AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

กรณีศึกษา : รองเท้า TOMS กับ วิธีการทำธุรกิจชั้นเลิศที่ยังไม่เคยมีใครทำ

‘รองเท้าทุกคู่ที่คุณซื้อไป เราจะบริจาครองเท้าอีกคู่ให้กับเด็กที่ขาดแคลน’   สโลแกนเด็ดโดนใจแสดงจุดยืนของ TOMS แบรนด์รองเท้าเปลี่ยนโลก ซ่ึงเปลี่ยนตั้งแต่ ‘พื้น’ และ ‘ฐาน’ ของคุณภาพชีวิตเด็กๆ เลยทีเดียว

รองเท้า TOMS เกิดขึ้นในปี 2006 โดย เบลค (Blake Mycoskie) ชายหนุ่มที่ไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้ประกอบการที่มีพลังขับเคลื่อนสังคมได้ เมื่อครั้งที่เบลคเดินทางไปท่องเที่ยวที่อเมริกาใต้และไปเรียนโปโลที่อาร์เจนติน่า ที่นั่นเขาได้พบกับ 2 สิ่งซึ่งเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล นั่นคือ รองเท้า Alpargata และเด็กๆ ที่ไม่มีรองเท้าใส่

เด็กๆ ยากจนที่ต้องวิ่งเล่นและไปโรงเรียนด้วยเท้าเปล่า ทำให้เบลคเกิดแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า ที่จะทำธุรกิจซึ่งสามารถแบ่งปันรองเท้าให้กับเด็กๆ ได้ เขาจึงพุ่งไปหาคนท้องถิ่นให้สอนเขาทำรองเท้า Alpargata รองเท้าผ้าใบท้องถิ่นของอาร์เจนติน่า ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ช่วงปี 1830 ผลิตขึ้นในหมู่แรงงานที่ต้องการรองเท้าทนทาน ราคาถูก และเบาสบาย

เบลคเรียนรู้การทำรองเท้าผ้าใบที่ว่าจนช่ำชอง แล้วแบกกระสอบซึ่งเต็มไปด้วยรองเท้ากลับอเมริกา บุกตลาดด้วยรองเท้า Alpargata ที่มีดีไซน์ ภายใต้แบรนด์  TOMS  พ่วงไปกับคำมั่นสัญญาว่า “รองเท้าทุกคู่ที่คุณซื้อไป เราจะบริจาครองเท้าอีกคู่ให้กับเด็กที่ขาดแคลน” กับโมเดล One for One

  • บริษัทขนาดกะทัดรัดของเขามีพนักงานเต็มเวลา 7 คน พนักงานฝ่ายขาย 6 คน เด็กฝึกงาน 8 คน ทุกคนล้วนไร้ประสบการณ์ในวงการแฟชั่น  เมื่อทุกอย่างพร้อม Blake ก็เปิดตัวรองเท้า TOMS ด้วยรองเท้า 15 รุ่นสำหรับชายและหญิง รวมถึงรุ่นพิเศษแบบลิมิเต็ดที่ชวนศิลปินมาออกแบบ
  • พวกเขาขายผ่านเว็บไซต์โดยมีวางขายในร้านประมาณ 40 แห่งในสหรัฐอเมริกา
  • พอถึงปลายปี พวกเขาก็ทำยอดได้ 10,000 คู่
  • ต้นปี 2007 ก็มียอดเข้ามาจากร้านค้า 300 แห่ง จาก ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา สเปน และฝรั่งเศส นับรวมกันได้ประมาณ 41,000 คู่
  • พวกเขาขายรองเท้าคู่ละ 38 เหรียญสหรัฐ และการขายผ่านระบบออนไลน์นั้นกำไรดีมาก
  • แต่เขาก็เลือกที่จะตั้งราคาให้ต่ำกว่าปกติ แทนที่จะขายแพง ๆ แล้วเก็บส่วนต่างที่มากขึ้น เหมือนอย่างรองเท้ายี่ห้ออื่น
  • ในเวลาไม่นาน TOMS ก็ถูกพูดถึงในวงกว้าง มีสื่อมาสัมภาษณ์เขาเยอะมาก  ด้วยจุดประสงค์ในการตั้งบริษัทของเขาไม่ใช่เพื่อขายรองเท้า แต่เพื่อแจกรองเท้า
  • เมื่อมีลูกค้าซื้อรองเท้า TOMS 1 คู่ Blake จะบริจาครองเท้า TOMS 1 คู่ ให้กับเด็กที่ขาดแคลน   นี่ไม่ใช่กลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นรูปแบบในการทำธุรกิจแนวใหม่ ที่อยากมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบกับโลก ผ่านวิธีการที่ง่ายมาก ซื้อหนึ่งบริจาคหนึ่ง
  • “คุณซื้อรองเท้าเรา เราบริจาครองเท้าในนามคุณ” เจ้าของเขาบอกอย่างนั้น
  • “ผมใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งในการหาเงิน และใช้ชีวิตอีกครึ่งเพื่อใช้มันไป”   ชายที่เรียกตำแหน่งตัวเองว่า หัวหน้าคนแจกรองเท้า แทนคำว่า CEO พูดถึงปรัชญาการใช้ชีวิตของเขา
  • เปิดกิจการ 2 ปีแรก เขาบริจาครองเท้าไปแล้ว 10,000 คู่สำหรับเด็กในอาร์เจนติน่า และ 50,000 คู่สำหรับเด็กในอัฟริกาใต้  และนับจนถึงวันนี้ เขาบริจาครองเท้าไปแล้วทั้งหมดมากกว่า 10 ล้านคู่..สำหรับเด็กทั่วโลก
  • ผมชอบที่เขาบอกว่า ชีวิตคนเรา ควรใช้ครึ่งหนึ่งเพื่อหา และอีกครึ่งหนึ่งเพื่อให้ ชีวิตเรามันควรจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ
  • ณ วันนี้  TOMS บริจาครองเท้าไปแล้วกว่า 1,000,000 คู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก
  • TOMS ยังทำงานประสานกับ NGO และมูลนิธิต่างๆ ที่มีเครือข่ายในประเทศยากจนมากมาย ทำให้สามารถเข้าถึงเด็กๆ ที่ขาดแคลนจริงๆ
  • อ้อ! แล้วที่เจ๋งมากก็คือ เด็กๆ ที่ได้รับรองเท้าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าจะได้คู่เดียวแล้วจบนะ แต่ TOMS ยังมอบรองเท้าที่โตไปตามตัวของเด็กจนถึงวัยหนึ่งเลยล่ะ

แล้วทำไมต้องเป็นรองเท้าล่ะ? เราๆ ท่านๆ ณ ที่นี้ จำความได้ก็มีรองเท้ามากมายในชีวิต อาจนึกภาพไม่ออกว่าของธรรมดาๆ อย่างรองเท้าจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร?

รองเท้าเป็น ‘พื้น’ ที่จะรองรับสุขอนามัย และ  เป็น ‘ฐาน’ การเติบโต   เด็กๆ มากมายในประเทศที่กำลังพัฒนาต้องเดินเท้าเปล่าไปโรงเรียน ไปไหนมาไหน เสี่ยงต่อเชื้อโรค และการบาดเจ็บ ถ้าเด็กๆ มีรองเท้าก็จะลดความเสี่ยงเหล่านี้ลง เด็กๆ ที่มีสุขภาพดีก็จะมีความสุข มีการศึกษา และโอกาสในวันพรุ่งนี้ที่ดีขึ้น โดยเริ่มต้นที่ 1 คู่ 2 ข้างนี่แหละ

ด้วยเหตุนี้  TOMS จึงสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของรองเท้าให้กระเพื่อมไปในวงกว้าง  เบลคได้เดินสายเป็นวิทยากรในมหาวิทยาลัย ตั้งคลับในแคมปัส จัดขบวน ‘One Day without Shoes’ ชวนคนมาเดินเท้าเปล่า เพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเอง   ขบวนเปลือยเท้านี้จัดมาแล้วเป็นพันๆ ครั้ง มีคนเข้าร่วมเดินเท้าเปล่าเป็นล้านคน และกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ ก็คือ การจัดทัวร์พาลูกค้านำรองเท้าไปให้เด็กๆ ถึงที่ ซึ่งยิ่งสร้างอิมแพคต่อผู้ซื้อว่า ยิ่งให้ยิ่งได้มากกว่ารองเท้า

แบรนด์  TOMS ณ วันนี้มีสินค้าหลากประเภท หลายดีไซน์เพื่อกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น และขยายการให้ไปสู่ ‘แว่นตา’ สินค้าที่ TOMS เลือกจะส่งต่อแบบ One for One ด้วยเป้าหมายเดิม แต่ยิ่งใหญ่ขึ้น เพราะไม่เพียงโฟกัสไปที่เด็ก แต่โครงการ ‘มอบการมองเห็น’ นั้น ส่งต่อแว่นตาหรือการรักษาดวงตาให้แก่ผู้ป่วยทางสายตาที่ยากจนโดยไม่จำกัดวัย  เพราะความด้อยโอกาสกระจายตัวอยู่ทั่วโลก ความเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนเหล่านั้น แม้เป็นเพืยงกลุ่มย่อย แต่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมอันยิ่งใหญ่ได้

Read more: http://www.creativemove.com/design/toms-shoes/#ixzz2xXQUpUzb

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 31/03/2014 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: