AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

“คนไทย มอนิเตอร์ 2557 : วันนี้ของเด็กไทย เปลี่ยนแปลงอนาคตของสังคม

เข้าใจ…วันนี้ของเด็กไทย เปลี่ยนแปลงอนาคต…ของสังคม

ผลวิจัย “คนไทย มอนิเตอร์ 2557 : เสียงเยาวชนไทย”   จากผลวิจัย ที่ต้องการทราบความคิดความเป็นไปของเยาวชน­ไทย อายุ 15-24 ปี จากทุกสถานะ ทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ สู่วีดีโอ info-graphic

เพื่อให้เรา “เข้าใจ” วัยรุ่นในวันนี้  เพื่อร่วม “เปลี่ยนแปลง” อนาคตของสังคมไปด้วยกัน

ผลวิจัยคนไทยมอนิเตอร์ 2557 เสียงเยาวชนไทย
 ดาวน์โหลดผลวิจัยคนไทยมอนิเตอร์ 2557: เสียงเยาวชนไทย Youth Today ได้ที่นี่  files/images/รายงานคนไทยมอนิเตอร์ เสียงของเยาวชน (Full version).pdfมูลนิธิเพื่อ “คนไทย” (ต่อจากนี้เรียกย่อว่า “มูลนิธิฯ”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อให้คนไทยทุกคนได้เกิดความตระหนัก เข้าใจ และที่สำคัญ มีส่วนร่วมในการลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหา และเสริมสร้างปัจจัยที่มีผลในการสร้างความ    อยู่ดีมีสุขให้สังคมไทย การทำงานของมูลนิธิฯ เน้นถึงการสร้างกลไกหลัก เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยประกอบไปด้วยการรับฟัง ลงมือทำ แก้ปัญหา และขยายผล

เพราะคนไทยทุกคนมีอิทธิพลต่อความอยู่ดีมีสุขในสังคมไทย มูลนิธิฯ จึงมุ่งที่จะปลูกฝังให้คนไทยเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม (Active Citizenship) ซึ่งหมายถึง“พลเมืองที่มีส่วนร่วมในชุมชน สังคม และการเมือง และมีความสงบ และเคารพซึ่งกันและกัน ตามหลักการของสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย” (Bryony Hoskin 2006)

ทั้งนี้เป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมประกอบไปด้วยหลายองค์ประกอบ ซึ่งควรปรับตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจ และความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ดังนั้นเพื่อความเหมาะสมต่อสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองของประเทศไทย มูลนิธิฯ สรุปว่าความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม สำหรับประเทศไทยสามารถแบ่งได้เป็น 5 ระดับ ตามรูปที่ 1

14

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะเยาวชนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย มูลนิธิฯ จึงได้ร่วมกับ บริษัท จี เอฟ เค (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อจากนี้เรียกย่อว่า “บริษัทฯ”) เพื่อสร้าง Active Youth ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นระบบและยั่งยืนผ่าน 2 งานวิจัย และ 1 ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ข้อเสนอแนะที่ได้จากงานวิจัย อันได้แก่ การกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและปลุกความสนใจในแนวคิดของพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม ผ่านแบบทดสอบทาง social media

ทั้งนี้รายงานฉบับนี้ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอบทสรุปและข้อแนะนำที่ได้จากงานวิจัย ตลอดไปจนถึงตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย โดยลำดับในการนำเสนอสามารถสรุปได้ตามรูปที่ 2 ในหน้าถัดไป

15

บทสรุปเสียงจากเยาวชนไทย

เพื่อมุ่งสร้าง Active Youth มูลนิธิฯ จึงได้จัดทำโครงการ “คนไทย” มอนิเตอร์ 2557: เสียงเยาวชนไทย (Youth Today) และพลังเสียงของเยาวชนที่มีต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย โดยโครงการ “คนไทย” มอนิเตอร์ 2557: เสียงเยาวชนไทย (Youth Today) ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเยาวชนที่มีคุณภาพ ในขณะที่โครงการพลังเสียงของเยาวชนที่มีต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย ได้เกิดขึ้นเพื่อวิเคราะห์แรงขับดันของ Active Youth ซึ่งสามารถนำไปสู่การสร้าง Active Citizen ในหมู่เยาวชนและกลุ่มคนอื่นๆ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้โครงการ “คนไทย” มอนิเตอร์ 2557 เสียงเยาวชนไทย (Youth Today) ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เยาวชนแบบตัวต่อตัว จำนวนทั้งหมด 4,000 คน โดยอาศัยนิยามความเป็นเยาวชนในระดับสากลของสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดให้เยาวชนคือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์จนถึง 24 ปี นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของเยาวชนทั่วประเทศ โครงการ “คนไทย” มอนิเตอร์ 2557: เสียงเยาวชนไทย (Youth Today)                        ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากเยาวชนใน 21 จังหวัด จากกรุงเทพมหานคร และ 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ โดยการสุ่มตัวอย่างในแต่ละภูมิภาคได้จัดทำอย่างเป็นระบบตามสัดส่วนประชากรจริง และสัมภาษณ์เฉพาะผู้ที่พำนักอาศัยอยู่ใน จังหวัดนั้นๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี โดยได้มีการจัดเก็บข้อมูลถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2557

จากการรับฟังเสียงของเยาวชนจำนวน 4,000 คน มูลนิธิฯ สามารถสรุปประเด็นหลักเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต ทัศนคติ พฤติกรรม ตลอดจนความต้องการต่างๆ ของเยาวชน ได้ดังนี้

16

การทุจริตคอร์รัปชัน – จากผลสรุปในรูปที่ 3 เยาวชนจำนวนมากมีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน และเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ผิดมาก/ไม่ผิดเลย นอกจากนี้จากเหตุการณ์สมมุติพบว่า เยาวชน 25% ยินดีจ่ายสินบนเพื่อให้สอบใบขับขี่ผ่าน

ครอบครัว – มีส่วนสำคัญต่อการปลูกฝังค่านิยม และคุณค่าแก่เยาวชน โดยเยาวชนส่วนมากเห็นว่าคุณค่าที่เกี่ยวกับครอบครัว เช่น ความกตัญญู และความกลมเกลียวในครอบครัว มีความสำคัญสูงสุดในการดำเนินชีวิต โดยคุณค่าที่เกี่ยวกับครอบครัวมีค่าเฉลี่ยของความสำคัญสูงถึง 2.92 จาก 3 คะแนน อย่างไรก็ตามครอบครัวเน้นมักปลูกฝังด้านการเรียนและการพัฒนาตนเอง มากกว่าความรับผิดชอบต่อสังคมและความรักต่อประเทศชาติ ดังนั้นเยาวชนกว่า 90% ต้องประสบกับความเครียด โดย 78% ของเยาวชนทั้งหมดนั้นเครียดกับเรื่องของการเรียน และ 99% ของเยาวชนให้คำนิยามของความสำเร็จว่าการได้ผลการเรียน หน้าที่การงานและเงินเดือนที่ดี ทั้งนี้เยาวชนส่วนมากยึดคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่/ผู้ปกครอง เพื่อน และครู/อาจารย์เป็นแบบอย่าง โดยนอกเหนือจากคนใกล้ตัว ศิลปิน ดาราถือเป็นแบบอย่างที่สำคัญ เพราะมีเยาวชนจำนวน 25% ยึดถือศิลปิน ดาราเป็นแบบอย่าง

ความเชื่อ – เยาวชนแสดงออกถึงความพร้อมและความต้องการที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศ ด้วยความหวังที่จะเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต แต่เชื่อว่าตนเองยังเด็กเกินไปที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่างๆ และไม่ทราบว่าตนเองสามารถช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างไรบ้าง โดยเยาวชนจำนวน 97% กล่าวว่าตนเองยังไม่ได้ทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

สื่อออนไลน์ – สื่อออนไลน์มีบทบาทและอิทธิพลต่อทัศนคติและพฤติกรรมของเยาวชนเหนือสื่อรูปแบบเดิม ทั้งนี้เยาวชนใช้เวลาเฉลี่ยอย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อวันกับสื่อดิจิตอล/สื่อออนไลน์ เช่น การพูดคุย/อ่านข่าวสารผ่านแอพพลิเคชั่นสังคมออนไลน์ การเล่นเกมคอมพิวเตอร์/เกมออนไลน์/เกมในโทรศัพท์มือถือ และการเล่นอินเตอร์เน็ต/อ่านข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์ ทำให้การปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวลดลง

ความเข้าใจ – เยาวชนมีความเข้าใจในหน้าที่ของพลเมืองดีไม่มากนัก และในกว่า 90% ของเยาวชนนั้นความหมายของ “ความดี” จำกัดอยู่กับเรื่องของ “น้ำใจ” ดังนั้นความหมายของพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม ยังจำกัดอยู่ในเรื่องใกล้ตัว มากกว่าบทบาทด้านกิจกรรมเพื่อสังคม/ชุมชน/ประเทศชาติ

ทั้งนี้จากการสำรวจเยาวชนจำนวน 4,000 คน มูลนิธิฯ พบ Active Youth จำนวน 14.92% (597 คน) โดยเยาวชนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีลักษณะ ดังรูปที่ 4 ด้านล่างนี้

017

พลังเสียงของเยาวชนที่มีต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย

ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้มีเยาวชนมีความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม มูลนิธิฯ จึงมอบหมายให้บริษัทฯ ทำการสัมภาษณ์เชิงลึก 5 เยาวชนไทยที่เป็นแบบอย่างในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม มีจิตสาธารณะ และต้องการพัฒนาชุมชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น  เพื่อวิเคราะห์และขยายผลความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมไปสู่เยาวชนและกลุ่มคนอื่นๆ ซึ่งผลการศึกษาชี้ว่าองค์ประกอบสำคัญที่ผลักดันให้เยาวชนเหล่านี้เป็น Active Youth เริ่มต้นจากการมีจิตสาธารณะ มาสู่การทำประโยชน์เพื่อสังคม และหันมองสิ่งใกล้ตัวที่เป็นชุมชนและสังคมของตนเองจนเห็นช่องทางที่สามารถพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชน และขยายผลการทำประโยชน์เพื่อสังคมจากชุมชนตนเองไปสู่ชุมชนอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นทั้ง 5 เยาวชนยังมีความกระตือรือร้นในการหาโอกาสเข้าร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม พัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังพบว่าครอบครัวเป็นต้นแบบทางความคิดในการดำเนินชีวิต โดยพ่อและแม่ทำประโยชน์เพื่อสังคมให้เห็นเป็นตัวอย่าง และบ่มเพาะ ขัดเกลาเรื่องการทำประโยชน์เพื่อชุมชน สังคม จนกลายเป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ดีในการช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการทำเพื่อส่วนรวม โดยสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนช่วยให้คำแนะนำในการแบ่งเวลาของการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและการเรียนอย่างเหมาะสม

หากเยาวชนไทยมีจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม เยาวชนเหล่านี้จะเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ และพร้อมที่จะสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับครอบครัว ชุมชน สังคม นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน ดังนั้นเพื่อเผยแพร่แนวคิดของพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม ให้เป็นที่รู้จักของเยาวชนและบุคคลทั่วไป มูลนิธิฯ จึงอ้างอิงถึงอิทธิพลของสื่อและสังคมออนไลน์ในปัจจุบันจากผลการสำรวจเยาวชนจำนวน 4,000 คน และเห็นควรว่าการเผยแพร่ควรอยู่ในรูปแบบของแบบทดสอบทาง Social media เพื่อให้เกิดการเข้าถึงและการกระจายของแนวคิดในคนกลุ่มใหญ่

ข้อเสนอแนะในการสร้างเยาวชนที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม

จากผลการสำรวจนี้ มูลนิธิฯ ได้มีข้อเสนอแนะในการพัฒนาเยาวชนไทย ให้มีความเป็น Active Youth ดังนี้

1.       ครอบครัว เพราะครอบครัวมีส่วนสำคัญในการสร้างทัศนคติและพฤติกรรมที่ดีให้เยาวชน ทุกภาคส่วนควรมุ่งส่งเสริมให้ครอบครัวอบอุ่น เน้นการเลี้ยงดูแบบรักและเอาใจใส่ รับฟังเหตุผล สนับสนุนให้เป็นตัวของตัวเอง มีทัศนคติเพื่อส่วนรวม และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชน ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มธุรกิจควรสนับสนุนให้เกิดความสมดุลย์ในชีวิต (Work-life balance) เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้มีเวลาให้กันมากขึ้น ในขณะที่ภาครัฐควรมีมาตรการสนับสนุนด้านสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเงิน (เช่น การหยุดงานเพื่อดูแลบุตรโดยได้รับค่าจ้าง หรือจัดการอบรมด้านการเลี้ยงดูบุตร) เพื่อส่งเสริมให้เกิดความอบอุ่นและปรองดองภายในครอบครัว เป็นต้น

2.       สื่อ ทั้งสื่อหลักและสื่อชุมชน ควรกระตุ้นให้เยาวชน ครอบครัว และหน่วยงานอื่นๆ เห็นถึงความสำคัญของสังคมและประเทศชาติ ในขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ ควรใช้ทั้งสื่อทั้งหลาย ในการสร้างความเข้าใจและแสดงตัวอย่างของคุณลักษณะของความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม โดยสื่อควรเชิดชูคุณลักษณะที่ดีของเยาวชนและศิลปินดาราที่เป็น Active Citizen เพื่อโน้มน้าวและทำให้เยาวชนเข้าใจและเห็นตัวอย่างการประพฤติตนเป็น Active Citizen

3.       ออนไลน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรใช้ความแพร่หลายของสื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ โดยการใช้สื่อออนไลน์ในการนำเสนอสถานการณ์ที่มีการแสดงความเป็น Active Citizenหรือกระตุ้นให้เกิดความสนใจในแนวคิดและการประพฤติตนแบบ Active Citizen รวมไปถึงคุณลักษณะที่ดีของบุคคลหรือสถานการณ์ต้นแบบ ไม่เพียงเท่านั้น ควรมีการใช้สื่อออนไลน์เป็น “Platform” ในการเชื่อมต่อ สร้างสัมพันธ์กับกลุ่มเยาวชนเพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ผ่านกิจกรรม/โครงการประเภทต่างๆ   ตลอดไปจนถึงปลูกฝังแนวคิดที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาตน ชุมชน และประเทศชาติ และสนับสนุนให้กลุ่มคนที่สนใจสามารถใช้สื่อออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์โครงการหรือแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม

4.       ศึกษาเยาวชน – ภาครัฐและเอกชนควรสนับสนุนการศึกษาเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีส่วนผลักดันและเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง Active Youth และสาเหตุที่ทำให้เยาวชนไทยส่วนใหญ่ไม่มีความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาโครงการเพื่อการสร้าง Active Youth ที่ได้ผลและยั่งยืนต่อไป

5.       สร้างความเข้าใจ ควรมีการสร้างความเข้าใจและค่านิยมในการเป็น Active Citizen ในหมู่เยาวชนผ่านกิจกรรมและการศึกษา โดยการผลักดันเรื่องพลเมืองศึกษา (Civic Education) สำหรับเยาวชน กำหนดให้การสร้าง Active Youth เป็นเป้าหนึ่งของการศึกษาและติดตามผล และช่วยให้เข้าใจและเห็นวิธีเป็น Active Youth ผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจและเข้าถึงได้

 

เสริมสร้างพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม

วัตถุประสงค์หลักของการจำทำแบบทดสอบผ่านทาง social media คือ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดการเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม ไปสู่ภาคสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากผลการสำรวจเยาวชน 4,000 คน พบว่าสื่อออนไลน์มีบทบาทและอิทธิพลต่อเยาวชนมากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ อีกทั้งเยาวชนใช้เวลาเฉลี่ย 4 ชั่วโมงในแต่ละวันไปกับสื่อออนไลน์ ดังนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเป็น “จุดเริ่มต้นในการต่อยอดการเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม” ไปสู่ภาคสังคมอย่างต่อเนื่อง” มูลนิธิฯ จึงได้เสนอแบบสอบถามผ่านทาง social media โดยมีจุดประสงค์ย่อยดังนี้

1.       สร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อสร้างความเข้าใจในคุณลักษณะของ Active Citizen แบบสอบถามจึงถูกออกแบบให้ครอบคลุมองค์ประกอบที่หลากหลาย นอกเหนือไปจากเรื่องของความมีน้ำใจและสิทธิ ที่ได้รับการตระหนักถึงแล้วในหมู่เยาวชน

2.       กระตุ้นให้รับรู้ความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมในหมู่คนไทย มูลนิธิฯ ได้จัดทำแบบสอบถามผ่านทาง Facebook ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนไทย โดยออกแบบเพื่อสนับสนุนให้เกิดการแชร์ทาง Facebook ซึ่งจะทำให้เกิดความตระหนักถึงความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมในหมู่คนไทยได้มากขึ้น

3.       จูงใจ เพื่อจูงใจให้คนส่วนหนึ่งมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อสังคม ในการแสดงผลของแบบทดสอบจึงมีการแนะนำถึงกิจกรรมที่สะท้อนความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมและเวบไซต์ของมูลนิธิฯ เพื่อให้ผู้ที่ทำแบบทดสอบสามารถต่อยอดความสนใจในการทำความดีได้

4.       สร้างกระแส เนื่องจากความง่ายของการแชร์แบบทดสอบผ่านทาง Facebook มูลนิธิฯ คาดว่าการแชร์จะก่อให้เกิดกระแส และการพูดคุยถึงตัวแบบทดสอบ ซึ่งอาจนำมาสู่กระแสการพูดถึงความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมในวงที่กว้างขึ้นกว่าปัจจุบัน

5.       หยั่งรากลึกคู่สังคม กระแสและการแชร์ในหมู่คนที่กว้างขึ้น สามารถทำให้เกิดการค่อยๆ ปลูกผังความเป็น พลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมในคนไทยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกฝังความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมให้อยู่คู่สังคมไทยต่อไปได้ ถ้าได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้มูลนิธิฯ หวังว่าการปลูกฝังความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมจะได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว สถานศึกษา หน่วยงานราชการ บริษัทเอกชน และสื่อสารมวลชน เพื่อให้ความเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวม สามารถหยั่งรากอยู่คู่สังคมไทยสืบไป

http://www.khonthaifoundation.org/news-detail.php?id=47

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 27/11/2014 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: