AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ตุ๊กติ๊ก ตุ๊บปอง — เด็ก..ปลายท่อของความทุกข์

“เด็ก..ปลายท่อของความทุกข์”

 

คุณครูที่น่ารักมาก ๆ ท่านหนึ่งเล่าเรื่องพร้อมปรึกษาว่า..
ที่โรงเรียนมีเด็กผู้ชายเรียนอยู่ชั้น ป.2 เป็นเด็กช่างพูดช่างเจรจา พูดไปได้เรื่อยๆ สารพัด ซุกซนตามวัย แต่มีนิสัยชอบหยิบของเพื่อนในห้องไปใช้(เฉยเลย) และเล่นกับเพื่อนแรงๆ   ครูประจำชั้นแก้ปัญหาด้วยการให้มานั่งใกล้ๆ และสอนเรื่องของๆ ใครๆ ก็รัก จะใช้ของใครต้องบอกเจ้าของก่อน แต่ก็ยังไม่ได้ผล

วันหนึ่ง..
เด็กไปหยิบของเล่นที่มาขายในโรงเรียน ตอนกลางวันเจ้าของร้านจับได้ แต่ตอนเย็นเด็กก็กลับไปเอามาอีก พอคุยด้วยเด็กปฏิเสธ แต่ในที่สุดเพื่อนบอกว่าเด็กเอามาให้..เด็กหยิบของนั้นไปแจกเพื่อน

วันต่อมา..ก่อนปิดภาคเรียน
ครูแจกนมให้เด็กนำกลับบ้านคนละหนึ่งแพ็ค ช่วงเลิกเรียน เด็กคนนี้เห็นกล่องนมวางอยู่ เดินไปหยิบของคนอื่นมาเขียนชื่อตัวเองบนกล่อง ทั้งที่ของตัวเองก็มี

ครูเชิญผู้ปกครองมาพบ แม่เล่าว่าพ่อของเด็กเสียชีวิตตอนเด็กอายุเพียง 5 ขวบ คุณย่าเอาไปเลี้ยง แล้วพาเข้าบ่อนด้วย..เลี้ยงในบ่อนซึ่งมีของใหัเด็กสามารถหยิบกินเองไดัตลอด จะเอาอะไรย่าก็ซื้อให้..ไม่ขัดใจ

เด็กใช้ชีวิตอยู่แบบนั้นปีกว่า จนแม่ได้ข่าว จึงไปรับกลับมาอยู่กับแม่ ทั้งๆ ที่แม่เองก็ไม่มีเวลาดูแลลูกมากนัก เพราะต้องทำงานกลับบ้านดึกทุกวัน เด็กเลิกเรียนตอนเย็น ต้องกลับบ้านไปอยู่กับแฟนใหม่ของแม่ ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง
ที่สำคัญ คือ..  เด็กคนนี้ฉลาด เข้าขั้นกะล่อน

เรื่องนี้..เด็กคือ “ปลายท่อของความทุกข์จริงๆ
แต่เด็กคนนี้เป็นปลายท่อซ้อนท่อ..ทุกข์ซ้อนทุกข์..เป็นทุกข์ที่สะสมในใจทีละน้อย ๆ จนเด็กไม่สามารถปัดป้องได้ 

เรื่องแรก.. นิสัยชอบหยิบของเพื่อนในห้องไปใช้
นักวิชาการยืนยันแล้วว่า ในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เมื่อเจอสถานการณ์ต่างๆ คนเราใช้จิตใต้สำนึกตัดสิน และลงมือกระทำถึง 95 % ใช้จิตสำนึกเพียง 5% เท่านั้น

ดังนั้นการที่เด็กถูกย่าเอาไปเลี้ยง แล้วพาเข้าบ่อนด้วย..เลี้ยงในบ่อนซึ่งมีของใหัเด็กสามารถหยิบกินเองไดัตลอด จะเอาอะไรย่าก็ซื้อให้..ไม่ขัดใจ สิ่งเหล่านี้ได้ฝังในจิตใต้สำนึกของเด็กที่ยังเล็ก และยังไม่มีวุฒิภาวะพอ เมื่อมาใช้ชีวิตในสังคมจึงประพฤติอย่างไม่ได้ระวัง “สำนึก”

เรื่องนี้น่าเห็นใจเด็กนะจ๊ะ..ส่วนเรื่องจะแก้พฤติกรรมนี้ได้ ครูต้องใช้เวลาและความอดทนโดยมีแม่ให้ความร่วมมืออย่างดี
ครูและแม่ต้องสอนเรื่องของใช้ส่วนตัวที่เป็นของเฉพาะแต่ละคนที่ไม่ใช้ปนเปกัน ของใช้ส่วนรวมในห้องเรียน ของใช้ส่วนตัวในบ้าน ของใช้ส่วนรวม และของสาธารณะ

ครูต้องยืนยันในการสอนให้เด็กรู้ว่า… สิ่งไหนเป็นของของตน สิ่งไหนเป็นของของเพื่อน สิ่งไหนเป็นของครู ใครจะไปหยิบไปจับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของไม่ได้ “เด็ดขาด” เพราะนั่นคือ การก้าวล่วงไปในความเป็นส่วนตัวของคนอื่น ถ้าต้องการยืมไปใช้ ต้องเอ่ยปากขอยืมจากเจ้าของเสียก่อน ถ้าเขาให้ยืมจึงจะนำไปได้

ในขณะเดียวกันครูต้องสอนให้เด็กแต่ละคนสร้างกติการะหว่างกันเอง ถ้าเพื่อนไม่ให้ยืมก็ต้องไม่เซ้าซี้ให้เพื่อนรำคาญใจ เพราะเพื่อนอาจมีเหตุผลส่วนตัวของเขาที่ไม่อาจบอกเราได้ ต้องเคารพสิทธิในการตัดสินใจของเพื่อนเป็นสำคัญ

ครูต้องยืนยันและพูดกับเด็กทุกครั้งที่เด็กหยิบของเพื่อนโดยไม่ขออนุญาต..  อย่าหน่ายที่จะพร่ำสอน   ต้องพูดด้วยท่าทางจริงจังทุกครั้ง..  ขอย้ำว่าต้องพูดทุกครั้งที่เด็กทำ พูดจนเด็กเข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของ และรู้ว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ สิ่งใดควรหยิบและไม่ควรหยิบ และเมื่อหยิบแล้วต้องทำอย่างไร

เรื่องครูแจกนม แล้วเด็กไปหยิบของคนอื่นมาเขียนชื่อตัวเองบนกล่อง ทั้งที่ของตัวเองก็มี
เรื่องนี้เด็กได้ชี้ช่องทางในการจัดการไว้ให้แล้ว..

ถ้าครูต้องการช่วยเด็กในการเปลี่ยนพฤติกรรม ..ต่อไปนี้ จะแจกอะไรเด็กก็ตามให้ครูเขียนชื่อเด็กแต่ละคนไว้เลย จะได้ไม่เกิดปัญหาอีก

เรื่องเล่นกับเพื่อนแรง ๆ

อาจเป็นได้ว่า..เด็กไม่รู้วิธีการเล่นกับเพื่อน ไม่รู้การกะพละกำลัง และจังหวะของตนเองที่ลงไปในแรงของการเล่น..ครูต้องสอน และต้องตั้งกติกาในการเล่นของเด็กว่า..
1.   การเล่นต้องไม่ทำร้ายหรือเป็นอันตรายต่อตนเอง
2.   การเล่นต้องไม่ทำร้ายหรือเป็นอันตรายต่อคนอื่น
3.   การเล่นต้องไม่ทำร้ายหรือเป็นอันตรายต่อข้าวของ

ถ้าเด็กยังไม่หยุดความรุนแรง
ครูต้องจัดการเด็ดขาด..ต้องใชัอำนาจของความเป็นครูสั่ง  ให้เด็กงดเล่นกับเพื่อน เช่น วันนี้เด็กเล่นรุนแรงกับเพื่อน ให้แยกเด็กออกมานั่งใกล้ๆ ครู มาช่วยครูทำงาน ไปไหนก็ไปกับครู จนกว่าเพื่อนจะเล่นกันจบแล้ว  แต่การทำเช่นนี้ ครูต้องอธิบายให้เด็กฟังว่า ที่ครูต้องลงโทษอย่างนี้เพราะไม่อยากให้หนูทำ..เล่นกับเพื่อนแรง ๆ จนติดเป็นนิสัย

เรื่องเด็กไปหยิบของเล่นที่มาขายในโรงเรียน เพื่อนำไปแจกเพื่อน
ง่าย ๆ คือ เด็กต้องการ “เพิ่ม” ความ “พร่อง” ในใจของตนเอง คือ อยากเป็นที่รักของเพื่อน

ครูต้องอธิบายว่าวันนี้หนูยังเด็ก ผู้ใหญ่รักและเมตตาจึงให้อภัยหนูได้ แต่ถ้าหนูโตแล้วยังทำอย่างนี้…ถูกตำรวจจับแน่ (ครูอาจหาภาพจากสื่อมาประกอบการสอนก็ได้)

แต่ที่สำคัญที่สุดคือเด็กเหงา เด็กว้าเหว่
กลับบ้านก็ไม่ได้พบแม่..ไม่ได้กอดแม่ เจอะแต่พ่อเลี้ยงที่พูดคนละภาษา เด็กเลยเคว้งคว้างทางความรู้สึก..น่าเห็นใจมาก ๆ

เรื่องนี้..
แม่เคยแนะนำเพื่อนครูว่า…  ถ้าต้องดูแล  เด็กที่มีวิถีที่ “พร่อง” ให้ครูใช้การกอดเพื่อ “เพิ่ม” จนกว่าเด็กจะ “พรัอม”..ซึ่งไม่สามารถทำได้ในวันหรือสองวัน แต่ต้องใช้เวลาเป็นปี สองปี หรือมากกว่านั้น

การกอดเด็กทุกวัน เป็นการถ่ายโอนความรัก
การกอดเด็กทุกวัน ทำให้เด็กมีภาพครูที่ชัดเจน
เมื่อเด็กมีภาพครูที่ชัดเจน เด็กจะเชื่อฟังครูด้วยความรัก
และเสียงของครู จะเป็นเสียงที่เด็กฟัง..เมื่อยามดื้อ หรือเหลวไหล

แม่ทำอย่างนี้มากว่า 40 ปี เด็กนักเรียนจึงรักและเชื่อฟังคำสอนของแม่
รักแม่เป็นที่สุด

ที่มา แลt comments  https://www.facebook.com/photo.php?fbid=432903243485609&set=a.109176522524951.15452.100002978123224&type=1&permPage=1

  • น่าสงสารเด็กจังเลย ขอบคุณพี่ตุ๊บปองสำหรับคำแนะนำ
  • เด็กเป็นปลายท่อของความทุกข์จริง ๆ นะคะ พี่ปองใช้คำแล้วนึกออกเลย … วิเคราะห์เป็นข้อ ๆ อ่านจบแล้วต้องหันไปกอดไอ้ตัวเล็ก .. ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
  •  เยี่ยมมากกก 
    คุณครูปฐมวัยเป็นคนที่สำคัญ และมีบทบาทสร้างคนคุณภาพสู่สังคมไม่ยิ่งหย่อยไปกว่าพ่อแม่ ขอเป๋นกำลังใจให้ค่ะ
    เรื่องกอด ลูกพี่อายุเกิน 30 ทั้ง 4 คน เรายังกอดกันอยู่เลย เจ้าคนเล็กตัวโต้กอดแม่ทีไร แม่เจ็บตัวทุกที แต่เป็นความสุข ความอบอุ่นสุดๆ
  • อ่านแล้วเหมือนกระจกส่องกลับมาตัวเอง ลูกกำลังมีปัญหาคล้ายกัน แต่ต้นเหตุไม่เหมือนกัน ตอนนี้ที่บ้านกำลังปรับกันอยู่ค่ะ
  • “กอด” นี้เอง คือสิ่งมหัศจรรย์ ขอบคุณต่ะพี่ตุ๊บปอง
  •  เด็กทุกคนทำแบบนี้ได้โดยที่ไม่รู้ ผู้ปกครองและครูเป็นผู้ชี้นำทางขอบคุณเรื่องดีๆค่ะ
  • .แล้วถ้าเด็ก ป.5 ทำ เราจะยังแก้ไขเขาได้ไหมคะ เขาเพิ่งมาอยู่กับเราแค่เทอมเดียว และมาทราบว่าออกมาจากที่เก่าๆด้วยเรื่องขโมย…ที่น่าตกใจคือ เด็กไม่สนคำสอนไม่กลัวคำขู่หรือถูกจับได้ หรือเขาไม่เคยเห็นผลลัพท์ของการกระทำ ใช้วิธีย้าย รร.ไปเรื่อยๆ…ถ้าขึ้นมัธยมแล้วคงไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องเด็กๆแล้ว … ทำไงดีคะ
  • จะนำไปใช้ค่ะ
    • ขอบคุณค่ะพี่ปอง จะนำ 3 ข้อที่พี่ปองให้ไปเป็นข้อตกลงของห้องในภาคเรียนต่อไปและต่อๆไปค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 01/10/2013 by in การเลี้ยงลูก.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,121 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,121 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,121 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: