AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

เมื่อคุณแก่ตัวขึ้น (50++++)

image

 

 

 

 

 

 

 

หลายปีนี้…

1. หลายปีนี้…เริ่มรู้สึกมีความเข้าใจว่า เมื่ออายุมากขึ้น ญาติสนิทมิตรสหายเริ่มทยอยจากเราไป รู้สึกถึงชีวิตล้วนอนิจจัง

2. หลายปีนี้…เริ่มรู้สึกปล่อยวาง เริ่มเรียนรู้ถึงสิ่งที่ไม่ว่าจะเสียดายหรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นไปโดยวิถีแห่งธรรมชาติ

3. หลายปีนี้…ชีวิตสอนว่า ความสนิทชิดเชื้อระหว่างมนุษย์นอกเหนือจากความเกี่ยวพันทางสายเลือดแล้ว สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือสัมพันธภาพทางจิตใจที่จริงใจต่อกัน

4. หลายปีนี้…ชีวิตสอนว่า สิ่งที่เคยใฝ่ฝันอยากได้ในอดีต แม้วันนี้จะได้มา ก็หาใช่สิ่งที่สำคัญสำหรับเราอีกต่อไป

5. หลายปีนี้…เริ่มตื่นรู้ นอกจากเราต้องทำดีกับผู้อื่นแล้ว เราจะต้องทำสิ่งที่ดีงามให้กับคนที่ดีกับเราให้มากเท่าทวีคูณ

6. หลายปีนี้…เริ่มเรียนรู้ว่า เวลาหาได้บ่มเพาะความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้คน ตรงกันข้าม เวลากลับพิสูจน์ให้เห็นถึงธาตุแท้ของผู้คน

7. หลายปีนี้…เริ่มรู้ซึ้ง นอกจากพ่อแม่แล้ว ไม่มีใครในโลกที่จะคอยอนุเคราะห์ โอบอุ้มและให้อภัยเราเหมือนเช่นที่ท่านให้กับเรา

8. หลายปีนี้…เริ่มรู้และเข้าใจว่าความประมาทอาจจะนำมาซึ่งอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและความทุกข์ทรมานต่อร่างกายอย่างไม่คาดฝัน

9. หลายปีนี้…เราเปลี่ยนไป สามารถอดทนแบกรับความทุกข์ในหลากหลายรูปแบบ มีความแกร่งในชีวิต เหมือนต้นกระบองเพชร ที่สามารถจะอยู่รอดได้ในทุกสถานะ

10.หลายปีนี้…เริ่มสำนึก ไม่ดึงดันยึดมั่นถือมั่นอย่างที่เคย หลายสิ่งที่เคยยึดมั่นเริ่มคลายความถือมั่นอย่างที่เคยเป็น

11. หลายปีนี้…หลายสิ่งที่ขัดหูขัดตา ก็สามารถที่จะทำใจให้เป็นเหมือน “ฟังแต่ไม่ได้ยิน มองแต่ไม่ได้เห็น”

12. หลายปีนี้…ชีวิตสอนว่า ไม่ใช่คนทุกคนจะยินยอมเดินตามวิถีทางที่เราอยากให้เป็น

13. หลายปีนี้…ชีวิตสอนว่า สิ่งที่เป็นของเรา ย่อมต้องเป็นของเรา สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา จงอย่าได้ฝืนเอา

14. หลายปีนี้…ชีวิตสอนว่า อย่าได้อิจฉาชีวิตของผู้อื่น เพราะเราเองก็สามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างที่เราต้องการให้เป็นได้

เวลาดุจสายน้ำ ไหลไปไม่หวนกลับ เรียนรู้กับชีวิต รู้ซึ้งถึงชีวิต หวงแหนทุกวันเวลาที่ผ่านไป ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า เรียนรู้ชีวิตอย่างสงบต่อไป…

Cr : Forward LINE
Cr ภาพ : http://www.pageresource.com

https://www.facebook.com/wirodePAG : เพจรวมบทความที่ให้แนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต, การทำธุรกิจ และไอเดียดีๆ สาระน่ารู้ เกี่ยวกับการออกแบบ

————–

หลักการใช้ชีวิตง่ายๆ แต่สุขใจ

1. จงมีชีวิตอยู่ด้วยจิตแห่ง ความรัก รักโดยไม่หวังผล แล้วคุณจะไม่ต้องพบกับคำว่า ความผิดหวัง ความแค้น ความเสียใจ อย่างที่ผ่านมา

2. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การให้อภัย แล้วคุณจะพบว่าคุณมีจิตใจที่แจ่มใสตลอดเวลา ไม่ปวดร้าวกับอดีตใดๆ

3. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การรู้จักตนเอง มากกว่ารู้จักผู้อื่น แล้วคุณจะพบว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแต่แก้ไขด้วยตัวเราทั้งสิ้น

4. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การอยู่อย่างพอเพียง แล้วคุณจะพบว่าคุณไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินความจำเป็น ด้วยความอยาก และความโลภ

5. จงมีชีวิตอยู่กับ ความจริง แล้วคุณจะพบว่าจิตของคุณได้รับการปล่อยวาง อย่างแท้จริง โดยไม่คาดหวังกับสิ่งใดจนเกินไป

6. จงมีชีวิต อยู่อย่างผู้ให้ มากกว่าการเป็นผู้รับ แล้วคุณจะพบกับความสุขลึกๆ ที่เป็นยาอายุวัฒนะจากการให้นั่นเอง

7. จงมีชีวิตอยู่อย่าง มีศีล สมาธิ ปัญญา แล้วคุณจะพบกับคุณค่าของชีวิต ที่จะมีแต่คำว่า สะอาด สว่าง สงบ

8. จงมีชีวิต อยู่กับปัจจุบัน อดีตคือประสบการณ์ อนาคตยังมาไม่ถึง ฉะนั้นทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วคุณจะพบว่า ชีวิตจะดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

9. จงมีชีวิตอยู่ด้วย การสะสมความดีและบุญกุศล ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วคุณจะพบว่า ชีวิตของคุณมีตัวช่วยอยู่ตลอดเวลา…

💕😄🌹😊🌷🐹🎄🐰

 

————–

พระพุทธองค์ ทรงสอนพวกเราว่า….

  1. ไม่ว่าเราได้พบเจอใคร เขาเหล่านั้น คือ คนที่เราจะต้องได้พบเจอ ไม่มีใครเข้ามาในชีวิตเราด้วยเหตุบังเอิญ
  2. ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวใดๆ ขึ้นในชีวิตเรา มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้าย เราต้อง..ยอมรับมัน ไม่มีเรื่องใดที่บังเอิญ เพราะเราเคยทำแบบนี้กับเขามา เมื่ออดีตชาติปางก่อน
  3. เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาใด นั่นคือ เวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรที่ไม่ควรเกิด เพราะมันต้องเกิด ต่อให้คุณเตรียมตัวหรือไม่ได้เตรียมตัว เมื่อปัจจัยพร้อม สิ่งเหล่านั้นก็ต้องเกิดขึ้น
  4. เมื่อปัจจัยจบ ต้องยอมรับว่าจบ อย่า…เหนี่ยวรั้ง อย่าอาลัยอาวรณ์ ขอให้รู้ว่า เมื่อสุดมือสอย ก็ต้องปล่อยมันไป และกล้าเผชิญในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมีเรื่องดีๆ กำลังรอคุณอยู่ข้างหน้าเสมอ
  5. ทำความดี ในปัจจุบันให้มากที่สุด โดยไม่ต้องสนใจว่า เราเคยทำกรรมอะไรในอดีตมาบ้าง เพราะคิดไปก็เปล่าประโยชน์ เราทำอะไร กับกรรมเก่าไม่ได้แล้ว….แต่ผู้มีปัญญาเท่านั้น จะรู้ว่ากรรมใหม่ดีๆ มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ และควรทำทันที

…สรุปคือ หมั่นทำกรรมดี ในปัจจุบัน นั้นสำคัญที่สุด !!!

จาก forward line

————-

9 กำลังใจ

1. อย่ากลัว การเริ่มต้นใหม่  และอย่าแคร์ สายตาใครตราบใดที่เรา ยังหายใจด้วยจมูกของเราเอง

2. คนอื่น ไม่ให้โอกาสเรา ยังไม่น่าเศร้า เท่ากับเราไม่ให้โอกาสตัวเอง

3. กระจก ไม่เคยดูถูกใคร มีแต่คนที่ไม่มั่นใจ ที่ดูถูกตัวเอง

4. คนฉลาด ไม่ใช่ผู้ที่ ชนะการโต้แย้ง
แต่คนฉลาด คือ ผู้ที่ออกห่างจากการโต้แย้ง ตั้งแต่เริ่มต้น

5. คนที่ใช้ชีวิตคุ้มค่า คือ คนที่ได้ทำ ในสิ่งที่อยากทำ
ไม่ใช่เพราะได้ทำในสิ่งที่ คนอื่นอยากให้ทำ

6. อย่าเป็นคนเก่ง ที่แล้งน้ำใจ  แต่จงเป็น คนธรรมดาทั่วไปที่มีน้ำใจ และไม่เห็นแก่ตัว

7. มองปัญหา ให้เหมือนกับ เม็ดทราย ถึงจะเยอะมากมาย แต่เม็ดทราย ก็เล็กนิดเดียว

8. ไม่มีใครดีเลิศหรือ เพอร์เฟค หรอก เพราะขนาดดินสอ ยังต้องมียางลบ

9. ใครจะดูถูกเรา ก็ปล่อยให้เค้าดูถูกไป  แต่จงท่องให้ขึ้นใจว่า เราจะไม่ดูถูกตัวเอง

 

—————

 

ตัวชี้วัดว่า “ตื่นรู้”  มากแค่ไหน (Key Behavior Indicator)

โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

๑)  สดใสขึ้น ใจว่างๆ โล่งๆ (ใจดี หรือ ดีใจ ไม่เหมือน ใจโล่งๆ นะ) ไม่อมทุกข์ ไม่หน้าบึ้ง

๒)  ยิ้มง่ายขึ้น ยิ้มให้คนอื่นก่อน ไม่ต้องรอให้คนอื่นยิ้มให้ก่อน

๓)  ไหว้คนอื่นได้ก่อน ไม่มีข้อแม้ว่า ใครต้องไหว้ใครก่อน

๔)  ถ่อมตน ไม่เจ้ายศ ไม่เจ้าอย่าง ง่ายๆ ติดดิน

๕)  รับผิดชอบงานมากขึ้น ไม่อ้าง ไม่หนี อดทน ยอม

๖)  มีเมตตามากขึ้น ใช้เมตตาธรรมนำหน้าเหตุผล

๗)  ดู สังเกต มากกว่าที่จะ ด่วนวิจารณ์ ด่วนออกอาการ ด่วนออกอารมณ์ แม้นจะโดนด่า โดนเข้าใจผิด ก็ยัง อดทน ควบคุมตนเองได้ ง่ายๆ ปล่อยๆ ไม่เอาเรื่อง ไม่เอาก็ได้

๘)  เปิดโอกาสผู้อื่นพูดมากขึ้น ฟังมากขึ้น ไม่ด่วน “สวนกลับ” ไม่ด่วน “หักคอ” ไม่ด่วนสรุป ไม่ด่วนฟันธง ไม่แทรกแซงขณะคนอื่นกำลังพูด อัตราการเต้นของหัวใจปกติ ไม่ตูมตาม เมื่อโดนคนอื่นด่า

๙)  ยอมรับ เปิดใจมากขึ้น  ยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่างได้ รับฟังอีกมุมมองได้

๑๐) ขยันๆ และ ”กล้า” ลงมือทำ ในเรื่องที่ดี เป็นกุศล ต่างๆ ทันที โดยไม่มีข้อแม้ ไม่เอาเรื่องในอดีตมาทำให้สะดุดในการที่จะทำ ไม่เอาเรื่องในอนาคตมาหยุดตนเอง ทำตามเป้าหมายได้ ไม่วอกแวก รู้จัก focus

๑๑) กตัญญู พ่อแม่ ไปหา ไปดูแล ไปคุย กับผู้มีพระคุณมากขึ้น ครูเก่า เจ้านายที่เคยช่วยสอน ผู้มีอุปการะคุณ ฯลฯ

๑๒) สัตว์เลี้ยงต่างๆ จะเดินเข้ามาหา เพราะคนที่ใจสงบ ตื่นรู้ บรรดาสัตว์ในธรรมชาติ เขาจะ รับรู้

๑๓)  ไม่เมาบุญ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร

๑๔)  “ให้” บริจาค จิตอาสา ทำเพื่อส่วนรวม มากขึ้น

๑๕)  รู้สึกว่าตนเอง เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ รู้สึกว่า ผู้คนกับตัวเอง เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่รู้จะทำลายกันไปทำไม

๑๖)  คบบัณฑิต หลวงปู่ หลวงพ่อ ที่ดีๆ มากขึ้น ไปหา ไปฟังธรรมจากท่าน ตามโอกาส

๑๗)  ห่างไกลคนพาล อบายมุข

๑๘)  รักษาศีล๕มากๆ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ขโมย ไม่ผิดกาม ไม่โกหกหลอกลวง ไม่ทานของมึนเมา

๑๙)  ชื่นชม (Appreciation) ผู้คน ยินดีที่คนอื่นได้ดี หรือ มี มุทิตา นั่นเอง

๒๐)  ไม่นินทาใคร ไม่ทำให้ใครแตกแยก ชวนให้คนสามัคคีกัน

๒๑)  ไม่กังวล หลับสบาย หลับง่าย

๒๒)  ไม่ค่อยฝันร้าย เช่น ในฝันไม่รู้สึกวิ่งยากลำบาก ก้าวขาไม่ออกอีกต่อไป ไม่ฟันว่าฟันหัก ไม่ฝันว่า กลับไปเป็นเด็กแล้วเครียดก่อนสอบ อีก

๒๓)  ฝันดีบ่อย เช่น เจอพระ เจอคนดีๆ ตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น มีความสุข

๒๔) นึกอะไร อยากได้อะไรที่ดีๆ เป็นกุศล ไม่นานก็จะได้ หรือ มีคนเอามาให้

๒๕) ยอมคน เช่น ยอมให้แซงคิว ยอมให้เอาเปรียบ ยอมให้ต่อว่า ฯลฯ แต่คิดเตือนอย่่างนุ่มนวล

๒๖) ไม่ด่วน ”ประเมิน” ตัดสิน ตัดเกรด แบ่งแยก พิพากษา (judgement) ผู้คน ห้อยแขวน (suspend) เอาไว้ก่อน ดูมากขึ้น เผื่อคาดไม่ถึงบ้าง

๒๗) รักผู้คนแบบไม่มีเงื่อนไข (Unconditional love) ไม่หวังผล ให้ก็คือให้ ไม่มีข้อแม้ ไม่อิจฉา ไม่ริษยา

๒๘) รู้จักสติที่ฐานกาย ใช้ “กายรู้กาย” ได้มากขึ้น นานขึ้น ต่อเนื่องมากขึ้น รู้ๆทุกก้าว ทุกอิริยาบท

๒๙) ”จับ” ความรู้สึก ที่ “ใจ” ของตนเองได้ รู้ว่าใจกุศล อกุศล
๓๐)  “แยกแยะ” จิต กับ ความคิด ได้ รู้จักความคิดจร ( ความคิดนอกแผน ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจคิด ความคิดที่ชวนไปเละเทะ ฟุ้งซ่าน ออกนอกทาง ฯลฯ) เป็น นีโอ ที่ สามารถจับกระสุนความคิด ที่ กิเลสยิงใส่มาได้

๓๑)  กลับไปอ่าน หนังสือธรรมะ แล้ว เข้าที่ “ใจ”มากขึ้น ร้อง “อ๋อ” มากขึ้น

๓๒) ไม่กลัวตาย สิ้นข้อสงสัย และ ไม่งมงายในศีลภายนอก

 

3  เรื่องของน้ำ

  • กลางวันดื่มน้ำให้มาก
  • กลางคืนดื่มให้น้อย
  • วันหนึ่งดื่มกาแฟไม่เกินสองแก้ว

 

 3  เรื่องที่..ควรลืม

  • ลืมอายุ
  • ลืมเรื่องที่ผ่านมา
  • ลืมเรื่องที่จะกล่าวโทษคนอื่น

 

4  เรื่องที่..ควรมีไว้

  • มีคนที่รักคุณด้วยความจริงใจ
  • มีเพื่อนที่รู้ใจ
  • มีงานมีการทำ
  • มีบ้านที่อบอุ่น

 

5  อย่างที่..ต้องเอา(ต้องทำ)

  • ต้องร้อง
  • ต้องเต้น
  • ต้องใช้
  • ต้องหัวเราะ
  • ต้องรักษาสุขภาพ

6  อย่างที่…ไม่ควรทำ

  • หิวแล้วไม่ยอมทาน
  • หิวน้ำไม่ยอมดื่ม
  • ง่วงแล้วไม่ยอมนอน
  • เหนื่อยแล้วไม่ยอมพัก
  • ไม่สบายไม่ยอมรักษา  ไม่ยอมไปหาหมอ
  • แก่แล้วค่อยคิดเสียใจ

󾭵 ความโกรธ ทำให้หัวใจ”ทำงานหนัก

󾭵 ความรัก ทำให้หัวใจ “ทำงานดี”

󾭵 ความดีทำให้หัวใจนั้น “พองโต”

󾭵 ความโง่จะทำให้ “เสียหาย”

󾭵 ความตายนั้นเป็นเรื่อง “ธรรมดา”

󾭵 บุคคลใดเข้าใจหลักศาสนา บุคคลนั้นย่อมเห็นทุกสิ่งเป็นธรรมดา

 

  7 สิ่งที่…มีค่ากว่าเงินทอง

  • การได้เกิดมาเป็นคน
  • การได้ยลศาสนา
  • การมีกัลยาณมิตร
  • การมีความสุจริตเป็นนิสัย
  • การมีใจปราศจากริษยา
  • การมีเวลาให้บุคคลอันเป็นที่รัก
  • การรู้จักสะกดคำว่า พอ

 

󾭵  ชีวิตคนมี 1 หนทาง  คือ ทางเดินของตัวเอง

 

󾭵   ชีวิตคนมีสิ่งมีค่า 2 อย่าง
1.  สุขภาพกาย
2.  สุขภาพจิต

 

󾭵 เพื่อน มี 3 ประเภท
1.  ให้หยิบยืม
2.  ร่วมงานมงคล
3.  ร่วมงานโศกเศร้า

 

󾭵 ทุกข์ มี 4 ทุกข์
1. มองไม่ทะลุ
2. สละไม่ลง
3. แพ้ไม่เป็น
4. ปล่อยวางไม่ได้

 

󾭵 มี 5 คำพูด เตือนใจ
1.  ยิ่งลำบาก ยิ่งต้องสู้
2.  ยิ่งดี ยิ่งถ่อมตน
3.  ยิ่งแย่ ยิ่งต้องเชื่อมั่น
4.  ยิ่งมี ยิ่งประหยัด
5.  ยิ่งหนาวเหน็บ ยิ่งมีน้ำมิตร

 

󾭵 ของสำคัญ 6 สิ่ง
1.  ร่างกาย
2.  ความรู้
3.  ความฝัน
4.  ทัศนคติ
5.  ความเชื่อมั่น
6.  ความกล้าหาญ

” อยู่อย่างไรให้เพื่อนรัก”  สำหรับคนอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป

1. ฟังเพื่อนคุย ให้มากกว่า คุยให้เพื่อนฟัง
2. จงพูดถึงปมเด่นของเพื่อน มากกว่า ที่จะพูดปมด้อยของเพื่อน
3. ต้องจำในสิ่งที่เพื่อนช่วย มากว่าการจำในสิ่งที่ช่วยเพื่อน
4. จงมองเพื่อนที่ความเป็นเพื่อน มากกว่า มองที่สถานะที่เพื่อนดำรงอยู่
5. อย่าพูดแต่เรื่องของตัวเอง
6. อย่ารักเพื่อนด้วยปาก
7. อย่าคุยเรื่องการเมืองกับเพื่อนๆ
8. ทบทวนผลลัพธ์ที่สะท้อนจากเพื่อนๆเพื่อปรับปรุงตัวเอง

วิกรม กรมดิษฐ์ บอกว่า “เงินที่มีอยู่แต่ไม่ได้ใช้ ก็ไม่ใช่เงินของเรา”
มหาตมะ คานธี บอกว่า “ความสุขที่ได้ให้ มักยิ่งใหญ่กว่า ความสุขที่ได้รับเสมอ”

Middle age – Do not fe   วัยกลางคน ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียใจ 

After middle age – Do not regret!
หลังวัยกลางคน ก็ไม่มีอะไรที่น่าเสียใจอีกแล้ว

Enjoy your life while you can
หาความสุขให้กับชีวิต เมื่อคุณยังมีความสามารถอยู่

Do not wait till you cannot even walk just to be sorry and to regret
อย่ารอจนกว่า…คุณเดินไม่ไหวแล้วต้องมานั่งเสียดายและเสียใจ

As long as it is physically possible, visit places you wish to visit
ตราบใดที่ร่างกายคุณยังไหวอยู่ ก็ขอให้คุณไปเยี่ยมเยียนในสถานที่ที่คุณอยากไปเถอะ

When there is an opportunity, get together with old classmates, old colleagues & friends
เมื่อเรายังมีโอกาส หาเวลาร่วมสังสรรค์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน สหายรักและเพื่อนเก่า (แก่)

The gathering is not just about eating; it’s just that there is not much time left
การสังสรรค์นั้นมิใช่เพื่อสนุกกับการกินเท่านั้น หากแต่เพราะเราต่างเหลือเวลาที่จะอยู่ด้วยกันน้อยลงแล้ว…

Money kept in the banks may not be really your
เงินที่คุณนำไปฝากไว้ที่ธนาคารนั้น อาจจะไม่ได้เป็นของคุณโดยแท้…

When it is time to spend, just spend, treat yourself well as you’re getting old
เมื่อถึงเวลาที่จะใช้ จงใช้มันหาความสุขให้ตัวเอง ในขณะที่วันเวลาของชีวิตเหลือน้อยลงแล้ว (ขณะที่คุณกำลังชราภาพมากขึ้น)

Whatever you feel like eating, just eat! It is most important to be happy
เมื่อคุณอยากจะกิน ก็จงกินเถอะ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด คือ การทำตนให้มีความสุข

Food which are good for health – eat often and more but that is not everything
อาหารที่ดีต่อสุขภาพก็ทานเยอะและบ่อยสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณจะทานได้ทุกอย่าง

Things which are not good for health – eat less once in a while but do not abstain from them totally
อะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็ทานให้น้อยลงสักหน่อย หรือทานเป็นบางครั้งบางคราว แต่อย่าให้ถึงกับอดอยากเลยทีเดียว

Treat sickness with optimism. Whether you are poor or rich
มองการเจ็บป่วยแบบคนมองโลกในแง่ดี ไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน ก็มีโอกาสเจ็บป่วยได้ทั้งนั้น

Do not be afraid or worried when you are sick
อย่ากลัวหรือวิตกกังวลใจเมื่อคุณต้องเจ็บป่วย

Everyone has to go through the birth, aging, sickness and death. There is no exception, that’s life.
มนุษย์ทุกรูปทุกนามล้วนแล้วแต่ต้องผ่านการเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ เพราะนั่นคือ..ชีวิต

Settle all the outstanding issues before hand and you will be able to leave without regret
จัดการปัญหาต่างๆ ที่สำคัญทั้งหมดทั้งมวลเสียก่อน แล้วคุณก็จะสามารถที่จะจากไปโดยปราศจากความเสียใจใดๆ

Let the doctors handle your body, God handle your life, but be in charge of your own mood
ปล่อยให้หมอเป็นผู้ดูแลสุขภาพของคุณ พระเจ้าดูแลชีวิตของคุณ แต่คุณต้องจัดการกับอารมณ์ของคุณเอง

If worries can cure your sickness, then go ahead and worry
ถ้าหากความวิตกกังวลช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บของคุณได้ ก็ปล่อยให้ใจมันกังวลต่อไป

If worries can prolong your life, then go ahead and worry
ถ้าหากความวิตกกังวลช่วยให้คุณมีชีวิตที่ยืนยาว ก็ขอจงวิตกกังวลใจต่อไป

If worries can exchange for happiness, then go ahead and worry
ถ้าหากความวิตกกังวลสามารถแลกเปลี่ยนเป็นความสุขได้…ก็ขอให้คุณจงวิตกกังวลต่อไป

Our kids will make their own fortune
ลูกหลานเราจะสร้างสรรค์โชคลาภ ด้วยตัวของเขาเอง (อย่าได้กังวลใจเลย)

Your old body – pay more attention to health, you can only rely on yourself in this
สำหรับร่างกายที่แก่เฒ่าของคุณ คุณต้องให้ความสนใจต่อสุขภาพของคุณมากขึ้น คุณเท่านั้นที่จะวางใจตัวคุณเองได้

Your old companion – treasure every moment with your other half, one of you will leave firs
คู่ชีวิตที่แก่เฒ่า – ขุมทรัพย์ทุกขณะจิต ที่เป็นหุ้นส่วนหนึ่งของชีวิต อาจจะทิ้งคุณไปก่อน

Retirement funds – money that you have earned, it is best to keep them yourself
เงินเกษียณ เป็นเงินที่คุณหามาตลอดชีวิต ดีที่สุดก็คือ…เก็บไว้กับตัวคุณเอง

Your old friends – seize every opportunities to meet up with your friends, such opportunities will become rare as time goes b
สำหรับเพื่อนเก่าทั้งหลาย จงแสวงหาทุกโอกาสที่จะพบกับพวกเขาเหล่านั้น โอกาสเช่นนั้นนับวันจะหาได้ยากมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป

Everyday you MUST smile and laugh
ทุกๆ วัน คุณต้องยิ้มและหัวเราะให้ได้

Running water does not flow back. So is life, make it happy!
สายน้ำนั้นไม่สามารถไหลย้อนกลับ เช่นเดียวกับชีวิตของเรา ดังนั้นจงทำชีวิตให้มีความสุข

Cry louder if you want to cry
จงร้องไห้ให้เสียงดังขึ้น ถ้าหากคุณต้องการจะร้อง

Life ends; when you stop DREAMING
ชีวิตสิ้นสุด เมื่อคุณเลิกฝัน

Hope ends; when you stop BELIEVING
ความหวังสิ้นสุด เมื่อคุณหยุดเชื่อ

Love ends; when you stop CARING
ความรักสิ้นสุด เมื่อคุณหยุดที่จะใส่ใจ

And Friendship ends; when you stop SHARING
และมิตรภาพจะสิ้นสุด เมื่อคุณหยุดการแบ่งปัน!

Credit to “Secret of old age”

Used vs. Loved
ถูกใช้(งาน) / เป็นที่รัก(ถูกรัก)
~~~~~~~~~~~~
While a man was polishing his new car,
ขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังขัดรถใหม่ของเขา
his 6 yr old son picked up a stone and scratched lines on the side of the car.
ลูกชายวัย 6 ขวบได้เอาก้อนหินมาขีดเส้นข้างรถของเขา
In anger, the man took the child’s hand and hit it many times;
ด้วยความโกรธ เขาจับมือลูกชายมา ตีอย่างแรงไปหลายที
not realizing he was using a wrench.
โดยไม่ได้ตระหนักว่า สิ่งที่เขาใช้ตีคือ ประแจขันน็อต

At the hospital, the child lost all his fingers due to multiple fractures.
ที่รพ. ลูกชายของเขาต้องสูญเสียนิ้วมือทั้งหมด เพราะกระดูกแตกละเอียด
When the child saw his father…..
เมื่อเด็กชายเจอพ่อ
with painful eyes he asked,
เขาถามพ่อด้วยสายตาอันเจ็บปวด
‘Dad when will my fingers grow back?’
พ่อครับ นิ้วผมจะงอกมาเหมือนเดิมเมื่อไหร่ครับ
The man was so hurt and speechless;
ชายคนนั้นเจ็บปวดมากและพูดไม่ออก
he went back to his car and kicked it a lot of times.
เขากลับไปเตะรถคันนั้นหลายครั้ง
Devastated by his own actions…..
เขาได้ทำลายมันด้วยตัวเขาเอง
sitting in front of that car he looked at the scratches;
เขานั่งหน้ารถแล้วมองที่รอยขีดข่วน
the child had written ‘LOVE YOU DAD’.
ลูกชายเขาเขียนว่า “ผมรักพ่อ”
The next day that man committed suicide……
วันรุ่งขึ้น เขาก็ฆ่าตัวตาย

Anger and Love have no limits;
ความโกรธและความรักไม่มีขีดจำกัด
choose the latter to have a beautiful, lovely life…..
จงเลือกสิ่งหลัง เพื่อการอยู่อย่างงดงามและอบอวลด้วยความรัก

Things are to be used and people are to be loved.
สิ่งของทั้งหลายมีไว้เพื่อให้ใช้ คนมีไว้เพื่อให้รัก
But the problem in today’s world is that,
แต่ปัญหาของโลกในปัจุบันคือ
People are used and things are loved….
คนมีไว้เพื่อถูกใช้งาน แต่สิ่งของกลับเป็นที่รัก

In this year, let’s be careful to keep this thought in mind:
จากนี้ไป ขอให้พวกเราตั้งใจจดจำไว้ว่า
Things are to be used, but People are to be loved.
สิ่งของทั้งหลาย มีไว้เพื่อถูกใช้งาน และคนมีไว้เพื่อเป็นที่รัก

Watch your thoughts;
จงเฝ้าดูความคิดคุณ
they become words.
เพราะมันจะกลายเป็นคำพูด

Watch your words;
จงเฝ้าระวังคำพูด
they become actions.
เพราะมันจะกลายเป็นการกระทำ

Watch your actions;
จงเฝ้าดูการกระทำ
they become habits.
เพราะมันจะเป็นนิสัย

Watch your habits,
จงเฝ้าระวังนิสัยคุณ
they become character;
เพราะมันจะเป็นบุคคลิก

Watch your character;
จงเฝ้าดูบุคคลิก
it becomes your destiny.
เพราะมันจะบอกความเป็นตัวตนของคุณ

I’m glad a friend forwarded this to me as a reminder.
ฉันดีใจที่เพื่อนส่งบทความนี้มาช่วยเตือน

If you don’t pass this on nothing bad will happen;
ถ้าคุณไม่ส่งมันต่อ ก็ไม่ผิดอะไร
if you do, you might change someones life.
แต่ถ้าส่งต่อ คุณอาจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 19/06/2014 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: