AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

วิธีทำให้แม่สบายใจ

ผมได้อ่านบทความเกี่ยวกับ วิธีทำให้แม่สบายใจ  เขียนโดย คุณไมตรี ลิมปิชาติ จากหนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 24 ฉบับ 8 สิงหาคม 2543

ถึงแม้ว่าจะเป็นบทความที่เขียนมานานแล้ว แต่ผมเชื่อว่าหลังจากได้อ่านแล้วทุกคนก็คงไม่มีใครปฎิเสธว่าไม่ล้าสมัยและน่าจะนำไปปฏิบัติ ขอเริ่มเรื่องเลยนะครับ 

เมื่อปีที่แล้ว หญิงมีอายุระดับคุณยายคนหนึ่งได้ให้ สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเนื่องในวันแม่ว่า    

ลูกชายไม่ค่อยมาหา ลูกบอกว่าวันเสาร์อาทิตย์ไม่ค่อย จะว่างเพราะนัดเพื่อนเล่นกอล์ฟ”   

รายนี้บอกได้เลยว่าลูกชายให้ความสำคัญกับกีฬากอล์ฟ มากกว่าแม่ หรืออาจจะคิดว่าการนัดเล่นกอล์ฟกับเพื่อนๆรอไม่ได้ แต่แม่รอได้เพราะไปหาแม่เมื่อไร เวลาใด ไม่เคยไม่พบแม่ แม่จะรอลูกอยู่เสมอทุกวินาที
คุณยายอีกคนหนึ่งอยู่ที่บ้านพักคนชราบอกว่า  “ลูกๆ จะมาเยี่ยม ปีละครั้งบ้าง  2 ครั้งบ้าง ไม่เป็นไรหรอก เพราะลูกอยู่ไกลและต้องทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว”   

รายนี้บอกได้เลยว่า คนที่เกิดเป็นแม่พร้อมที่จะให้อภัยลูกได้เสมอแม้บางปีลูกไม่มาเยี่ยมแม่เลย แทนที่แม่จะโกรธแต่กลับเป็นห่วงลูก กลัวว่าลูกต้องมีปัญหาแน่ๆ มิเช่นนั้นจะต้องมาหาแม่

ลูกบางคนแม่ส่งเงินให้เล่าเรียน จนมีความรู้และมีอาชีพ แต่พอได้เงินเดือนไม่เคยส่งเงินให้แม่ใช้ โดยให้เหตุผลกับแม่ว่า เงินเดือนไม่พอจ่ายเพราะเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ เงินเดือนยังน้อย 
หลังจากนั้นเมื่อมีเงินเดือนมากขึ้นก็ไม่ได้ส่งเงินให้แม่อีกนั่นแหละโดยให้เหตุผลว่า จะต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน     แม่ก็ไม่ว่า ขอให้ลูกมีบ้านและมีรถใช้จะได้สบายไม่ต้องลำบากเหมือนแม่ที่ต้องโหนรถเมล์ มาเกือบตลอดชีวิต พอลูกมีบ้าน ก็ไม่ได้ส่งเงินให้แม่ตามเคย โดยอ้างว่าต้องมีภาระส่งลูกเรียนหนังสือ    
ข้าราชการบางคนอุตส่าห์ซื้อของดีๆ ให้เจ้านายในวันปีใหม่   แต่…ไม่ซื้ออะไรให้แม่สักชิ้นเดียวโดยคิดว่า ยังไงๆ แม่ก็คือแม่ซึ่งต้องรักลูกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประจบก็ได้ 

….ตรงข้ามกับที่เล่ามาแล้วข้างต้น ผมเคยซึ้งใจกับคนบางคนที่คิดถึงแม่บ่อยมากโดยเฉพาะตอนวีนเกิด เขาพูดกับผมเองว่าคนเรานี้ก็แปลกพอถึงวันเกิดของตัวเอง แทนที่จะคิดถึงแม่ว่า เป็นวันที่แม่ต้องเจ็บปวดคลอดเราออกมา ยิ่งในสมัยก่อนที่การแพทย์ไม่ทันสมัย วันเกิดของลูกเปรียบเสมือนเป็นวันที่แม่ต้องเสี่ยงชีวิตมากที่สุดเรียกได้ว่าขาหนึ่งอยู่ในโลงอีกขาอยู่นอกโลง แต่สำหรับบางคนวันเกิดของตนกลับไปเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับตัวเอง ที่ถูกต้องน่าจะไปกราบที่ตักแม่ ขอบคุณแม่ที่เกิดเราออกมา

อีกรายหนึ่งเป็นแค่คนใช้ ได้เงินเดือนไม่มากแต่อุตส่าห์ส่งเงินให้แม่ทุกเดือน น้ำใจของเธอจึงยิ่งใหญ่กว่าคนที่เรียนจบดอกเตอร์ แต่…ไม่เคยให้เงินแม่ใช้     และพอใกล้วันสงกรานต์ คนใช้จะลางานกลับบ้านเพื่อซื้อของไปกราบแม่ 

ผมชอบไปนวดแผนโบราณที่สถานสงเคราะห์คนตาบอดที่เมืองนนท์ หมอนวดคนหนึ่งบอกว่า พอเขาได้เงินครั้งแรกจากการนวด เขาได้ไปตลาดปากเกร็ด นนทบุรี เพื่อหาซื้อปลาทูตัวใหญ่ๆ ส่งไปให้แม่ที่อยู่เชียงราย   ที่ซื้อปลาทูก็เพราะรู้ว่าแม่ชอบกิน   เมื่อผมถามว่า ที่เชียงรายไม่มีปลาทูขายหรือ เขาตอบว่า มีขายแต่จะมีแต่ปลาทูตัวเล็กไม่ใหญ่เหมือนที่ตลาดปากเกร็ด แม้คนพิการตาบอดก็ยังนึกถึงแม่ แล้วคนตาดีล่ะ 

ไม่น่าเชื่อว่า ส่วนใหญ่แม่ 1 คน สามารถเลี้ยงลูกได้ตั้งหลายคน แต่ลูกหลายคนไม่สามารถเลี้ยงแม่เพียงคนเดียวได้

ไม่มีใครรู้ได้ว่า แม่รักลูกมากแค่ไหน จะรู้ก็ต่อเมื่อคนๆ นั้นมีลูกเองบ้าง

ทุกคนเกิดมาต้องมีแม่ เพราะถ้าไม่มีแม่ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดมาได้อย่างไร แน่นอนเมื่อมีแม่ ก็ต้องมีพ่อ เพราะถ้ามีแม่คนเดียวจะมีลูกไม่ได้ยกเว้นทำการผสมเทียม

คนเราเกิดมาจะมีแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น ยกเว้นแม่ยาย ซึ่งอาจจะมีแม่ยายกี่คนก็ได้  มีผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับชีวิตรายหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนามแนะนำว่า 

เมื่อรู้ว่าแม่รักลูก ลูกที่ดีจะต้องสนองตอบด้วยการทำให้แม่สบายใจ 

การทำให้แม่สบายใจไม่ยากเลย คือ ต้องให้ความสนใจ   อย่าปล่อยให้แม่รู้ตัวเหมือนอยู่คนเดียว ไร้ค่า ไม่มีลูกหลานคอยห่วง 

  1. แม่ชอบกินอะไรก็ซื้อให้แม่กิน ส่วนใหญ่คนแก่ชอบกินทุเรียนก็ควรซื้อให้แม่กิน ถึงแม้กินทุเรียนมากๆ ไม่ดีเพราะอาจทำให้ความดันขึ้น หรือเป็นอันตรายกับโรคเบาหวาน แต่ก็ต้องซื้อให้แม่ เพียงแต่คอยควบคุมไม่ให้แม่กินมากเกินไป    การที่มีลูกคอยห้าม คอยระวังในเรื่องอาหารการกินของแม่ จะทำให้หัวใจลึกๆ ของแม่ชื่นใจที่ลูกเป็นห่วง
  2. ตามปกติคนคราวแม่จะต้องกินยาทั้งก่อนอาหารและหลังอาหาร คนเป็นลูกจึงควรจัดยาให้แม่ แล้วคอยเตือนให้แม่ได้กินยาตามที่หมอสั่ง 
  3. ถ้าแม่ไม่สบายถึงแม้จะเป็นแค่ป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็ให้พาไปหาหมอ   อย่า…บอกแม่ว่า แม่ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องไปหาหมอก็ได้ แค่กินยาก็หาย
  4. คนที่มีอายุจะปวดเมื่อยบ่อยมาก จึงควรจัดหาหมอนวดโบราณมานวดให้แม่บ้าง หรือจะนวดให้แม่เองได้ก็ยิ่งดี 
  5. ต้องยอมรับความจริงว่าคนเป็นแม่อยู่ในโลกนี้มานานจึงมีประสบการณ์มาก เวลาเห็นลูกหลานทำอะไรขัดตาก็จะสอน บางครั้งไม่สอนก็จะบ่น บ่นเรื่องโน้นเรื่องนี้ การถูกแม่บ่น คนเป็นลูกอย่าเบื่อ อย่าโกรธเพราะนั่นเป็นธรรมดาของคนสูงอายุ หากเราแก่เหมือนแม่อาจชอบบ่นมากกว่าแม่ก็ได้ 
  6. ถ้าแม่ชอบทำงานบ้านก็ต้องปล่อยให้แม่ทำ อย่าห้าม เพียงแต่บอกว่าที่ยอมให้แม่ทำงานบ้าน ก็เพราะต้องการให้แม่ออกกำลังกาย ฉะนั้นถ้าเหนื่อยก็ให้พัก หรือวันไหนแม่ไม่อยากหยิบฉวยอะไรในบ้าน ก็ไม่ต้องไปว่าแม่
  7. คนแก่มักจะชอบเก็บโน่นเก็บนี่ ดูทุกสิ่งทุกอย่างมีค่าไปหมด แม้ขวดพลาสติกหรือขวดแก้วใบเล็กๆ ก็จะเก็บไม่ยอมทิ้ง   คนเป็นลูกต้องรู้ถึงนิสัยของคนแก่ จึงไม่ควรไปห้าม ถ้ากลัวว่าบ้านจะรกด้วยสมบัติสัมภารกที่ว่า ก็ให้จัดทำที่เก็บของให้แม่ แม่จะเก็บอะไรก็ปล่อยให้แม่เก็บไว้รอให้แม่ตายไปจากโลกเสียก่อน จึงค่อยเก็บสมบัติของแม่เหล่านี้ทิ้ง
  8. ถ้าแม่ชอบซื้อลอตเตอรีก็ไม่ต้องไปห้ามเช่นกัน เพราะเป็นความหวังของคนแก่ที่ไม่มีรายได้ แม่มักจะหวังว่า ถ้าถูกลอตเตอรีก็จะได้เงินมาแจกลูกหลานเป็นความสุขของแม่    ว่าไปแล้ว คนแก่ที่ชอบซื้อลอตเตอรี ยังดีกว่าไม่ชอบซื้อเพราะจะสร้างความหวังให้คนที่ไม่มีรายได้ ให้เกิดมีความหวังทุกๆ เดือน ครึ่งเดือน ทำให้อายุยืนอย่างน้อยๆ ถ้าจะตายก็จะไม่ตายขอรอวันลอตเตอรีออก เพื่อตรวจรางวัลให้รู้ผลเสียก่อน
  9. ที่สำคัญก็คือ อย่าปล่อยให้แม่อยู่คนเดียว ชวนแม่นั่งดูทีวีกับลูกหลาน แม้ตอนกินข้าวก็ควรให้แม่กินพร้อมๆ กับลูกและหลานแม่จะได้ไม่เหงา
  10. แม้แม่จะเป็นคนแก่ แต่ความเป็นผู้หญิงก็ต้องรักสวยรักงาม คนเป็นลูกจึงควรดูแลเรื่องเสื้อผ้า จัดหาซื้อเสื้อผ้าให้แม่ในเวลาที่เหมาะสมเช่นในวันแม่ วันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ ฯลฯ
  11. คนทุกคนจะเบื่อถ้าต้องอยู่บ้านทุกวันจำเจ บางวันเบื่อบ้านไม่พอยังเบื่อตัวเองด้วย  เมื่อลูกรู้ความจริงอย่างนี้จึงควรพาแม่ออกจากบ้านไปเปิดหูเปิดตาบ้าง เช่นไปที่ศูนย์การค้าหรือพักผ่อนชายทะเล  ผมเคยเห็นลูกบางคนพาแม่ไปเที่ยวที่ศูนย์การค้า ทั้งๆ ที่นั่งรถเข็น เห็นแล้วน่ารัก
  12. แม่ต้องมีเพื่อนสนิทซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน จึงควรปล่อยโอกาสให้แม่ได้พบกับเพื่อนสนิทบ้าง บางครั้งถ้าเป็นได้ควรพาแม่ไปส่งบ้านเพื่อนหรือไม่ก็รับเพื่อนมาคุยกับแม่ที่บ้าน
  13. ถ้าแม่มีลูกหลายคน ลูกๆ จะต้องสามัคคีกันให้แม่เห็น หรือถ้าจะทะเลาะกันบ้างก็ไม่ควรให้แม่รู้ แม่จะมีความสุขมากถ้าลูกๆ รักกัน
  14. หากลูกกับแม่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ลูกควรไปเยี่ยมแม่ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้หรืออย่างน้อยๆ ก็โทรศัพท์ไปคุยกับแม่บ้าง 
  15. ถึงแม้แม่ไม่เดือดร้อนเรื่องการเงิน แต่ก็ควรส่งเงินให้แม่ทุกเดือนตามกำลังที่มี

ที่ว่ามาทั้งหมดข้างต้น หมายถึงแม่ที่มีฐานะธรรมดาๆ หากเป็นเศรษฐี ลูกส่วนใหญ่ก็จะเอาอกเอาใจแม่ โดยไม่ต้องแนะนำอะไรเลย เพราะถ้าขืนไม่เอาใจ ลูกคนนั้นอาจไม่ได้รับมรดกก้ได้ 

โดยธรรมชาติแล้ว ไม่ได้มีแต่แม่เท่านั้นที่รักลูก ลูกทุกคนก็รักแม่ เพียงแต่การแสดงออกในความรักไม่เหมือนกันเท่านั้น ลูกบางคนรักแม่ แต่อาจจะทำงานเพลิน หรือพอมีภาระต้องเลี้ยงลูกตัวเองจึงลืมดูแลแม่ ใครไม่รู้พูดไว้อย่างน่าคิดว่า ถ้าเราลืมแม่ อีกหน่อยลูกก็จะลืมเรา 

ฉะนั้น….หากแม่คนใดที่ต้องการให้ลูกนึกถึงก็ต้องไม่ลืมแม่ของตัวเอง ผมเขียนถึงเรื่องแม่ แล้วทำให้นึกถึงแม่ ถูกแล้ว ผมก็มีแม่เหมือนกัน แม่ของผมอยู่กับน้องสาวที่ต่างจังหวัด ผมไปกราบแม่ทุกปีและทุกครั้งที่กลับบ้านที่เมืองคอน  บางครั้งผมไม่ต้องไปกราบแม่แต่แม่ก็เดินทางเข้ากรุงเทพมาให้ลูกๆ ได้กราบแม่แทน

แม้ผมซึ่งเป็นได้แต่พ่อก็ชื่นใจครับ ถ้าเห็นลูกๆ ให้ความรักกับแม่

ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=736643393028311&set=a.688006757891975.1073741849.100000479716751&type=1

 

เรื่องเล่า จาก บ้านพักคนชรา 

เรื่องที่ 1

       แม่เฒ่ามีลูกชายสองคนและหญิงหนึ่งคน 60 ปีที่ผ่านมาครอบครัวแม่เฒ่าจัดอยู่ในระดับผู้มีอันจะกินของจังหวัด สามีของแม่เฒ่ามีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ก่อร้างสร้างตัวจากกรรมกรกินค่าแรงรายวัน โดยแม่เฒ่ารับจ้างทอผ้า อยู่ในโรงงงานแห่งหนึ่ง อดออมสะสมจนฐานะดีขึ้น สามารถสร้างหลักฐานจนมีที่ดินบ้านช่องสมฐานะ แต่สามีก็ยังทำงานหนักไม่ยอมพักหวังจะฟูมฟักลูก 3 คน ให้อยู่อุ่นกินอิ่มโดยไม่ต้องลำบาก ช่วงนั้นแม่เฒ่า เลิกท้อผ้าแล้วอยู่บ้านเลี้ยงลูก 3 คนที่อยู่ในวัยซวนไล่เรียงตามลำดับ เช้าวันหนึ่งเมื่อลูกชายคนโตอายุได้ 6 ขวบ สามีของแม่เฒ่าก็หลับไปไม่ตื่นมาร่ำลา หมอที่โรงพยาบาลบอกว่าสามีตับแข็งตายทั้ง ๆ ที่ไม่เคยแตะเหล้าซักหยด แม่เฒ่าเปลี่ยนสภาพบ้านพักเปิดเป็นร้านค้าโชห่วยขายของ สารพัดชนิดอดทนอดออมเลี้ยงลูกทั้ง 3 คน ให้ร่ำเรียนจนจบปริญญา ครอบครัวอบอุ่นพี่น้องรักใคร่กันดี ไม่มีเค้าลางว่าจะแตกหัก ดั่งหนึ่งคนละสายเลือด
ลูกชายคนโตแต่งงานไปกับลูกสาวเจ้าของร้านขายทองในตลาด ในชีวิตของแม่เฒ่าไม่เคยมีความสุขครั้งไหน เหมือนวันที่ลูกชายแต่งงาน สมบัติที่มีแม่เฒ่าจัดแบ่งเป็นสามส่วนให้ลูกชายคนโต เปิดร้านขายทองตามที่สะใภ้ต้องการ ปีต่อมาลูกคนที่สองแต่งสาวเข้าบ้านอีกคน แม่เฒ่ายกบ้านและที่ดินที่เปิดร้านขายของสองคูหาสามชั้นให้เป็นสมบัติของลูก ด้วยความยินดีโดยที่แม่เฒ่าขอสิทธิ์แค่อยู่อาศัย
     สองปีถัดมาลูกสาวคนสุดท้องแต่งกับข้าราชการระดับหัวหน้ากองในจังหวัด แม่เฒ่ายกที่ดินและเงินสดก้อนสุดท้ายของแม่เฒ่า รับขวัญลูกเขยด้วยความปรีดา สัตว์โลกทั้งหลายล้วนเวียนว่ายก่อเกิดเพื่อมาชดใช้กรรมเก่า สะใภ้คนที่สองเริ่มจุดประกายแห่งการแตกหัก ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านไม่เคยแม้แต่เสียบปลั๊กหม้อหุงข้าว แม่เฒ่ากลายเป็นทาสในเรือนซักผ้าทำกับข้าว จัดสำรับคับค้อนตั้งโต๊ะคอยท่าสองผัวเมียกินก่อนจนอิ่ม แม่เฒ่าจึงมีโอกาสได้กินของเหลือก่อนจะ เก็บกวาดถ้วยชามไปล้าง กวาดเช็ดบ้านช่องเรียบร้อยแล้วจึงได้พักผ่อนด้วยการ เดินออกไปคุยกับเพื่อนบ้าน
ในวัยไล่เลี่ยกัน สะใภ้สองเข้มงวดแม้แต่ของสดทุกชนิดที่ซื้อมาทำกับข้าว ต้องถามราคาแล้วยกไปชั่งน้ำหนักราคาสินค้ากับเงินทอน ที่เหลือต้องตรงกับเงินที่ให้ไปตลาด แต่แม่เฒ่าก็ไม่เคยเก็บมาเป็นอารมณ์ แล้ววันหนึ่งสะใภ้สองก็จัดระเบียบการกินใหม่หล่อนไปสั่งผูกปิ่นโต เพื่อกินกันแค่สองผัวเมียแล้วสั่งให้ผัว จ่ายเงินให้แม่เฒ่าแค่วันล่ะยี่สิบบาท ไปหากินเอาเองด้วยเหตุผลโง่ ๆ คือต้องการประหยัด แต่ลึก ๆในใจไม่ต้องการให้แม่ผัวเม้นส่วนเกิน แม่เฒ่าคิดเอาเองว่าลูก ๆ คงไม่อยากให้แม่เหนื่อย จึงน้อมรับประกาศิตลูกสะใภ้ด้วยดุษฏี สองสามวันต่อมาแม่เฒ่าก็ลืมสิ้นเพราะความรักลูกหลายครั้งที่แม่เฒ่าคิดถึงลูกชายคนโตที่เปิดร้านขายทองในตลาด แม่เฒ่าจะเจียดเงินที่เก็บออมไว้ซื้อผลไม้ที่ลูกชอบติดมือไปด้วย แต่ทุกครั้งที่แม่เฒ่าเดินเข้าไปในบ้านสะใภ้ใหญ่จะมองอย่างเหยียด ๆแล้วเดินหนีเข้าห้องแอร์ปิดประตูนอนดูโทรทัศน์ สั่งคนใช้ให้คอยสอดส่องเดินตามแม่เฒ่าเธอกลัวแม่ผัวขโมยของในบ้าน จะคุยกับลูกชายนั่นก็ออกอาการไม่ว่างถามคำตอบคำเหมือนหนามตำโดนโคนลิ้นจนอ้า ปากลำบากลำบน อึดอัดแม่เกรงใจเมีย แกล้งถอดสร้อยคอทองคำเส้นโตที่ห้อยแขวนพระเครื่องราคาแพงในกรอบทองฝังเพชร พวงใหญ่ ขึ้นมาส่องทีละองค์ด้วยความเลื่อมใสและไม่แม้แต่จะชายตามองแม่เฒ่าที่นั่ง ซึมอยู่ข้างตู้ทองอย่างเดียวดาย เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักใหญ่ก็เดินออกจากบ้านลูกชายคนโตอย่างเหงา ๆ โดยมีคนใช้ของลูกหิ้วถุงผลไม้ตามมายัดคืนใส่มือระหว่างทางก็แวะทักทายคนรู้จักเพื่อรักษามารยาท แต่ในใจของแม่เฒ่ามันวังเวงจนจำไม่ได้ว่าพูดคุยกับใครไปบ้างระหว่างทาง ลูกสาวคนเล็กที่แม่เฒ่าทั้งรักทั้งหวงนั่นแทบไม่ต้องพูดถึง เธอยื่นคำขาดกับแม่เฒ่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเยี่ยม ว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปหาเพราะบ้านเธอมีแขก ที่เป็นลูกน้องของผัวและพ่อค้าวานิช เข้าพบผัวของเธอเพื่อขออำนวยความสะดวกในทางธุรกิจบ่อย ๆ และผัวของหล่อนก็ค่อนข้างเจ้ายศเจ้าอย่างถ้าแม่เฒ่ารักลูกก็ควรจะต้องรักษา เกียรติรักษาหน้าตาของผัวลูกด้วย แม่เฒ่าไม่เข้าใจว่าการรักษาหน้าตาของลูกเขยนั้นต้องทำอย่างไร  แม่เฒ่ายังเคยปลื้มกับคำชมของเพื่อนบ้าน เขาว่าแม่เฒ่าวาสนาดีลูกเขยเป็นเจ้าคนนายคน แม่เฒ่าก็ได้แต่แอบปลื้มทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมการเป็นเจ้าคนนายคน จึงเหมือนกำแพงชนชั้นปิดกั้นระหว่างความเป็นแม่ลูก จนหนักหนาสาหัสขนาดนั้น

ร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์ โผล่ขึ้นมารายรอบร้านค้าของลูกชายคนที่สอง
กระทบธุรกิจของสองผัวเมียจนทรวดเซ ของขายไม่ได้มากเหมือนเก่า ที่เอาอะไรมาวางก็ขายหมด
ปัญหา และวิกฤติการเงินในบ้านส่งสัญญาณถึงขาลง สองผัวเมียเริ่มมีงกันบ่อยครั้ง และแทบทุกครั้ง ลูกสะใภ้ก็จะฉวยโอกาสด่ากระทบแม่ผัวเป็นของแถมโดยไม่มีเหตุผลโดยที่ลูกชายก็ ไม่ออกอาการปกป้องแม่เฒ่า
แต่อย่างใด…

12 มิถุนายน 2530 ประมาณ 3 ทุ่มของคืนโลกาวินาศ ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยพยับเมฆสลับกับเสียงฟ้าร้องดังกึกก้องเป็นระยะ ๆ ครู่ใหญ่ ๆ ต่อมาสายฝนจึงโปรยปรายชุ่มฉ่ำน้ำนองไปทั่วเมือง ลูกชายลูกสะใภ้ออกไปกินข้าวนอกบ้าน ยังไม่กลับปล่อยแม่เฒ่าเฝ้าร้านค้าคนเดียว แม่เฒ่าจำได้ว่าวัยรุ่นสองคนขี่รถเครื่องฝ่าสายฝนมาจอดหน้าร้าน ขอซื้อเบียร์หนึ่งขวด แม่เฒ่ารับเงินแล้วเดินเข้าไปเก็บในลิ้นชักโดยไม่ระแวงว่า สองวัยรุ่นแอบยกลังใส่บุหรี่ที่ลูกชายสั่งมายังไม่แกะกล่อง ช่วยกันแบกขึ้นรถขี่หายไปกับความมืด

ก่อนสี่ทุ่มเล็กน้อยสองผัวเมียจึงขับรถกลับเข้าถึงบ้าน ช่วยกันเก็บของเข้าร้าน วางของทุกชิ้นเข้าที่ ๆ เคยวางเมื่อไม่เห็นลังบุหรี่จึงหันไปตะโกนถามแม่เฒ่า ที่กำลังจุดธูปไหว้รูปสามีบนหิ้ง เพียงคำตอบที่ แม่เฒ่าตอบว่าไม่เห็นก่อนปักธูปลงกระถางเสียงสบถด้วยคำหยาบของลูกชายก็ดัง สวนสนั่นบ้าน ครู่เดียวทั้งลูกสะใภ้กับลูกชาย ก็สลับปากจิกหัวด่าแม่ กึกก้องประสานเสียงกับสายลมนอกบ้าน ก่อนที่ทั้งคู่จะขับรถไปโรงพักแจ้งจับแม่ลักทรัพย์

ตำรวจพาแม่เฒ่าไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะร้อยเวร แม่เฒ่าให้การไม่รู้ด้วยซื่อบริสุทธิ์ โดยไม่ตัดพ้อต่อว่าลูกชาย แม้แต่คำเดียว กว่าชั่วโมงในห้องแอร์เย็นเฉียบ แต่ในอกในใจของร้อยเวรหนุ่มร้อนรุ่มเหมือนถูก ไฟนรกแผดเผา ที่ต้องวิงวอนสองผัวเมียให้เห็นบาปบุญคุณโทษ แต่สองผัวเมียกลับโยนภาระตอกย้ำ ให้ตำรวจอบรมแม่เฒ่า ก่อนที่จะสะบัดก้นกลับไปบ้าน โดยไม่ใส่ใจแม่เฒ่าที่เปียกฝนนั่งสั่นสะท้าน ด้วยความหนาวเหน็บ สายฝนยงสาดซัดกระหน่ำหนักเหมือนฟ้าแตก ตำรวจยศนายดาบขับรถร้อยเวร มาส่งแม่เฒ่าที่บ้านบ้านซึ่งประตูเหล็กถูกปิดสนิท

     แม่เฒ่าลงจากรถเดินฝ่าฝนถึงหน้าบ้าน แล้วแม่เฒ่าก็ตกใจสุดขีดกับภาพเบื้องหน้าที่พื้นหน้าบ้าน เสื้อผ้าเก่า ๆ ยัดแน่นอยู่ในถุง ถูกโยนออกมากองเรี่ยราดเหมือนขยะ บนกองเสื้อผ้าของแม่เฒ่า กระถางธูปและรูปถ่ายของสามีแตกกระจายเกลื่อนกราด หยาดฝนสาดซัดรูปถ่ายขาวดำของสามีจนเปียกปอนขาดวิ่น แม่เฒ่าก้มลงหยิบรูปของสามีมากอดแนบอก น้ำตาแห่งความรันทดทะลักล้นปนน้ำฝน ปวดร้าวเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้ากลางใจ แม่เฒ่ากอดรูปนั้นไว้เหมือนจะปกป้องจากสายฝนสุดชีวิต สองเท้าออกก้าวช้า ๆ เหมือนร่างไร้วิญญาณเข้าตลาดไปหยุดนิ่งอยู่หน้าร้านขาย ทองของลูกชายคนโตเหมือนเป็นการบอกลาแล้วลัดเลาะฝ่าความมืดและสายฝน ไปยืนอยู่หน้าบ้านลูกสาวคนเล็กเก็บภาพแห่งความรักความทรงจำสุดท้ายเป็นครู่ ใหญ่ จึงเดินจากไปท่ามกลางเสียงกึกก้องของฟ้าร้องระงม สลับกับเสียงฟ้าผ่าแน่นหนักเป็นระยะ ดั่งเจ้ากรรมนายเวรกำลังเร่งรีบกรีดนิ้วกัปนาทบรรเลงเพลงกรรมในอดีตชาติ ติดตามมาทวงคืนให้แม่เฒ่าต้องชดใช้อย่างบอบช้ำยับเยินรถกระบะเก่า ๆ คันนั้นวิ่งฝ่าสายฝนมาจอดสงบนิ่งอยู่หน้ากุฏิพระของสมภารเจ้าวัดตอนตีสามเศษ ๆ คนขับรถพบแม่เฒ่าเดินโซซัดโซเซอยู่ข้างถนนเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย ด้วยใจเมตตา เมื่อแม่เฒ่าต้องการมาที่นี่ จึงขับรถมาส่งด้วยความสังเวช แม่เฒ่ามักคุ้นกับสมภารวัดนี้มานานแล้วตั้งแต่เจ้า อาวาสองค์เก่ายังอยู่ แล้วนาทีสุดท้ายของการตัดสินใจครั้งใหญ่ของชีวิต จึงไม่มีที่ไหนอบอุ่นให้พึ่งพิง เหมือนร่มเงาฉัตรแก้ว กงธรรมแห่งรัตนทั้งสาม  ฟ้าเริ่มขมุกมัวใกล้ค่ำลงทุกขณะ ผมจำเป็นต้องบอกลาท่านสมภารและแม่เฒ่าเจ้าของเรื่องราวน่าสลด นับแต่นาทีแรกที่แม่เฒ่ามาถึงที่นี่จนวันนี้ แม่เฒ่าไม่เคยออกไปนอกวัดเหมือนๆ กับทีทรพีทั้งสามคนก็ ไม่เคยออกติดตามถามหา จะรู้หรือไม่ก็แล้วแต่ว่าแม่ซมซานมาอยู่วัด แต่ก็ไม่เคยปรากฏแม้แต่เงาของสามเนรคุณ  ผมลากลับออกมาทั้งที่น้ำตานองหน้า


และนี่คือประโยคสุดท้ายที่แม่เฒ่าเอ่ยก่อนผมลากลับ.. 
“แม่ จำลูกได้ทุกอย่างตั้งแต่เกิดจนโต จะทุกข์จะสุขก็คือลูกของแม่ แม่ให้โดยไม่เคยวาดหวังจะได้จากลูกทุกคน เป็นการตอบแทน ลูกเอ๋ย…เมื่อลูกยังเป็นทารกทุกครั้งที่แนบอกดูดดื่มน้ำนมจากเต้า สองมือน้อย ๆ ของเจ้าไขว่คว้าอยู่ไหว ๆ วันนี้แม่สิ้นแรงแทบสิ้นใจจะมีมือของลูกคนไหน เอื้อมมาปิดตาให้แม่ก่อนสิ้นลม…..” 
ที่มา http://www.dek-d.com/board/view/2110964/

เรื่องที่ 2

อีกมุมหนึ่งของสังคม ซึ่งผู้เป็นแม่ได้ถูกทอดทิ้งให้เดียวดาย อยู่กับเพื่อนวัยเดียวกันในสถานสงเคราะห์ โดยลูกบางคนไม่เคยมาเหลียวแล และไม่เคยรับรู้ว่า แม่..ยังคงเป็นห่วงลูกมากแค่ไหนที่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์วัดม่วง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีคนชราเฉพาะผู้หญิงพักอยู่ทั้งหมด 107 คน มีอายุตั้งแต่ 60-95 ปี และในจำนวนนี้มีคุณยายเฉลิมศรี กลีบบัว อายุ 65 ปีพักอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราดังกล่าวด้วย

คุณยายเฉลิมศรีเล่าว่า บ้านเดิมอยู่ จ.อ่างทอง และมีบุตรชาย 2 คน ส่วนสามีได้แยกทางกัน ที่ตัดสินใจออกจากบ้านมา เนื่องจากลูก ๆ ไม่ค่อยมีเวลาดูแล เพราะลูกคนโตมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ส่วนลูกคนเล็กก็ออกจากบ้านไปหางานทำ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบหน้าลูกชายคนเล็กเป็นเวลา 3 ปีมาแล้ว

ตลอดระยะเวลาที่มาพักอาศัยอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ปี 2546 นาน ๆ ลูกชายคนโตจะมาเยี่ยมสักครั้ง อยู่ที่นี่ก็รู้สึกเหงา แต่ก็ไม่อยากกลับไปบ้าน เพราะจะเป็นการรบกวนและเพิ่มภาระให้กับลูก ๆ แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากที่สุดคือ ลูกชายคนเล็กที่ชื่อ นาย อภิชาติ อินทรสุข อายุ 35 ปี ซึ่งตนไม่ได้พบหน้ามานาน และคิดถึงเขามาก หากเขาทราบว่าแม่มาอยู่ที่นี่ ก็ให้ปลีกเวลามาหาแม่บ้าง แม่ไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแต่อยากเห็นหน้าลูกและอยากรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน สบายดีหรือไม่ แม่ก็พอใจแล้ว…

นี่เป็นเพียงความต้องการจากใจของคุณแม่คนหนึ่ง ที่เพียงแค่ได้พบลูกบ้างก็พอแล้ว แต่ยังมีคุณแม่อีกหลาย ๆ คน ไม่มีโอกาสออกมาเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ให้ลูก ๆ ได้รับรู้…

เรื่องที่ 3สลดแม่เฒ่าวัย 85 ปี ถูกทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟหลังสวนอดข้าวน้ำนาน 4 วัน 

สลดแม่เฒ่าวัย 85 ปี ถูกทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟหลังสวนอดข้าวน้ำนาน 4 วัน 

หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี ว่า พบหญิงชราถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวที่สถานีรถไฟหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร หลังรับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเพื่อให้การช่วยเหลือได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งดังกล่าว โดยที่บริเวณชานชาลาของสถานีรถไฟหลังสวน พบหญิงชราผมขาวโพลน ใส่เสื้อคอกระเช้าสีฟ้าไว้ใน แล้วใส่เสื้อแขนยาวคอกลมสีส้มทับ นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำเงิน สวมรองเท้าแตะ สภาพเนื้อตัวมอมแมมอิดโรย นั่งเหม่อลอยน้ำตาคลอเบ้าอยู่บนที่นั่งผู้โดยสารใกล้กับรางรถไฟ ข้างๆ มีถุงสัมภาระและไม้เท้าวางไว้ ในตัวไม่มีทรัพย์สินของมีค่า หรือเงินแม้แต่บาทเดียว เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯ หลังสวนได้ซื้อข้าวกล่องให้หญิงชราคนดังกล่าวรับประทาน หลังจากสอบถามทราบว่าไม่ได้ทานข้าวมาเป็นเวลา 4 วันแล้ว
       หลังจากนั้นได้ประสานไปยังศูนย์ประชาบดี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชุมพร เพื่อให้มาช่วยเหลือหญิงชราคนดังกล่าว ต่อมา ได้มี น.ส.พวงเพ็ญ ใจกว้าง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาช่วยเหลือ จากการสอบถามหญิงชราคนดังกล่าวเบื้องต้นทราบว่าชื่อ นางทองดี โพธิ์ศรี อายุ 85 ปี จำได้เพียงบ้านอยู่ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ได้เดินทางมากับสามี และลูกสาว ซึ่งมีอาชีพขายลูกโป่งตามงานวัด งานประจำปี และงานเทศกาลต่างๆ ก่อนหน้านี้ได้ไปขายลูกโป่งสวรรค์อยู่ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และเมื่อเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา จะมาขายลูกโป่ง อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงเดินทางมาทางรถไฟจาก จ.สุราษฎร์ธานี มาลงที่สถานีรถไฟหลังสวน
       แต่เนื่องจากตัวเองร่างกายไม่แข็งแรงเนื่องจากอายุมากแล้ว เวลาจะเดินต้องมีคนคอยพยุงตัว จึงเป็นภาระของสามีและลูกสาว ตนจึงถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังที่สถานีรถไฟหลังสวน โดยทั้ง 2 คนบอกว่าจะมาดูแลทุกวัน จนเวลาผ่านไป 4 วันก็ยังไม่เห็นหน้าใคร ตนต้องนั่งๆ นอนๆ รออยู่แถวสถานีรถไฟทุกวันโดยที่ไม่มีเงินติดตัว ต้องคอยหาเศษอาหารและขอชาวบ้านกับผู้โดยสารกินเพื่อประทั่งชีวิต อดบ้างกินบ้าง จนมีชาวบ้านที่พบเห็นเขาสงสารเข้ามาสอบถาม และแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นางทองดี กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยแจ้งประสานไปยังลูกของตนอีกคนซึ่งเป็นลูกสาวคนโต ปัจจุบันทราบว่าประกอบอาชีพ และมีครอบครัวอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ให้มารับตนไปอยู่อาศัยที่บ้านด้วย

       
ที่มาและ commentsl http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9560000044427
  • ผมเคยเจอยายแก่ขนาดนี้แหละ ที่รพงแห่งหนึ่งในกทม. แต่งตัวด้วยผ้าใหม่เรียบร้อย แกความจำเสื่อมพุดได้แต่ชื่อลูกสาวที่เป็นแม่ค้าขายของ...... สอบถามคนแถวนั้นก็บอกว่าไม่มีใครมาดูแล เห็นแกมาอยู่ตั้งแต่ก่อนรุ่ง ผมตรวจเสร็จแล้วก็แอบนั่งรอดูอยู่นานสองสามชั่วโมง นึกชั่งใจกับธุระตัวเองแล้วก็คิดว่า ถ้าทิ้งแกไป ผมคงต้องเสียใจไม่หายแน่.....ในที่สุดต้องหลอกนั่งคุยด้วยจนแกคุ้น.....พาไปกินข้าว ซึ่งแกก็จู้จี้พอสมควรตามประสาคนแก่ จนแม่ค้ายังหัวเราะ บอกว่าไม่คิดค่าข้าว.....หลอกแกไปโรงพักเพื่อไปแจ้งความและให้ตำรวจทำเอกสารส่งไปบ้านพักคนชรา......ซึ่งใช้เวลานานเพราะเคสเขาก็เยอะ...เผลอไปซื้ออะไรกินกลับมาแกเดินเทิ่งๆออกไปหน้าถนน....ต้องหลอกต้องล่อสารพัดกว่าแกจะยอมตามกลับมาโรงพัก ในที่สุดก็เรียกแท๊กซี่ไปส่งบ้านพักคนชราที่ปาดเกร็ด...ก็ร่วมเย็นละครับ    ที่โรงพัก มีคนเอาเงินมายัดใส่มือผม ขอช่วยค่ารถ(ซึ่งไม่จำเป็นเลย) แต่เขายืนยัน บางคนเอาแบงก์ห้าร้อยฝากไว้ให้ยายแกกินข้าว เอาไว้ใช้สอย ผมก็รับมาหมด มอบให้เจ้าหน้าที่เขาไป.....    ที่เล่าเพื่อจะบอกว่า เจ้าหน้าที่ท่ีรพ. เขาบอกแต่แรกๆเลยว่า....โดนทิ้งแล้วครับพี่....มีอย่างงี้ทุกวัน....ตามโรงพยาบาล ชอบมีคนเอาพ่อแก่ แม่แก เอาคนป่วยยังทิ้งได้ กุก็เลี้ยงเองวะ(ตามประสาที่ผมจะสามารถทำได้)
  • ไอ้ที่ลูกทิ้งแม่น่ะ ยังไงมันก็ผิด   แต่ผมยังเชื่อว่า...ถ้าพ่อ-แม่ เลี้ยงลูกดี สั่งสอนดี ทำตัวอย่างให้ลูกเห็นดีๆ   
    ลูกก็จะดี และก็ไม่น่าจะทำอย่างนี้หรอก
    ...ที่จะเล่าคือ ผมเห็นมาเยอะ และถ้าย้อนกลับไปจริงๆ
    คุณยายคนนี้ "อาจ" ทำอะไรอย่างนี้มาแล้วตอนที่ยังเป็นสาวๆ
  • ผลของกรรมที่เคยกระทำไว้...ลองตรวจเช็คประวัติของคุณยายดูให้ดีๆนะครับ ตอนที่แกยังเป็นสาว แกได้ดูแลพ่อแม่ ของแกดีหรือเปล่า เชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่บ้างมั๊ย ทำให้พ่อแม่ได้สบายใจหรือเปล่า และตอนนี้เวรกรรมก้ได้มาถึงแกแล้ว..ตอนนี้ลูกๆของคุณยายท่านนี้ อยู่ที่ไหน ถ้าไม่อยากให้เวรกรรม มาถึงตัวเองอีก ก็ให้รีบมารับคุณยายไปดูแล อย่าให้ท่านต้องลำบากอีกเลย เวรกรรมมันจะได้จบสิ้น..
  • อย่าเพิ่งไปว่าคนที่ทิ้งยายไว้เลย เรายังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับ พ่อ-ลูก ที่ไปตระเวนขายลูกโป่ง วันๆจะได้สักกี่บาท ไหนจะต้องเดินทางไปที่ต่างๆ อันตรายร้อยแปด ดีไม่ดี เขาอาจจะประสบอุบัติเหตุนอนอยู่รพ. ก็เป็นได้
  • แม่ผมอายุ 86 ยังแข็งแรงตัวบางเหมือนกระบอกไม้ไผ่ ผอมจริงๆ หลังโก่งเป็นคันธนู ทำงานทำนา ทำสวน เลี้ยงลูกมาสี่คนทั้งชีวิต ผมก็ทำงานต่างจังหวัด ฝากแม่ไว้กับพี่คนที่สาม เขาดูแลคุณแม่ดีมาก
  • แม่ชอบปลูกพริก ถากหญ้า ต้องมีงานให้ทำงั้นบ่นแหลกลาญ  พี่ชายเลยจัดโซนเล็กๆให้หนึ่งไร่ ร่มไม้ใบบังร่มสลัวๆดีมาก ปลูกมะเขือพริกฟักทองไป ไม่เคยได้ขายสักอย่าง พริกนกมากิน ฟักทองใครผ่านมาแกก็แจก มะเขือสูกคาต้น กระเพรามีเป็นทุ่งแก่คาต้นไม่มีใครเก็บ ผมไปหาทุกweekก็ให้เงินแม่ได้ชื่นใจ แกก็ไม่ได้ใช้นะไม่รุ้จะไปใช้อะไร อาหารมีกินทุกมื้อ ชวนไปนั่นนี่ ทำบุญไปเรื่อย
    เห็นรูปยายในข่าวนี้คิดถึงแม่ผมเลย แม่ผมสบายกว่ามาก มีบ้านอยู่สบาย อิ่มทุกมื้อ ง่วงก็นอนตากพัดลม ที่ร่มไม้ มีอะไรครบ แบบธรรมชาติหล่อเลี้ยง วันหนึ่งพาผมแม่ไปทำบุญ ผมก็สั่งแม่นั่งตรงนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด เพราะผมต้องเอาเงินที่แม่สั่งไปถวายพระบนศาลา แม่่ขึ้นไม่ไหว ผมกลับมาแม่บอกกี้นี้ มีคนให้ตังค์กรูมา 100 บาท ผมถามแม่ไปเอาทำไม เราก็มี แม่บอกนั่นคนนั้น ขับรถออกไป ผมมองเป็นรถเบนซ์ แม่บอกท่าทางเหมือนคุณนาย แก้วแหวนพราวเลย มาจอดที่หน้าวัด มองแม่อยู่พักหนึ่ง ก็ลงมาถามยายมากับใคร ทานอะไรหรือยัง แม่บอกทานแล้ว มากับลูกๆขึ้นไปบนศาลา คนนั้นทีแรกควักให้มา 50บาทก่อน เดินกลับไปหันมาอีกควักให้แม่อีก 50บาท บอกให้แม่ซื้อ้าวซื้อน้ำกิน เพราะแม่แต่งตัวแบบชาวสวน เรียบง่าย คนนั้นเลยสงสารนึกว่ายายลำบาก แม่เลยสั่งให้เอาเงิน 100บาท นี่ไปถวายค่าน้ำค่าไฟบนศาลา คนที่ให้ออกไปนั้นจะได้บุญกลับไป เห็น่าวนี้คิดถึงแม่ครับ บ่ายยนี้จะไปรดน้ำดำหัวแม่สักหน่อย แต่แม่ผมทันสมัยนะ แกตามข่าวฟังข่าว แกยังห่วงพวกเสื้อแดง บักเหลี่ยม อยู่นะ แกบ่นเรื่อยตายไป พวกนี้จะลงนรกขุมไหน แกคงสงสารของแกนั่นแหละ อยากให้กลับตัวเป็นคนดี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 29/09/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: