AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

5 อาหารบำรุง ตับ

“5 อาหารบำรุง ตับ”

การดื่มเหล้าอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เป็นโรคตับแข็ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนทั่วไปจะไม่เสี่ยงภาวะตับอักเสบ พฤติกรรมการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการมีสารเจือปนในอากาศและอาหารมากมายในทุกวันนี้ ได้ทำให้คนส่วนใหญ่กำลังสะสมสารพิษในตับมากมายโดยไม่รู้ตัว

โรคตับนับเป็นโรคติดอันดับต้น ๆ ที่มีคนป่วยมากขึ้น สาเหตุสำคัญอีกอย่าง ที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นั่นคือ การทานยาต่าง ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นตับพิการถึง 40% เพราะตับต้องย่อยสลายสารเคมี และนี่คือ “5 อาหารตัดตอนความป่วย” ที่ช่วยเคลียร์การสะสมโรคภัยในตับที่มีผลต่อการเจ็บง่าย หายยากของโรคสุขภาพนานาชนิด ที่คุณควรอ่านและควรรับประทาน

1. ซุปรวมเห็ด (ล้างไขมันในตับ) เห็ดช่วยล้างสารพิษ ลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและกระแสเลือด ต่อต้านการก่อตัวของมะเร็ง ลดอนุมูลอิสระ การเกิดซีสต์ ถุงน้ำ เนื้องอก ช่วยสลายเยื่อพังผืดในช่องท้อง อุ้งเชิงกราน มดลูก ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว

การกินเพื่อล้างพิษตับ ควรกินตั้งแต่สามชนิดร่วมกัน โดยนำมาแช่น้ำให้นิ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วต้มกับมะตูมแห้ง ใบเตย หรืออาจนำไปต้มกับสาหร่ายทะเล ทานแทนซุปร่วมกับอาหารในแต่ละมื้อ

2. ขมิ้นชัน (ขับพิษสะสมในตับ) ขมิ้นชันจะช่วยบำรุง ฟื้นฟู และล้างสารพิษออกจากตับได้ วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การกินในลักษณะแคปซูลบรรจุผงสกัด ในเวลาก่อนนอน ปริมาณ 5,000-8,000 มิลลิกรัมต่อวัน

3. เก๋ากี้ (ปกป้องตับยกระดับความแข็งแรง) เก๋ากี้ มีเบต้าแคโรทีน กรดกำมะถัน เอมีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินอี และวิตามินบี 2 ซึ่งมีส่วนในการเสริมภูมิต้านทานโรค เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด ป้องกันไขมันพอกตับ ช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น
วิธีการทานก็ง่ายแสนง่าย เพียงชงเก๋ากี๋แบบชาแล้วดื่มแทนน้ำทั้งวัน หรืออาจทำเป็นโจ๊ก หรือน้ำแกงได้ อย่างตุ๋นกระดูกซี่โครงหมู ต้มฟัก

4. กะหล่ำปลี (ต่อต้านมะเร็งในตับ) กะหล่ำปลีช่วยเพิ่มสารกลูตาไทโอน ที่ล้างพิษจากควันไอเสียและยา ซึ่งทำให้ตับพิการได้ และยังมีสารอินโดลฟลาโวนอยด์ คาร์บินอล ซัลฟาราเฟน กลูโคซิโนเลต เบต้าแคโรทีน กรดโฟลิก ช่วยต้านการก่อตัวของมะเร็ง บำรุงไต ชะล้างสารพิษ ทำความสะอาดลำไส้ บรรเทาอาการอักเสบจากแผลในสำไส้ บรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ท้องผูก เจ็บคอ จุกเสียดแน่นท้อง นำมาผสมเป็นค็อกเทลสุขภาพโดยการคั้นสับปะรด แครอท กะหล่ำปลีเข้าด้วยกันบีบมะนาวเพิ่มลงไปแล้วดื่มทันที

5. มะขามป้อม (แอนตี้ไวรัสตับ) มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 160 เท่า และแม้จะถูกทำให้แห้งหรือแช่เย็นเป็นเวลานาน ๆ เท่าใด วิตามินซีก็จะยังคงอยู่ เพราะมะขามป้อมมีสารแทนนิน และโพลีฟีนอลที่ช่วยป้องกันการออกซิไดซ์ของวิตามินซี ซึ่งมะขามป้อมจะช่วยรักษาอาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันการเกิดพิษโลหะหนัก ต่อตับ และยับยั้งการเกิดมะเร็งตับได้

การทานมะขามป้อมนั้นก็ง่ายเช่นกัน โดยนำมาคั้นดื่มเหมือนน้ำผลไม้ทั่วไป

ที่มา : กระปุกดอทคอม
Credit by : http://www.thaihealth.or.th/

คลินิกจันทน์ ตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน
https://www.facebook.com/ChinMed/app_137541772984354 — กับ Pom Pommy

 ประโยชน์มะขามป้อม   ประโยชน์ 47 ข้อ ของมะขามป้อม

 

มะขามป้อม ภาษาอังกฤษ คือ “Indian Gooseberry” ส่วนมะขามป้อมชื่อวิทยาศาสตร์จะใช้คำว่า “Phyllanthus emblica Linn.” เป็นสมุนไพรที่ชาวอินเดียใช้มา หลายพันปีแล้ว เพราะยาอายุวัฒนะ ซึ่งชาวอินเดียเรียกสมุนไพรหรือผลไม้ชนิดนี้ว่า Amalaka แปลว่า “พยาบาล” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสรรพคุณของมะขามป้อมนั้นมีมากมายเหลือเกินและเป็นผลไม้ประจำ จังหวัดสระแก้วอีกด้วย

มะขามป้อม จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและเป็นสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งเพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีสูงมาก โดยประโยชน์มะขามป้อมหรือสรรพคุณมะขามป้อมนั้นมีมากมาย และยังใช้ เป็นยารักษาโรคบางชนิดได้อีกด้วย เพราะมะข้ามป้อมนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร เป็นต้น และคุณรู้หรือไม่ว่าวิตามินซีในน้ำคั้นจากผลของมะข้ามป้อมนั้นมีมากกว่าน้ำส้มคั้นประมาณ 20 เท่า ซึ่งมะขามป้อมลูกเล็กๆ 1 ผล จะมีปริมาณวิตามินซี เท่ากับส้ม 1-2 ผลเลยทีเดียว

เนื่องจากมะขามป้อมมีรสเปรี้ยว รสฝาด อาจจะรับประทานยากสักหน่อยสำหรับบางคน การรับประทานมะขามป้อมนั้นควรปรุงรสให้อร่อยด้วยการนำมะขามป้อมมาผ่าเอาเมล็ดออกให้เหลือแต่เนื้อ แล้วนำมาใส่ พริก เกลือ น้ำตาล นำมาตำพอแหลกก็ใช้ได้ แต่ทั้งนี้ควรรับประทานก่อนนอนหรือช่วงตื่นนอนใหม่ๆหรือขณะที่ท้องว่าง สำหรับวิธีลดความฝากของมะขามป้อมนั้นทำได้โดยการนำไปแช่น้ำเกลือด้วยการนำ มะขามป้อมมาล้างให้สะอาดและลวกด้วยน้ำร้อนแล้วนำไปแช่ในน้ำเกลือที่เค็มจัดทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน รสฝาดก็จะหายไป

ประโยชน์ของมะข้ามป้อม

  1. นิยมนำมารับประทานเพื่อให้สดชื่น ชุ่มคอ แก้กระหาย
  2. วิตามินซีในมะขามป้อมสามารถดูดซึมได้เร็วกว่าวิตามินซีชนิดเม็ดเป็นอย่างมาก
  3. ใช้บำรุงผิวหน้าให้ขาวสดใส รักษาฝ้า ด้วยการนำมะขามป้อมมาฝนกับฝาละมีแล้วนำน้ำที่ได้มาทาบริเวณรอยฝ้า
  4. ช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอย
  5. ช่วยบำรุงและรักษาเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรง ผมนุ่มลื่น ป้องกันผมหงอก ด้วยการทอดมะขามป้อมกับน้ำมันมะพร้าว แล้วเอาน้ำมันมาหมักผม
  6. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  7. ช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง
  8. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  9. เป็นผลไม้ที่ช่วงบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยช่วยบำรุงอวัยวะแทบจะทุกส่วนของร่างกาย
  10. ช่วยบำรุงโลหิตได้เป็นอย่างดี
  11. มะขามป้อมมีเป็นยาแก้หวัด แก้ไอ และละลายเสมหะได้อีกด้วย โดยใช้ผลสดประมาณ 30 ผล นำมาคั้นเอาน้ำหรือนำมาต้มทั้งผลแล้วนำดื่มแทนน้ำ ทั้งนี้ควรเลือกมะขามป้อมที่แก่จัดผิวออกเหลืองจะได้ผลดีที่ สุดในการรักษาอาการไอและหวัด
  12. ใบสดมะขามป้อม นำมาต้มน้ำอาบลดอาการไข้
  13. มะขามป้อมมีฤทธิ์ในการต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  14. มะขามป้อมตัวช่วยในการลดคอเลสเตอรอล ลดน้ำตาล ลดไขมันในเลือดได้ด้วย
  15. ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  16. ใช้แก้อาการปวดฟันได้ ด้วยการใช้ปมกิ่งก้านต้มกับน้ำ แล้วนำมาอมบ้วนปากบ่อยๆ
  17. รสเปรี้ยวของมะขามป้อมช่วยในการละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้เป็นอย่างดี
  18. รากแห้งมะขามป้อม นำมาต้มดื่มแก้อาการท้องเสีย ร้อนใน ความดันโลหิต
  19. ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  20. ช่วยลดอาการแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวานได้อีกด้วย
  21. มะขามป้อมเป็นส่วนประกอบใช้สำหรับการรักษาและป้องกันไข้วัดใหญ่ วัณโรครักษาภาวะของโรคเอดส์
  22. มะขามป้อมแห้ง ช่วยรักษาโรคบิด ใช้ล้างตา รักษาตาแดง ตาอักเสบได้
  23. มะขามป้อมแห้ง เมื่อนำมาผสมน้ำสนิมเหล็กจะช่วยแก้โรคดีซ่านได้
  24. มะขามป้อมช่วยป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  25. ช่วยรักษาโรคคอตีบ
  26. ช่วยบำรุงปอด หลอดลม หัวใจ และกระเพาะ
  27. เมล็ดของมะขามป้อม เมื่อนำมาตำเป็นผงชงกับน้ำร้อนดื่มช่วยรักษาโรคหอบ หืด หลอดลมอักเสบ อาการคลื่นไส้อาเจียนได้
  28. ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
  29. ช่วยป้องกันและรักษาอาการท้องผูก
  30. ช่วยยับยั้งความเป็นพิษของตับและไตได้
  31. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และเป็นยาระบาย และยาถ่ายพยาธิ
  32. ยางจากผล ใช้หยอดตาแก้ตาอักเสบ กินเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และขับปัสสาวะ
  33. เปลือกมะขามป้อมสามารถนำมาต้มดื่มแก้โรคบิด
  34. ช่วยในการปรับประจำเดือนให้มาเป็นปกติ
  35. ช่วยรักษาอาการไข้ทับระดูได้
  36. ช่วยรักษาโรคน้ำกัดเท้า ด้วยการใช้เปลือกต้นมะขามป้อมป้อมมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำแล้วชะโลมให้ทั่ว
  37. ช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราได้
  38. รากสดมะขามป้อม ช่วยในการแก้พิษจากการถูกตะขาบกัด
  39. เปลือกของลำต้นมะขามป้อม ใช้รักษาบาดแผล แก้ฟกช้ำได้ ด้วยการนำเปลือกแห้งมาบดเป็นผงแล้วนำมาโรยบริเวณบาดแผล
  40. ต้นและเปลือกของมะขามป้อม ใช้เป็นยาฝาดสมาน
  41. เมล็ดของมะขามป้อง เมื่อนำมาเผาไฟจนเป็นเถ้า แล้วนำมาผสมกับน้ำพืชนำมาทาแก้ตุ่มคันได้
  42. มะขามป้อมมีฤทธิ์ช่วยป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจตายบางส่วน และช่วยลดไขมันในเลือด ต้านมะเร็งและไวรัส
  43. ลำต้นมะขามป้อมนั้นมีเนื้อไม้แข็ง ทนทาน จึงเหมาะแก่การใช้ทำเครื่องประดับ เสาเข็ม หรือนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง
  44. ใบแห้ง นำมาย้อมเส้นใย ไหม ขนสัตว์ จะให้สีน้ำตาลเหลือง
  45. ดอก ใช้เข้าเครื่องยา มีกลิ่นหอม ใช้เป็นยาเย็นและยาระบาย
  46. นำมาใช้ทำเป็นยาสระผม ช่วยให้ผมดกดำและป้องกันผมหงอกก่อนวัยอีกด้วย
  47. มะขามป้อมเป็ลผลไม้ที่นำมาแปรรูปได้หลายหลากหลายมาก เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยาแก้ไอ ยาสระผม น้ำมะขามป้อม มะขามป้อมแช่อิ่ม

วิธีทำมะขามป้อมแช่อิ่ม

  1. วัตถุดิบ ที่ต้องเตรียม มะขามป้อมสด 1 กิโลกรัม / เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ / น้ำตาลใส 4 ช้อนโต๊ะ / น้ำปูนใส
  2. ล้างมะขามให้สะอาด แล้วใช้มีดฝานตามยาวของผลให้ทั่ว แต่ไม่ต้องให้ถึงเมล็ด
  3. นำเกลือป่นมาใส่หม้อ ใส่น้ำพอประมาณ แล้วต้มจนเดือด
  4. เสร็จแล้วนำมาทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมะขามป้อมแช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้ 1 คืน
  5. รุ่งเช้าให้นำมะขามป้อมมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่ในน้ำปูนใสประมาณ 3 ชั่วโมง
  6. น้ำปูนใสได้จากการแช่ปูนแดง แล้วทิ้งไว้ให้ปูนนอนก้น ตักเอาแต่น้ำใสๆมาแช่มะขามป้อม
  7. เมื่อแช่จนครบกำหนด นำมาล้างน้ำอีกครั้ง แล้วใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ ต้มน้ำตาลทรายและใส่น้ำ ต้มให้น้ำเดือด แล้วกรองให้สะอาด ทิ้งไว้ให้เย็น
  8. หลังจากนั้นนำมะขามป้อมมาแช่ในน้ำเชื่อมปิดฝาทิ้งไว้ 1 คืน
  9. วันที่ 2 มานำมะขามป้อมขึ้นจากน้ำเชื่อม แล้วเติมน้ำตาลลงในเชื่อมแล้วต้มให้น้ำตาลละลาย
  10. เมื่อน้ำเชื่อมเย็นแล้ว นำมะขามป้อมแช่อีกรอบ และทำเช่นนี้จนครบ 2 ครั้ง
  11. วันที่ 5 นำมะขามป้อมออกเอาแต่น้ำเชื่อมไปต้มให้เดือด ทิ้งไว้จนเย็น แช่มะขามป้อมใส่น้ำเชื่อมอีกจนกระทั่งน้ำเชื่อมซึมเข้าเนื้อมะขามป้อมจนเห็นเป็นเนื้อใสๆ เป็นอันเสร็จรับประทานได้เลย

ที่มา http://www.greenerald.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 02/10/2013 by in เรื่องของสุขภาพ.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: