AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ลูกเรียนไม่เก่ง …แล้วไงครับ

7

•  อยากให้ลูกเรียนเก่ง ไปทำไมกัน?  ฟังข้อดี ข้อเสีย ก่อนจะเล่นบทพ่อแม่หลงทาง

•  ลูกเรียนไม่เก่ง แล้วไง ?  

ตอบ
1.  เพื่อเขาจะได้เอนทรานซ์ได้    

การเอ็นทรานซ์ได้สมัยนี้ไม่ได้ให้หลักประกันเลยว่าจะไม่ตกงาน จะไม่ใช้ยาเสพย์ติด จะไม่ติดเชื้อเอดส์ จะไม่ตั้งครรภ์ก่อนวัย  จะไม่ทำแท้ง  จะไม่พนันบอล และอื่นๆ

2.   เพื่อให้เขามีอาชีพมั่นคง

ไม่จริงหรอกครับ  เรียนเก่งแล้วไม่มีงานทำมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ  มีงานทำแล้วประคองงานไว้ไม่ได้ก็มีเยอะ  ประคองงานไว้ได้แล้วไม่มีความสุขก็มีอีกเยอะ  มีเงินเยอะ แต่ไม่มีความสุขยิ่งเยอะใหญ่   ยกตัวอย่างอาชีพแพทย์  แพทย์สมัยนี้ตกงานทันทีหลังเรียนจบนะครับ ไม่ได้บรรจุเข้ารับราชการ และไม่รู้อนาคต ประกอบวิชาชีพไปถูกฟ้องไปก็เยอะ   สังคมก็คาดหวังสูงขึ้น  ต้องเคารพสิทธิผู้ป่วย  ต้องแจ้งป้ายราคา  ต้องไปชันสูตรพลิกศพ และอื่นๆ


แทนที่จะเรียนเก่ง  น่าจะ….”เรียนให้มีความสุข” มากกว่า
          การเรียนให้มีความสุขมีประโยชน์ดังนี้ คือ ทำให้เด็กรักตนเอง  ภาคภูมิใจในตนเอง  เชื่อมั่นในตนเอง  เมื่อเป็นเด็กเล็กก็ดูแลตนเองได้  เมื่อเป็นเด็กโตก็วิ่งไปซื้อของหน้าปากซอยได้  เมื่อเป็นวัยรุ่นก็กล้าแสดงออกในทางที่เหมาะสม  เมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็รู้จักหาทางเลือกของชีวิต  รู้ทีหนีทีไล่ รู้รุก รู้รับ รู้ชนะ รู้แพ้ รู้สู้รู้ถอย และไม่ฆ่าตัวตาย  ดีกว่าเรียนเก่งตั้งมากมาย
•   คิดให้ดีๆ นะครับว่า.. กว่าจะถึงเวลาที่ลูกโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเราซึ่งเป็นพ่อแม่หากไม่แก่ หรือหงำเหงือกก็ตายไปแล้ว อยู่บนสวรรค์มองลงมาเห็นลูกใช้ชีวิตแบบหลังย่อมดีกว่าแบบแรกแน่นอน ยังไม่นับว่าสังคมในอนาคตจะเสื่อมทรามไปถึงไหนก็ยังไม่รู้
•  บางคนอยากให้ลูกเรียนเก่งไว้ก่อน เพราะกลัวลูกจะไม่มีเงินใช้ เรียกว่าผูกเรื่องข้ามช็อต  เอาการเรียนเก่งไปเชื่อมโยงกับการมีเงินใช้
•  ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องลูกไม่มีเงินใช้  ในอนาคต รัฐไทยจะจัดระบบประกันสังคมได้เด็ดๆ ไม่แพ้อย่างที่เห็นในหนังฝรั่งแน่นอน  แต่ถ้าเกิดไม่มีระบบประกันสังคมที่ดีพอ  งั้นคิดให้ดีอีกทีว่ารัฐที่ไม่มีสวัสดิการสำหรับประชาชนทุกระดับนั้น  คนรวยกับคนจนใครจะมากกว่ากัน คนที่เข้าถึงทรัพยากรกับคนที่ถูกกีดกันจากทรัพยากรใครจะมากกว่ากัน

 

ผมจะอธิบายถึงข้อดีของการเรียนไม่เก่งดีกว่า

1)  นิยามคำว่า “เรียนเก่ง”  ในที่นี้หมายถึง ทำคะแนนได้สูงในระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่เด็กอาจจะไม่ได้ทำหน้าที่ทางจิตวิทยาของแต่ละวัยได้ครบถ้วนหรือพอเพียง
2)  ในทางตรงกันข้าม เด็กเรียนไม่เก่งแต่มีคุณพ่อคุณแม่ที่เข้าใจเรื่องหน้าที่ทางจิตวิทยาประจำวัยของเด็กมากพอ  ก็จะได้ลูกซึ่งเป็นเด็กเรียนไม่เก่งที่มีความสุข  รักตนเอง  ภูมิใจในตนเอง  เชื่อมั่นในตนเอง และพร้อมที่จะเติบโตเป็นตัวของตัวเองต่อไปในอนาคตเมื่อพ่อแม่ตายแล้ว  เพราะ…. เด็กที่เรียนไม่เก่ง แต่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจไม่เคี่ยวเข็ญจนเกินไป มักมีเวลาว่างจากการทำการบ้าน  การท่องหนังสือหรือการเรียนพิเศษมากกว่า   เวลาเหล่านั้นคือ กำไรทางจิตวิทยาที่ได้มาโดยไม่รู้ตัว

 

กำไร(ทางจิตวิทยา) ได้อย่างไร ?
เด็กเล็กต้องพัฒนากล้ามเนื้อนิ้วมือทั้งสิบให้แข็งแรง และสามารถใช้ทำงานที่อาศัยความละเอียดในอนาคตได้   เด็กโตต้องพัฒนาทักษะในการเข้าสังคม เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ทะเลาะกันได้ก็ต้องดีกันได้ ต่อยกันไปแล้วก็ต้องอภัยกันได้

1) หากเด็กเล็กใช้นิ้วมือได้คล่องแคล่ว  เขาไม่เพียงมีความสามารถทำงานอะไรก็ได้ในอนาคต แต่เขายังมีความรักตนเอง ภาคภูมิใจตนเอง เชื่อมั่นในตนเองที่สอบผ่านจิตวิทยาประจำวัยมาได้
2) เมื่อโตก็สามารถเข้าสังคมได้ทุกรูปแบบ เขาไม่เพียงมีความสามารถหางานอะไรก็ได้ และปรับตัวเข้ากับงานหรือครอบครัวแบบไหนก็ได้ แต่เขายังมีความรักตนเอง ภาคภูมิใจตนเอง เชื่อมั่นในตนเองที่สอบผ่านจิตวิทยาประจำวัยมาได้เช่นเดียวกัน
3) ความรักตนเองเป็นภูมิคุ้มกันต่อสิ่งเลวร้ายต่างๆ ในสังคมที่จะมาแผ้วพานชีวิตของเขาในอนาคต นี่คือ หนึ่งในคำอธิบายว่า เพราะอะไรคนที่รู้ว่าสูบบุหรี่ไม่ดีก็ยังจะสูบ  เสพยาบ้าไม่ดีก็ยังจะเสพ  เที่ยวหญิงบริการเสี่ยงติดเชื้อเอดส์ก็ยังจะไป เพราะ….พวกเขาไม่รักตนเอง ให้สืบกันจริงๆ คงพบคามบกพร่องทางจิตวิทยาในวัยเด็กเล็กเด็กโตนี่แหละ

• พวกเรามักคิดว่า งานหลักของเด็กเล็กคือ คัดไทย งานหลักของเด็กโต คือ บวกเลข ทำให้เราหลงทาง เสียเวลา และคาดหวังลูกในทางที่ไม่ถูกไม่ควรกันค่อนประเทศ   เมื่อลูกไม่ได้ดั่งใจ  ก็คาดหวังสูงยิ่งขึ้นอีก ส่งผลให้ เด็กไม่รักตนเอง  เกลียดตนเอง ไม่ภูมิใจในตนเอง และขาดภูมิคุ้นกันไปในที่สุด
•  เด็กเรียนเก่ง  สุขภาพจิตไม่ดี และไม่มีหลักประกันอะไรว่าจะร่ำรวยในอนาคต

 •  เป็นเด็กธรรมดา เรียนเต็มความสามารถของเขา ได้เล่นและทำงานกลุ่มอย่างเหมาะสม เติบโตเป็นคนที่เอาตัวรอดได้ในยามคับขันทุกสถานการณ์


ถามตนเองอีกครั้งสิครับ ว่าอยากได้ลูกแบบไหน

ที่มา: น.พ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 05/03/2015 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: