AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

รักลูก ให้โอกาสลูกค้นหาตัวเอง แต่..อย่าให้เงินลูก

3
อย่าให้เงินลูก

ลูกของเพื่อนคนหนึ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้ครึ่งปีแล้ว ยังไม่ยอมไปหางานทำเอาแต่หมกตัวอยู่กับบ้าน กลางวันนอน กลางคืนเล่นอินเตอร์เน็ต  ไม่นานก่อนหน้านี้ ลูกของเพื่อนคนนี้ได้ขอเงินพ่อแม่ไปทัศนศึกษาที่อเมริกา เพื่อนจึงมาถามผมว่าควรจะให้เขาไปดีไหม ผมมองผมสีขาวโพลนของเพื่อนแล้วพูดว่า “หากนายหวังดีต่อลูกจริง ก็ให้ลูกนายไป แต่อย่าให้เงินเขา”

แล้วผมก็คิดถึงเรื่องของน้องเขยของผม  น้องเขยผมเป็นชาวอเมริกัน เขาอยากเป็นกลาสีเรือมาแต่เด็ก อยากจะเผชิญโลกกว้าง อยากจะลองเที่ยวรอบโลกแล้วค่อยกลับมาเรียนหนังสือ  แม้พ่อของเขาจะเป็นหมอ ฐานะครอบครัวก็ดี แต่พ่อแม่กลับไม่ได้ให้เงินเขา และตัวเขาเองก็ไม่ได้ขอเงินจากทางบ้านด้วยเช่นกัน  พอจบชั้นมัธยมปลาย เขาก็ไปอลาสกา ทำงานตัดไม้เพื่อเก็บเงิน  เนื่องจากที่อลาสกานั้น กลางวันยาวนานกลางคืนสั้น กว่าพระอาทิตย์จะตกก็เป็นเวลาเที่ยงคืน และตีสามพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว หากเขาทำงาน 16 ชั่วโมงใน 1 วัน เงินค่าจ้างตัดไม้ของหนึ่งฤดูกาล ทำให้เขาสามารถเที่ยวรอบโลกได้ 3 ฤดูกาล  เขาเดินทางท่องเที่ยวไปรอบโลกเป็นเวลา 2 ปี จึงค่อยกลับมาเรียนมหาวิทยาลัย

เนื่องจากเขาเรียนเลือกคณะที่ตัวเองได้ผ่านการตัดสินใจ และครุ่นคิดเลือกสรรอย่างรอบคอบแล้ว  ดังนั้นเขาจึงเก็บหน่วยกิตของ 4 ปีได้ครบภายในเวลาเพียง 3 ปี แล้วออกมาทำงาน  การงานของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น กล่าวได้ว่าก้าวหน้าเร็วมาก จนได้เป็นหัวหน้าวิศวกร

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง  เขาบอกว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตเขาทั้งชีวิตเลยทีเดียว  ตอนที่เขาทำงานอยู่ในอลาสกา ขณะที่เขากับเพื่อนคนหนึ่งอยู่บนภูเขา ก็ได้ยินเสียงหมาป่าครางโหยหวน เขาสองคนจึงออกค้นหาไปทั่วบริเวณด้วยความตกใจ  สุดท้ายไปเจอแม่หมาป่าตัวหนึ่งถูกกับดักสัตว์หนีบขา และกำลังร้องครวญครางโหยหวนอยู่

เขาเห็นกับดักสัตว์หน้าตาประหลาดนั้นปุ๊บ ก็ทราบทันทีว่าเป็นของคนงานเฒ่าคนหนึ่ง คนงานเฒ่าคนนั้นมักดักจับสัตว์เป็นงานอดิเรก เพื่อจะนำหนังสัตว์ไปขายเสริมรายได้งานในครอบครัว  แต่คนงานเฒ่าคนนี้เพิ่งจะถูกเฮลิคอปเตอร์พาไปส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ด้วยอาการโรคหัวใจ ดังนั้นแม่หมาป่าตัวนี้จึงมีโอกาสอดตาย เพราะไม่มีใครมาช่วยจัดการ

เขาคิดจะปล่อยแม่หมาป่า แต่แม่หมาป่าดุมากจนไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆ ได้เลย  เขายังเห็นด้วยว่าแม่หมาป่ามีน้ำนมหยดจากเต้านม แสดงว่ามีลูกอ่อนรออยู่ในรัง  ดังนั้น เขากับเพื่อนจึงพยายามค้นหารังหมาป่าอย่างสุดความสามารถ  และหาพบในที่สุด จากนั้นจึงอุ้มลูกหมาป่าทั้งสี่ตัวมาที่แม่หมาป่าเพื่อให้มันป้อนนมลูก  ลูกมันจะได้ไม่อดตาย พวกเขาแบ่งเสบียงให้แม่หมาป่า มันจะได้รอดชีวิตต่อไป
กลางคืนยังต้องตั้งแคมป์อยู่ใกล้ๆ เพื่อจะได้ช่วยคุ้มครองพวกมันได้  เพราะแม่หมาป่าโดนกับดักหนีบไว้ จึงป้องกันตัวเองไม่ได้

จนถึงวันที่ 5 ตอนที่เขาไปป้อนอาหาร พบว่าหางของแม่หมาป่ากระดิกเบาๆ  จึงทราบว่าเริ่มได้รับความไว้วางใจจากแม่หมาป่าแล้ว ผ่านไปอีก 3 วัน แม่หมาป่าถึงได้ยอมให้เขาเข้าใกล้เพื่อจะได้ปลดกับดักสัตว์ออกให้  หลังจากแม่หมาป่าเป็นอิสระ ก็เลียมือของเขา ยอมให้เขาใส่ยารักษาแผลที่ขาให้ แล้วค่อยพาลูกๆ จากไป   ระหว่างเดินจากไปยังหันกลับมามองพวกเขาอยู่หลายครั้ง

เขานั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่แล้วคิดว่า   หากมนุษย์สามารถทำให้สัตว์ป่าที่ดุร้ายเลียมือตัวเอง และกลายเป็นเพื่อนกันได้ แล้วจะไม่สามารถทำให้มนุษย์ด้วยกันวางอาวุธลง และยอมเป็นเพื่อนด้วยได้เชียวหรือ?

เขาตัดสินใจว่านับจากนี้ไปจะแสดงความเป็นมิตรแก่คนอื่นก่อน เพราะเขาได้รับบทเรียนจากเรื่องนี้แล้วว่า  ต้องแสดงความจริงใจของเราเองก่อน อีกฝ่ายจึงจะยอมแสดงความจริงใจตอบ  (เขายังพูดล้อเล่นว่าหากไม่เป็นเช่นนี้ล่ะก็ อีกฝ่ายก็คงเทียบไม่ได้กระทั่งเดรัจฉานแล้ว)

ดังนั้น เวลาทำงานในบริษัท เขาจึงมักปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ  เขาจะสมมติก่อนว่าคนอื่นนั้นมีเจตนาดี แล้วค่อยไปคิดหาเหตุผลในพฤติกรรมของคนคนนั้น เขามักช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ถือสาหาความเรื่องเล็กน้อย  ดังนั้นเขาจึงได้เลื่อนตำแหน่งทุกปี และก้าวหน้าเร็วมาก ที่สำคัญที่สุดคือ  เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน  คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นนั้นมักมีความสุขกว่าคนที่ได้รับความช่วยเหลือมาก

แม้เขาจะไม่ทราบว่าคนจีนมีคำกล่าวว่า “เป็นผู้ให้ มีความสุขกว่าเป็นผู้รับ”  แต่ชีวิตของเขาได้ยืนยันความจริงของประโยคนี้แล้ว   เขาบอกผมว่า เขารู้สึกขอบคุณประสบการณ์ในอลาสกาอย่างมาก
เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเขาไปชั่วชีวิต   ซึ่งก็จริง… มีเพียงสิ่งที่ตัวเราปรารถนาเท่านั้นที่เราจะทะนุถนอม  มีเพียงลูกพลับที่เคยผ่านน้ำค้างแข็งมาแล้วเท่านั้นที่จะมีรสหวาน

คนก็เช่นกัน ต้องผ่านการฝึกฝนขัดเกลา จึงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยสมบูรณ์   หากคนคนหนึ่งเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แล้วยังไม่รู้อีกว่าตัวเองอยากจะทำอะไร ก็สมควรจะส่งเขาไปฝึกฝนขัดเกลาตัวเองในโลกภายนอกเสียบ้าง แต่…อย่าให้เงินเขา  ให้เขาหาเงินเลี้ยงปากท้องเอง  ให้โอกาสเขาไปแสวงหาตัวตนของตัวเอง และสัมผัสกับชีวิต 

เชื่อว่าเขาย่อมได้พบกับประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขา

ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=748663728506322&set=a.149341868438514.24397.100000881065521&type=1&theater

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: