AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

ศาสตร์แห่งการเยียวยาร่างกายและจิตใจ

5ศาสตร์แห่งการเยียวยาร่างกายและจิตใจ พร้อมกับสร้างความสมดุลให้กับชีวิต ดูแลได้ทุกโรคและทุกคน

เป็นการจัดสมดุลความเป็นอยู่และชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ทำได้โดยการเลือกรับประทานอาหารที่สด สะอาด เพราะอาหารจะทำหน้าที่เป็นทั้งอาหารและยาธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขับพิษที่สะสม ตกค้างในร่างกายมานานให้ค่อย ๆ หมดไป และธรรมชาติที่ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นองค์ประกอบของ คน สัตว์ และ พืช ดังนั้น อาหารที่สด ปรุงใหม่ สะอาด จะเป็นอาหารที่มีพลังงานที่เมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วจะทำให้ร่างกายสามารถกลับมามีพลังที่จะเยียวยาตัวเองได้อย่างมหัศจรรย์ อีกทั้งประกอบกับการฝึกโยคะและการออกกำลังที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งร่างกายและจิตใจก็จะแข็งแรงและสดชื่นไปพร้อม ๆ กัน
ร่างกายของเรามีช่องทางที่จะขับพิษออก 5 ช่องทางด้วยกัน ดังนี้

  1. ทางลมหายใจ
  2. ทางเหงื่อ
  3. ทางอุจจาระ
  4. ทางปัสสาวะ
  5. ทางประจำเดือน

นอกจากการขับพิษหลักใหญ่ ๆ 5 ช่องทางแล้ว ยังมีขบวนการปลีกย่อยอื่น ๆ ที่แสดงถึงการขับพิษได้อีกหลากหลาย อาทิเช่น

  1. การไอ จาม น้ำมูกไหล
  2. การอาเจียน
  3. ท้องร่วง
  4. การเป็นไข้
  5. อาการอื่นๆ เช่น สิว ผื่นคัน ฝี ตกขาว ฯลฯ

การรับประทานอาหารแต่ละชนิด มีความหมายอย่างไร ควรมีระยะเวลาห่างกันหรือไม่ มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง เพราะขบวนการย่อยภายในร่างกาย จะเรียนรู้และปรับเป็นการสร้างพลังต่อร่างกายอีกหนึ่งรูปแบบ

อาหารที่ส่งเสริมพลังและเป็นประโยชน์สูงสุด

  1. มะพร้าว
  2. ผลไม้
  3. ผักสด
  4. ข้าวกล้อง
  5. ธัญญพืช,ถั่วต่างๆ
  6. รากไม้ (หัวเผือก , หัวมัน)

มาเรียนรู้ว่าระบบการย่อยภายในร่างกาย จะใช้ระยะเวลาในการย่อยนานเพียงไร ต่ออาหาร 1 ชนิด

  • น้ำมะพร้าว ใช้เวลาย่อย 5 นาที
  • ผลไม้สด ใช้เวลาย่อย 1 ชั่วโมง
  • ข้าว ใช้เวลาย่อย 3-4 ชั่วโมง
  • ผักสด ใช้เวลาย่อย 3 ชั่วโมง
  • เนื้อสัตว์ ใช้เวลาย่อย 3 วัน

เราควรประมาณการรับประทาน การพักผ่อนนอนหลับ อย่างชาญฉลาดอย่างไร เพื่อจัดเวลาให้ร่างกายได้มีพลังอย่างเต็มที่

  • ตื่นนอนเวลา 06:00น.
  • รับประทานอาหารเช้าเวลา 08:00น.
  • รับประทานอาหารกลางวันเวลา 11:30-12:30 น. (น้ำย่อยออกเยอะที่สุด)
  • รับประทานอาหารเย็นเวลา 16:00-18:00 น.
  • เข้านอนเวลา 21:00-22:00 น.

* สำคัญที่สุด ไม่ควรรับประทานอาหารก่อน 06:00 น. และหลังเวลา 22:00 น.

ร่างกายของเราเป็นหมอใหญ่ ซึ่งจะแสดงอาการให้เราได้รู้ว่าร่างกายเราเป็นปกติดีได้ ดังนี้

  • นอนหลับดี
  • เจริญอาหาร
  • ระบบขับถ่ายดี (รวมถึงสีและกลิ่นของอุจจาระ)
  • กลิ่นตัวไม่มี
  • ไม่มีผื่นคัน
  • สีและกลิ่นของอุจจาระ-ปัสสาวะ ใส ไม่มีกลิ่นฉุน
  • ตา ลิ้น เล็บ เป็นสีชมพู สะอาดใส

หลักการจำง่าย ๆ
– อาหารที่มีอายุยืนยาว จะทำให้อายุเราสั้น (หลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็ง)
– อาหารที่มีอายุสั้น อายุเราจะยืนยาว (เช่น ผักสด,ผลไม้สด ยกเว้นทุเรียน)

ที่มา http://www.sdsweb.org/sdsweb/index.php/2010-09-04-06-22-07/2010-09-04-10-27-29/180-2010-09-21-09-25-57


 

ธรรมชาติบำบัด…เพื่อชีวิตเป็นสุข

          โลก คือ กายและใจของเรา หากเรามองโลกอย่างที่โลกเป็นอย่างอ่อนโยนอยู่ด้วยกุศล เราจะเห็นว่าไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร ใจของเราจะไม่ทุกข์ และถ้าเราอยู่กับโลกอย่างเหนือโลก เราจะพบกับอิสระอย่างแท้จริง

 โรค คือ กายและใจของเรา หากเรามองโรคอย่างที่โรคเป็นอย่างอ่อนโยนอยู่ด้วยกุศล ร่ายกายที่เจ็บป่วยจะไม่ใช่ปัญหาของเรา และจิตของเราก็จะเป็นอิสระ แต่วิธีการนี้ต้องควบคู่ไปกับการเยียวยาร่างกายของเราด้วย และธรรมชาติบำบัดก็เป็นหนึ่งในทางเลือก

ธรรมะจากท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ที่พูดกับผู้ที่เข้ามาอบรมคอร์ส “ธรรมชาติบำบัด…เพื่อชีวิตเป็นสุข” ในเสถียรธรรมสถาน

 

          ธรรมชาติบำบัด คือ ศิลปะแห่งการเยียวยา การดูแลตนเอง และความเป็นอยู่ให้เกิดความสมดุล ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ คนเราทุกคนพึงใช้ปัญญา จิตสำนึกในการสังเกตตัวเองและควรเปิดโอกาสให้ร่างกายได้เยียวยาตัวเอง ด้วยการเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว คือ การบริโภค โดยเลือกรับประทานอาหารที่สด สะอาด และมีพลังชีวิต เพื่อให้ร่างกายกลับมามีพลังในการเยียวยาตนเองได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่แสวงหาหรือเปิดโอกาสให้พิษที่มีผลไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจเข้าสู่ร่างกาย หมั่นออกกำลังกาย ฝึกโยคะ สูดอากาศที่บริสุทธิ์ และอาศัยความเพียรในการปรับวิถีชีวิตความเคยชินเก่าๆ เพื่อชีวิตใหม่ที่สดใส แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

ที่สำคัญ…จงเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่า ร่างกายของเราเป็นหมอที่เก่งที่สุด

ทุกคนต้องเคยได้ยินธรรมะบทนี้ อโร คยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ   การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติที่ทุกคนต้องพบเจอ หนีไม่พ้น ดังพระพุทธปัจฉิมวาจา…”วย ธมฺมา สงฺขารา อุปฺปมาเทน สมฺปาเทถ” สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา จงทำกิจทั้งปวงให้ถึงพรอันด้วยความไม่ประมาท ความไม่ประมาทจะทำให้เราทุกคนระมัดระวัง จะทำให้ทุกข์น้อยลง การดูแลกายและจิตของตัวเองเป็นสิ่งที่ต้องไปคู่กัน เนื่องจากกายและจิตเป็นของคู่ที่แยกกันไม่ออก

เมื่อกาย                  สบาย                จิต          สบาย

เมื่อกาย                  ป่วย                  จิต          ป่วย

เมื่อจิต                   สบาย                กาย         สบาย

เมื่อจิต                   ป่วย                  กาย         ป่วย

เสถียรธรรมสถานเป็นชุมชน เป็นสถานที่ที่มีปณิธานการทำงานด้วยความกตัญญู เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างศานติ โดยมีพุทธธรรมเป็นรากฐาน ทำงานสร้างชีวิตตั้งแต่ปฏิสนธิจิต จนคืนชีวิตสู่ธรรมชาติ โดยการสร้างธรรมชาติให้สัปปายะ เกื้อกูลให้คนทุกเพศ ทุกวัยได้มีโอกาสศักยภาพปฏิบัติธรรม รู้ธรรม อันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ ที่ทำให้เกิดพุทธิภาวะ “รู้ ตื่น เบิกบาน” ทุกคนมีโอกาสอยู่บนเส้นทางแห่ง “อริยะ” ธรรมชาติบำบัด “ธรรมาศรม” เป็นหนึ่งในวิถีชีวิต ที่ทุกคนควรมีโอกาส เฝ้าระวัง ดูแล “กาย” ด้วยขบวนการของธรรมชาติ อย่างไม่ประมาท ร่างกายมนุษย์เป็นแหล่งธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่มีองค์ประกอบของธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม

ดิน ของแข็งในร่างกายตลอดจนกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ เป็นธาตุดิน

น้ำ  ของเหลวทุกชนิดภายในร่างกาย  เป็นธาตุน้ำ

ไฟ อุณหภูมิ ความร้อน เป็นธาตุไฟ

ลม ลมหายใจ แก๊สตามช่องว่างในร่างกาย เป็นธาตุลม

เมื่อมีความสมดุลของธาตุทั้ง ๔ ในร่างกาย จะพบว่าร่างกายก็จะไม่เจ็บป่วย แต่องค์ประกอบภายนอกก็มีส่วนสำคัญ ที่จะช่วยส่งเสริมให้ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง พร้อมที่จะต่อสู้กับสิ่งรุมเร้าต่างๆ สิ่งประกอบภายนอก อาทิเช่น

อาหาร เป็นสิ่งที่จำเป็นในการให้พลัง การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ พอเพียง จึงมีความจำเป็นต่อการเพิ่มพลังชีวิต

อากาศ อากาศที่บริสุทธิ์ จะช่วยให้ขบวนการทางระบบหายใจสะอาด สะดวก ระบบการสูบฉีด การฟอกของเสีย การขับถ่ายของเสีย

ออกกำลังกาย การออกกำลังกาย เป็นการปลดปล่อยของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อ เป็นการทำให้ร่างกายแข็งแรง เป็นการปรับขบวนการของกล้ามเนื้อ การไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยะต่างๆ ในร่างกาย

อารมณ์ การมีอารมณ์ดี คิดสิ่งดี ทำสิ่งดี จิตใจจะอิ่มเอิบ สารสุขในร่างกายก็จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์ จิตเป็นสุข กายก็สบาย

โดยธรรมชาติร่างกายของคนเรามีขบวนการ มีระบบที่เกื้อกูล มีการรับเข้า มีการถ่ายออก ถ้าขบวนการนั้นๆ สมดุล ทุกคนก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีความพร้อมต่อการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่จะแทรกแซงสู่ร่างกาย แต่ถ้าเราประมาทไม่ระมัดระวัง ขาดการเฝ้าสังเกตร่างกายก็อาจจะได้รับผลกระทบ จากความไม่สมดุลภายในที่มีการสะสมสิ่งแปลกปลอมอย่างต่อเนื่อง หรือได้รับอันตรายจากภายนอกได้

การนำธรรมะหรือธรรมชาติมาใช้ในชีวิตประจำวัน จึงควรเป็นเป้าหมายหลักที่ทุกคนพึงพิจารณาสำหรับตนเอง มาเรียนรู้ธรรมชาติของคนที่มีช่องทางการสื่อสาร ๖ ช่องทาง และก็มีช่องทางการถ่ายเทของเสียออกจากร่างกาย ๖ ช่องทางด้วย

ช่องทาง ทางตา ทำให้ได้รับรู้ ได้เห็น สิ่งที่ทั้งดีงามและสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ถูกขับออกทางตา คือ ขี้ตา

ช่องทาง ทางหู  ทำให้รับรู้ด้วยการได้ยิน สิ่งที่ถูกขับออกทางหู ได้แก่ ขี้หู

ช่องทาง ทางจมูก ทำให้รับรู้ด้วยการได้กลิ่น สิ่งที่ถูกขับออกทางจมูก ได้แก่ ขี้มูก (น้ำมูก)

ช่องทาง ทางลิ้น ทำให้ได้รับรู้รสต่างๆ ช่องทางการขับออกทางปาก ได้แก่ ขี้ฟัน อาเจียน เสมหะ

ช่องทาง ทางกาย ผิวหนังจะรับรู้ความรู้สึกหนาว ร้อน อ่อน ตึง การขับถ่ายทางกาย ได้แก่เหงื่อ ขี้ไคล

ช่องทาง ทางใจ การรับรู้ทุกช่องทางจะไปแสดงที่ใจทุกช่องทาง จึงมีคำที่กล่าวว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
ร่างกายของมนุษย์ หนึ่งคนเป็นหมอที่มีความเก่ง ด้วยตัวของตัวเอง ด้วยความสมดุลของร่างกาย ตามธรรมชาติ มีอยู่ เป็นอยู่ แต่เมื่อไรที่ขาดความสมดุล  ก็จะพบกับทุกข์ทางกาย เป็นอาการทางกายที่แสดงให้คนต้องหันกับมาทบทวนขบวนการของตัวเอง  ถ้าเราปล่อยปละละเลย ก็จะเกิดการสะสมทำให้ภาวะอาการที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องพึ่งพาการรักษาจากภายนอก จากขบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทางการแพทย์ต่อไป (ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ราไม่ต้องพึ่งพาการรักษาทางการแพทย์) จะเห็นได้ว่า วิวัฒนาการของเชื้อโรคต่างๆ ก็เป็นเพราะความไม่สมดุล

ธรรมชาติบำบัด เป็นการดูแลตัวเองโดยขบวนการที่เฝ้าสังเกตทุกอย่าง อย่างเป็นธรรมชาติ ถ้าเราจะนำหลักธรรมในโอวาทปาติโมกข์ อันเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นหัวใจสำคัญที่นำมาใช้กับธรรมชาติบำบัดได้ดังนี้

ประการแรก คือ การไม่ทำชั่วทั้งปวง หยุดอกุศลทั้งกาย วาจา ใจ ถ้าเราประยุกต์กับธรรมชาติบำบัดนั้น หมายถึง การไม่นำสิ่งที่เป็นโทษหรือของไม่มีประโยชน์เข้าไปสู่ร่างกาย

ประการที่สอง คือ การเพียรทำความดีให้เพิ่มขึ้น โดยหลักธรรมชาติบำบัด หมายถึง การเพิ่มสิ่งดีเข้าไปสู่ร่างกาย

ประการที่สาม คือ การทำจิตให้ขาวรอบ การนำจิตให้สงบเย็น และเป็นประโยชน์

ธรรมะ ๓ ข้อแรกในโอวาทปาติโมกข์ สามารถนำมาประยุกต์กับพฤติกรรมการเป็นอยู่หลับนอนของคนๆ หนึ่ง ที่สามารถทำให้ทุกข์น้อยลง อยู่เป็นสุขขึ้น
ร่างกายเราเป็นเหมือนห้องทดลองทางธรรมชาติ ที่ดีที่สุด และมีตัวเราเองเป็นนักทดลอง เราลองมาทดลองเป็นนักทดลอง ขั้นพื้นฐานกันเลยดีไหมคะ คนเราต้อง กิน อยู่ หลับ นอน ขับถ่าย เมื่อหิว ก็ต้อง กิน กินเพื่ออิ่มพอดี ก็จะได้ประโยชน์   ถ้ากินแบบโลภ กินอย่างตามใจปาก กินจนมากเกิน ก็จะเป็นโทษ จะอึดอัด อวัยวะในระบบการย่อยก็ทำงานมากเกินเหตุ การทำงานมากเกินก็จะทำให้ล้า เพลีย นี่เป็นตัวอย่าง จากการกิน ถ้าเราเฝ้าสังเกต ระมัดระวังไม่ประมาท เลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์ อาหารสดมีพลังชีวิต ก็จะช่วยเสริมสร้างพลังชีวิตในตัวเราเป็นอย่างดี (เราจะได้ศึกษารายละเอียดในการรับประทานอาหารกันต่อๆ ไป)

จากบทสัมภาษณ์ ต้นกล้าอาสาสมัคร โดยถมทอง ทองนอกในนิตยสาร “สาวิกา” ฉบับที่ 87 พฤษภาคม ๒๕๕๒


 

5
น้ำมะพร้าว ช่วยได้ ชะลอวัย คลายเครียด

ในช่วงอากาศร้อนแม้จะเริ่มมีสายฝนโปรยปรายลงมาให้คลายร้อนบ้าง และด้วยอุณหภูมิที่พุ่งสูงของสถานการณ์บ้านเมืองก็อาจทำให้หลายคนเริ่มมองหน้ามองตากันแล้วสังเกตเห็นในกันและกันว่า ผิวพรรณที่เคยสวยใสกลับไม่ผุดผ่องดังเดิม ริ้วรอยและความหมองคล้ำก็กลับมามีบทบาทอีแบบไม่ทันตั้งตัว นั่นคงเป็นเพราะผลจากข่าวสารต่างๆ รอบตัวที่เราซึมซับเข้าไปทุกวันๆ มันได้บั่นทอนความงามในร่างกายและจิตใจไปทีละน้อยๆ อย่างช้าๆ แต่ไม่ต้องตกใจไปหรอกนะคะ พี่อู่มีวิธีรับมือง่ายๆ กันเรื่องเหล่านี้มาแนะนำในสไตล์ของธรรมชาติบำบัดที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ไม่ยากเลย

ประการแรก ให้เริ่มต้นที่จิตใจกันก่อน แค่ลองเปิดใจให้กว้างและวางอคติลง ทำแบบนี้ให้ได้ตลอดวันรู้เท่าทันใจและความคิดอาจยากไปสักนิดแต่ให้พยายามฝึก รับรองว่าทำได้ทุกคนแน่นอนค่ะ กับอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ควรทำคู่กันไปเพื่อช่วยชะลอวัยอย่างได้ผลดี นั่นคือ

ทุกเช้าที่เราตื่นนอนขึ้นมา ให้ดื่มน้ำมะพร้าวสดๆ เช้าละ 1 ผล ทานลูกเขียวๆ สดๆ ไม่ต้องเติมน้ำตาลและไม่ต้องแช่เย็นนะคะ ดื่มแต่น้ำห้ามทานเนื้อมะพร้าวเด็ดขาด เพราะถ้าเราทานเนื้อด้วยจะเป็นแค่เพียงทานผลไม้เฉยๆ ซึ่งจะไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการเลยค่ะ เนื่องจากประโยชน์ของการดื่มน้ำมะพร้าวก็คือ เราได้ดื่มน้ำสะอาดบริสุทธิ์ที่แฝงฤทธิ์ของยาอายุวัฒนะตามธรรมชาติไว้ด้วย น้ำมะพร้าวช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความชรา และชะล้างสิ่งที่ตกค้างในร่างกายสรรพคุณเป็นฤทธิ์เย็นและช่วยขับพิษได้ดีทีเดียว

– น้ำมะพร้าว 1 ลูก เท่ากับข้าว 2 จานเชียว แต่จะขับออกไปภายใน 5 นาที จะเข้าเยียวยาร่างกายเราได้เร็วมาก
– ถ้าวันไหนเพลียมากๆ ก็ให้เติมน้ำผึ้งแท้ๆ สัก 1-2 ช้อนชา รับรองสดชื่นหายเพลีย ยิ่งกว่าได้เครื่องดื่มชูกำลังซะอีก (พวกติดกาแฟลองดูสูตรนี้นะคะ)
– ใช้หยอดตาแก้คันตา ภูมิแพ้ที่ตาได้ด้วย
– ใช้ทาหน้ายกกระชับใบหน้าได้ดีมาก…มาก (ทาทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกหน้าจะนุ่มเด่งดึงแต่ไม่ใช่ล้างหน้านะ ถ้าล้างหน้าก็…เอวัง…ตัวใครตัวมันก็แล้วกันจ้ะ)
– ผู้ป่วยเป็นโรคไต และเบาหวาน…ห้าม..ทานนะคะ

ไม่ต้องเชื่อพี่อู่หรอกนะแค่ขอให้ลองทำดู เราจะรู้ว่าของดีเป็นยังไงก็ต่อเมื่อเราได้ลองด้วยตัวเราเองจริงมั้ย…อย่าลืมนะเพียงดื่มให้ได้ทุกวัน จะได้เห็นพลังสด…และผลของยาอายุวัฒนะขนานนี้และจะได้รู้ว่าน้ำมะพร้าวเป็นยิ่งกว่าน้ำมะพร้าวได้ยังไง เพียงลองทำตามที่พี่อู่แนะนำดูนะคะ

โดย ชัญญา เศรษฐบุตร

ภาพ http://lookhealth.blogspot.com/2009/11/blog-post.html

http://xn--m3ciplly4ds5rf.blogspot.com/

จากหนังสือ healthy wealthy

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 28/06/2015 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: