AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

หนูน้อย 3 ขวบเสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก

หนูน้อย 3 ขวบเสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก ขณะที่ทางโรงเรียนประกาศปิดเรียนทำความสะอาดใหญ่

หนูน้อย 3 ขวบ เสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก

กรุงเทพฯ 9 ม.ค. 2557  – หนูน้อย 3 ขวบเสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก ขณะที่ทางโรงเรียนประกาศปิดเรียนทำความสะอาดใหญ่ ด้าน กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กทม.ส่งทีมสอบสวนโรค แนะนำให้โรงเรียนปิดเพื่อทำความสะอาด

ตามที่มีกระแสข่าวในเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่ามีนักเรียนโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 4 ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากและเสียชีวิตนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังโรงเรียนดังกล่าว ได้รับการยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่ามีนักเรียน 1 คนป่วยด้วยโรคดังกล่าวจริงและเสียชีวิตแล้วเมื่อวานนี้ ขณะที่ทางโรงเรียนดำเนินการมาตรการทางสาธารณสุข ประกาศปิดการเรียนการสอน ทำความสะอาด และจะเปิดเรียนอีกครั้งในวันที่ 13 มกราคมนี้ โดยจะมีการตรวจคัดกรองนักเรียนอย่างเข้มงวด

ด้าน นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสอบสวนโรค พบผู้ป่วยเป็นเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก  ทำให้มีโรคแทรกซ้อน และเสียชีวิต ตรวจพบเชื้อไวรัส Enterovirus 71 หรือ EV71 ซึ่งเป็นไวรัสที่รุนแรง โดยนักเรียนเริ่มมีอาการในวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ซึ่งผู้ปกครองก็พาไปพบแพทย์ทันที แต่อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตในที่สุดโดยสำนักอนามัยได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบสวนโรคและแนะนำให้โรงเรียนปิดเพื่อทำความสะอาดแล้ว ทั้งนี้ โรคมือเท้าปากสามารถพบได้ทั้งปี แต่จะพบมากช่วงฤดูหนาว ยังไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกัน หากมีตุ่มใสที่มือและเท้าควรรีบไปพบแพทย์

พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีนักเรียนเสียชีวิตดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมีการตรวจ สอบสวนโรค เฝ้าระวังไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่เด็กคนอื่นได้ แต่ไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนก แต่ให้เพิ่มความตระหนักในการรักษาสุขอนามัย โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเย็นฤดูหนาวและฤดูฝน ไวรัสจะเติบโตและแพร่กระจายได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ การล้างมืออย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้.-สำนักข่าวไทย

 

11 คำถามนี้มีคำตอบกับโรคมือ เท้า ปาก

 คำถาม – คำตอบ กลุ่มโรคมือเท้าปาก (Hand foot mouth syndrome) หรือ โรคปากเปื่อยที่เป็นข่าว – เป็นข่าวฮือฮาพอควร เพราะระดับปิดโรงเรียนเพื่อคุมโรค อย่างนี้ไม่รู้ไม่ได้แล้วคะ ซึ่งในความจริงเคยระบาดมาหลายครั้งแล้วคะ เมื่อเป็นข่าวก็ต้องรู้ข้อมูลกัน จะสรุปให้ดังนี้นะคะ “โรคมือ เท้า ปาก” เป็นที่สนใจในหมู่คุณพ่อ คุณแม่ที่ยังมีลูกเล็กๆ เพราะมีการระบาด และทำให้เด็กเสียชีวิตไปหลายคนในสิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่จริงแล้วโรคนี้มิใช่เป็นโรคใหม่ แต่เป็นโรคที่มีมานานแล้ว ในประเทศไทยก็พบอยู่เสมอๆ แต่ไม่เป็นข่าว เพราะเป็นแล้วอาการไม่รุนแรง ไม่ทำให้เสียชีวิตนั่นเอง1. โรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot and Mouth Disease) กับโรคปากเท้าเปื่อย (Foot and Mouth Disease) แตกต่างกันอย่างไร?  โรคมือ เท้า ปาก นั้นเป็นโรคที่พบเฉพาะในคน และติดต่อจากคนสู่คน ส่วนโรคปากเท้าเปื่อยเกิดจากไวรัสตัวอื่น เป็นโรคติดต่อที่เกิดกับสัตว์กีบ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ สุกร เป็นต้น ทำให้สัตว์ป่วยมีอาการเป็นแผลที่ปากและกีบเท้า สัตว์ที่ป่วยมักไม่ตายหรือมีอัตราป่วยตายต่ำ ไม่จัดว่าเป็นโรคติดต่อถึงคน

2. ผู้ใหญ่สามารถติดต่อโรคมือ เท้า ปาก จากเด็กได้หรือไม่? ผู้ใหญ่มักมีภูมิต้านทานต่อโรคนี้จากการได้รับเชื้อขณะเป็นเด็ก ซึ่งภูมิต้านทานนี้จำเพาะกับชนิดของไวรัสที่เคยได้รับเชื้อ หากได้รับเชื้อชนิดใหม่ที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน ก็สามารถเป็นโรคได้อีก ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการของโรคหรือมีอาการเล็กน้อย แต่สามารถแพร่เชื้อไปสู่เด็กหรือผู้อื่นได้

3. หญิงตั้งครรภ์ที่สัมผัสผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก เสี่ยงติดโรคหรือไม่? ส่วนใหญ่หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับเชื้อจะไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากมีอาการป่วย ควรรีบปรึกษาแพทย์ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลแสดงว่าการติดเชื้อมีผลต่อการแท้งบุตร ความพิการของเด็กหรือเด็กเสียชีวิตในครรภ์ อย่างไรก็ตามเด็กอาจได้รับเชื้อขณะคลอดหากมารดาป่วยในช่วงใกล้คลอด เด็กแรกเกิดที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อยไม่รุนแรง การป้องกันทำได้โดยการปฏิบัติสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี 

4. ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจะเป็นโรคมือ เท้า ปาก ที่รุนแรง?  โดยทั่วไปโรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่ไม่อันตราย ในประเทศไทยพบโรคนี้ได้บ่อยแต่ไม่มีความรุนแรง ผู้ที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการของโรค ผู้ป่วยมักมีอาการป่วยเล็กน้อย หายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่เด็กอ่อนและเด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากกว่าเด็กโต

5. จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก และพ่อแม่จะสังเกตอาการเหล่านี้ได้อย่างไร? เด็กที่ได้รับเชื้อโรคนี้ จะมีอาการไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หลังจากมีไข้ 2-3 วัน เด็ก จะเริ่มเจ็บคอหรือเจ็บปากเวลาดูดนมหรือรับประทานอาหาร มีอาการน้ำลายไหล ปฏิเสธอาหารและน้ำ ถ้าให้เด็กอ้าปาก  จะเริ่มเห็นมีแผลในปาก และเริ่มมีผื่นที่บริเวณ มือ เท้าและก้น ในอีก 2-3 วันต่อมา เด็กๆ จะมีอาการอาเจียน ท้องร่วง ซึม ไม่วิ่งเล่นเหมือนเดิม 

6. หากติดเชื้อแล้วจะเริ่มแสดงอาการเมื่อใด และอาการของโรคเป็นอย่างไร?  ส่วนใหญ่แสดงอาการป่วยภายใน 3-5 วันหลังได้รับเชื้อ จะมีไข้เป็นอาการเริ่มแรก(อาจเป็นไข้สูงในช่วง 1-2 วันแรก และลดลงเป็นไข้ต่ำๆ อีก 2-3 วัน) มีจุดหรือผื่นแดงอักเสบในปาก(มักพบที่ลิ้น เหงือกและกระพุ้งแก้ม) ทำให้เจ็บปากไม่อยากรับประทานอาหาร จะเกิดผื่นแดงซึ่งจะกลายเป็นตุ่มพองใสรอบๆ แดง ที่บริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่อื่น เช่น ก้น หัวเข่า ฯลฯ ผื่นนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสรอบๆ แดง (maculo-papular vesicles) มักไม่คัน แต่เวลากดจะเจ็บ ต่อมาจะแตกออกเป็นหลุมตื้นๆ (ulcer) อาการจะดีขึ้นและแผลหายไปใน 7-10 วัน ในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี บางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (aseptic meningitis) ก้านสมองอักเสบ (brain stem encephalitis) ตามมาด้วยปอดบวมน้ำ (pulmonary edema) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และระบบหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ทำให้เสียชีวิตได้ มีสัญญาณอันตราย ได้แก่ ไข้สูงไม่ลดลง ซึม อาเจียนบ่อย หอบ และแขนขาอ่อนแรง เกิดภาวะอัมพาตคล้ายโปลิโอ

7. จะป้องกันโรคโรคมือ เท้า ปาก ได้อย่างไร?   โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่ป้องกันได้โดยการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี  เช่น การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ เป็นประจำหลังการขับถ่ายหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก และก่อนการรับประทานอาหารหรือป้อนอาหารเด็ก รวมถึงการไม่คลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้ของร่วมกับผู้ป่วย ร่วมกับการรักษาความสะอาดทั่วๆ ไป การจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องครัวให้ถูกสุขลักษณะ

8. หากบุตรหลานมีอาการป่วย ควรทำอย่างไร?  แยกเด็กป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่นๆ ผู้ปกครองควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ และหยุดรักษาตัวที่บ้านประมาณ 5-7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ ระหว่างนี้ควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น แต่หากเด็กทีอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ เป็นต้น ต้องรีบพากลับไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ไม่ควรพาเด็กไปสถานที่แออัด เช่น สนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ ห้างสรรพสินค้าและตลาด ควรอยู่ในที่ที่มีระบายถ่ายเทอากาศได้ดี ใช้ผ้าปิดจมูกปากเวลาไอจาม และระมัดระวังการไอจามรดกัน และผู้เลี้ยงดูเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระเด็กป่วย

9. จะทำลายเชื้อ หรือฆ่าเชื้อได้อย่างไรบ้าง?  เชื้อนี้จะถูกทำลายได้โดยแสงอุตราไวโอเล็ตในแสงแดด ในสภาพที่แห้ง เชื้อจะมีชีวิตอยู่ไม่นาน อีกทั้งการต้มที่อุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที และการใช้น้ำยาซักล้างทั่วไปก็สามารถทำลายเชื้อนี้ได้เช่นเดียวกัน

10. คลอรีนในสระว่ายน้ำฆ่าเชื้อโรคมือ เท้า ปาก ได้หรือไม่ เด็กมีโอกาสติดเชื้อโรคนี้จากสระว่ายน้ำได้ไหม?   ความเข้มข้นของคลอรีนในสระว่ายน้ำตามมาตรฐานต้องมีอย่างน้อย 1 มิลลิกรัมต่อลิตร [1 ppm (part per million)] ซึ่งมีปริมาณคลอรีนเพียงพอที่จะทำลายเชื้อได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรนำเด็กป่วยไปสระว่ายน้ำ  และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของสระว่ายน้ำอย่างเคร่งครัด

11. ความเสี่ยงต่อผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่เกิดโรคนี้ระบาด มีมากน้อยเพียงใด?   ไม่มีข้อห้ามสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ ในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ  หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังเกิดโรคนี้ระบาดอยู่ ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด รักษาสุขอนามัยที่ดี และอยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเทที่ดี

ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญมาก เราควรจะสอนเด็กๆ ให้รู้จักวิธีปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ดี เช่น ให้ล้างมือให้สะอาดเมื่อออกจากห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

http://www.phyathai.com/medicalarticledetail/3/40/386/th

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 13/01/2014 by in ลบทิ้งได้.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: