งไม่ได้แปลว่ามี “หนี้” ไม่ได้ แต่ให้เตือนตัวเองเสมอว่า “หนี้มีได้” แต่ต้อง “ไม่เกินกำลัง”

 

วิธีการออมแบบพอเพียงมี 3 แบบ

ออมทุกวัน คือ ออมได้ทุกวันจะมากจะน้อยก็อยู่ตามกำลังฐานะ

ออมเงินแบบลบ คือ เมื่อเราหาเงินมาได้เท่าไหร่  ให้หักไว้เป็นเงินออม ก่อนที่จะเอาไปใช้จ่ายทันที 10% ของเงินที่หามาได้ เช่น รับเงินเดือน 10,000 ก็หักไว้เป็นเงินออมก่อนเลย 1,000 บาท การออมเงินแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีวินัยทางการเงินค่อนข้างดี

ออมเงินแบบบวก คือ ถ้าเราใช้เงินไปเท่าไหร่ ต้องเก็บเงินเพิ่มให้ได้ 10% ของเงินที่ใช้ไป เช่น ซื้อของ 1,000 บาท ก็ต้องออมเงินเพิ่ม 100 บาทไปพร้อมๆ กัน วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีนิสัยชอบจับจ่ายใช้สอย เพราะจะช่วยเตือนความจำให้เราเก็บเงินทุกครั้งไป

หากเราสามารถเอาชนะความอยากได้ คือ รู้จักประมาณในการบริโภค ย่อมสามารถกินดีอยู่ดี หรือรู้จักคำว่าพอดี ความพอดี ความเป็นสายกลางในกิจกรรมต่างๆ คงพออยู่ไปได้ในยุคนี้” รองประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารสังคม กล่าวทิ้งท้าย

ดังนั้น การใช้ชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้แปลว่าซื้อของแพงไม่ได้ แต่หมายถึงว่าเราต้อง “รู้จักตัวเอง” ว่า เมื่อจ่ายไปแล้วมีเงิน “เหลือพอ” ที่จะใช้ในชีวิตประจำวันด้วยหรือไม่นั่นเอง

 

เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content http://www.thaihealth.or.th

 

 

5 เทคนิคลดรายจ่ายใน ‘ยุคของแพง’

 

โดย gidanan ganghair | วันที่ 12 กันยายน 2556

ในยุคที่ข้าวของขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มนุษย์เงินเดือนไม่ได้ปรับเงินเดือนขึ้นตามทุกเดือน สิ่งที่จะปรับได้ก็คงเป็น “พฤติกรรม” ของเราๆ ท่านๆ นั่นเองเพื่อให้ชีวิตดำเนินไปต่อได้แบบไม่ลำบากมากนัก วันนี้เราจึงได้รวบรวม 5 ปรับเปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตประหยัดมากขึ้นมาฝากกัน จะมีสิ่งใดบ้างนั้น ติดตามได้เลยค่ะ

1. เป็นนัก “เปลี่ยน” ในยุคของแพง

หากคุณทำใจทนใช้โปรโมชันโทรศัพท์มือถือแบบเดิมๆ มานานหลายปี (แม้จะโทรติดๆ ดับๆ เน็ตเดี้ยงบ้างหลุดบ้าง) ลองเปลี่ยนค่ายดูบ้างก็ดีค่ะหาโปรโมชันใหม่ที่มันโดนใจไม่แพ้กัน แต่ราคาถูกกว่าจากค่ายคู่แข่ง แล้วยกเลิกค่ายเก่าไปเลย ยุคนี้ของถูกกว่าประหยัดเงินกว่าย่อมดีกว่าเสมอ

นอกจากนั้นแล้ว คุณอาจลองทำความรู้จักร้านแก๊สใหม่ๆ บ้าง ลองสั่งจากร้านใหม่บ้าง ไม่แน่ว่าร้านใหม่นี้อาจขายแก๊สให้คุณราคาถูกกว่าร้านเดิม แถมบริการดีกว่าด้วยก็ได้ ซาเล้งรับซื้อของเก่าก็เช่นกัน คุณควรทำความรู้จักเอาไว้หลายๆ เจ้า และหาเจ้าที่ดีที่สุด ไม่ควรปักใจไว้ที่เจ้าใดเจ้าหนึ่ง เพราะเขาอาจกดราคาเวลารับซื้อของจากคุณก็ได้

2. ลดรายจ่ายรายวัน

ข้อนี้ลดไม่ยากหากตั้งใจ ขอเพียงลองเปลี่ยนวิธีการไปทำงานดู จากเคยขึ้นรถไฟฟ้า ลองเปลี่ยนเป็นว่าถ้าตั้งใจตื่นเช้ากว่านี้สักหน่อย แล้วขึ้นรถเมลไปแทนจะสะดวกไม่แพ้กันไหม (แถมประหยัดกว่า และไม่ต้องเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้าให้เหนื่อยด้วย) หรือคนมีรถขับ ถ้าออกแต่เช้าอีกหน่อยก็อาจไม่ต้องผจญรถติด เสียเวลา เสียน้ำมัน ดีต่อสตางค์ในกระเป๋าเช่นกัน

นอกจากนั้น ในระหว่างวันก็สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ เช่นลองห่อข้าวไปกินที่ทำงาน (ส่วนมากกับข้าวที่ทำเองที่บ้านมักจะดีต่อสุขภาพมากกว่ากับข้าวที่ไปหาซื้อข้างออฟฟิศมากมาย แถมประหยัดเงินได้มากอยู่ค่ะ) หรือจะลองค้นดูว่า ชา กาแฟชนิดซองที่เก็บกลับมาจากโรงแรมต่างๆ ที่เคยไปพัก อยู่ที่ไหนน่าจะเอามาใช้บ้าง เช่นเอาไว้ชงดื่มที่ทำงานก็ได้ จะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินซื้อกาแฟเย็น – ชาเย็นแก้วละ 30 – 40 บาท

อีกนิสัยหนึ่งคือ การซื้อกับข้าวพร่ำเพรื่อเพราะเป็นไปได้ว่ากับข้าวบางอย่างซื้อมาอาจไม่ได้กิน แช่ตู้เย็นทิ้งไว้นานจนเน่าเสีย ลองเปลี่ยนเป็นจ่ายตลาดสัปดาห์ละหนวางแผนให้ชัดว่าจะทำเมนูใดบ้างก็น่าจะดีกว่า

3. ลดค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกาย

การลดค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกายไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องออกกำลังกาย แต่ให้ลองเปลี่ยนสถานที่ดู ยิ่งถ้าเคยเล่นฟิตเนสมาก่อน โดยมากแล้วจะทราบวิธีในการออกกำลังกายที่ได้ผลจากบรรดาเทรนเนอร์มาแล้ว ปีใหม่นี้ ไม่ต้องไปเสียเงินให้ฟิตเนสอีกก็ได้ค่ะ ลองเล่นเองที่บ้านดู ประหยัดทั้งเงินและเวลา เพราะลองคิดดูว่า จะไปเล่นฟิตเนสนั้น คุณต้องแต่งตัว เดินทางออกจากบ้าน เพื่อไปเล่น 1 – 2 ชั่วโมง แล้วก็ขับรถฝ่าการจราจรกลับบ้านอีก บางครั้งเสียเวลาเยอะกว่าเสียเหงื่ออีกค่ะ ตีแบดอยู่หน้าบ้านก็อาจสนุกกว่าก็ได้

4. ลดอบายมุข 

ลองเลิกบุหรี่ เลิกตั้งวงเหล้า หรือเลิกเล่นหวย เล่นการพนัน  แล้วเอาเงินที่เคยให้อบายมุขมาฝากธนาคารดูฝากลืมๆ ทุกเดือน ไม่ต้องไปสนใจบัญชีนี้ให้มาก ไม่แน่ว่าสิ้นปี 2556 กลับมาเปิดดูคุณอาจพบว่า นี่ล่ะ คือบัญชีสะสมทรัพย์ตัวจริงก็ได้

ท่านที่ติดอบายมุขเหล่านี้จนงอมแงมอาจมีข้ออ้างว่า เป็นคนชอบลุ้น (รวยเมื่อไรค่อยว่ากัน) ชอบสนุกสนานเฮฮา แต่ถ้าลองเก็บเงินไปสักปี มีเงินเก็บแบบไม่ต้องลุ้น ไม่ดีกว่าหรือคะ

5. วางแผนสำหรับการใช้เงินตลอดทั้งปีดีกว่า

นอกจากเก็บเงินเอาไว้สำหรับอนาคตแล้ว ในแต่ละปี คุณควรวางแผนการเก็บเงินสำหรับใช้จ่ายในแต่ละปีเอาไว้ด้วย เพราะจะทำให้ทราบว่าคุณต้องใช้เงินก้อนใด เมื่อไร พอทราบข้อมูลที่จำเป็นเหล่านี้แล้ว ก็จะทำให้การเงินของครอบครัวมั่นคงมากขึ้นค่ะ

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 16/09/2013 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: