AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

10 วิธีเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกรัก

1

10 วิธีเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกรัก

พ่อแม่ทุกคนมีงานมากมายที่ต้องทำ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลลูก และ ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เพราะหูเล็กๆของลูกกำลังเปิดเพื่อรับฟัง ตาของลูกกำลังเบิ่งมองสิ่งต่างๆซึ่งเกิดขึ้นรอบๆตัวเขา และ แน่นอนที่ไม่มีวันหยุดสำหรับการทำตัวเป็นแบบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ ต่อไปนี้ คือ วิธีทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

1.  ชีวิตต้องมีความสมดุล : การทำงานเพียงอย่างเดียวทำให้ชีวิตไม่มีความหมาย ทำให้ลูกรู้สึกว่าทุกนาทีผ่านไปอย่างไร้ความสนุก เพียงแค่ผ่านไปวันๆเท่านั้น เราต้องการเวลาในการทำงาน แต่เราก็ต้องการเวลาสำหรับการผ่อนคลายด้วย เช่น เวลาของครอบครัว เวลาส่วนตัว เราต้องสอนลูกว่า ชีวิตที่เป็นสุขต้องมีความสมดุล
2.   สอนให้ลูกสนใจสิ่งใหม่ๆ : การทำงานที่เหมือนเดิมทุกๆวัน อาจทำให้เกิดความรู้สึกซ้ำซากจำเจ และ บั่นทอนความอยากลองในการทำสิ่งใหม่ๆ พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการพบปะผู้คนใหม่ๆ ประสบการณ์ในกิจกรรมใหม่ๆ และ อยากทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความล้มเหลว และ วิธีการเอาชนะสิ่งที่เคยกลัว ล้วนแต่เป็นสาระสำคัญที่ทำให้คนเราเติบโต เรียนรู้ และ ทำให้เราเป็นเราได้ในวันนี้
3.    สอนวิธีตัดสินใจเวลาที่ต้องเลือกทำอะไร : แสดงให้ลูกเห็นว่า เวลาที่คุณต้องเลือกทำอะไร ไม่ใช่เลือกเพราะสิ่งนั้นทำได้ง่าย แต่ทำเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเจอสถานการณ์ที่ต้องเลือกทำ ให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันให้ลูกได้ยิน เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ขั้นตอนในการให้ได้มาถึงข้อสรุปในการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ เช่น “คืนนี้พ่ออยากพักผ่อนอยู่บ้านจังเลย เพราะพ่อเหนื่อยมาก แต่พ่อก็ต้องไปงานเลี้ยงของที่ทำงาน เพราะรับปากเขาไว้แล้ว และพ่อก็ต้องรักษาคำพูด ดังนั้นพ่อต้องเตรียมตัวไปแล้วหล่ะ”
4.  รู้จักกาละเทศะ : ถ้าคุณเป็นแม่ทำงานนอกบ้าน อาจมีบางครั้งที่ต้องเอางานกลับมาทำที่บ้าน ซึ่งเรารู้ดีว่า ทั้งงานที่เอากลับมาทำ และ กิจกรรมของครอบครัวก็จะไม่ได้รับผลดีอย่างเต็มที่ ดังนั้นถ้าอยู่ที่ทำงาน จงทำงาน ถ้าอยู่ที่บ้าน จงใช้เวลากับครอบครัว เราพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใด เราต้องเป็นของที่นั่นทั้งร่างกาย จิดใจ และ วิญญาณ
5.  รู้จักยอมรับความผิด รู้จักขอโทษ และ พยายามปรับปรุงทำสิ่งที่ถูกต้อง : ผู้ใหญ่ก็ผิดพลาดได้ สิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงที่ใช้สอนลูกในเวลาที่เกิดความผิดพลาดขึ้น คือ เราต้องแสดงให้ลูกเห็นว่า ความผิดเกิดขึ้นได้อย่างไร  รู้จักขอโทษ และ ทำอย่างไรได้บ้างเพื่อแก้ไขความผิดนั้น การทำเช่นนี้ จะแสดงให้ลูกเห็นว่า ทุกคนต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม และเราพ่อแม่เป็นตัวอย่างให้ลูกเรียนรู้ว่า เราสามารถทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นได้หากเราได้พยายาม การทำผิดพลาดไม่ใช่จุดจบของชีวิต หรือ จุดจบของโลก
6. จงรักษาสัญญา และ มีความรับผิดชอบในงานที่ทำ : ทุกวันนี้คุณครูและพ่อแม่มักพูดว่า เด็กๆเดี๋ยวนี้เมื่อเริ่มทำอะไรแล้ว ก็ไม่ค่อยยอมทำให้เสร็จ เราพ่อแม่จึงต้องแสดงให้ลูกเรียนรู้ว่า การเริ่มต้นทำนั้น ย่อมหมายถึงต้องสานต่อให้เสร็จ เช่น โครงงานศิลปะ ฝึกวิ่งมาราธอน ถ้าลูกเรียนรู้ว่า การทำอะไรต้องไม่ล้มเลิกกลางคัน เมื่อโตขึ้นแล้วต้องเจองานที่ยากขึ้น ก็จะพยายามทำต่อได้จนสำเร็จ
7.   จงปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความสุภาพเสมอ : มีบ่อยครั้งที่เรามักระบายอารมณ์กับคนที่อยู่รอบๆ พนักงานเสริฟอาหาร คนขับรถคันข้างหน้า แม่สามี อาการ “น็อตหลุด” เหล่านี้ เกิดขึ้นในใครก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เป็นการยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราต้องแสดงให้ลูกเห็นว่า การปฏิบัติสุภาพต่อทุกคนตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ควรกระทำ และถ้าพ่อแม่รู้ตัวว่ามีอาการน็อตหลุดเกิดขึ้นบ้าง ให้กลับไปอ่านข้อที่ 5 เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ
8.   จงพร้อมเรียนรู้ และ เติบโตได้ ตลอดเวลา : พ่อแม่ไม่ได้เป็นพ่อแม่เท่านั้น แต่ยังเป็นนักลงทุน หรือ ลูกจ้าง และ ยังเป็นอีกหลายหน้าที่ พ่อแม่ยังต้องศึกษา และ เรียนรู้สิ่งต่างๆตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา ลงเรียนภาษาต่างประเทศ และ อ่านหนังสือที่สนใจ เป็นการแสดงให้ลูกเห็นว่า การเรียนรู้ไม่ได้สิ้นสุดลงหลังจากออกจากโรงเรียน
9.   จงพอใจในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ : พวกเราส่วนใหญ่มักตำหนิตัวเองตลอดเวลา อ้วนเกินไป ยังไม่สวยพอ แก่เกินไป ยังไม่ฉลาดพอ ถ้าเรารู้จักพอ เราก็จะพอ เราต้องแสดงให้ลูกเห็นว่า เราภูมิใจในสิ่งที่เราทำได้สำเร็จ ภูมิใจในสิ่งที่เราทำ และภูมิใจกับการแบ่งปันที่เราได้ทำให้กับคนในครอบครัวและสังคม การทำเช่นนี้ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่า ตัวลูกเป็นสิ่งที่มีค่าเสมอ และ ถึงแม้ว่า ลูกยังสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นได้อีก แต่สิ่งที่ลูกเป็นอยู่แล้ว ก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง และ มีคุณค่าในสายตาของพ่อแม่เสมอ
10.    จงแสดงความขอบคุณ : คำว่า “ขอบคุณ เป็นพระคุณ รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง” ควรพูดให้ติดปาก และ แสดงให้ผู้ฟังรับรู้ว่า คุณรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่เป็นแค่พูดไปตามหน้าที่ เช่น “แม่ขอบใจมากที่ลูกทำความสะอาดเก็บของเล่นหลังจากที่เล่นเสร็จในพื้นที่ห้องครัว การที่ลูกทำแบบนี้ แสดงว่าลูกเป็นคนรู้จักเก็บรักษาของ และ รู้จักเคารพคนอื่นที่แบ่งสถานที่ให้ลูกได้เล่น แม่ดีใจที่มีลูกน่ารักแบบนี้ และ แม่รู้ว่าคนอื่นๆก็รู้สึกเหมือนแม่เช่นกัน”
ขณะที่ดูเหมือนว่า การทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกตลอดเวลา อาจทำให้คุณรู้สึกเครียด แต่เชื่อเถอะว่า ไม่มีใครคาดหวังว่าคุณจะเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา เราแค่ทำดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ และ แสดงให้ลูกเห็นว่า เรามีความสุข และ มีความยินดีเกิดขึ้นได้ในทุกๆวันที่เป็นวันที่ดี เราเรียนรู้จากความผิดพลาด และ สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ แถมดีขึ้นกว่าเดิม และ แน่นอนที่สุด แม้แต่วันที่ไม่ใช่วันที่ดี วันที่เราน็อตหลุด เราภาวนาว่า ลูกคงไม่สังเกตเห็น ก็ยังมีวันพรุ่งนี้ให้แก้ไขได้อยู่ดี

ที่มา FB: สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ และ  สอนลูกให้ชนะโลก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,206,959 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: