AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

พระพุทธศาสนาในสายตาชาวโลก

“พระพุทธศาสนาในสายตาชาวโลก”

ชาวโลกกำลังสนใจพระพุทธศาสนาอย่างมาก แต่ขาดองค์กรนำที่เข้มแข็ง

 

จากสื่อชั้นนำของโลก เช่น TIME  ในปี 1997 ขึ้นหน้าปกว่า America’s Fascination with Buddhism แปลว่า “ชาวอเมริกันกำลังสนใจพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ” บ่งบอกถึงความสนใจด้านพุทธศาสนา ของชาวอเมริกันอย่างไม่ธรรมดา

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล ปี 2531-41 ที่พบว่า ศูนย์สอนพุทธศาสนาด้วยภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการในอเมริกาเพิ่มมากขึ้นเกือบ 3 เท่า จาก 429 แห่ง เป็น 1,100แห่ง

และจากข้อมูลเวปไซด์อเมซอน พบว่า มีหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาขายมากถึง1,200เล่ม บางเล่มยอดสั่งซื้อสูงกว่าแสนเล่ม

ส่วน TIME  ปี 2003 ก็ขึ้นหน้าปกว่า The Science of Meditation แปลว่า “ ศาสตร์แห่งสมาธิ”  คนอเมริกัน 10 ล้านคนนั่งสมาธิทุกวัน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจาก 10 ปีก่อน ใครไม่นั่งสมาธิเป็นคนล้าสมัยไปแล้ว

นอกจากนี้ยังมีสารคดีรายการหนึ่งของBBC ที่อังกฤษ ทำสารคดียาวเกือบ 1 ชม. ด้วยการเก็บข้อมูล และศึกษาในแหล่งต่างๆ สรุปข้อน่าสงสัยว่า พระเยซูอาจเคยเป็นพระในพุทธศาสนา… โดยข้อมูลที่รวบรวมได้มีหลักฐานว่า พระเยซูเป็นชาวอิสราเอล และมาบวชอยู่ในวัดแถบแคชเมียร์ ในช่วงอายุ14-29 ปี ซึ่งเรื่องราวในช่วงชีวิตช่วงนี้ของพระเยซู ในพระคัมภีร์ก็หายไป ไม่สามารถค้นพบได้ ( BBC documentary “Jesus was a Buddhist Monk BBC Documentary”

 

และด้วยความเห็นต่างจากคำสอนในศาสนาคริสต์ที่เพิ่มมากขึ้น Newsweek ฉบับหนึ่ง ถึงกับลงข่าวใหญ่ ขึ้นหน้าปกว่า Heaven is Real แปลว่า “ สวรรค์มีจริง ”

มีหลักฐานชัดเจนจากประสบการณ์ของศัลยแพทย์ทางสมองท่านหนึ่ง ที่เมื่อก่อนไม่เคยเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายเลย แต่เขาป่วยหนัก สมองหยุดทำงาน โดยมีผลการตรวจคลื่นสมองตลอด 7 วัน เป็นหลักฐาน แต่เขาไปพบเห็นประสบการณ์มากมาย เมื่อฟื้นขึ้นเขาเห็นหลักฐานทั้งหมดจึงสรุปว่า แสดงว่าต้องมี “ inner self ” คือ “ตัวตนภายใน” ที่ไม่ใช่สมองเป็นตัวรับรู้  ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต

และมีคุณหมอที่ได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง เกี่ยวกับการทำงานของสมองกับอารมณ์ ในเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้ป่วย ที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น เด็กสมาธิสั้น คนที่มีความเครียด โรคซึมเศร้า ศึกษาการทำงานของสมอง ในคนที่มีบุคลิกแบบชอบใช้ความรุนแรง คนที่เป็นฆาตกร คนที่มีบุคลิกก้าวร้าว สมองจะมี pattern แบบหนึ่ง

และในการศึกษาผู้ทำสมาธิพบว่า ทำให้เนื้อสมองสีเทาหนาขึ้น แสดงว่าเซลล์สมองเพิ่มจำนวนและมีความแข็งแรงมากขึ้น  ล้มความเชื่อเดิมที่ว่าเซลล์สมองจะไม่มีการสร้างเพิ่ม หลักฐานยืนยันคุณประโยชน์ของสมาธิมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสริมกระแสความสนใจ ฝึกสมาธิของคนทั่วโลก

ในยุคที่การทำสมาธิเป็นเรื่องทึ่ผู้คนสนใจมากขึ้น แม้ที่ประชุมรัฐสภาอังกฤษ ได้ให้สส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลทุกคนทำสมาธิก่อนเริ่มประชุม

ส่วนที่ประชุมผู้นำเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส ได้ให้ผู้เข้าประชุมทุกศาสนา นั่งสมาธิก่อนประชุม 30 นาที

ที่ญี่ปุ่นมีงานเทศกาลจัดขึ้นที่สวนสาธารณะใหญ่ วัดพระธรรมกายที่ญี่ปุ่น เราได้ไปจัดสอนสมาธิรอบละ 15 นาที มีชาวญี่ปุ่นยืนต่อแถวเข้าคิวรอนั่งสมาธิ ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม นั่งกันแน่นถึงหน้า state พระอาจารย์เลย

 

……………………………………………

1

งานวิจัยของนายแพทย์ ริชาร์ดในการศึกษาเรื่องสมอง

ท่านผู้อ่านครับ สมองของคนเราเป็นตัวควบคุมความคิด อารมณ์ความรู้สึก ความจำ ซึ่งมีการทำงานอันสลับซับซ้อน วิชาการที่เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงานของสมอง เราเรียกว่า วิชา วิทยาศาสตร์ทางระบบประสาท (Neuroscience) ซึ่งเป็นวิชาการที่มีความสำคัญมาก กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในทางการแพทย์ เนื่องจากมันทำให้เราเข้าใจกลไกการทำงานต่างๆของสมองในด้านต่างๆ เช่น ความคิด ความจำ การรับอารมณ์ความรู้สึก

สำหรับเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก เช่น ความสุข ความทุกข์ ความเจ็บปวด เสียใจ เศร้าใจ ท้อแท้ เป็นต้น วิชาการที่ศึกษาเรื่องระบบประสาทต่ออารมณ์ความรู้สึกนี้ เรียกว่า Affective Neuroscienceมีนักวิจัยทางด้านระบบประสาทเกี่ยวกับอารมณ์คนหนึ่งที่มีผลงานน่าสนใจ คือ ศาสตราจารย์ริชาร์ด เดวิดสัน (Richard Davidson Ph.D)

ศาสตราจารย์ผู้นี้สนใจและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอารมณ์ต่อระบบประสาท และวิธีการฝึกสมาธิและการเจริญสติต่อการเปลี่ยนแปลงของสมอง มีงานวิจัยที่น่าสนใจ คือ แต่เดิมนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เซลล์สมองที่มีมาแต่เกิดจะค่อยๆโตขึ้น จนเต็มที่ในวัยหนุ่มสาวและกลางคน เมื่อเข้าสู่วัยชราก็จะเริ่มเสื่อมลง และตายลงในที่สุด เซลล์สมองมีจำนวนเท่าไหร่ก็มีเท่านั้น ไม่มีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ

ต่อมา ดร.เดวิดสัน ได้ทำการศึกษาในพระทิเบตรูปหนึ่งชื่อ พระ ดร.แมทธิว ริคาร์ด ซึ่งฝึกสมาธิมาเป็นเวลา 20-30 ปี เมื่อตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ fMRI ก็พบว่า

คนที่ฝึกสมาธิเป็นเวลานานๆ สมองมีส่วนเปลือกนอกสีเทาๆ ที่เรียกว่า Gray Matter ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ของเซลล์ประสาท จะหนาตัวขึ้น นั่นหมายถึง มีเซลล์สมองเพิ่มขึ้น และบริเวณส่วนหน้าแถวหน้าผากด้านซ้าย จะมีการทำงานของคลื่นสมองดีขึ้น มีลักษณะของคลื่นสมองช้าลงและสม่ำเสมอมากขึ้น ที่เรียกว่า“คลื่นแกรมม่า” ซึ่งพบในคนที่จิตเป็นสมาธิลึกๆ

ต่อมา เขาได้ทดลองในอาสาสมัครที่ฝึกสมาธิทุกวัน วันละ 30 นาที เช้าและเย็น เป็นเวลา 3 เดือน แล้วตรวจดูด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ fMRI ก็พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน แสดงว่า สมองคนเรามีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างและการทำงาน ซึ่งเขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าNeuroplasticity หรือ ความยืดหยุ่นของสมอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้นพบใหม่ และได้ทำลายความเชื่อเก่าที่ว่า สมองเปลี่ยนแปลงไม่ได้

เขาได้ทดลองทั้งแบบสมถและวิปัสสนากรรมฐานก็พบว่า ได้ผลเช่นเดียวกัน สมองของคนเราสามารถพัฒนาได้ตลอดเวลาโดยการจริญสติ ทำให้สมองสร้างเซลล์สมองใหม่ๆมากขึ้น การทำงานดีขึ้น คลื่นสมองสม่ำเสมอ ช้าลง ซึ่งเป็นลักษณะของคนที่มีความสุข สุขภาพจิตดี

นอกจากนั้น เขายังได้ศึกษากรณีของอารมณ์เครียด อารมณ์โกรธ และอารมณ์ซึมเศร้า ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในสมองในทางตรงข้าม คือมันทำให้เซลล์สมองเสื่อม ความจำเสื่อมลง และเซลล์อายุสั้นลง

ดร.ริชาร์ด เดวิดสัน นักวิจัยทางระบบประสาท
ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

ศจ.ดร.เดวิดสันจบปริญญาตรีทางจิตวิทยาในปีค.ศ. 1972 และต่อปริญญาโทและเอก ด้านจิตวิทยาและจิตเวชศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1976

หลังจบการศึกษาแล้ว ได้ทำงานเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ค 8 ปี เขาได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของสมองกับอารมณ์ไว้มากมาย

ต่อมา ดร.เดวิดสันได้ย้ายมาทำงานที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ตั้งแต่ปี 1984 ถึงปัจจุบัน และได้เริ่มต้นบุกเบิกงานวิจัยด้านอารมณ์ต่อสมอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณราว 10 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน เขาเป็นผู้อำนวยการของศูนย์วิจัย 3 แห่งของมหาวิทยาลัย คือ

1. Waisman laboratory for Brain Imaging and Behavior 2. Center for Investigating Healthy Minds 3. Laboratory for Affective Neuroscience (psyphz.phych.wisc.edu) และมีผลงานตีพิมพ์ 150 เรื่อง เขียนหนังสือ 13 เล่ม ซึ่งเป็นการศึกษาการทำงานของสมองกับอารมณ์ในเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น เด็กสมาธิสั้น คนที่มีความเครียด โรคซึมเศร้า ศึกษาการทำงานของสมองในคนที่มีบุคลิกแบบชอบใช้ความรุนแรง คนที่เป็นฆาตกร คนที่มีบุคลิกก้าวร้าว ทำให้ได้ค้นพบคลื่นสมองและวงจรที่มีลักษณะเฉพาะในคนเหล่านี้

สุดท้าย ดร.เดวิดสันได้ทำการศึกษาคลื่นสมองในคนฝึกสมาธิและวิปัสสนา ทำให้ได้ทราบว่า สมองคนเราสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ตลอดเวลา โดยการทำสมาธิและวิปัสสนา ซึ่งจะแก้ไขอารมณ์ด้านลบได้ โดยการพัฒนาสมองส่วนที่เกี่ยวกับการรับอารมณ์ และวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแปลงสมองคือการเจริญสติให้อยู่กับปัจจุบัน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการป้องกันโรคจิต โรคประสาท ทำให้มีสุขภาพจิตดี

ดร.เดวิดสันได้รับรางวัลทางวิชาการจำนวนมาก ในปี ค.ศ.2000ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นของสมาคมจิตวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา และเป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลต่อคนในโลก ในปี 2006 ของนิตยสารไทม์

ศจ.เดวิดสันทำสมาธิภาวนาอยู่เป็นประจำทุกวัน เขาสนใจพุทธศาสนาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่ 2 ได้มีโอกาสเดินทางมาเรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกสมาธิในอินเดีย และได้เป็นกรรมการสถาบัน Mind and Life Institute ในปี 1991เป็นต้นมา

สถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันที่นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการศาสนา พระภิกษุ มาพบกันเพื่อเสวนาทางวิชาการว่าด้วยพุทธศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งมีการจัดประชุมวิชาการทุกปี โดยมีองค์ทะไลลามะ เป็นประธาน

ศจ.เดวิดสันได้ทำงานร่วมกับองค์ทะไลลามะอย่างยาวนาน ซึ่งท่านได้ให้การสนับสนุนงานวิจัยของเขาตลอดมา สถาบันแห่งนี้ได้สร้างองค์ความรู้และเชื่อมวิทยาศาสตร์เข้ากับศาสนา เป็นผู้จุดประกายให้นักวิทยาศาสตร์หันมาสนใจเรื่องของจิต เรื่องของศาสนาในแง่มุมต่างๆ และมีผลงานวิชาการออกมามากมายจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน ศจ.เดวิดสันเป็นนักวิจัยทางระบบประสาทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก มีงานวิจัยอันโดดเด่น ซึ่งทำให้วิชาวิทยาศาสตร์ทางสมองพัฒนาขึ้นมากในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา (ท่านผู้อ่านเข้าไปดูข้อมูลได้ใน http://www.richardjdavidson.com หรือฟังคำบรรยายใน youtube โดยพิมพ์ชื่อของเขาลงไป มีคำบรรยายให้ฟังหลายเรื่อง ที่ขอแนะนำ ได้แก่ Richard Davidson : science and Dharma 5/9/2011, Transform your mind,Change your Brain และNeuroplasticity : Implication of Scie ntific Research on Meditation for spiritual care. หรือพิมพ์คำว่า Neuroplasticity ก็จะมีคำบรรยายเรื่องนี้หลายตอนที่น่าสนใจ

 พระ ดร.แมทธิว ริคาร์ด
นักวิทยาศาสตร์แห่งความสุข
จากดอกเตอร์ด้านวิทยาศาสตร์
สู่การเป็นพระสงฆ์ในพุทธศาสนา

พระทิเบตรูปหนึ่งที่ร่วมงานวิจัยทดลองผลของการฝึกสมาธิต่อสมอง กับ ศจ.เดวิดสัน คือ พระ ดร.แมทธิว ริคาร์ด (Matthieu Ricard) ชาวตะวันตกที่บวชเป็นพระทิเบต ในสำนักขององค์ทะไล ลามะ จบปริญญาเอกทางด้านโมเลกุลพันธุศาสตร์ สถาบันปาสเตอร์ กรุงปารีส ในปี 1972

หลังจบการศึกษา ท่านได้เดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนที่เมืองดาร์จิริ่ง ทางตอนเหนือของอินดีย แถบเทือกเขาหิมาลัย และที่นี่เองที่ทำให้ท่านเกิดแรงบันดาลใจในการค้นหาหนทางแห่งความพ้นทุกข์ จึงได้บวชและศึกษาพุทธศาสนาแบบทิเบต ฝึกการทำสมาธิภาวนาอยู่ที่นี่เป็นเวลา 26 ปี

หลังจากนั้น ท่านได้เดินทางกลับไปเผยแผ่ธรรมที่ยุโรปและอเมริกา โดยได้รับเชิญไปบรรยายในมหาวิทยาลัยต่างๆ และเขียนหนังสือธรรมะ

ท่านได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับนักวิทยาศาสตร์ ในกิจกรรมของสถาบัน Mind and Life Institute และได้รับการชักชวนให้มาร่วมงานวิจัยกับศจ.เดวิดสัน ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ในปี 2009

เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ท่านได้รับเชิญไปร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการนำเอาวิถีทางแห่งพุทธธรรมมาใช้ในการบำบัดความทุกข์ และเมื่อเศรษฐกิจทุนนิยมกำลังล่มสลาย ท่านได้กล่าวกับนักธุรกิจใหญ่ของโลกจำนวนมากที่มาประชุม The World Economic Forum ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ว่า

“โลกทุนนิยมเกิดจากความโลภของผู้คนอย่างไม่มีข้อจำกัด ความจริงสิ่งต่างๆที่อยู่ในโลกมีพอสำหรับความต้องการของทุกๆคน แต่ไม่พอสำหรับความทะยานอยากของคนจำนวนน้อย ถึงเวลาที่เราจะต้องหยุดความโลภในการแสวงหาวัตถุในนามของการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้แล้ว

วิถีของทุนนิยมจะทำให้เกิดสงครามแย่งชิงทรัพยากร มีความขัดแย้งไปทั่ว คนที่แข็งแรงกว่าจะเอารัดเอาเปรียบคนที่อ่อนแอกว่า จะเกิดทำร้ายกัน ขาดความรักความเมตตาต่อกัน สภาพแวดล้อมของโลกจะถูกทำลาย ทำให้เราอยู่ไม่ได้”

ท่านได้เผยแพร่ความคิดเรื่อง การพัฒนาชีวิตเพื่อให้เกิดความสุข โดยการละความโลภ โกรธ หลง ตามแนวทางพุทธศาสนา และเขียนหนังสือเผยแพร่ทั่วไปในโลกตะวันตก หนังสือของท่านได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม

ท่านยังเป็นประธานองค์กร Karuna Shechen ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล ไม่แสวงหากำไร ทำงานช่วยสังคมในแง่การศึกษา การรักษาโรค และงานสังคมสงเคราะห์ งานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ท่านอุทิศรายได้จากการจำหน่ายหนังสือและเงินบริจาคทำบุญ ทำโครงการเพื่อมนุษยชน 41 โครงการ เช่น สร้างสะพาน 8 แห่ง, สร้างโรงเรียน 13 แห่งในทิเบต และ 4 แห่งในเนปาล สร้างบ้านพักคนชรา 3 แห่ง ช่วยให้เด็กนักเรียนได้เรียนหนังสือ 15,000 คน ช่วยรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้ 1 แสนคนต่อปี ท่านสอนให้คนมีน้ำใจอันดีงาม มีความเมตตากรุณา ช่วยเหลือผู้อื่น ให้รักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งหาได้ยากในโลกวัตถุนิยม

ปัจจุบัน ท่านเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีชื่อเสียงในโลกตะวันตก ได้รับการยกย่องให้เป็นนักวิทยาศาสตร์แห่งความสุข และรัฐบาลฝรั่งเศสได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งชาติฝรั่งเศส (French National Order of Merit) เป็นรางวัลแห่งคุณความดี เพื่อยกย่องท่าน

ท่านผู้อ่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม ในwww.Matthieuricard.org และฟังคำบรรยายของท่านใน http://www.youtube.com/ Matthieu Ricard จะมีคำบรรยายอยู่หลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่น The Devotion of Matthieu Ricard Official Trailer, Matthieu Ricard : The Habits of Happiness,change your mind change your brain : the inner conditions เป็นต้น

(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 151 กรกฎาคม 2556 นพ.แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ)

http://www.manager.co.th/dhamma/viewnews.aspx?NewsID=9560000079672

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 08/07/2014 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,906 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: