AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

speech 5 นาที ที่ทำให้โลกหยุดฟังเธอ Severn Suzuki Speech in Rio Summit 1992

The girl who silenced the world for 6 minutes by Severn Cullis-Suzuki (Sub Title Thai)

Severn Suzuki Speech in Rio Summit 1992 (English & Indonesian)

This speech was so good it made my eyes water.

 

 

               Hello, I’m Severn Suzuki speaking for E.C.O. – The Environmental Children’s Organization. We are a group of twelve and thirteen-year-olds from Canada trying to make a difference: Vanessa Suttie, Morgan Geisler, Michelle Quigg and me.     We raised all the money ourselves to come five thousand miles to tell you adults you must change your ways. Coming here today,  I have no hidden agenda.   I am fighting for my future.
               สวัสดีค่ะ หนูชื่อเซอเวิน ซูซูกิ  เป็นตัวแทนพูดขององค์กร E.C.O. ซึ่งเป็นองค์กรเด็กเพื่อสิ่งแวดล้อม   พวกเราเป็นกลุ่มเด็กจากประเทศแคนนาดาที่มีอายุ 12-13 ปี  ซึ่งกำลังพยายามที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป เพื่อนของหนูVanessa Suttie, Morgan Geiseler, Michelle Quigg และตัวหนู    พวกเรารวบรวมเงินเก็บของพวกเราและเดินทางระยะ 5,000 ไมล์ เพื่อที่จะมาบอกพวกท่านว่า พวกท่านต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่กำลังทำกันอยู่ ณ ตอนนี้    หนูไม่มีจุดประสงค์ใดๆแอบแฝง   หนูมาต่อสู้เพื่ออนาคตของหนู

             Losing my future is not like losing an election or a few points on the stock market. I am here to speak for all generations to come.    I am here to speak on behalf of the starving children around the world whose cries go unheard.     I am here to speak for the countless animals dying across this planet because they have nowhere left to go.  We cannot afford to be not heard.
             การสูญเสียอนาคตที่จะเกิดขึ้นของหนู มันต่างกับการแพ้การเลือกตั้งของพวกท่าน หรือ การขาดทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์  หนูมาที่นี่เพื่อพูดแทนคนทุกคน   หนูเป็นตัวแทนเด็กที่หิวโหยทั่วทั้งโลก ที่ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวดของพวกเขา   และหนูขอพูดแทนสัตว์ป่ามากมายที่ตายลงทุกวัน เพราะพวกมันไม่มีที่จะอาศัย ไม่มีที่จะไป  และเราจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้แล้ว

           I am afraid to go out in the sun now because of the holes in the ozone. I am afraid to breathe the air because I don’t know what chemicals are in it.   I used to go fishing in Vancouver with my dad,  until just a few years ago, we found the fish full of cancers.    And now we hear about animals and plants going extinct every day – vanishing forever.
           หนูกลัวที่จะออกไปยืนข้างนอก เพราะอากาศของโลกเราไม่บริสุทธิ์  หนูไม่อยากจะหายใจเพราะหนูไม่รู้ว่าในอากาศตอนนี้มีสารเคมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง  เมื่อก่อนหนูชอบไปตกปลาที่แวนคูเวอร์กับคุณพ่อของหนูจนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หนูได้พบว่าปลาเหล่านั้นมีสารก่อมะเร็ง  มากไปกว่านั้นหนูยังได้ทราบว่ามีสัตว์และพืชใกล้สูญพันธ์ลงทุกๆวัน  และบางชนิดก็ได้สูญพันธ์ไปตลอดกาล

           In my life, I have dreamt of seeing the great heards of wild animals,  jungles and rain forests full of birds and butterflies, but now I wonder if they will even exist for my children to see. Did you have to worry about these little things when you were my age?
           หนูเคยฝันว่า เมื่อหนูเข้าไปในป่าหนูจะได้ยินเสียงนก เสียงผีเสื้อ และ เสียงสัตว์ป่าน้อยใหญ่  แต่ตอนนี้หนูสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้ยังจะมีอยู่จนกระทั่งถึงรุ่นลุกของหนูหรือไม่?  พวกท่านเคยคิดคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ บ้างไหมเมื่อตอนพวกท่านอายุเท่าหนู ?

           All this is happening before our eyes and yet we act as if we have all the time we want and all the solutions.     I’m only a child and I don’t have all the solutions, but I want you to realize, neither do you!
           สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตรงหน้าเรา แต่เราก็ทำไม่รู้ไม่เห็น ทำเหมือนยังมีเวลาอีกมากที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้      หนูเป็นเด็กตัวเล็กคนหนึ่ง ไม่ได้มีความสามารถมากพอที่จะแก้ไขปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ได้ แต่หนูอยากให้พวกท่านตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ (และแก้ไข)   พวกท่านจะทำได้หรือไม่
  • You don’t know how to fix the holes in our ozone layer.
  • You don’t know how to bring salmon back up a dead stream.
  • You don’t know how to bring back an animal now extinct.
  • And you can’t bring back forests that once grew where there is now desert.
  • พวกท่านไม่รู้….. วิธีแก้ปัญหาโอโซนในชั้นบรรยากาศได้อย่างไร
  • พวกท่านไม่รู้……วิธีที่จะทำให้ปลาแซลมอนกลับมาได้อย่างไร
  • พวกท่านไม่รู้……วิธีที่จะทำให้สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วกลับคืนมาได้อย่างไร
  • และพวกท่านก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ทะเลทรายซึ่งแห้งแล้งในปัจจุบันกลับมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อย่างที่มันเคยเป็นได้อย่างไร
 
                  If you don’t know how to fix it, please stop breaking it!
                  ถ้าพวกท่านไม่รู้ว่าจะแก้ไขสิ่งเหล่านี้อย่างไร ได้โปรด.....หยุดทำลายพวกมันเสียเถอะ !

            Here, you may be delegates of your governments, business people,  organizers, reporters or politicians – but really you are mothers and fathers, brothers and sister, aunts and uncles – and all of you are somebody’s child.     
            ใน ที่นี้ บางท่านเป็นตัวแทนของรัฐบาล เป็นนักธุรกิจ ตัวแทนองค์กร นักข่าว หรือ นักการเมือง แน่นอนว่า พวกท่านต่างก็เป็นพ่อและแม่ของลูกๆ    เป็นพี่เป็นน้อง    เป็นลุงเป็นป้า ที่สำคัญที่สุด คือ พวกท่านต่างก็เคยเป็นเด็กมาก่อน

            I’m only a child yet I know we are all part of a family, five billion strong, in fact, 30 million species strong and we all share the same air, water and soil – borders and governments will never change that.          I’m only a child yet I know we are all in this together and should act as one single world towards one single goal.     In my anger, I am not blind, and in my fear, I am not afraid to tell the world how I feel.

หนูก็เป็นเพียงเด็กเล็กๆคนหนึ่ง  พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว 5 พันล้านคน หรือในความเป็นจริง 30 ล้านสายพันธุ์ และ พวกเราต่างก็ใช้อากาศ ใช้น้ำ ใช้ทรัพยากรร่วมกัน  ไม่มีเส้นแบ่งเขตแดนหรือรัฐบาลไหนๆ ที่สามารถเปลี่ยนความจริงเรื่องนี้ได้    หนูเป็นเด็กคนหนึ่งที่รู้ว่า    พวกเราทุกคนสามารถร่วมมือเป็นหนึ่งเดียว เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้  ให้บรรลุจุดประสงค์เดียวกัน.   ในยามที่อารมณ์โกรธหรือขุ่นเคือง หนูสมองหนูสดในไม่ได้มืดมิดหนทาง  และแม้หนูจะกลัว แต่หนูก็กล้าที่จะบอกให้โลกรูว่าหนูรู้สึกอย่างไร

            In my country, we make so much waste, we buy and throw away, buy and throw away,  and yet northern countries will not share with the needy.  Even when we have more than enough, we are afraid to lose some of our wealth, afraid to share.
            ประเทศของหนู  ผู้คนสร้างขยะมากมาย    พวกเราซื้อของแล้วก็ทิ้ง  ซื้อแล้วก็ทิ้ง   แต่ขณะเดียวกันประเทศที่ขาดแคลนกลับไม่ได้รับการช่วยเหลือแบ่งปัน ทั้งๆที่เรามีมากเกินความจำเป็น  นั่นเพราะว่าทุกคนต่างก็เห็นแก่ตัว  พวกเราต่างก็คิดถึงแต่ตัวเอง   มากกว่าที่จะคิดถึงคนอื่น  พวกเราไม่รู้จักการเสียสละและการให้
            In Canada, we live the privileged life, with plenty of food, water and shelter – we have watches, bicycles, computers and television sets.
Two days ago here in Brazil, we were shocked when we spent some time with some children living on the streets.   And this is what one child told us: “I wish I was rich and if I were, I would give all the street children food, clothes, medicine, shelter and love and affection.”

ในแคนาดา เรามีชีวิตที่สุขสบาย มีอาหารที่อุดมสมบูรณ์  มีน้ำเพียงพอ  มีบ้านอยู่อาศัย  มีนาฬิกา มีจักรยาน มีคอมพิวเตอร์ มีโทรทัศน์ด     เมื่อสองวันก่อน พวกหนูตกใจมากเมื่อพวกหนูเล่นกับพวกเด็กที่อาศัยตามถนนที่ประเทศบราซิลแห่งนี่   และเด็กเด็กเหล่านั้นบอกกับพวกหนูว่า   “ความปรารถนาของผมก็คือ  ผมจะรวยมีเงินทองมากมาย และถ้าผมมีเงิน ผมจะซื้ออาหารให้เด็กๆตามท้องถนน ผมจะซื้อเสื้อผ้า ยาที่อยู่อาศัย และจะให้ความรักและเอาใจใส่พวกเขาให้มากที่สุด”

 
            If a child on the street who has nothing,  is willing to share, why are we who have everything still so greedy ?        I can’t stop thinking that these children are my age,  that it makes a tremendous difference where you are born, that I could be one of those children living in the Favellas of Rio;  I could be a child starving in Somalia; a victim of war in the Middle East or a beggar in India.    I’m only a child yet I know if all the money spent on war was spent on ending poverty and finding environmental answers, what a wonderful place this earth would be!
            ถ้าเด็กที่อาศัยตามท้องถนน ผู้ที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต  ยังมีความคิดที่จะแบ่งปัน แล้วพวกเราที่มีพร้อมทุกสิ่ง กลับยังคงมีแต่ความโลภ และความเห็นแก่ตัว?           หนู อดคิดไม่ได้ว่าเด็กเหล่านั้นอายุคงจะเท่ากันกับหนู นั่นแสดงให้เห็นข้อแตกต่างอย่างมากว่าเราเกิดที่ไหน    หนูอาจจะเป็นเด็กเหล่านั้นที่อยู่ในเมืองฟาเวลลัสของริโอ  หนูอาจจะเป็นเด็กหิวโหยในประเทศโซมาเลีย  หนูอาจเป็นเหยื่อในภัยสงครามในตะวันออกกลาง  หรืออาจจะเป็นเด็กขอทานในอินเดีย  หนูเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง  แต่...หนูสงสัยว่า....ถ้าเงินที่ใช้ไปในช่วงสงคราม  ถูกนำมาช่วยคนยากจนและสิ่งแวดล้อม  โลกเราคงวิเศษน่าดู

          At school, even in kindergarten, you teach us to behave in the world.    You teach us:
  • not to fight with others,
  •  to work things out,
  •  to respect others,
  •  to clean up our mess,
  •  not to hurt other creatures
  •  to share – not be greedy.
  • Then why do you go out and do the things you tell us not to do?
         ที่โรงเรียน หรือแม้แต่สถานรับเลี้ยงเด็ก/โรงเรียนอนุบาล   พวกท่านสอนพวกหนูว่าควรปฎิบัติตนอย่างไรในโลกนี้ พวกท่านสอนให้หนู
  • ไม่ต่อสู้ รบร่าฆ่าฟันกับใคร
  • ทำทุกอย่างให้ดี
  • เคารพผู้อื่น
  • รักษาความสะอาด
  • ไม่รังแก/เบียดเบียนผุุ้อื่น
  • ช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่น  ไม่โลภมาก
  • แล้วทำไมพวกท่านถึงได้ทำสิ่งเหล่านี้เสียเอง ทั้งๆ ที่พวกท่านบอกหนูว่าไม่ควรทำ?
 
         Do not forget why you’re attending these conferences,  who you’re doing this for – we are your own children.   You are deciding what kind of world we will grow up in.    Parents should be able to comfort their children by saying “Everything’s going to be alright”,    “We’re doing the best we can”  and “It’s not the end of the world”.
         โปรดอย่าลืมว่าทำไมพวกท่านรวมทั้งหนูมาร่วมประชุมในครั้งนี้    พวกท่านกำลังทำสิ่งเหล่านี้เพื่อใคร  พวกหนูก็คือ ลูกๆของท่าน     ขอให้ท่านตัดสินใจดูว่าท่านจะให้พวกหนูเติบโตขี้นมาในโลกแบบไหน 
พ่อแม่ควรจะต้องบอกลูกๆของเขาว่า “ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” “ พ่อแม่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” และ “นี่ไม่ใช่วันสิ้นโลก” 

         But I don’t think you can say that to us anymore.    Are we even on your list of priorities?  My father always says You are what you do, not what you say.”    Well, what you do makes me cry at night. You grown ups say you love us. I challenge you, please make your actions reflect your words. 
Thank you for listening.
          แต่หนูไม่คิดว่าพวกท่านจะพูดแบบนั้นได้อีกแล้ว พวกหนูยังเป็นคนสำคัญของพวกท่านอยู่หรือเปล่า?  พ่อของหนูพูดเสมอๆว่า  "ลูกเป็นอย่างที่ลูกทำ, ไม่ใช่อย่างที่ลูกพูด”

สิ่งที่พวกท่านได้ทำ ทำให้หนูร้องไห้ในเวลามืดค่ำ พวกท่านเป็นผู้ใหญ่ที่พูดว่าท่านรักพวกหนู.    หนูขอท้าพวกท่านเลย ขอให้พวกท่านได้โปรดทำให้ได้จริงๆ เพื่อสะท้อนในสิ่งที่พวกท่านได้พูดไว้.

ขอบคุณคะที่รับฟังหนูค่ะ


Severn Suzuki

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 06/10/2013 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: