AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

พ่อที่ไม่รู้จักหนังสือสักตัว

1

 ในการประชุมผู้ปกครอง คุณพ่อของเด็กคนหนึ่ง ทำงานก่อสร้างเปรอะเปื้อนโคลนและสีตามเสื้อผ้า ทำให้กลุ่มผู้ปกครองตื่นตะลึง เป็นอีกบทความหนึ่ง ที่ให้ความรู้สึกซาบซึ้งใจ 

เจ็ดนาฬิกาตรง ผู้ปกครองนักเรียนทะยอยกันมาถึง เซ็นชื่อรายงานตัว หาที่นั่งของเด็กตนเองแล้วนั่งลง ภายในห้องประจำชั้นเรียนของเด็ก และที่นั่งของเด็กของตนเอง ยามที่มาเรียนตามปกติ มองออกเลยว่า ทุกคนแต่งตัวมาอย่างพิถีพิถัน เสื้อผ้าล้วนใหม่เอี่ยม แตกต่างกันที่บางคนสีฉูดฉาด บางคนสีเรียบง่าย มีเพียงสองรายที่แต่งโชว์อึ่มสะโพกใหญ่ เดินในห้องเรียนแล้ว ทำให้รู้สึกไม่เหมาะสม

ตอนลงชื่อรายงานตัว ผู้ปกครองบางคนมารยาทดี บางคนไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา บางคนละเอียดรอบคอบกับสิ่งเล็กน้อยเกินไป บางคนอวดเบ่งทำตัวอย่างกับข้านี่แหละผู้ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะมีผู้ปกครองท่านหนึ่ง กิริยามารยาทแตกต่างจากคนอื่นๆ ทำให้ผู้ปกครองท่านอื่นมองเธอด้วยสายตาระอารังเกียจ เพราะเธอแรกเห็นคุณครู ก็เอ่ยปากต่อว่า “คุณครู มิน่าล่ะผลการเรียนของ×××ถึงย่ำแย่นัก เป็นเพราะพวกคุณ จัดให้เขานั่งอยู่แถวหลังสุด ” พูดจบก็หยิบปากกาเซ็นชื่อแล้วโยนทิ้งลงบนโต๊ะ ยืดอกแล้วเดินไปใกล้แท่นพูดที่สุด ไม่สนใจว่าจะเป็นที่นั่งของใครก็นั่งลง รองเท้าส้นสูงสีกับพื้นปูนเสียงนั้นช่างแสบแก้วหูนัก

การกระทำเยี่ยงนี้ ผู้ปกครองท่านอื่นล้วนส่ายหัว คุณครูใช้หางตามองเธอแล้วไม่ได้สนใจเธออีก รอต้อนรับผู้ปกครองรายอื่นที่มาเซ็นชื่อรายงานตัว การประชุมเริ่มเจ็ดโมงครึ่ง ใกล้เวลาที่จะถึง คุณครูเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังถี่ขึ้น อีกทั้งคอยตอบคำถามทั่วๆไปของผู้ปกครอง เมื่อถึงเวลาแล้ว คุณครูให้สัญญานผู้ปกครองให้อยู่ในความสงบ ประตูได้ถูกปิดลงอย่างเบาๆช้าๆ คุณครูทำการทดลองเสียง กำลังอ้าปากจะพูดประตูที่พึ่งถูกปิดลง ก็ค่อยๆเปิดออกอีกครั้ง

เป็นผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง แสดงตัวอยู่หน้าประตู ทั้งตัวคลุกไปด้วยฝุ่น ใบหน้ายิ้มเจื่อนๆ ใช้สำเนียงปนด้วยกวางตุ้งพูดกับคุณครูว่า ” ขออภัย ”   แม้เสียงไม่ดัง แต่กลับเรียกความสนใจจากผู้ปกครองคนอื่นๆทั้งหมดล้วนหันไปมอง เห็นเขาสวมเสื้อทำงานสีน้ำเงินที่สีตกจนซีดแล้ว บนเสื้อมีรอยคราบสีเป็นจ้ำๆ ส่วนกางเกงเปื้อนไปด้วยฝุ่น ข้างหนึ่งห้อยลงอีกข้างถลกขึ้น สวมรองเท้าบูทโคลนดินติดไปทั่ว แค่เห็นก็รู้ได้ว่าพึ่งจะรีบมาจากสถานที่ก่อสร้าง

” ผู้ปกครองท่านนี้ ขอเรียนถามว่า เด็กของท่านคือ…….”
” ผมเป็นพ่อของ หวังจื้อห้าว ”
” อ๋อ..คุณครูแสดงความแปลกใจออกมาทางสีหน้า ”
” ขอเรียนถามคุณครู ผมนั่งตรงไหน ? ” ภายในห้องเรียนเต็มไปด้วยผู้ปกครอง และเสียงหัวเราะ
” เชิญ ที่ว่างที่อยู่ข้างขวามือของคุณค่ะ ” คุณครูบอกกับชายผู้นั้น พูดจบคุณครูหันกลับไปมองคุณพ่อของหวังจื้อห้าว แล้วพูดว่า
“รบกวนท่านเซ็นชื่อรายงานตัวด้วย ปากกาอยู่นี่แล้วค่ะ ”
คุณพ่อของหวังจื้อห้าวถือปากกาไว้ ใบหน้าเคร่งเครียด ถือสมุดรายชื่อหมุนรอบแทบจะ 360 องศา ก็ยังไม่รู้ว่าจะเซ็นลงตรงไหน คุณครูคิดว่าเขาหารายชื่อของหวังจื้อห้าวไม่พบ ใช้นิ้วชี้ให้ดูทันทีพร้อมกับพูดว่า
“คุณเซ็นชื่อช่องนี้เลย”
“คุณ…คุณครูครับ ผม…ผมอ่านหนังสือไม่ออก ” พูดจบ พ่อของหวังจื้อห้าวก้มหัวลงต่ำมากๆ ภายในห้องเรียนเกิดเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง
” อ้อ ! ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ผมเซ็นแทนแล้วกัน เรียนเชิญคุณกลับไปนั่งที่ของหวังจื้อห้าว ”
ผู้ปกครองทุกท่าน การประชุมผู้ปกครองในวันนี้ เป็นครั้งสุดท้ายของเทอมนี้ ขอขอบคุณผู้ปกครองทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนกิจกรรมตลอดมา

วันนี้ เรื่องยาวขอพูดสั้นๆ ก็คือใคร่ขอเรียนเชิญผู้ปกครองที่มีเด็กผลการเรียนดี ขึ้นมาบอกเล่าวิธีการและเคล็ดลับในการ อบรมสั่งสอนเด็กของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?

ห้องเรียนเกิดเสียงฮื่อฮาโกลาหล คุณครูโบกมือไปมา เพื่อให้อยู่ในความสงบ “ขอเรียนเชิญผู้ปกครอง ××× ขึ้นมาบนเวที… ผู้ปกครองของ ××× (ทะยอยมาเรื่อยๆ) ตามด้วยผู้ปกครองอื่นอีกสองท่าน ที่พูดถึงวิธีการและเคล็ดลับประสบการณ์ การอบรมสั่งสอนลูกหลานของตนเอง ไม่มีความแปลกใหม่ นอกจากบอกว่า ตัวเองใช้ความเข้มงวดกวดขันแบบไหนแบบไหน ปกครองเด็กๆให้เด็กๆหมั่นทำการบ้าน ช่วยหาผู้สอนมาสอนที่บ้าน…..”

เมื่อคุณครูเรียกชื่อผู้ปกครองของหวังจื้อห้าวขึ้นเวที ห้องเรียนก่อนหน้าที่มีแต่เสียงจีจีจาจา เงียบลงในทันใด นี่เป็นเรื่องที่นอกเหนือความคาดหมายมาก เขามอมแมมปานนี้ เด็กของเขาทำไม?ถึงมีผลการเรียนที่ดีเด่นดีเลิศได้

คุณพ่อของหวังจื้อห้าว งอเอวแล้วลุกขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ด้วยความประหม่า ยามก้าวเดินออกมา เท้าไปเตะเก้าอี้ล้มลง เกิดเสียงใสกังวาน รีบพูด “ขออภัย ขออภัย” หลายครั้ง รีบยกเก้าอี้ตั้งตรง จึงเดินก้าวไปแท่นพูดอย่างช้าๆ

พ่อของหวังจื้อห้าวเริ่มด้วยเสียงแหบแห้ง สายตาไม่กล้ามองไปทางผู้ปกครองคนอื่นๆที่นั่งอยู่ด้านล่าง คุณครูเริ่มกล่าวแนะนำ

“หวังจื้อห้าว เป็นเด็กนักเรียนในชั้นที่มีผลการเรียนที่ดีที่สุด ผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของเขา อยู่ที่อันดับหนึ่งมาโดยตลอด เด็กคนนี้ขยันขันแข็งมาก ไม่เคยมาสาย กับเพื่อนนักเรียนด้วยกันยามเล่นก็เล่นอย่างสนุก สนาน ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ลองมาฟังว่า ผู้ปกครองของหวังจื้อห้าว เขามีวิธีอบรมสั่งสอนเด็กของเขาอย่างไรบ้าง? ”

“ประ.ประ..ประสบการณ์ผมไม่รู้จัก ผมเพียงแต่ชอบนั่งมองดูเด็กทำการบ้านทุกวันหลังเลิกงาน ไม่ว่าจะเหนื่อยเพียงใด ผมก็จะนั่งอยู่ข้างๆเด็ก แล้วดูเขาทำการบ้าน” พ่อของจื้อห้าวหยุคชั่วครู่หันไปมองคุณครู คุณครูยิ้มตอบแสดงท่าทางให้เขาพูดต่อ

มีวันหนึ่ง ลูกชายถามผมว่า “พ่อ พ่อทุกวันนั่งอยู่ข้างผม แล้วดูผมทำการบ้าน การบ้านนี้ท่านดูเข้าใจหรือไม่ ? ”
ผมตอบว่า ” ผมดูไม่เข้าใจ ”

ลูกชายถามอีกว่า “พ่อ ในเมื่อพ่อดูไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่า ผมทำได้หรือไม่ได้? ”
ผมตอบว่า ” หากลูกของผมทำอย่างรวดเร็ว จับปากกาขึ้นมาแล้วเขียน เขียน เขียนผมก็รู้ว่า คำถามข้อนี้ทำได้ทำได้โดยง่าย หากลูกชายผม เดินไปเปิดพัดลม จะไปดื่มน้ำ ผมก็รู้ว่า คำถามข้อนี้ทำยาก ”

ห้องเรียนสงบเงียบมาก แม้หากเข็มเล่มหนึ่งตกลงพื้น คาดว่าคงจะได้ยินเสียง ผู้ปกครองห้องเรียนชั้นอื่นมีคนทยอยกลับบ้าน แต่ก็มีบางคนที่มายืนฟังอยู่นอกหน้าต่าง

     “ผมมีอาชีพทำงานก่อสร้าง ปกติแล้วงานยุ่งมาก หากจะพูดถึงการอบรมสั่งสอนแล้วก็เพียงแค่ปกติจะพูดคุยกับลูกบ้าง ลูกชายทุกครั้งที่มามองดูผมหาบหิน ขุดดิน ผมก็จะพูดคุยกับลูกในเวลานั้น “

ผมถามว่า “ลูกเอ๋ย ลูกคิดอยากเหมื่อนท่านประธานฯที่ได้ไปต่างประเทศหรือไม่? ”
ลูกตอบว่า”ผมคิด”
ผมก็จะพูดว่า” ถ้าอย่างนั้น ต้องตั้งใจเรียนหนังสือน่ะ ”

เห็นรถราที่วิ่งอยู่บนท้องถนน ที่ขับได้เร็วๆ คันยาวๆ สีดำๆเป็นเงางาม ผมก็จะถามลูกว่า ” อยากขับรถแบบนี้หรือไม่? ”
ลูกตอบว่า” อยาก ”
ผมจะพูดว่า ” ถ้าอย่างนั้นต้องตั้งใจเรียนหนังสือน้ะ ”

ผมไม่เคยเรียนหนังสือไม่รู้จักหนังสือสักตัว จะหาเหตุผลลึกซึ้งมาอบรมสั่งสอนเด็กก็ไม่เป็น ได้แต่อาศัยเวลายามทำงาน เห็นอะไรก็คุยกับลูกอย่างนั้น เมื่อเห็นลูกพยักหน้าไม่หยุดผมก็จะดีใจมาก เมื่อผมดีใจก็ชอบที่จะลูบหัวของลูก

ลูกชายชอบนั่งยองๆอยู่ข้างกายผม ดูผมทำงาน บางครั้งยังรินน้ำให้ผม น้อยครั้งที่ผมจะให้เงินลูกใช้จ่าย แทบจะไม่ให้เลย ดังนั้นแล้วลูกชายผมเล่นเน็ตไม่เป็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเข้าไปในเน็ต อีกทั้งไม่มั่วซั่วที่จะไปซื้อของให้กิน เวลาโดยส่วนมากแล้วลูกชายจะทำงานบ้าน บางครั้ง ยังช่วยผมซักเสื้อผ้าด้วย

     ผมเป็นคนทำงานก่อสร้าง ทั่วทิศก็คือบ้านผม ทำงานที่ไหนบ้านก็อยู่ที่นั่น พูดถึงประสบการณ์ผมไม่มีจริงๆ ผมเพียงแค่ชอบคลุกคลีกับลูก ชอบดูเขาทำการบ้าน ชอบที่จะลูบหัวเขา ชอบบอกเขาว่า ลูกต้องรู้จักขอบคุณโรงเรียน  ผมต้องขอขอบคุณ คุณครูที่อบรมสั่งสอนลูกของผมให้ได้ดีเช่นนี้ ให้เขาได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ คุณครูทุกท่านลำบากมามาก” พูดจบเขาได้โค้งคำนับคุณครูหนึ่งครั้ง การโค้งคำนับของเขาครั้งนี้สะเทือนเข้าไปในหัวใจของกลุ่มผู้ปกครองที่อยู่ในห้อง ทำให้พวกเขาคิดได้ว่า

พวกเราที่เป็นผู้ปกครอง ไหนเลยจะเคยคิดโค้งคำนับให้กับคุณครู ไหนเลยจะเคยคิดกล่าวคำ “ขอบคุณ” แก่คุณครู ไหนเลยจะเคยคิดกล่าวคำ “ลำบาก” คุณครูมากแล้ว ผลการเรียนของลูกไม่ดี มักโทษคุณครูอบรมสั่งสอนไม่ดี ผลการเรียนลูกดี ความดีทั้งหมดมักเข้าหาตนเอง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ปกครองของหวังจื้อห้าว ที่มืดบอดเพียงตัวหนังสือ แต่กับพวกเราที่ได้การศึกษามาบ้าง พวกเราช่างน่าละอายใจยิ่

ยามที่คุณครูยังจมอยู่ในความครุ่นคิด คุณพ่อของหวังจื้อห้าวได้เดินกลับไปถึงที่นั่งของตนแล้ว ภายในห้องเรียน เสียงปรบมือดังระทึกกึกก้อง

ที่มา unigang.com

ภาพจากเน็ต


1) พ่อที่ไม่รู้จักหนังสือสักตัว กลับสร้าง อนาคตของชาติ ที่มีผลการเรียนดี อุปนิสัยดี (กว่าพ่อแม่ที่มีฐานะและการศึกษาดีเสียอีก)

** จากเรื่องจะเห็นได้ว่า…..ความรักของพ่อคนนี้ ที่แม้นเหนื่อยจากงาน แต่ก็ยังให้เวลาหลังเลิกงานกับลูกอย่างสม่่ำเสมอ แค่การนั่งอยู่กับลูก ดูลูกทำการบ้าน แค่นี้พ่อลูกก็ได้ถ่ายทอดความรักความอบอุ่นถึงกัน

** พ่อท่านนี้ยังหมั่นสังเกตรายละเอียดต่างๆ ของลูกว่าเป็นเช่นไร “หากลูกของผมทำได้รวดเร็ว จับปากกาขึ้น เขียนเขียนเขียน ผมก็รู้ว่าคำถามนี้ทำได้ทำได้ง่าย หากลูกของผมจะไปเปิดพัดลม ไปดื่มน้ำ ผมก็รู้ว่า คำถามนี้ทำยาก”

** จากที่เขาเมื่อมีเวลาว่าง ก็จะพูดคุยกับเด็ก สื่อสารกับเด็ก แลกเปลี่ยนความรู้สีกนึกคิด และประสบการณ์ ให้แก่กันพ่อลูก

** พ่อท่านนี้สั่งสอนให้ลูกกตัญญูต่อโรงเรียนและคุณครู ให้มีความเคราพนับถือคุณครู นับถือผู้คนรอบข้าง

อ่านจบแล้วพวกเราก็คงจะหาคำตอบได้ว่าเพราะเหตุใดเด็กชายหวังจื้อห้าว จึงสอบได้ที่ 1 เป็นเด็กดี ร่าเริง เป็นที่รักของคุณครูและเพื่อนๆ ทั้งหมดทั้งมวลเริ่มจากการ ” ให้เวลา แห่งความรักความอบอุ่น” กับลูก ไม่ใช่ให้ของเล่น/เกมส์กับเขา

ของเล่นจะมาทดแทนความรักด้วยการกอด การลูบหัว คำพูดบอกรักไม่ได้ ไม่เช่นนั้นพวกคุณก็ไม่ควรมีลูก แค่มีตุ๊กตาเด็กก็คงพอ

One comment on “พ่อที่ไม่รู้จักหนังสือสักตัว

  1. nitchananketnok
    12/09/2015

    มีแต่เรื่องดีๆ มาให้อ่านตลอดเลย🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,962 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: