AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

‎เราไม่เคยมีบุญคุณต่อกัน‬

4

 

 

 

 

ถึงลูกสาวที่รักของแม่…

เมื่อหนูโตขึ้น หนูอาจจะได้ยินใครๆในสังคมบอกหนูว่า “ต้องกตัญญูรู้คุณพ่อแม่”

ในฐานะที่วันนี้แม่ได้เป็นแม่ของหนู แม่อยากบอกให้รู้ไว้จากใจของแม่เองว่า…

  • อย่าต้อง… เลือกอะไรในชีวิตที่ไม่ได้คิด ไม่ได้ต้องการ เพียงเพราะแค่.. อยากกตัญญูกับพ่อแม่
  • อย่าต้อง… เสียสละอะไรไปในชีวิต เพียงเพราะคิดว่านี่คือสิ่งที่พ่อแม่จะไม่ชอบ
  • อย่าต้อง… ยอมแลกความสุขของชีวิตกับอะไรเพียงเพราะคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ต้องการ

ชีวิต…เป็นของลูก “
จงหวงแหนจิตวิญญาณของการใช้ชีวิตของตัวเอง
อย่าเชื่อใครที่บอกให้ขายความสุขหรือความฝันของทั้งชีวิต…ให้กับ”ความกตัญญู”

แม่ไม่คาดหวังอะไรจากลูก
แม่ไม่ได้มีหนูเพื่อมารับใช้ความต้องการอะไรในชีวิตแม่
ถ้าวันหนึ่งที่หนูอยากจะทำอะไรให้พ่อแม่  แม่อยากให้หนูทำด้วยความรัก..ไม่ใช่เพราะใครบอกให้ทำเพื่อความกตัญญู

 

เพราะสำหรับแม่…  ” เราไม่เคยมีบุญคุณต่อกัน 

หนูไม่เคยร้องขอแม่ ให้ช่วยทำให้หนูเกิดมา
การมีหนู เป็นการตัดสินใจของแม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแม่
การเลี้ยงดูหนูอย่างดีที่สุด จึงเป็น “หน้าที่ของแม่
หน้าที่…ที่แม่ไม่เคยนับว่าเป็น “บุญคุณ”

 

ถ้าเชื่อตามพุทธศาสนาว่า “การเกิดเป็นทุกข์”
แม่ทำให้หนูต้องเกิดมาอยู่กับการว่ายเวียนกับสุขทุกข์ เพียงเพื่อเป็น”ความสุขของแม่”

แม่ซะอีก…ที่อาจจะเป็นหนี้บุญคุณของหนู

ใช้ชีวิตด้วยจิตวิญญาณที่เป็นอิสระเถอะนะลูก
แม่ไม่เคยคาดหวังให้หนูต้องทำอะไรเป็นการตอบแทน

เพราะการมีความสุขในทุกวัน กับการที่มีหนูให้รัก
สำหรับแม่…  นี่เป็นการตอบแทน…ที่มากเกินพอ

รักลูกเสมอ
แม่

บทความนี้เขียนขึ้นด้วยความตั้งใจอยากให้ลูกสาวตัวเองและพ่อแม่ทุกคนได้อ่าน หลังจากเจอคนไข้กินยาฆ่าตัวตายเพราะ.. ถูกพ่อพูดใส่หน้าว่า “ไอ้ลูกอกตัญญู”  จากการที่ไม่ได้เลือกเรียน…คณะที่พ่อต้องการให้เรียน

รักลูก…มอบความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้ลูก คือ การรักโดยไม่หวังผลตอบแทนนะค

เชื่อเถอะค่ะว่า…ลูกก็จะมอบความรักที่ยิ่งใหญ่กลับคืนให้คุณเช่นกัน

ที่มา :   line

………………………………………..

 

**ความเลวร้ายจากผลของการสูญเสียชีวิตของลูกๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่เคยสูญเสียลูกๆไม่มีทางได้รู้**

ท่านที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองของลูกๆ ท่านอาจไม่รู้ว่าความรู้สึก สภาพจิตใจหลักจากลูกๆของท่านได้เสียชีวิตลงไปนั้น มันเป็นยังไง ยิ่งถ้าเป็นการเสียชีวิตของลูกจากอุบัติเหตุต่างๆอีก ท่านอาจนึกไม่ถึงว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน  จะมีผลกระทบมีอาการอะไรที่มันเลวร้ายที่เข้ามา ที่เกิดขึ้นส่งผลหลังจากที่ลูกๆได้เสียชีวิตไป

จึงอยากเล่าประสบการณ์ที่สะท้อนจากความจริงที่ได้พบ เป็นอาการที่เลวร้ายของผู้ปกครองที่ได้สูญเสียลูกๆไป จากการลงเก็บข้อมูลเด็กที่เสียชีวิตจากสาเหตุภายนอกจากอุบัติเหตุต่างๆ อาการแรกที่พบง่ายสุดจากการลงไปสอบถามข้อมูลถึงเหตุปัจจัยต่างๆของการเสียชีวิตของลูก คือ…  การที่พ่อแม่เล่าถึงเหตุการในวันเกิดเหตุ ด้วยอาการน้ำตาไหล บ้างคนไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว ไหลออกมาไม่หยุด ทำให้มีความรู้สึกว่ามันเป็นภาพที่สะเทือนใจมากอยู่ และขณะที่เล่านั้นพ่อแม่ผู้ปกครอง มั้งจะชื่นชมลูกตัวเองต่างๆนาๆ หลังจากที่ลูกได้เสียชีวิตไปแล้ว เช่น ลูกตัวเองนั้นฉลาดมากๆ เป็นเด็กดี รูปหล่อ หรือ สวยมาก สุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ จะพูดถึงสิ่งดีๆของลูกช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่จดจำชื่อชมแต่สิ่งดีๆของลูก ภายหลังจากที่ลูกได้เสียชีวิต

ซึ่งจากการได้เป็นผู้รับฟังของพ่อแม่ผู้ปกครองที่เล่าถึงสิ่งที่ดีๆของลูกที่ได้เสียชีวิต มันทำให้เกิดความรู้สึกน่าเห็นใจแต่อีกมุมหนึ่งยังคิดรู้สึกเสียดายที่พ่อแม่ผู้ปกครองมามองเห็นระลึกถึงข้อดีของลูกๆเมื่อ..สายไปเสียแล้ว

ความคิดความทรงจำดีๆที่มีต่อลูกนั้น มันเป็นเรื่องที่ควรเก็บไปเล่าให้หลานๆฟัง หรือเล่าให้ลูกๆฟัง เมื่อเติบโตขึ้นจนเป็นผู้ใหญ่มากกว่า

อาการที่หนักขึ้นของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกที่เสียชีวิต คือ บ้างคนเบ้อ บ้างคนเพ้อ นั่งยืนเม่อลอย ทำอะไรไม่เหมือนแต่ก่อน พูดอะไรไม่อยู่กับร่องกับลอย ทำตัวแปลกๆ บ้างคนก็ยังไม่เชื่อว่าลูกได้เสียชีวิตไปแล้วยังคิดว่าลูกมีชีวิตอยู่ ยังทำกิจกรรมเดิมๆ ที่เคยทำกับลูกๆอยู่ต่อไปแม้ลูกได้เสียชีวิตไปแล้ว เช่นไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียน เรียกลูกมากินข้าว หรือพ่อแม่บ้างคน ที่ค้าขาย จะมีอาการคิดทอนเงินคิดเงินลูกค้าผิดๆถูกๆ พ่อแม่บ้างคนต้องใช้เวลาร่วมๆปีถึงจะทำใจได้ แล้วกับมามีวิถีชีวิตปกติเหมือนเดิม

ที่หนักสุดๆ เลย คือ พอลูกเสียชีวิตแล้ว พ่อหรือแม่ของเด็ก มาหนีมาเลิกกันไปอีก เรียกว่าเป็นการเสียทั้งลูก เสียทั้งคู่ชีวิต ซึ่งเคยพบคู่พ่อแม่ ที่ลูกเสียชีวิตและได้เลิกกันหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ถ้าได้ลองรับรู้เรื่องราวสภาพของพ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก ที่ตกอยู่ในสถานภาพนี้ ต้องบอกว่า มันน่าเศร้ามาก ขนาดแค่ฟังรับรู้เฉยๆ ยังเศร้า คิดว่าไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครๆเลย นึกไม่ออกจริงๆว่าคนที่ลูกตายแล้ว ยังต้องมาเลิกลาแยกทางกับคู่ชีวิตอีก มันจะรู้สึกยังไง มีวิธีการคิด วิธีการทำใจยังไง่ ในการดำรงวิถีชิวิตอยู่ต่อไปในอนาคต

แต่ที่หนักที่สุดกว่า เลยคือเมื่อลูกได้เสียชีวิตไปแล้ว มีพ่อหรือแม่ ที่ทำใจไม่ได้มีฝ่ายไดฝ่ายหนึ่ง ได้ฆ่าตัวตายตามลูกไป หรือ ตรอมใจเจ็บป่วยจนเสียชีวิตตามลูกไป การฆ่าตัวตายตามลูกที่เสียชีวิตไปด้วย คงต้องบอกได้ว่าเป็นผลกระทบที่หนักมากหลังจากที่ลูกได้เสียชีวิตไปแล้ว เพราะถ้าไม่หนักจริง คงไม่ถึงกับต้องฆ่าตัวตายตามลูกไป

ถ้ามองภาพรวมๆ จากการที่ได้สัมผัสพ่อแม่ผู้ปกครองที่ลูกๆมาเสียชีวิตนั้น พบว่า มีอาการเหมือนสูญเสีย ความฝัน ความคาดหวังต่อลูก ต่ออนาคต เหมือนอนาคตมันได้หายไปจากชีวิต แผนการที่ชีวิตที่ได้ว่างแผน วาดหวัง มันหมดไป เมื่อต้องสูญเสียลูกไป และจะมีความรู้สึกเสียใจ เศร้าใจ ต่อการจากไปของลูกๆ หรือ สงสารลูก ที่มีความน่ารัก มีความเก่ง มีความฉลาด รูปลักษณ์ดี สวยหล่อ ไม่น่ามาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็กๆ ตั้งแต่อายุยังน้อยอยู่ ทั้งยังนึกถึงพัฒนาการต่างๆของลูกๆที่พ่อแม่ได้เฝ้าเลี้ยงดูการเจริญเติบโตของลูกที่ผ่านมา จากที่กล่าวมาทั้งหมด อาจเป็นต้นเหตุของผลกระทบที่เลวร้าย ของอาการต่างๆที่ได้เกิดขึ้นกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องสูญเสียลูกๆไป

คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ของลูกๆทุกคนคงไม่มีใครอยากต้องการสูบเสียลูกๆที่รักไป เพราะการสูญเสียชีวิตของลูกๆนั้น มันคงเป็นเรื่องยากที่จะทำใจ คงเป็นเรื่องยากที่จะมีชีวิตได้ใช้ชีวิตที่เหมือนเดิม เพราะพ่อแม่ผู้ปกครอง คงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าถ้าเกิดลูกๆต้องมาเสียชีวิตจากไปจริงๆนั้น ผลกระทบของวิถีชีวิต อาการจากผลกระทบ หลังจากนั้นจะเป็นยังไงเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาได้ คิดคาดการณ์ได้

 เพราะฉนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองลูกๆ อย่าคิดว่าชีวิตเป็นเรื่องของเวรกรรม การเจริญเติบโตของลูกๆ เป็นเรื่องของเวรกรรม และการเสียชีวีตของลูก เป็นเรื่องของเวรกรรม

แต่…พัฒนาการต่างๆของลูกๆ  การเจริญเติบโตของลูก เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองลูกๆสามารถป้องกันได้  การเลี้ยงดู การดูแลลูกๆให้มีความปลอดภัย สามารถป้องกันการเสียชีวิตของลูกได้ในระดับหนึ่ง ในระดับที่สูงมาก ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองรู้ป้องกันปัจจัยความเสี่ยงต่างๆที่สามารถทำให้ลูกๆต้องมาเสียชีวิตจากไป

วาทะสอนชีวิต http://www.klonthai.com/category/

“เพราะสังคม..ประเมินค่า..ที่จนรวย คนจึงสร้าง..เปลือกสวย..ไว้สวมใส่ หากสังคม..วัดค่า..ที่ภายในคนจะสร้าง..แต่จิตใจ..ที่ใฝ่ดี”

“คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น คนโง่เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง”

“เกิดในที่ ที่ดี นั้นดีแน่  เกิดในที่ ที่แย่ ก็ดีได้  เกิดที่ดี แล้วแย่ มีถมไป  เกิดที่ไหน ก็ดีได้ ถ้าใฝ่ดี”  

“ความรู้ สอนให้ถ่อมตนแต่ความโง่เขลา สอนให้เย่อหยิ่ง”

กลาง ธรรมชาติ

 16 ก.ค. 2554
ที่มา http://www.oknation.net/blog/naturechang/2011/07/16/entry-1

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 13/06/2015 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,203,077 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: