AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

คนสู้มะเร็ง

เพลง เสถียรธรรมสถาน

    FB: คนสู้มะเร็ง

วิธีง่ายๆ ต่อสู้กับมะเร็ง แบบธรรมชาติ
พ่อเลี้ยงวรรณ พิมพนิช เจ้าของรวมเกษตรฟาร์ม บรรยายวิธีรักษามะเร็ง ดังนี้

พ่อเลี้ยงวรรณฯ อายุ 60 ปี เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายที่ กระดูกสันหลัง คุณหมอทั้งไทย และเยอรมัน ไม่รับรอง ว่า จะรักษาหาย จึงไปทำการรักษาที่ เกาหลีเหนือ เป็นเวลา 1 เดือน ก็หายจากโรค กลับมาเมืองไทย จึงตั้งเป็นมูลนิธิวรรณ รับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ฟรี! ปัจจุบันมีผู้รับการรักษา 2000 กว่าคน ณ อ.แม่สอด ห่างจาก จว.ตาก 100 กม. 


วิธีการรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติง่ายๆ 4 ข้อ ดังนี้
1. จิตใจ ต้องสู้ 

2. อาหาร งดเว้นเนื้อสัตว์ แล้วหันมารับประทานอาหารที่มะเร็งไม่รับประทาน 15 ชนิด ได้แก่ 
2.1 ธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวกล้อง, ข้าวม้ง, ข้าวบาเล่ย์, ข้าวสาลี, และลูกเดือย นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า 
2.2 ผักผลไม้ 10 ชนิด ได้แก่ หอมหัวใหญ่, มันฝรั่ง, หรือมันเทศ, กล้วยน้ำว้าสุก (8 ลูก/วัน), ฟักทอง, ข้าวโพดหวาน, (ยอดแคกับถั่วพู 2 ชนิดนี้ห้ามขาด: หมายถึงให้กินมีประโยชน์มากห้ามลืมกินประมาณนี้ : อันนี้แอตมินข้อแก้เพิ่มเติมจากข้อความต้นฉบับค่ะเพราะเห็นมีคนงงเยอะ อ่านเพิ่มเติมประโยชน์ของทั้งสองอย่างนี้ได้ที่www.facebook.com/mAiPhUtAwAn เลยค่ะ แปะเพิ่มให้แล้ว), บลอคโคลี่ หรือกะหล่ำ ดอก, ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง(ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง) นำทั้ง 10 ชนิด หั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมาก เพื่อให้กระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ย่อย จากนั้นนำมารับประทานหนัก 1 กก./วันกับธัญพืช 

3. อาบน้ำร้อนสลับเย็นหรือเย็นสลับร้อนอย่างละ 2 นาที รวมเวลา 10 นาที 1ครั้ง/วัน เตรียมน้ำร้อน โดยใช้เครื่องทำน้ำร้อน เตรียมน้ำเย็นโดยหาถังน้ำใส่น้ำแข็ง แล้วอาบร้อนจัด และเย็นจัด เท่าที่ร่างกายทนได้ ภูมิต้านทานโรคทั้งสิ้น 2 จำพวก จะถูกกระตุ้นขึ้นมาทำหน้าที่ อย่างแข็งขัน 

4. การออกกำลังกาย เดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 45 นาที/วัน ง่ายไหมครับ 

" มูลนิธิวรรณ " เลขที่ 3/681 ประชานิเวศน์ ถ.เทศบาลนิมิตเหนือลาดยาว จตุจักร กทม.   เบอร์โทรศัพท์ 02-1580658   มือถือ 086-7886222

หมายเหตุ: ท่านที่เป็นมะเร็งหรือมีข้อสงสัยหลังจากอ่านโปรดมาดูที่comment ของคุณ Payut Intarapanich นะคะ จะทำให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ คือคุณ Payut Intarapanich เป็นมะเร็งตับและได้มีความกรุณาเข้ามาแชร์ประสบการณ์ตรงและข้อมูลที่มีประโยชน์มากค่ะ ท่านที่เป็นอยู่หรือท่านที่ต้องการข้อมูลอ่านแล้วจะได้เข้าใจมากขึ้นน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ 


1..1..

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=526083884147916&set=a.526083880814583.1073741828.526058114150493&type=1&theater

แผนที่ความคิด : เยียวยารักษาตนเองจากโรคมะเร็งตับ

เคยนำรูปนี้ลงเฟซบุ๊กครั้งหนึ่งแล้วแต่หายไป ขอนำกลับมาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเยียวยารักษาตนเองจากมะเร็งตับ ตามแนวธรรมชาติบำบัดและธรรมโอสถ อีกครั้งหนึ่ง อาจจะยาวนิดนึงนะครับ..

หลังจากที่ได้ทราบว่าป่วยเมืื่อ 6 เดือนก่อนก็ได้ตัดสินใจเดินตามเส้นทางนี้ เรียนรู้ ฝึกฝน ปฏิบัติเคร่งครัดบ้าง หย่อนยานไปบ้างในบางครั้งตามโอกาสเงื่อนไขของชีวิต ญาติมิตร พี่น้องผองเพื่อนทั้งหลายถามไถ่ข่าวคราวตลอดว่า เป็นไงบ้าง? ดีขึ้นมั๊ย? รักษาแบบไหน ได้ผลยังไง?

ผลในเชิงประจักษ์ คือ ยังมีชีวิตรอดอยู่ ไม่ตายภายใน 3-4 เดือนตามที่คุณหมอบอกตรงๆ อาการดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเหลืองข้นออกแดงคล้ายน้ำล้างปลา   อาการคันใต้ผิวหนังก็หายไปตั้งแต่เดือนแรกที่ปรับใจ-ปรับตัว    “หักดิบ”เรื่องอาหารการกิน งดเนื้อสัตว์ ไขมัน นม ไข่ ของผัด ทอด ปิ้ง ย่าง ที่เคยโปรดปราน กาแฟที่เมื่อก่อนกินแทนน้ำก็ว่าได้ เหล้า เบียร์ งดหมด.. งดเกลือ เครื่องปรุงทุกอย่าง      มาปรุงแค่ใส่เกลือนิดเดียวแค่สองนิ้วมือหยิบได้  เปลี่ยนมากินผักสดผลไม้สด ข้าวกล้องเป็นหลัก    รวมทั้งต้องทำตามตารางประจำวันอีกหลายสิ่งอย่างที่จะได้พูดถึงต่อไปเพื่อต่อสู้ในสงครามแย่งชิงเซลล์ดีกำจัดเซลล์ร้ายในครั้งนี้

ขณะที่เราตัดวงจรอาหารเขา เขาก็กัดกินตัวเรา ทำให้น้ำหนักค่อย ๆ ลดลง  มีอาการปวดท้องบ้างตามสภาพที่ตับขับเซลล์ที่ตายแล้วออกมา  ทำให้เกิดแก๊สพิษที่ต้องรีบดีท็อกซ์ด้วยกาแฟออกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

ผลการตรวจเลือดครั้งล่าสุด ค่าชี้วัดมะเร็งลดลง การทำงานของตับ ไต ถุงน้ำดีลดลงมายังอยู่ในเกณฑ์ที่ควร   ค่าไขมันตัวดีตัวร้ายกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ  ค่ายูริคปกติ ความดันเลือดและชีพจรปกติ ท้ายที่สุดผลจะเป็นอย่างไรไม่ไปกังวลเลย รู้เพียงแต่ว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด พยายามให้ถึงที่สุด มีความสุขกับชีวิต ณ ปัจจุบันขณะก็พอแล้ว..

รายละเอียดอธิบายภาพ 

“แผนที่ความคิด” ที่จะกล่าวถึงทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือส่วนตัวที่ผมจัดทำไว้เตือนความจำและเตือนตนเองให้ปฏิบัติตามนี้ ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์จะนำไปประยุกต์ใช้ก็ยินดีมากครับ ไม่มีอะไรใหม่ที่คิดเอง ผมเพียงแต่สรุปจากประสบการณ์การเข้าค่ายสุขภาพวิถีธรรมของอาจารย์หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน) จากการอ่านหนังสือหลาย ๆ เล่ม โดยเฉพาะที่ใช้เป็นหลักคือ หมอเขียว, พญ.ลลิตา ธีระสิริ และชาวคณะสนพ. รวมทรรศน์ , ดร.ทอม อู๋ นักโภชนาการ , มิชิโอะ คูชิ – นพ.ประพจน์ เภตราภาศ, ภญ.สุภาพร ปิติพร, หนังสือธรรมะหลายเล่มหลายสำนัก เวบไซต์และเฟซบุ๊ก เป็นต้น

เริ่มต้นที่ความคิดความเชื่อว่า “ฉันมีพลังในการเยียวยารักษาตนเอง” คิดถึงคำของหมอเขียวที่บอกว่า“หมอที่ดีที่สุดในโลก คือตัวคุณเอง” ไม่มีใครมาบังคับให้เรากินยา กินผักผลไม้ ออกกำลังกายได้ และ “ควรทุ่มเทสติปัญญา มานะพยายามให้ถึงที่สุด ในเมื่อดำรงตนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องแล้ว” ตามที่ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้กล่าวเตือนสติไว้เช่นนั้น

ตามรูปนี้ แบ่งคร่าว ๆ เป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ครับ คือ

1)  ด้านบนเป็น “ภาคปฏิบัติ” ได้แก่ ใจ-กาย-พลังจิต/ลมปราณ

2) ด้านล่างเป็น “ภาคสนับสนุน” ได้แก่ ความเข้าใจฐานคิดสำคัญๆ – รู้จักโรคที่เป็น – แหล่งความรู้/สื่อ – ตารางประจำวัน – สายลมใต้ปีกที่โอบเอื้อเกื้อกูลเรา – เกษตรพึ่งตนเอง


ภาคปฏิบัติ 1 : ใจ สำคัญที่สุด 
ก่อนอื่นต้อง “รู้” ว่าเป็นมะเร็งก่อน หมอหรือญาติต้องมีวิธีบอกความจริง (เดี๋ยวนี้จะบอกกันตรง ๆ เลยล่ะ) เมื่อรู้แล้วต้อง “ยอมรับความจริง” ว่ามีมันในตัวเราแล้ว จะอยู่ด้วยกันยังไง? ต้องรีบ”ทำใจ”    รีบ”ปรับใจ”ให้เข้มแข็ง   บอกตัวเองว่า “ฉันมีพลังในการเยียวยารักษาตัวเองได้”    ฉันต้อง “ไม่กลัวตาย ไม่กลัวโรค ไม่กังวล ไม่เร่งผล” ฉันยังมีทางเลือกอื่นซึ่งอาจจะเป็นทางรอดมากกว่าการฝากความหวังไว้ในมือคุณหมอ ฉันต้องเป็นหมอให้กับตัวเอง

ซึ่งต้องเริ่มด้วยการปรับความคิดความเข้าใจใหม่ว่า มะเร็งไม่ใช่โรคเฉพาะอวัยวะ เป็นที่ตับก็ฉายแสงหรือผ่าตัดที่ตับ แท้จริง มันคือโรคความเสื่อมของระบบร่างกายทั้งหมด รถพังทั้งคันจะเปลี่ยนแค่แบ็ตเตอรี่ไม่ได้ ต้องรักษาแบบองค์รวมทั้งร่างกาย(ใจ+กาย) ต้องใช้เวลา ใช้ความพยายามสูง    เราได้มาถึงจุดเป็นจุดตายของชีวิตแล้วต้องพร้อมที่จะเป็นหมอให้ตัวเราเองให้ดีที่สุด ต้อง “ปรับใจ” ให้สู้ๆๆ !!  ให้ได้ก่อนที่จะไปสู่ขั้น “ปรับตัว” ปรับพฤติกรรมการกินการอยู่หลับนอน ออกกำลังกาย     ต่อจากนี้ไปต้องมีวินัยต่อเนื่องยาวนาน ใช้ทั้งอาหารธรรมชาติ(ไร้สารพิษ) เป็นหลัก หล่อเลี้ยง ฟื้นฟู รักษากาย และใช้ธรรมโอสถ หล่อเลี้ยง    ยกระดับจิตใจให้อยู่เหนืออาการเจ็บปวดต่างๆ เตือนตัวเองบ่อย ๆ ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าหมดหวัง !

2.1 จัดการอารมณ์ สาเหตุหนึ่งซึ่งสำคัญมาก ๆ ที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงนี้กับเราก็คือ ความเครียด ทั้งจากปัญหาชีวิตครอบครัวและชีวิตการทำงานสารพัดเรื่องที่ที่สั่งสมกันมายาวนานจนตกตะกอน ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งสารบางตัวที่มีส่วนสร้างหรือส่งเสริมให้เซลล์ดีกลายพันธุ์เป็นเซลล์ร้าย มากขึ้น ๆ จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายกัดกินร่างกายเรา จะไม่มีทางเยียวยารักษาตนเองได้เลยถ้าเรายังคงเคร่งเครียด ซีเรียส เจ้าอารมณ์อีกต่อไป ต้องฝึกใจให้รู้เท่าทันอารมณ์เพื่อกำจัดความเครียดออกไปจากใจเราให้เร็วที่สุด

2.1.1 อารมณ์ไม่ดี นำพาไปสู่ความเจ็บป่วย ได้แก่ ความเครียด วิตกกังวล เศร้าใจ น้อยใจ ความโลภ โกรธ หลง คิดชั่ว พูดชั่ว (ทำชั่ว) ฯลฯ ต้องรีบแก้ไข ทางแก้มี 2 ทางคือ

1) แบบชั่วคราว ได้แก่ การหนีปัญหา การกิน การเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง การเบี่ยงเบนเรื่อง ข่มใจให้ลืม บ่น ระบายอารมณ์ แม้แต่การนั่งสมาธิ ฝึกจิต ก็ยังถือเป็นการแก้ไขชั่วคราวเท่านั้น

2) แบบถาวร คือ การดับทุกข์สิ้นเชิง ต้องตัดที่สาเหตุต้นตอของความทุกข์ นั่นคือ ตัดกิเลสทั้งปวง (ซึ่งยากมากๆ ค่อยว่ากันในหมวดพลังจิตและลมปราณครับ..)

ภาคปฏิบัติ 2 : กาย ต้องพร้อม
เมื่อเข้าใจแล้วว่า มะเร็งไม่ใช่โรคเฉพาะอวัยวะ เป็นที่ไหนรักษาที่นั่น ฉายแสงที่นั่น แต่มันคือ โรคความเสื่อมของระบบร่างกาย สัมพันธ์กันทั้งหมด ต้องรักษาแบบองค์รวม ก็ให้รีบเดินหน้า “หักดิบ” เปลี่ยนพฤติกรรมการกินการอยู่การนอน การดูแลร่างกายทันที ตั้งเป้าหมายเบื้องต้นไว้ก่อน 3 อย่างคือ
1 .ป้องกัน ยับยั้งการลุกลามไปอวัยวะอื่น(ไปมากกว่านี้)
2 .ฟื้นฟู ปรับภูมิต้านทานให้สูงขึ้น
3. ลด/บรรเทาอาการเจ็บปวด ต้องทำอะไรบ้าง?

2.1 ปรับอาหาร มะเร็งต้องพึ่งอาหารพวกโปรตีนและไขมันในการโตและขยายตัว เราต้องตัดวงจรอาหารของเขา
2.1.1 อาหารที่ “ต้องงด” คือ
1.  เนื้อสัตว์ทุกชนิด (แม้แต่ไข่ , ปลาก็กินได้นิดเดียว)
2.  ไขมัน งดน้ำมันทุกชนิด นม เนย ยีสต์ กะทิ อย่างเด็ดขาด จำไว้ว่า   “ถ้าเรากินไขมันต่ำมาก มะเร็งจะโตไม่ได้”  และ  “มะเร็งที่ไม่โต ฆ่าเราไม่ได้”
3. เกลือโซเดียม เกลือในร่างกายมี 2 ชนิด เกลือโซเดียม (เกลือปรุงรส น้ำปลา กะปิ ซีอิ๊ว ซ๊อส) ถ้ามีมากมะเร็งจะโตเร็วขึ้น กับ เกลือโพแทสเซียม ช่วยฟื้นฟูภูมิต้านทาน มีมากในผัก ผลไม้ (ส้ม แคนตาลูป มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ ผักใบเขียวทุกชนิด มันฝรั่ง กล้วย) และสาหร่ายทะเล

เกลือ 2 ชนิดนี้เป็นปฏิภาคกลับกัน ถ้าร่างกายมีโซเดียมมากเกินไป โพแทสเซียมละลดลง นั่นคือ ภูมิต้านทานลดลง คือเหตุผลว่าทำไมต้องลดรสเค็มจากเครื่องปรุงต่าง ๆ
ถ้างดเกลือได้เลยยิ่งดี จะเพิ่มโปรแตสเซียม ภูมิต้านทานจะเพิ่มตาม แม้แต่เกลือโซเดียมในยาสีฟันก็ใช้ไม่ได้ (ใช้ยาสีฟันสมุนไพรที่ไม่มีเกลือแทน หายากนิดนึง ผมใช้ของอภัยภูเบศวร) อีกอย่างคือ ผงฟู คือ โซเดียมไบคาร์บอเนตก็ห้ามใช้ล้างผัก

อื่น ๆ ที่ควรลดหรืองดคือ – น้ำตาลทรายขาว ใช้น้ำผึ้งหรือน้ำตาลไม่ฟอกได้บ้างนิดหน่อย
– เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
– โซดา น้ำอัดลม ชา กา แฟ ช็อคโกแล็ต โกโก้
– อาหารกระป๋อง ขนมขยะ (เอาง่าย ๆว่า ของในเซเว่น กินไม่ได้ซักอย่าง นอกจากน้ำเปล่า)

แม้แต่ผักบางชนิดก็ควรงดครับ หมอละลิตาบอกว่า 3 เดือนแรกควรงด แตงกวา, สับปะรดและสตรอเบอร์รี่ (มีสารเอมีนคล้ายโปรตีนที่มะเร็งดึงไปใช้ได้) ,ทุเรียน / อะโวคาโด (มีมันมาก), มะพร้าวอ่อน/น้ำมะพร้าวก็ห้าม มีทั้งฮอร์โมนและไขมันมากไป

2.1.2 อาหารที่ต้องกิน
ของอร่อย ๆ ต้ม ผัด แกง ทอด ปิ้ง ย่าง ขนมนมเนย ไอศกรีม ห้ามไปหมดเลย แล้วกินอะไรได้บ้าง?
คุณหมอลลิตาเรียกรวม ๆ ว่า “อาหารต้านมะเร็ง” ต้องกินเพื่อให้ได้…
1) เบต้าแคโรทีนที่ทำให้เซลล์ดีแข็งแรงขึ้น 
2) วิตามิน A C D E เพื่อต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะวิตามินซี จะช่วยให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรงขึ้น ไปจัดการเซลล์มะเร็งได้ และยังยับยั้งไม่ให้มันหลุดจากก้อนเดิม , วิตามินอี มีมากในข้าวกล้อง มีสารต้านอนุมูลอิสระ คืนความอ่อนเยาว์ให้ร่างกาย ช่วยให้เอาชนะเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น
3) เซเลเนียม ก็ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว มีมากในกระเทียม ต้นหอม หอมแดง หอมหัวใหญ่ วีทเจิร์ม (จมูกข้าว)
4) เกลือแร่ / โปรแตสเซียม เพิ่มภูมิต้านทาน
5) เอ็นไซม์ สารต้านอนุมูลอิสระแบบพร้อมใช้ ช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าทันที ทั้งหมดนี้มีอยู่ในผักสด ผลไม้สด เน้นว่าต้องสดและปลอดสารพิษ ต้องกินมาก ๆ เป็นอาหารหลัก (ผักสดอย่างน้อยวันละ 2 จาน / น้ำคั้นผักผลไม้สด วันละ 8 แก้ว )
6) โปรตีน ไม่กินเนื้อสัตว์แล้วจะได้จากไหน? จากข้าวกล้อง ครับ วันหนึ่งๆ ร่างกายต้องการโปรตีนไม่มาก ผู้ชายต้องการ 33 กรัม ผู้หญิงต้องการ 28 กรัม ข้าวกล้อง 1 ทัพพีมีโปรตีน 7 กรัม ผู้ชายกิน 5 ทัพพี ผู้หญิง 4 ทัพพีก็เพียงพอแล้ว (แต่โปรตีนจากข้าวกล้องยังไม่ครบส่วน ขาดสารไลซีนที่มีมากในข้าวโพด จึงต้องกินข้าวโพดเสริมด้วย)
นอกจากผักสด ผลไม้สด ข้าวกล้อง ที่เป็นอาหารหลักแล้ว ยังต้องกินยา วิตามินเสริมด้วยครับ

– ยา สมุนไพร วิตามิน น้ำด่าง ท่านที่รักษากับโรงพยาบาล ก็ยังกินยาตามหมอสั่งต้องกินยาตามแพทย์ครับ สำหรับผมกินแต่สมุนไพรครับ ทั้งแบบกินสด ๆ แบบผง ชงแบบชาร้อน แบบแคปซูล แต่ละคน เป็นแต่ละที่ก็คงไม่เหมือนกัน เท่าที่ศึกษามาก็ยังไม่มีสมุนไพรตัวไหนที่มีผลการวิจัยยืนยันว่าสามารถ “ฆ่ามะเร็ง” ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด บางตัวช่วยปรับสมดุลร้อน-เย็น ลดภาวะความเป็นกรดที่มะเร็งชอบ บางตัวช่วย “โอบพิษ” หรือล้อมเซลล์มะเร็งไม่ให้ขยายตัว ให้ฝ่อลง บางตัวช่วยแก้อาการบางอย่าง เช่น ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดท้อง น้ำเหลืองเสีย ฯลฯ ก็ต้องศึกษาข้อมูลกันพอสมควรครับ ที่ผมใช้กับตัวเอง(เท่านั้นนะครับ อาจไม่ถูกโรคกับคนอื่น ๆ ถือว่ายกตัวอย่างครับ) ก็มี
– หญ้าปักกิ่ง ทั้งตำคั้น , ปั่นเป็นน้ำร่วมกับตัวยาอื่น, แบบแคปซูล
– ขมิ้นชัน กินแบบผง
– มะรุม แคปซูล
– รางจืด แคปซูง, ชงชา, ต้มอาบขับพิษ (อาบแบบน้ำอุ่นจัด 3 นาที สลับกับน้ำเย็น 2 นาที รวม 3 รอบ)
– พลูคาว แคปซูล
– น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น ได้แก่ ย่านาง เตยหอม กาบหอย อ่อมแซบ(เบญจรงค์) หญ้าม้า ถือเป็นเครื่องดื่มหลักประจำตัว ตัวที่ยืนพื้นคือ ย่านางกับใบเตยครับ ถ้ามีตัวอื่นก็ผสมด้วยได้
– ฟักข้าว (เนื้อและน้ำจากเยื่อหุ้มเมล็ดหุงนำมาหุงรวมกับข้าวกล้อง)
– ฮว่านง็อก / แป๊ะตำปึง 2 ตัวนี้ใช้ไม่มากนัก
– ทุเรียนเทศ (ทุเรียนน้ำ) กินใบแบบชงชา
– ชาจีน
– ฝาง / ย่านางแดง นานๆ ครั้ง ต้มใบ/แก่น จิบอุ่น ๆ
– ใบมะยม ใบมะขาม อย่างละ 1 กำมือ คั้นแยกกากหรือตำแล้วกรองด้วยผ้าขาว (เพิ่มเม็ดเลือดขาว)

– วิตามินซีสกัดจากธรรมชาติ กินบ้างไม่ต่อเนื่อง
– น้ำด่าง คือน้ำอัลคาไลน์เข้มข้น ค่า Ph 13 นำมาผสม 1 ฝาต่อน้ำ 1 ลิตร จะได้น้ำดื่มค่า Ph = 7.5 ควรดื่มให้หมดภายใน 1 วัน ใช้ผสมน้ำปั่นผลไม้สดด้วยครับ
– เอ็นไซม์สกัดจากธัญพืชชนิดผง (Gold Enz)
– เบต้ากลูแคน แคปซูล (Gold Beta G) และ Tempo GM ก่อนนอนและก่อนอาหารเช้า

เรื่องอาหารนี้ผมอยากแนะนำให้อ่านหนังสือ หรือเข้าไปดูเว็บไซต์ของอ.หมอเขียว ที่www.morkeaw.net หรือ www.morkeaw.com จะมีข้อมูลเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง “มาเป็นเป็นหมอดูแลตัวเองกันเถอะ” ด้วยหลัก ยา 9 เม็ด ตามหลักการ “สมดุลร้อน-เย็น” เรื่องอาหาร ผัก ผลไม้ ก็มีทั้งชนิดฤทธิ์ร้อน-ฤทธิ์เย็น ผู้ป่วยมะเร็งมีภาวะร้อนเกิน ควรกินอาหารฤทธิ์เย็นเพื่อปรับสมดุล มีอะไรบ้างนั้น มีรายละเอียดเยอะครับ ควรเข้าไปติดตามอ่านอย่างยิ่ง ผมเองก็เดินตามแนวทางหมอเขียวนี่แหละ

หนังสือดีที่ผมใช้เป็นคู่มือ ครับ
1.มะเร็ง รักษาด้วยตนเอง ตามแนวธรรมชาติบำบัด โดย พญ.ลลิตา ธีระสิริ
ทุกอย่างที่ผมว่ามา รายละเอียดอยู่ในเล่มนี้
2.ตำราอาหารต้านมะเร็ง เขียนโดยคุณหมอลลิตาเช่นกันครับ ควรมีประจำครัวเพราะเมนูเราไม่เหมือนชาวบ้านเขา บางทีแม่ครัวก็หมดมุก ได้เล่มนี้แหละช่วย
3.ธรรมชาติช่วยชีวิต โดย Dr. Tom Wu เล่มนี้อธิบายกลำกการเกิดและการรักษามะเร็งให้หายำด้เข้าใจง่ายดี มีเมนูเครื่องเมและอาหารเพื่อสุขภาพไม่เฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง โรคอื่นๆ ก็มี หรือคนที่ยังไม่ป่วยก็ควรกิน
4.มะเร็งพ่าย เรื่องราวการรักษาตนเอง หายขาดจากมะเร็งระยะสุดท้ายภายในปีครึ่ง อาานสนุกเหมือนอ่านนิยายเลยครับ แปลโดย อรชุน เลียววัฒนะพล
เล่ม 1 2 4 ถ้าหาตามร้านไม่ได้ สั่งซื้อได้ที่สนพ.รวมทรรศน์ 02-5137670 ,02 9301165-6

ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=526083884147916&set=a.526083880814583.1073741828.526058114150493&type=1&theater

ผุ้ป่วยต้องการกำลังใจ และ ความเข้าใจ  การเอาใจใส่จากของรอบข้างมากๆ


เพลงกำลังใจ วงโฮป

กำลังใจ  ฤทธิพร อินสว่าง

เพลงลมหายใจเข้า ออก แม่ชีศันสนีย์ ณ เสถียรธรรมสถาน

ความสุขเล็กๆ  เสถียรธรรมสถาน

 

เพลงเก็บดวงดาว  แม่ชีศันสนีย์ ณ เสถียรธรรมสถาน

 

บทเพลงแผ่เมตตา โดยเสถียรธรรมสถาน

 

 ผู้เป็นมะเร็งโดยเฉพาะระยะสุดท้าย มีเครื่องรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดชื่อเครื่อง HIFU
เป็นเทคโนโลยีร่วมญี่ปุ่นกับจีนยิงฆ่าเซลล์มะเร็งจากภายนอก ไม่เจ็บ ทันสมัยในเอเชีย
ติดต่อเวลาราชการ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในสังกัดคณะแพทย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ โทร 037-395085-6
HIFU มศว. องครักษ์-

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: