AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

มีชัย ฤชุพันธุ์ พูดถึง การปฏิรูป / การแก้ปัญหา

 

มีชัย ฤชุพันธุ์
ไทยโพสท์ 21 ตุลาคม 2556

ถ้าอะไรๆ มันดีอยู่แล้ว ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข รักใคร่ปรองดอง ยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าหากัน การพัฒนาเดินหน้าไปได้ด้วยดี ทุกอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนทั่วไปและสังคมเป็นส่วนรวม คงไม่มีใครลุกขึ้นเรียกร้องให้มีการปฏิรูป

การที่รัฐบาลเข้ามาจัดการเพื่อให้มีการปฏิรูป ย่อมแสดงว่ารัฐบาลเองคงเห็นปัญหา นักการเมืองและนักวิชาการที่สนับสนุนให้มีการปฏิรูป ก็คงเห็นปัญหาเช่นเดียวกัน

แต่ “ปัญหา” ที่เห็นนั้นเป็นปัญหาของใคร
—————————————–
ถ้าเป็นปัญหาของบางคน หรือของกลุ่มหรือคณะของบางคน เมื่อปฏิรูปสำเร็จแล้วปัญหาของคนเหล่านั้นก็คงได้รับการแก้ไข และอยู่เย็นเป็นสุข ชื่นมื่นต่อไป

ส่วนประเทศและประชาชนจะได้รับการปฏิรูปหรือไม่ จะอยู่เย็นเป็นสุข หมดความขัดแย้งกันหรือไม่ คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ไหนๆ ก็ตั้งใจดีที่จะปฏิรูปทั้งทีจะลองมองปัญหาที่ออกนอกตัวดูบ้าง บางทีอาจจะเป็นคุณูปการแก่ประเทศและสังคม และนำมาซึ่งความสุขสงบ ปรองดอง และการร่วมมือกันอย่างยั่งยืนต่อไปได้

ลองช่วยกันดูซิว่า ปัญหาดังต่อไปนี้มีอยู่ในบ้านเมืองของเราจริงหรือไม่ และปัญหาเหล่านี้เป็นภัยต่อการพัฒนาประเทศ การปรองดอง การยอมรับนับถือและไว้วางใจกันอย่างสุจริตใจหรือไม่ และจะคิดอ่านปฏิรูปกันอย่างไรจึงจะทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป?

ถ้ามันไม่มีอยู่จริง หรือแม้มีอยู่จริงแต่เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีค่าควรแก่การนำมาคิดปนกับเรื่องใหญ่ๆ ก็แล้วไป

ปัญหาแรก
———–
คือกระบวนการเลือกตั้งอันเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งดูเหมือนนักวิชาการทั้งหลายจะมีความสุขอยู่แต่เฉพาะได้จัดการให้มีการเลือกตั้งในทุกระดับ แต่ไม่ได้ติดใจว่าเกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้ง

คนที่สมัครรับเลือกตั้ง และคนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน จะตอบคำถามในใจของตัวเองได้หรือไม่ว่า ในการเลือกตั้งทุกระดับ มีแต่ความสุจริต ตรงไปตรงมา ไม่มีการใช้เล่ห์เหลี่ยม กลอุบาย อิทธิพล หรือผลประโยชน์อันเป็นตัวเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดมาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชักจูงให้คนมาลงคะแนนให้ตน

ทุกคนรวมทั้ง กกต. ด้วย จะยืนยันในใจของตัวเอง (ที่ต้องให้ยืนยันในใจก็เพราะถ้าพูดออกมาให้คนอื่นได้ยินอาจเป็นอีกอย่างหนึ่ง เว้นแต่เวลายืนยันกับพรรค) ได้หรือไม่ว่าเงินที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ทั้งที่ตัวออกเอง พรรคออกให้ หรือผู้สนับสนุนออกให้น่ะ มีจำนวนเพียงเท่าที่ กกต.กำหนดไว้ ไม่มีมากกว่านั้น และเป็นจริงเพียงไรว่า เงินที่ใช้ในการเลือกตั้งมักมากกว่าเงินเดือนที่ผู้ได้รับเลือกตั้งได้รับตลอดอายุของการเป็นสมาชิกสภานั้นๆ

เราจะบอกกับตัวเราเองได้หรือไม่ว่า ทุกคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ตั้งใจดีต่อประเทศชาติสังคมในท้องถิ่น จนยอมควักเงินจำนวนมากเพื่อจะทำงานโดยสุจริต ไม่เอาอะไรเข้าพกเข้าห่อนอกเหนือจากเงินเดือนและเบี้ยประชุมที่ทางราชการจ่ายให้

แล้วทำไมคนเหล่านั้นจึงรวยขึ้นๆ แตกต่างจากที่เป็นอยู่ก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งอย่างฟ้ากับดิน

ปรากฏการณ์เช่นนี้ เป็นเหตุให้เกิดการคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวางหรือไม่ เป็นเหตุให้คนทั่วไปมองคนที่ได้รับเลือกตั้งมาอย่างไม่ไว้วางใจหรือไม่ และจะแก้ไขกันอย่างไร

สำหรับคนที่ต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รู้สึกกันหรือไม่ว่าถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกคนที่พรรคการเมืองส่งมาไม่คนใดก็คนหนึ่ง แล้วคนที่พรรคการเมืองส่งมานั้นบางคนก็อาจจะดี แต่บางคนก็อาจจะเหลือรับ เพราะอำนาจในการตัดสินใจว่าจะส่งใครลงสมัคร อยู่ในมือของคนไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็เป็นนายทุนหรือเจ้าของพรรค ทำไมคนเหล่านั้นจึงมีสิทธิพิเศษที่จะเป็นผู้กำหนดให้ประชาชนต้องเลือกเฉพาะคนที่เขาเลือกมา มีจำนวนสักเท่าไรที่รู้สึกหงุดหงิดแล้วเลยพาลไม่ออกมาใช้สิทธิ

ทำไมคนที่มีสิทธิออกเสียงจึงไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธที่จะไม่เอาใครได้บ้าง ไหนๆ เราก็มีช่องในบัตรที่ให้กาว่าไม่เลือกใคร หรือที่เรียกว่า no vote แต่เมื่อกาแล้ว ก็ไม่ได้มีความหมายอะไร เพียงแต่สะใจเล่นเท่านั้น

ทำไมเราถึงไม่ทำให้ no vote นั้นมีความหมาย เช่น กำหนดให้คนที่จะได้รับเลือกตั้งต้องมีคะแนนเสียงสูงกว่าคะแนน no vote ในเขตเลือกตั้งนั้น คนที่ออกไปใช้สิทธิก็จะได้มีกำลังใจและมีช่องทางที่จะปฏิเสธคนที่พรรคส่งมาได้

การมีส่วนร่วมของประชาชนก็จะเป็นมรรคเป็นผลอย่างแท้จริง ไม่ใช่สักแต่เพียงพูดให้ดูโก้ และที่สำคัญ จะทำให้คนออกมาใช้สิทธิกันมากขึ้นหรือไม่?

ปัญหาประการที่สอง
———————
เมื่อเราใช้ระบบพรรคการเมืองและเสียงข้างมากเป็นสำคัญ เมื่อได้รับเลือกเข้ามาแล้ว แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดไว้ชัดแจ้งว่า ส.ส.และ ส.ว. “เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ”

การที่รัฐธรรมนูญกำหนดเช่นนี้ก็โดยหวังว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร การใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย

แต่ในสภาพความเป็นจริงเราตอบตัวเองในใจได้หรือไม่ว่า แต่ละคนมีอิสระ ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงำจากใครเลย

ท่านเหล่านั้นได้รับอาณัติจากพรรคหรือรัฐบาลมาก่อนแล้ว จึงอภิปรายให้เหตุผลประกอบการลงมติตามที่ได้รับอาณัติมา หรือว่าท่านคิดด้วยเหตุผลแล้วจึงตัดสินใจว่าจะลงมติอย่างไร

ถ้าเป็นประการแรก การถ่วงดุลก็หมดไป ประชาชนจึงเท่ากับขาดผู้แทนที่จะเข้าไปควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินและการใช้จ่ายเงินแผ่นดินโดยสิ้นเชิง

จริงอยู่พรรคก็ต้องการเอกภาพเพื่อจะได้ผลักดันนโยบายของพรรคให้ลุล่วงไป แต่เอกภาพนั้นหนักหนาถึงขนาดจะต้องแลกกับเสรีภาพในการคิดของผู้แทนปวงชนชาวไทยหรือไม่

สภาพเช่นนี้เป็นมูลเหตุของการที่ผู้คนต้องใช้เวทีนอกสภาเพื่อควบคุมรัฐบาลเสียเองหรือไม่ และเป็นเหตุให้เกิดการรวมตัวกันขับไล่รัฐบาลจนวุ่นวายและขัดแย้งกัน แล้วเลยต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกันใช่หรือไม่
ปัญหาประการที่สาม
———————
ในระยะหลังๆ เราเริ่มมีรัฐบาลที่มาจากภาคธุรกิจ หรืออย่างน้อยก็มีวิธีคิดอย่างภาคธุรกิจมากขึ้น ซึ่งในภาคธุรกิจนั้นอะไรยิ่งเสี่ยงมากก็ยิ่งมีโอกาสกำไรมาก อะไรที่เสี่ยงน้อย ก็กำไรน้อย

ความเสี่ยงนั้นอาจทำให้บริษัทกลายเป็นยักษ์ใหญ่ขึ้นมาได้ในพริบตา แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้บริษัทล้มหายตายจากไปได้ในพริบตาเช่นกัน แต่ความร่ำรวยของบริษัทนั้นผลตกได้แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่เป็นผู้บริหารเสียเป็นส่วนใหญ่ ที่จะตกได้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยก็เพียงแต่เป็นน้ำจิ้ม

ส่วนเวลาล่มจม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของก็ยังรวยอยู่ดี เพราะได้ยักย้ายถ่ายเทเอาไว้มากแล้ว ในขณะเดียวกันคนที่ได้รับผลกระทบก็เป็นเพียงพนักงานในบริษัทจำนวนร้อย พัน หรือหมื่นเท่านั้น

สำหรับประเทศนั้น ถ้าใช้วิธีคิดอย่างภาคธุรกิจ คือ เสี่ยงมากย่อมกำไรมาก ในแง่นี้คงเหมือนกับบริษัท คือเมื่อได้กำไรมากแล้ว กำไรส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในมือเพียงไม่กี่คน ประชาชนส่วนใหญ่จะมีส่วนได้ก็คงเหมือนกับผู้ถือหุ้นรายย่อยที่จะได้เงินปันผลสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยบ้างเล็กน้อย

แต่ถ้าเกิดล่มจมขึ้น คนทั้งประเทศ (ยกเว้นคนที่ได้กอบโกยไว้จนล้นแล้ว) ก็ย่อมพลอยล่มจมไปด้วย และจะเป็นความล่มจมอย่างเลือดตากระเด็น

ถ้าต่อไปวันข้างหน้าเราเกิดมีรัฐบาลที่มีวิธีคิดที่มุ่งต่อประโยชน์ทางการเมือง หรือประโยชน์ที่จะได้รับงอกเงยเป็นส่วนตัว ทำนองที่นักธุรกิจมุ่งต่อผลกำไร เดินหน้าลงทุนโดยไม่คำนึงถึงฐานะพื้นฐานหรือผลตอบแทนที่จะได้รับ ไม่มีเงินก็กู้เขามา ได้มาแล้วก็ยักย้ายถ่ายเทเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวกเสียบ้าง ทำโครงการประชานิยมอย่างไม่อั้น ไม่เสียดายต่อความสูญเสีย ไม่คำนึงถึงการเสริมสร้างให้ประชาชนพึ่งตนเอง เศรษฐกิจของประเทศเสี่ยงต่อความล่มจม

ประชาชนที่รู้ความจะได้แต่นั่งดูความล่มจมที่จะเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ จะมีหนทางใดที่ประชาชนจะสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นได้บ้าง เพราะจะพึ่งสภาก็ไม่ได้ เพราะสภาถูกพรรคและรัฐบาลครอบงำตามระบบที่วางไว้ดังที่ว่ามาข้างต้นเสียแล้ว

นี่ยังดีนะที่ตอนนี้เรามีรัฐบาลที่ฉลาด และค้าขายเป็น 
—————————————————–
โครงการประกันราคาข้าวที่ต้องลงทุนหลายแสนล้าน ท่านก็ว่าขาดทุนไปเพียงไม่กี่หมื่นล้านบาท (ตัวเลขของรัฐบาล)
รับจำนำได้แล้วก็สามารถขายให้จีนได้อย่างเทน้ำเทท่าจนไม่เหลือข้าวในโกดัง
พ่อค้าที่รับจ้างเก็บข้าวให้รัฐบาลก็มีแต่คนดี มีศีลธรรม ไม่คดโกง ฝากไว้เท่าไรก็เก็บรักษาไว้เท่านั้น ไม่มีสูญหาย ไม่เน่าเสีย
การลงทุนทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่จะกู้เงินเป็นล้านๆ ก็ล้วนแต่ได้ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มทุน และผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศมาอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว
ถ้ามีการประกันราคาข้าวไปอีกไม่กี่ปี ชาวนาแถวอีสานก็คงมีเงินพอที่จะนั่งเครื่องบินจากนครพนม หรืออุดรฯ มาลงที่โคราช เพื่อนั่งรถไฟความเร็วสูงเฟส 1 ต่อเข้ากรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ประหยัดเวลาในการที่จะต้องรีบกลับไปเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อนำมาจำนำกับรัฐบาลได้อีกมากมาย

แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เราจะมีรัฐบาลที่ฉลาดและเก่งอย่างนี้ไปได้นานเท่าไร
———————————————————————————–
ถ้าเกิดไปเจอะเจอรัฐบาลที่ไม่เอาไหน ทำขาดทุนทีละ 4-5 แสนล้าน พ่อค้าที่เข้ามารับจ้างเก็บข้าวก็มีแต่คดโกง เอาข้าวไปหมุนเวียนจำนำใหม่บ้าง ไปขายเสียบ้าง เพื่อแบ่งเงินให้กับผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง เหลือแต่ข้าวเน่าๆ ไว้ให้ดูต่างหน้า ในขณะเดียวกันก็ยังตะบี้ตะบันเก็บค่ารักษาและปรับปรุงข้าวอยู่ตลอดเวลา
หรืออยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาทำโครงการสองล้านล้านล้าน (ล้านสามหน) เพื่อสร้างจรวดให้คนไทยได้มีโอกาสนั่งไปเที่ยวดวงจันทร์เพื่อไปทำธุรกิจหรือพักผ่อนหย่อนใจให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ประชาชนทั่วไปจะต้องนั่งดูเฉยๆ เพื่อรอความล่มจมที่จะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา หรือจะมีกลไกอย่างไรที่ประชาชนจะสามารถยับยั้งเสนอทางเลือกได้โดยสันติวิธีแต่ได้ผลได้บ้าง
ปัญหาประการที่สี่
——————
ทุกวันนี้ข้าราชการประจำทั้งปวงในแต่ละกระทรวงและกรมจะตอบคำถามในใจได้หรือไม่ว่า ท่านได้ตำแหน่งมา เพราะผู้บังคับบัญชาประจักษ์ในความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริตของท่าน โดยไม่ต้องไปวิ่งเต้นกับใครก็ไม่รู้ หรือบางทีก็ต้องจ่ายเงินจ่ายทองเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง

แน่ล่ะ คนส่วนใหญ่น่าจะยังตอบคำถามได้อย่างภูมิใจ แต่คนอีกไม่น้อยที่ไม่อาจตอบคำถามนี้ในใจตัวเองได้ ผลที่ตามมาก็คือ ไม่สามารถทำงานโดยเฉพาะในเริ่องการอนุญาต การอนุมัติ ตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายและตามความนึกคิดโดยสุจริตตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้

ปรากฏการณ์เหล่านี้นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมของระบบราชการ และส่งผลให้การทุจริตบานสะพรั่งมากขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ เพราะมีข้าราชการประจำเป็นเครื่องมือให้

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเล็กๆ อีก 2-3 ปัญหา เช่น
———————————————–
– จะมีกลไกอะไรที่จะป้องกัน ปราบปราม และขจัดการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

– จะมีกลไกอย่างไรที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น เป็นที่ไว้วางใจและพึ่งพาของประชาชนได้อย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม และบุคลากรในกระบวนการนั้นทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ทำตามนโยบายของผู้มีอำนาจ หรือนโยบายของผู้บังคับบัญชา

– จะมีกลไกอย่างไรที่องค์กรภาคประชาชนจะทำหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของสังคมเป็นส่วนรวมอย่างแท้จริง และสื่อมวลชนจะทำหน้าที่อย่างมีจริยธรรม และเป็นกลางโดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

คนที่เคยมาชวนไปร่วมปฏิรูปอย่าได้หงุดหงิดหรือต่อว่าเลยว่า ตอนมาชวนก็ไม่ยอมไป แล้วจะมาบ่นอะไรให้น่ารำคาญ

ก็ต้องรับตรงๆ ว่า ที่ไม่ไป ไม่ใช่ไม่เห็นประโยชน์ของการปฏิรูป แต่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นความเป็นความตายของประเทศ ที่รัฐบาลคิดน่ะ ถูกแล้ว แต่คนถูกชวนอายุมากแล้ว คิดได้แต่เรื่องเล็กๆ ทำนองที่ว่ามาข้างต้น

แต่แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาหรือมีทางออกอย่างไร ไปร่วมด้วยก็คงเปลืองที่นั่งสำหรับคนเก่งเสียเปล่าๆ

ที่ลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้ก็เพราะไทยโพสต์เขาจะย่างเข้าปีที่ 18 ด้วยความรักและเกรงใจคุณเปลวจึงต้องยอม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 21/10/2013 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: