AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

“นายสงวน หาญพานิช” คุณก๋งของฉัน

 

ป๋า1

 

 

ชีวประวัติ   นายสงวน   หาญพานิช

 

          นายสงวน  หาญพานิช  เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2435   บิดาชื่อนางพงษ์   กำพร้ามารดาตั้งแต่อายุได้ปีเศษ   เมื่อเยาว์วัยได้รับการศึกษาจาก ร.ร. อัสสัมชัญ  และมีความขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

 

          ในด้านชีวิตการงาน  :   นายสงวน เริ่มเข้าทำงาน ครั้งแรกใน ห้างโอเรียนเตลสโตร์  (Oriental Store)  ซึ่งเป็นห้างของชาว Denmark   ในขณะเดียวกันก็เรียนพิเศษตอนกลางคืนไปด้วย  โดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ  ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาค้นคว้าตำราด้วยตนเองเพื่องานอาชีพของนายสงวนในภายหลังเป็นอย่างมาก

 

ต่อมานายสงวน  ได้เข้าทำงานที่ ห้างขายยาตราช้าง ( Bangkok Dispensary)  ในตำแหน่ง ผู้ช่วยเภสัชกร  มีความชำนาญในการผสมยา  โดยเป็นลูกศิษย์รักของ คุณหมอชูลส์  (Schultz)  เจ้าของห้างซึ่งเป็นเภสัชกรและนักเคมีชาวเยอรมัน     (คุณหมอชูลส์  เป็นหมอชาวเยอรมันคนแรกที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย)   และ ยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ คุณหมอชไนเดอร์  (Schneider) นายแพทย์ชาวเยอรมันซึ่งประจำอยู่ที่ห้างขายยาตราช้างแห่งนี้   และคุณหมอชไนเดอร์ยังเป็นอาจารย์สอนที่คณะแพทย์ศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในขณะนั้น

 

เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความสนใจศึกษาหาความรู้  ขยันหมั่นเพียร  ซื่อตรงต่อหน้าที่ และเอาใจใส่ในการงาน  อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่  จึงทำให้ได้รับความเอ็นดูจากอาจารย์ชาวเยอรมันทั้ง 2 ท่านเป็นอย่างมาก    นายสงวนจึงได้รับการอบรมสั่งสอนให้มีความรู้ความชำนาญทางด้านการแพทย์และเภสัชกรรมมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ได้ปฏิบัติงาน  (ในสมัยนั้นห้างขายยาตราช้างเป็นห้างที่ดีเด่นที่สุด  แม้แต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร. 6) และเจ้านายในวังก็เสวยยาของห้างนี้

 

ลูกศิษย์ของอาจารย์ชาวเยอรมัน 2 ท่านนี้ ได้แก่

  • นายโกศล ปังศรีวงศ์ (บี.แอล.ฮั้ว) ซึ่งต่อมาเป็นเจ้าของห้างขายยา บี.แอล.ฮั้ว
  • นายกิมพงษ์ ทองธัช ซึ่งต่อมาเป็นผู้ก่อตั้งและผู้จัดการบริษัทเยาราชคนแรก
  • นายล้วน ว่องวานิช ซึ่งต่อมาได้เป็นเจ้าของห้างขายยาอังกฤษตรางู
  • นายสงวน หาญพานิช ซึ่งต่อมาได้เป็นเจ้าของบริษัทไทยโซปเวิกส์ ผลิตสบู่และแป้ง DEXO

 

นายสงวน  หาญพานิช  ได้ปฏิบัติงานอยู่จนสงครามโลกครั้งที่ 1  ห้างโอเรียลแตลสโตร์ต้องหยุดกิจการ จึงได้หันมาประกอบอาชีพทางผลิตสบู่ซักผ้าขาย   เมื่อสงครามโลกยุติลงและเนื่องจากความชำนาญในด้านการแพทย์และเภสัชกรรม นายสงวนจึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการห้างขายยาเยาวราชล่าง เมื่ออายุเพียง 24 ปี  (ขณะนั้นได้รับประกาศนียบัตรเป็นเภสัชกรและแพทย์แผนปัจจุบันชั้นสอง จากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว  เนื่องจากสมัยนั้นแพทย์ชั้นหนึ่ง สาขาเวชกรรมและเภสัชกรชั้นหนึ่ง มีจำนวนไม่เพียงพอแก่การรับใช้ทางสาธารณสุขต่อประชาชน)

 

จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2  ห้างเยาวราชล่าง ต้องหยุดกิจการเพราะถูกระเบิดเพลิง รวมเวลาเป็นผู้จัดการห้างเยาวราชล่างอยู่ 26 ปีเศษ  ขณะที่ดำเนินงานอยู่นั้นนายสงวน ก็ได้หมั่นศึกษาค้นคว้าวิธีการผสมสบู่ และมีกิจการผลิตสบู่ของตนเอง  โดยเริ่มทำจริงจังเป็นการค้าส่วนตัวตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงแก่กรรมลง

 

นายสงวน  หาญพานิช  ได้เริ่มล้มป่วย ด้วยอาการอัมพาตที่ขา เดินไม่ได้  เป็นเบาหวาน และไต  โดยนายแพทย์ชุณห์ เลาหวณิช  บุตรเขตได้ทำการรักษาอยู่ 2 สัปดาห์เศษจึงเดินได้   เมื่อเดินได้ก็ไม่วายที่จะทำงานอย่างขยันขันแข็งเช่นเคย   โดยออกดูตลาดสินค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  ปกติท่านเป็นคนที่ชอบเดิน ใครๆพากันชมว่าท่านมีร่างกายแข็งแรงเดินได้ไกลและเร็วมาก   เพิ่งจะมาไม่แข็งแรงเอาระยะปีเศษก่อนเสียชีวิต  และตัวท่านเองก็สนใจรักษาสุขภาพของท่านเอง  ส่งปัสสาวะไปให้บุตรเขตตรวจเป็นประจำจนวันที่ 5 เมษายน 2509  ท่านเริ่มมีอาการอ่อนเพลียอาเจียร มีไข้แทรก  และถึงแก่กรรมโดยสงบที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2509 เวลา 20.30 น.  ท่ามกลางความเศร้าโศรกของครอบครัวและญาติมิตร  ศิริรวมอายุได้ 74 ปี

 

   

นายสงวน   มีน้องร่วมบิดาซึ่งเกิดจากมารดาเปี่ยม คือ

  • นายส่งศักดิ์ เสาวนะ
  • นายฤาทัย เสาวนะ
  • พ.อ.พิเศษ  เสาวนะ
  • น.ส. สมถวิล เสาวนะ
  • นายนิตย์ เสาวนะ

       

นายสงวน  หาญพานิช  มีบุตรธิดาที่เกิดจาก นางหลั่นเฮียง และ นางวิไล ดังนี้

  • นายวิเศษ หาญพานิช
  • นางโสภี เลาหวณิช
  • นางโสภา จันทศรี
  • นางวิลัดดา ณ .ระนอง
  • นางวิลาวัณย์ ประธานราษฏร์นิกร
  • นางโสภิต ทองไกรแสน

       

มีหลานอันเกิดจากนายวิเศษ  นางหุ่นกู้ (เสียชีวิต) และ ได้มาแต่งงานใหม่กับนางอารี  หาญพานิช  ดังนี้

  • นางอำไพ  บัณฑิต
  • นายอำพล  หาญพานิช
  • นายอำพันธ์  หาญพานิช
  • นางอัมพร  สมบูรณ์กุลวุฒิ
  • นายอำนาจ  หาญพานิช
  • นายอำนวย  หาญพานิช
  • นางนพวรรณ  หาญพานิช
  • นางอัมพิกา  ศิริสุวัฒน์

มีหลานอันเกิดจากนางโสภี  และ นายแพทย์ชุณห์  เลาหวณิช  ดังนี้

  • นายมโน  เลาหวณิช
  • นานพิพัฒน์  เลาหวณิช
  • นายอดิศร  เลาหวณิช
  • นางสาวอรอนงค์ เลาหวณิช

     

มีหลานอันเกิดจาก นางโสภา และ พลเรือตรีประกอบ จันทศรี  ร.น.  ดังนี้

  • นายก้องเกียรติ จันทศรี (เสียชีวิต)

     

มีหลานอันเกิดจาก นางวิลัดดา และ นายเก่ง  ณ ระนอง  ดังนี้

  • นายกิตติพงษ์  ณ ระนอง
  • นายกิตติรัตน์  ณ ระนอง
  • นางอรฤดี  ณ ระนอง

       

มีหลานอันเกิดจาก นางวิลาวัณย์ และ นายชูชาติ ประธานราษฏร์นิกร  ดังนี้

  • นางสาวรุ้งนภา  ประธานราษฏร์นิกร
  • นายกฤษณ์  ประธานราษฏร์นิกร
  • นายอลงกรณ์  ประธานราษฏร์นิกร

       

นางโสภิต  ได้สมรสกับ  พล. ต.ต. รังสี  ทองไกรแสน  ไม่มีบุตร


……………………………..

ป๋า 02

ป๋า2

 

ป๋า 05……………………..

ป๋า 04

ป๋า 03

ป๋า 01

ข้อความบางส่วนจาก : ายแพทย์ชุณห์ เลาหวณิช

  ที่กล่าวถึงคุณหมอสงวน หาญพานิช

 

คุณป๋าเป็นพ่อที่รักและเข้าใจลูก ท่านยิ้มแย้มกับลูกๆ มีคติสอนใจลูกๆ ที่น่าฟัง และน่าปฏิบัติตาม ถ้อยคำที่ข้าพเจ้ายังจำได้ฝังใจที่คุณป๋าพูดในวันปีใหม่ที่แล้วว่า  “ผมสอนลูกๆ เสมอตั้งแต่เล็กๆ ให้เป็นคนมีมานะอดทน ขยันขันแข็ง ซื่อตรง และสำคัญที่สุดที่ผมพยายามพร่ำสอนลูกๆ ก็คือ ให้หาวิชาใส่ตัว”  คุณป๋าเล่าถึงสมัยหนุ่มๆ เมื่อท่านเริ่มทำงานในฐานะผู้จัดการห้างเยาวราชล่างนั้น ท่านอายุเพียง 24 ปี  ท่านหนักใจมากว่าทำอย่างไรจึงจะชนะใจลูกค้าได้ บังเอิญไปพบข้อความน่าจับใจตอนหนึ่งในหนังสือ  Key to success”  ว่า  “  Smile, Smile, You will win the love of the world “  ตั้งแต่นั้นมาท่านก็เริ่มมองเห็นทางก้าวหน้า และพยายามปฏิบัติตาม  ท่านว่า “ถ้าเราพยายามยิ้มแย้มได้ทุกโอกาส ไม่โกรธ ไม่เคืองใคร ยิ้มรับทั้งคำติคำชม ไม่ช้าผลดีก็จะตามมา” 

 

คำพูดของคุณป๋าเกี่ยวกับการยิ้มแย้มนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารำลึกถึงคติพจน์ซึ่งศาสตราจารย์ Davis ได้ให้ไว้สมัยข้าพเจ้ายังศึกษาอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้น่าฟังดังนี้

 

There are many troubles that will burst like bubbles,

There are many shadow that will disappear,

So we learn to meet them with a smile,

To greet them for a smile, is better than a frown or tears,

I can smile when I can’t say a word,

I can smile when I can’t be heard,

I can smile when it’s cloudy or fair,

I can smile any time any where.

 

คุณป๋าเป็นผู้ถ่อมตนและสุภาพอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ท่านพบใครท่านเป็นผู้ยกมือไห้วก่อน แม้กับข้าพเจ้าเองเวลามาสำนักงานของข้าพเจ้าๆ ต้องชิงไหว้ท่านเสียก่อน หรือไม่ก็ไหว้พร้อมๆกันไปเลย ข้อนี้คุณป๋าคงจะถือสุภาษิตที่ว่า  “Cap in hand never did any harm

 

คุณป๋าพยายามทุกวิถีทางที่ให้บุตรของท่านได้รับการศึกษาเล่าเรียนให้มีความรู้ ช่วยตัวเองได้ ตามแต่กำลังสติปัญญาจะอำนวยให้  ดังเช่น

  • นางโสภี เลาหวณิช – สำเร็จปริญญาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์
  • นางโสภา จันทศรี – สำเร็จอนุปริญญาพยาบาลผดุงครรภ์ชั้น 1 มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
  • นางวิลัดดา ณ ระนอง  – สำเร็จปริญญาการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นางวิลาวัณย์  ประธานราษฏร์นิกร – สำเร็จปริญญาอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นางโสภิต ทองไกรแสน – สำเร็จการบัญชี พาณิชพระนคร

ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการยากเหลือเกินที่พ่อแม่โดยทั่วไปจะสามารถส่งเสียและอบรมลูกให้ได้สำเร็จการศึกษาอย่างน่าภูมิใจเช่นนี้ ( ในระหว่างปี พ.ศ. 2450 – 2500  มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่จะสนับสนุนให้บุตรสาวได้เรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัย)

 

เมื่อเยาว์วัยคุณป๋าได้รับการศึกษาจาก ร.ร.อัสสัมชัญ  คุณป๋าชอบเล่าให้ลูกหลานของท่านฟังถึงเมื่อวัยเด็กที่ท่านเข้าเรียนใหม่ๆ ว่า ท่านเอาแต่ห่วงเล่นไม่ยอมท่องการบ้านจนถูกภราดาไมเกิลท่านจับยืนเสาธงเป็นการทำโทษ  ครั้นคนเดินผ่านไปมาเห็นเข้าท่านก็รู้สึกละอาย  ตั้งแต่นั้นมาก็ขยันขันแข็งจนเป็นเด็กที่จัดว่าเรียนอยู่ในขั้นดี  จนเป็นที่รักของท่านบาดหลวงทั้งหลาย จนวัยชรารท่านก็ยังรำลึกถึงพระคุณอันนี้

 

คุณป๋าเล่าว่ามิสเตอร๋อาร์ ชูลส์ ชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นนักเคมีและเภสัชกรคนแรกที่มาอยู่เมืองไทย เป็นผู้ประสาทวิชาเภสัชกรรมให้ท่าน ในบรรดาลูกศิษย์ของหมอชูลส์ มีหลายท่านด้วยกัน อาทิเช่น

  • นายโกศล ปังศรีวงศ์ (บี.แอ.ฮั้ว)
  • นายกิมพงษ์ ทองธัช (ผู้ก่อตั้งบริษัทเยาวราช),
  • นายล้วน ว่องวานิช (เจ้าของห้างขายยาอังกฤษตรางู)
  • นายสงวน หาญพานิช

คุณป๋าเป็นคนช่างสังเกตหมั่นศึกษาหาความรู้จากตำรับตำรา ประกอบกับความชำนาญงาน คุณป๋าจึงได้เป็ฯแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 2 และเภสัชกรชั้น 2 ของกระทรวงสาธารณะสุข สมัยนั้นเรายังมีแพทย์ไม่กี่คนในประเทศ

 

คุณป๋าเคยเล่าว่า ท่านต้องต่อสู้กับอุปสรรค เพื่อก่อร่างสร้างตัวขึ้นด้วยลำแข้งตนเอง ต้องทำงานทั้งกลางวันอย่างขยันขันแข็ง และศึกษาหาความรู้ใส่ตัวในเวลากลางคืนจากตำหรับตำราภาษาอังกฤษทั้งสิ้น  คุณป๋าพูดภาษาอังกฤษได้ไพเราะมาก คำพังเพยของไทยโบราณที่ว่า “เล่นแร่แปรธาตะ  ผ้าขาดเป็นวา  ปริศนาลายแทง  ทองแห้งเป็นหมา”  แต่…. คุณป๋าเลือกเอาประการแรก คือ เล่นแร่แปรธาตุ และก็ได้ผลสำเร็จในการผลิตสบู่ซักผ้าขึ้นใช้  เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1  นับเป็นคนไทยคนแรกที่ผลิตสบู่ได้เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว  และหลังจากค้นคว้าเป็นแรมปีคุณป๋าก็สามารถผลิตสบู่ DEXO และแป้ง DEXO  (สบู่เด๊กโซ และ แป้งเด๊กโซ) ออกจำหน่ายเป็นที่แพร่หลายมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณ 2 ปี   คุณป๋าพบว่าสบู่ยาเด๊กโซของท่านเหมาะกับผิวบางคนไทย และตลอดมาจนบั้นปลายของชีวิตท่านก็ได้ใช้ผลงานนี้เลี้ยงลูกหลานมาด้วยความสงบสุข

…………………………………………………….

 

ป๋า3

พจนาลัยจาก  

 พลตำรวจเอกพระพินิจชนคดี

           หลานๆ ซึ่งเป็นบุตรของนายสงวน  หาญพานิช  มาขอให้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ ช่วยเขียนคำอาลัยแก่บิดา  ในฐานะที่ข้าพเจ้ามีศักดิ์เป็นตาของหลานๆ นายสงวน หาญพานิช จึงนับว่าอยู่ในฐานะหลานเขย

          การตายของปุถุชนนั้นเป็นธรรมดาที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นทุกรูปทุกนาม  แต่ข้าพเจ้ายังอาลัยนายสงวนมาก  ด้วยประกอบคุณงามความดีไว้มากแต่มีอายุสั้นไปหน่อย   นายสงวน นั้นเป็นผู้มีอาชีพทางค้าขายกว้างขวางระหว่างพ่อค้า  ทั้งเป็นผู้ที่มีการสังคมกับเพื่อนฝูงด้วยดีตลอดอายุ  นับได้ว่าอยู่ในลักษณะแห่งความดีตลอดมา

          อนึ่ง ยังปรากฏชัดอยู่ว่า  นายสงวน  หาญพานิช นี้ยังเป็นบิดาที่ดี  การอบรมบุตรก็ดี  ให้การศึกษาก็ดี  มีพร้อมมูล  และบุตรต่างก็มีอาชีพอยู่ในฐานะดี  จึงนับได้ว่าเป็นตัวอย่างอันดีแก่ผู้ที่รู้จักมักคุ้น

 

สรุปแล้ว  นายสงวน  หาญพานิช  เมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี  ไม่เคยมีกรณีใดๆ เป็นทางเสีย  ทั้งยังเป็นบิดาที่ดีของบุตรและแก่ญาติมิตรตลอดชีวิต   ช้าพเจ้าจึงหวังว่าบุตรหลานทุกคนควรระลึกในคุณงามความดีเป็นบรรทัดฐาน

 

อาศัยความเพียบพร้อมด้วยความดีงามของ นายสงวน  หาญพานิช  มาแต่หนหลัง จึงขอให้วิญญาณของนายสงวน  หาญพานิช ไปสู่ทางสุคติด้วยดีทุกๆ ทางเถิด

พล.ต.อ.พินิจ ชนคดี

15 บ้านมงคลชัย  ซอยพระพินิจ

ถนนสวนพลู  สาธรใต้  พระนคร

กรุงเทนฯ 28 มิถุนายน 2509

 …………………………………………………….

พจนาลัยจาก  :   นายโกศล  ปังศรีวงศ์  (บี.แอล.ฮั้ว)

 

ข้าพเจ้าได้รู้จักและชอบพอกับคุณสงวน  หาญพานิช  เมื่อยังรุ่นๆ คุณสงวนเคยพูดเสมอว่า คนเราจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เพื่อนฝูงและครอบครัว  คุณสงวนเป็นผู้ที่ได้ก่อร่างสร้างตัวเป็นปึกแผ่นด้วยความอุตสาหวิริยะน่าชมเชยยิ่ง  และ เป็นสามีทีดีของภรรยา  เป็นบิดาที่ดีของบุตร  คือ ได้ให้การศึกษาที่ดีแก่บุตรธิดาขั้นมหาวิทยาลัยทุกคน นับว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง

 

คุณสงวน เป็นคนที่มีอัธยาศัยใจคอดีเสมอต้นเสมอปลาย  นับเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดีของชนรุ่นหลัง  เมื่อมาถึงแก่กรรมลงเช่นนี้จึงเป็นที่น่าเสียดายและนำความเศร้าโศรกมายังบุตร ภรรยา และญาติมิตรทั้งหลาย   แต่การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของไม่เที่ยง  ส่วนชื่อเสียงนั้นเป็นสิ่งสำคัญหาสูญสิ้นตามไปไม่  ยังคงเหลือไว้ให้ชนรุ่นหลังได้จดจำจารึกความดีที่สร้างไว้ตลอดไป

 

ด้วยอำนาจแห่งบุญกุศลและคุณงามความดีที่ได้สร้างสมไว้ขอให้วิญญาณของคุณสงวน หาญพานิช จงไปสู่สุคติในสัมปรายภพเทญ

นายโกศล  ปังศรีวงศ์

78 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา  ธนบุรี

2 พฤษภาคม 2509

 …………………………………………………….

พจนาลัยจาก  :   พล.ต.ต. พจน์ เภกะนันท์ – นายกสโมสรสหมิตร

กองบังคับการ  กองตำรวจสันติบาล ปทุมวัน พระนคร
ระลึกถึงคุณสงวน หาญพิช

 

ในบรรดาสมาชิกสโมสรสหมิตร  ข้าพเจ้ารู้จักคุณสงวน หาญพานิช มานานที่สุดผู้หนึ่ง และเช่นเดียวกันกับสมาชิกผู้เป็นมิตรสนิทคนอื่นๆ ของคุณสงวน  ข้าพเจ้าเรียกคุณสงวนว่า  “เด”

 

“เด”  เป็นสมาชิกที่ซื่อสัตย์ที่สุดของสโมสร  ในยามว่างจากธุรกิจ   “เด” ไม่ยอมไปที่อื่นจะอยู่แต่ที่สโมสรเท่านั้น  “เด” เป็นนักสกามือเยี่ยมคนหนึ่งของสโมสร  และไม่ชอบกีฬาชนิดอื่น  วันไหนที่ “เด” เล่นบิลเลียด วันนั้นเพื่อนสมาชิกรวมทั้งข้าพเจ้าด้วยเป็นต้องพากันเหน็ดเหนื่อยไปกับ “เด” เพราะ “เด” เล่นบิลเลียดด้วยความตั้งอกตั้งใจ  ทุกครั้งที่หัวคิวกระทบลูก และลูกแล่นออกไปแล้ว  “เด” จะยังยืน “ไซด์” อยู่นอกโต๊ะด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวไปตามทางทิศของลูกบิลเลียด  ด้วยเหตุนี้เองเมื่อ “เด” อยู่ห่างโต๊ะบิลเลียดหรือกำลังง่วนกับกระดานสกา มิตรสหายจึงสบายใจกันมาก

 

“เด” เป็นผู้ที่นำแต่ความสบายใจมาสู่เพื่อนฝูง  ข้าพเจ้าไม่เคยเห็น  “เด” มีความทุกข์หรือวิตกกังวล   ยิ่งในบั้นปลายชองชีวิต  เมื่อบุตรหลานของ “เด” เป็นฝั่งฝามีหลักฐานกันหมดแล้ว “เด” ก็ยิ่งแสดงความสุขสบายใจให้ปรากฏชัดยิ่งขึ้น “เด” ชอบเดินจากบ้านหรือสำนักงานไปสโมสร  ภายหลังคงจะเป็นด้วยความร่วงโรยของสังขาร  “เด” จึงต้งอนั่งรถไปสโมสร และเมื่อไปถึงแล้ว ก็ต้องอาศัยเด็กรับใช้ช่วยประคองขึ้นไปนั่งดูมิตรสหายสนุกสนานกันบนชั้นบนของสโมสรสหมิตร

 

ถึงแม้จะแสดงความสนุกภายสบายใจเพียงใด แต่ “เด” ก็ไม่ลืมงานของ “เด” และสามารถคละเคล้าผสมผสานงานกับความบันเทิงได้อย่างน่าอัศจรรย์  ข้าพเจ้าจำได้บ่อยครั้งที่ “เด” นำสบู่ DEXO และแป้ง DEXO  (สบู่เด๊กโซ และ แป้งเด๊กโซ) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทไทยโซปเวอร์ค ของ “เด” ไปแจกมิตรสหายที่สโมสรทำให้ “เด” ได้ทั้งน้ำใจและการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปในขณะเดียวกัน

 

โดยที่ “เด” แสดงตนเป็นคนไม่รู้จักแก่หรือหนุ่มตลอดกาลดังกล่าวมาแล้ว มรณกรรมของ “เด” จึงเกือบเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น และความอาลัยจึงมีอยู่เป็นอันมาก  ความเงียบเหงาเพราะเหตุที่สโมสรขาด “เด” เป็นที่ปรากฏขึ้นและรู้สึกกันในมวลสมาชิก

 

ข้าพเจ้าขอร่วมกับญาติมิตรของ “เด” ตั้งจิตอธิษฐานให้วิญญาณของ “เด” จงไปสู่สุคติ ประสบแต่ความสุขและสดชื่นเหมือนกับ “เด” ยังอยู่ในโลกนี้

 …………………………………………………….

แด่ คุณสงวน  หาญพานิช

จาก  นาวาเอก หลวงสำรวจวิถีสมุทร  ร.น.

 

คุณโสภี  เลาหวณิช  ได้มาขอให้ข้าพเจ้าเขียนคำไว้อาลัยแก่คุณสงวน หาญพานิช  ผู้เป็นบิดาในการที่จะฌาปนกิจนั้น  ในฐานะที่ข้าพเจ้าคุ้นเคยกับคุณสงวนฯ มากว่า 30 ปี  ได้อยู่ในสังคมเดียวกันอย่างใกล้ชิดในฐานะสมาชิกสโมสรสหมิตร มีความสนิทสนมกันตลอดมา  พอจะกล่าวได้ว่าคุณสงวนเป็นคนซื่อสัตยฺสุจริตใจคอกว้างขวาง  ในสโมสรรู้จักกันดีว่าคุณสงวนเป็นผู้ไม่เอาเปรียบใคร  วางตัวเหมาะสมกับฐานะ ไม่เคยได้ยินใครติเตียน  เป็นผู้ยอมเสียสละแก่เพื่อนฝูง เป็นผู้มีความข่มใจอย่างประเสริฐ แม้เพื่อนสมาชิกที่เป็นเด็กกว่าจะพูดจาล่วงเกินบ้างก็ไม่เคยแสดงว่าโกรธ  ใครจะว่าหรือล้อเลียนอย่างไรก็ยิ้มอยู่เสมอและไม่โต้ตอบ  ในการทำมาหากินเท่าที่ทราบก็เรียกได้ว่า ตั้งอยู่ในสัมมาอาชีวะ  ในด้านครอบครัวคุณสงวนก็นับว่าเป็นบิดาที่ดี เป็นที่เคารพสักการะของบุตรธิดา อบรมให้การศึกษาแก่ลูกๆเป็นอย่างดี จนมีฐานะมั่นคงอยู่ทั่วกัน สังเกตว่าคุณสงวนตั้งตนอยู่ในหลักธรรมของสมเด็จพระบรมศาสดาของเรา ที่เรียกว่า “ฆารวาสธรรม”  4 ประการ คือ มีสัจจะ ทมะ(ความข่มใจ) ขันติ จาคะ พร้อมบริบูรณ์ จึงมีฐานะเจริญมั่นคง เป็นที่นับถือของคนทั่วไปที่รู้จัก

 

เคยพบกันที่สโมสรไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อมาด่วนจากไปเสียเช่นนี้ก็ย่อมเป็นที่เสียดายอย่างยิ่ง  รู้สึกว่าขาดเพื่อนสมาชิกที่ดีไปเสียคนหนึ่ง  ไม่เคยทราบว่าคุณสงวนมีความไม่ดีอย่างไร และผลที่บำเพ็ญตนอยู่ในคุณความดีตลอดมานี้ ขอให้คุณสงวนจงได้รับผลตามสมควรแก่คติลิสัยในสัมปรายภพนั้นเทอญ

 

หลวงสำรวจวิถีสมุทร

…………………………………………………….

 

แด่ คุณสงวน หาญพานิช

จาก นายจรูญ เกษรากุล – กรมสรรพากร

 

เนื่องด้วยคุณวิลัดดา ณ ระนอง ได้พบกับผมที่กรมสรรพากรและขอร้องให้ผมเขียนคำไว้อาลัยให้ป๋าด้วย  ซึ่งผมเองก็ได้ปฏิเสธบอกว่า ป๋าเป็นผู้ใหญ่  ผมยังเด็กมากไม่ทราบว่าจะเขียนให้อย่างไร  แต่คุณวิลัดดาบอกว่าป๋าก่อนเสี่ยสั่งว่ามีธุระอะไรมาพบคุณจรูญ ที่กองภาษีเงินได้ เพราะคุณจรูญรู้จักเพื่อนๆ ป๋าและชอบกันเป็นพิเศษ  เมื่อได้รับฟังอย่างนี้แล้วก็เลยปฏิเสธไม่ได้ เพราะผมกับคุณหมอสงวนรักใคร่เคารพนับถือกันมาก เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่และเป็นสมาชิกอาวุโสในสโมสรสหมิตร และใครๆ ในสโมสรก็เรียกว่า “หมอ” หรือ “ป่า” ซึ่งกระผมเองก็เคารพท่านตั้งแต่สมัยท่านยังกำลังดี เดินคล่องจนมาครั้งหลังนี้สุขภาพเสื่อมลงจนเดินไม่ค่อยไหว ผมเองก็สุขภาพไม่ค่อยดีจึงไม่ได้พบกัน

 

ต่อมาเมื่อผมไปสโมสร ผมดูที่กระดานประกาศของสโมสร  ผมตกใจและไม่คิดว่าหมอจะมาด่วนจากชาวสหมิตรที่รักไปโดยเร็วเช่นนี้ ผมจึงขออัญเชิญคุณพระรัตนตรัยในสากลโลกจงคุ้มครองให้ดวงวิญญาณของหมอที่เคารพจงไปสู่สุคติชั้นสวรรค์เพียบพร้อมด้วยสิ่งซึ่งประสงค์ทุกประการ

 

 

คำไว้อาลัยจากลูกๆ

 

วันที่โศรกเศร้าที่สุดในชีวิตที่ลูกๆ มิอาจลืมได้เลยก็คือ วันที่คุณป๋าซึ่งประดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆ ทุกคนจากลูกไป  ไม่มีเสียงหัวเราะที่แสดงอารมณืดีของคุณป๋า  เสียงที่ปลอบใจลูก  ให้กำลังใจและชมเชยเมื่อลูกประพฤติดี ให้กำลังใจเมื่อลูกท้อถอยหรือผิดพลาด

 

คุณป๋าได้พยายามบากบั่นสร้างชีวิตและความมั่นคงให้ครอบครัวจนวาระสุดท้ายของท่าน ไม่เคยปริปากถึงความเหนื่อยยาก ยิ้มแย้มกับลูกๆ เสมอ ท่านเป็นทั้งพ่อและเพื่อนที่ดีของลูก เมตตาเอื้อเฟื้อต่อผู้ยาก ในด้านการศึกษาท่านสนับสนุนลูกๆ และอบรมตักเตือนให้ลูกๆ มีมานะพยายามเพื่อจะได้เป็นตัวของตัวเอง ลูกๆ ยังจำได้ถึงความภูมิใจชื่นชม สมใจของท่านเมื่อลูกๆ แต่ละคนเรียนสำเร็จ

 

ลูกๆ ยังจำได้ว่า คุณป๋ามีวิธีอบรมลูกๆ จากประสพการณ์ในชีวิตของคุณป๋าและชีวิตโดยทั่วไป ในเวลาอาหารเย็นคุณป๋าพร่ำสอนลูกให้เป็นคนมีน้ำใจ มีความซื่อตรง ไม่ลืมตัวและไม่เอาเปรียบผู้ใด และสำคัญที่สุดคือ ให้หัดเป็นผู้รู้จักรับผิดชอบ คุณป๋าอบรมลูกๆ ให้อยู่ในแนวทางที่ถูกที่ควรอยู่เสมอ

 

พระคุณของคุณป๋านั้นสุดที่ลูกจะพรรณาได้ บัดนี้คุณป๋าได้จากลูกๆ ไปแล้ว เหลืออยู่แต่ประวัติที่ดีงามและพระคุณอันสูงส่ง ลูกๆ ทุกคนจะดำรงสิ่งที่ดีงามทั้งหลายที่ท่านได้พยายามปลูกฝังไว้ให้ไปจนชั่วชีวิต

 

ลูกๆ ขอตั้งจิตอธิษฐานให้คุณความดีที่คุณป๋าได้บำเพ็ญมาตลอด 74 ปีของท่าน พร้อมทั้งบุญกุศลที่ลูกๆ กระทำอุทิศให้แก่คุณป๋า เป็นผลให้ดวงวิญญาณของท่านได้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพเทอญ

 

จากลูกๆ ทุกคนของคุณป๋า

17 กรกฏาคม 2504

image

แด่ คุณป๋า

จาก นายแพทย์ชุณห์ เลาหวณิช

 

เนื่องด้วยข้าพเจ้าเป็นบุตรเขยคนหัวปีในจำนวนบุตรเชยทั้ง 5 คนของคุณป๋า และพอจะมีความรู้ทางขีดเชียนอยู่บ้าง จึงได้รับมอบหมายให้เขียนเรื่องเกี่ยวกับคุณป๋า เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการฌาปนกิจศพคุณป๋า  ในวันที่ 17 กรกฏาคม 2509 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 15 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย

 

หลังจากแต่งงานกับบุตรสาวคุณป๋า คือ นางโสภี เลาหวณิช (หาญพานิช) แล้ว  ข้าพเจ้ารู้สึกรักและเคารพคุณป๋ายิ่งขึ้น คุณป๋ามีความเป็นกันเอง เป็นคนเปิดเผย และชอบความเป็นอยู่ง่ายๆ ข้อนี้ตรงกับที่ข้าพเจ้าเคยบวชเรียนมาว่า  “พระภิกษุจงอย่าประพฤติตนเป็นคนเลี้ยงยาก“  คุณป๋าก็ได้นำคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาใช้ในการดำรงชีวิตฆราวาสของคุณป๋าด้วย

 

คุณป๋าเป็นพ่อที่รักและเข้าใจลูก ท่านยิ้มแย้มกับลูกๆ มีคติสอนใจลูกๆ ที่น่าฟัง และน่าปฏิบัติตาม ถ้อยคำที่ข้าพเจ้ายังจำได้ฝังใจที่คุณป๋าพูดในวันปีใหม่ที่แล้วว่า  “ผมสอนลูกๆ เสมอตั้งแต่เล็กๆ ให้เป็นคนมีมานะอดทน ขยันขันแข็ง ซื่อตรง และสำคัญที่สุดที่ผมพยายามพร่ำสอนลูกๆ ก็คือ ให้หาวิชาใส่ตัว”  คุณป๋าเล่าถึงสมัยหนุ่มๆ เมื่อท่านเริ่มทำงานในฐานะผู้จัดการห้างเยาวราชล่างนั้น ท่านอายุเพียง 24 ปี  ท่านหนักใจมากว่าทำอย่างไรจึงจะชนะใจลูกค้าได้ บังเอิญไปพบข้อความน่าจับใจตอนหนึ่งในหนังสือ  Key to success”  ว่า  “  Smile, Smile, You will win the love of the world “  ตั้งแต่นั้นมาท่านก็เริ่มมองเห็นทางก้าวหน้า และพยายามปฏิบัติตาม  ท่านว่า “ถ้าเราพยายามยิ้มแย้มได้ทุกโอกาส ไม่โกรธ ไม่เคืองใคร ยิ้มรับทั้งคำติคำชม ไม่ช้าผลดีก็จะตามมา” 

 

คำพูดของคุณป๋าเกี่ยวกับการยิ้มแย้มนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารำลึกถึงคติพจน์ซึ่งศาสตราจารย์ Davis ได้ให้ไว้สมัยข้าพเจ้ายังศึกษาอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้น่าฟังดังนี้

 

There are many troubles that will burst like bubbles,

There are many shadow that will disappear,

So we learn to meet them with a smile,

To greet them for a smile, is better than a frown or tears,

I can smile when I can’t say a word,

I can smile when I can’t be heard,

I can smile when it’s cloudy or fair,

I can smile any time any where.

 

คุณป๋าเป็นผู้ถ่อมตนและสุภาพอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ท่านพบใครท่านเป็นผู้ยกมือไห้วก่อน แม้กับข้าพเจ้าเองเวลามาสำนักงานของข้าพเจ้าๆ ต้องชิงไหว้ท่านเสียก่อน หรือไม่ก็ไหว้พร้อมๆกันไปเลย ข้อนี้คุณป๋าคงจะถือสุภาษิตที่ว่า  “Cap in hand never did any harm

 

คุณป๋าพยายามทุกวิถีทางที่ให้บุตรของท่านได้รับการศึกษาเล่าเรียนให้มีความรู้ ช่วยตัวเองได้ ตามแต่กำลังสติปัญญาจะอำนวยให้  ดังเช่น นางโสภี เลาหวณิช – สำเร็จปริญญาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์,    นางโสภา จันทศรี – สำเร็จอนุปริญญาพยาบาลผดุงครรภ์ชั้น 1 มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล,  นางวิลัดดา ณ ระนอง  – สำเร็จปริญญาการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  นางวิลาวัณย์  ประธานราษฏร์นิกร – สำเร็จปริญญาอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,   นางโสภิต ทองไกรแสน – สำเร็จการบัญชี พาณิชพระนคร  ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการยากเหลือเกินที่พ่อแม่โดยทั่วไปจะสามารถส่งเสียและอบรมลูกให้ได้สำเร็จการศึกษาอย่างน่าภูมิใจเช่นนี้ ( ในระหว่างปี พ.ศ. 2450 – 2500  มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่จะสนับสนุนให้บุตรสาวได้เรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัย)

 

เมื่อเยาว์วัยคุณป๋าได้รับการศึกษาจาก ร.ร.อัสสัมชัญ  คุณป๋าชอบเล่าให้ลูกหลานของท่านฟังถึงเมื่อวัยเด็กที่ท่านเข้าเรียนใหม่ๆ ว่า ท่านเอาแต่ห่วงเล่นไม่ยอมท่องการบ้านจนถูกภราดาไมเกิลท่านจับยืนเสาธงเป็นการทำโทษ  ครั้นคนเดินผ่านไปมาเห็นเข้าท่านก็รู้สึกละอาย  ตั้งแต่นั้นมาก็ขยันขันแข็งจนเป็นเด็กที่จัดว่าเรียนอยู่ในขั้นดี  จนเป็นที่รักของท่านบาดหลวงทั้งหลาย จนวัยชรารท่านก็ยังรำลึกถึงพระคุณอันนี้  คุณป๋าเล่าว่ามิสเตอร๋อาร์ ชูลส์ ชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นนักเคมีและเภสัชกรคนแรกที่มาอยู่เมืองไทย เป็นผู้ประสาทวิชาเภสัชกรรมให้ท่าน ในบรรดาลูกศิษย์ของหมอชูลส์ มีหลายท่านด้วยกัน อาทิเช่น นายโกศล ปังศรีวงศ์ (บี.แอ.ฮั้ว),  นายกิมพงษ์ ทองธัช (ผู้ก่อตั้งบริษัทเยาวราช),  นายล้วน ว่องวานิช (เจ้าของห้างขายยาอังกฤษตรางู)  คุณป๋าเป็นคนช่างสังเกตหมั่นศึกษาหาความรู้จากตำรับตำรา ประกอบกับความชำนาญงาน คุณป๋าจึงได้เป็ฯแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 2 และเภสัชกรชั้น 2 ของกระทรวงสาธารณะสุข สมัยนั้นเรายังมีแพทย์ไม่กี่คน

 

คุณป๋าเคยเล่าว่า ท่านต้องต่อสู้กับอุปสรรค เพื่อก่อร่างสร้างตัวขึ้นด้วยลำแข้งตนเอง ต้องทำงานทั้งกลางวันอย่างขยันขันแข็ง และศึกษาหาความรู้ใส่ตัวในเวลากลางคืนจากตำหรับตำราภาษาอังกฤษทั้งสิ้น  คุณป๋าพูดภาษาอังกฤษได้ไพเราะมาก คำพังเพยของไทยโบราณที่ว่า “เล่นแร่แปรธาตะ  ผ้าขาดเป็นวา  ปริศนาลายแทง  ทองแห้งเป็นหมา”  แต่คุณป๋าเลือกเอาประการแรก คือ เล่นแร่แปรธาตุ และก็ได้ผลสำเร็จในการผลิตสบู่ซักผ้าขึ้นใช้  เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1  นับเป็นคนไทยคนแรกที่ผลิตสบู่ได้เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว  และหลังจากค้นคว้าเป็นแรมปีคุณป๋าก็สามารถผลิตสบู่ DEXO (เด๊กโซ) ออกจำหน่ายเป็นที่แพร่หลายมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณ 2 ปี   คุณป๋าพบว่าสบู่ยาเด๊กโซของท่านเหมาะกับผิวของบางคนไทย และตลอดมาจนบั้นปลายของชีวิตท่านก็ได้ใช้ผลงานนี้เลี้ยงลูกหลานมาด้วยความสงบสุข

 

คุณป๋าเป็นคนมีเมตตาจิต ข้าพเจ้าจำได้ว่าครั้งหนึ่งข้าพเจ้าพาลูกๆ ไปกราบป๋า  เห็ฯคุณป๋าหยิบธนบัตรใบแดงส่งให้ตาแป๊ะแก่คนหนึ่ง ซึ่งคุณป๋าเล่าว่า.. ตาแป๊ะคนนี้ยากจนเช่าห้องแถวท่านอยู่ สู้อุตส่าห์รับอาสามาลอกท้องร่องให้ หวังจะให้หักกับค่าเช่าที่ไม่มีให้  แต่ท่านอดเวทนาไม่ได้และเห็นใจในความมานะพยายามจึงเห็นสมควรช่วยเหลือคนประเภทนี้  คุณอา น้องๆ คุณป๋าท่านเล่าว่าป๋าเป็นคนจิตใจสะอาด เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เบียดเบียนผู้ใด และเป็นคนกตัญญูยิ่งนัก

 

ข้าพเจ้านึกถึงคำจินตกวีสุนทรภู่ที่ว่า “คำโบราณท่านว่าลูกเขยไม่ถูกเลยกับพ่อตาอย่าสงสัย ญาติกาสามีกับพี่(น้อง)สะใภ้เล่าก็ไม่ถูกกันเป็นมั่นคง”  ท่านผู้อ่านที่เคารพ ท่านจินตกวีสนุทรภู่ท่านก็ไม่ได้ว่าท่านผูกหรือประพันธ์กลอนนี้ เป็นแค่คำโบราณกล่าวโดยทั่วไป ซึ่งก็เป็นข้อยกเว้นระหว่างข้าพเจ้ากับคุณป๋า

 

ทุกๆ สัปดาห์คุณป๋าเคยส่งปัสสาวะมาให้ข้าพเจ้าตรวจ แต่ก่อนที่คุณป๋าจะจากเราไป คือ เมื่อเช้าของวันที่ 5 เมษายน 2509 ข้าพเจ้าพบว่าปัสสาวะที่บรรจุส่งมาในขวดที่สะอาดมีกลิ่นคล้าย Acetone เมื่อตรวจด้วย Benedict Reagent พบว่ามีน้ำตาล 4+ และเมื่อตรวจด้วย Robert Reagent ก็พบว่ามี Albumin 4+ อีก  คุณป๋ามีอาการอ่อนเพลียมากและวิงเวียนอาเจียนบ่อย เมื่อหารือกับภรรยาข้าพเจ้าแล้วจึงรีบติดต่อมอบการรักษาให้แก่คณะแพทย์แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งได้รับการเยี่ยวยาเป็นอย่างดี คุณป๋าอาการดีขึ้นในวันที่ 6-7 แต่กลับทรุดลงในวันที่ 9 และมีไข้สูงมาแทรกซ้อน  คณะแพทย์ได้พยายามอย่างสุดความสามารถซึ่งข้าพเจ้าขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยอย่างยิ่ง  จนกระทั่งเวลา 21 นาฬิกาของวันที่ 9 เมษายน 2509 คุณป๋าก็จากเราไปอย่างสงบ ด้วยผลกรรมดีที่คุณป๋าได้ประกอบไว้ชั่วชีวิตของคุณป๋า ขอวิญญาณของคุณป๋าจงสู่สุขคติเถิด

 

ข้าพเจ้าขอจบบทความด้วยคำกลอนซึ่งท่านพระยาอมฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง) เคยเขียนให้ข้าพเข้าสมัยที่ข้าพเจ้ายังศึกษาอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อประมาณ 30 ปีมาแล้วดังนี้

          ความเพียร จะไร้ผล              ผิวจนซตาทราม

ถึงคราวชตางาม                                    พิริยะเพิ่มผดุงศรี

เฉกเช่น เพาะพีชพันธุ์                            อุตุธัญญสาลี

ควรเลือกฤดูดี                                        ฉะเพาะเมื่อพิรุณกาล

เพาะปลูกฤดูแล้ง                                  ก็จะเสียประโยชน์สาร

กอร์ปกิจบ่ชอบกาล                              ฤาจะสมมโนปอง

เพียรชอบวจีกาย                                   มนะหมายณะรรมครอง

มาตรแม้นมิสมปอง                               ก็จะยังกุศลมูล

ชีวิตและสังขาร                                      ผิมลาญมลสายสูญ

ดีชั่วจะก่อกูล                                         อนุสาวรีย์เรา

 

 

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนเสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 14/10/2015 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: