AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

บันได 5 ชั้น สู่ชีวิตที่สงบสุข

1

 

 

 

 

 

 

บันได-5-ชั้น-สู่ชีวิตที่สงบสุข

#บันไดขั้นที่ 1 …..มองตัวเองว่าดี และมีค่าทุกวัน

ในแต่ละวันให้นึกถึงความดี และความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วยการ……..
1 .ตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเอง และนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
2. ให้นึกถึงความดีของตนเอง ที่เคยทำมาแล้วในอดีต (ที่สามารถนึกได้ง่ายๆ) เช่น เคยทำบุญ เคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ คิดว่าตัวเองดี และ มีคุณค่าที่ได้เคยทำสิ่งดีๆ และให้นึกซ้ำๆ จะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจ และเชื่อว่า ตัวเองมีความดี ความเก่ง ตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วย คุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่ และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป และ
3. ต้องอวยพรตัวเองเสมอๆ อย่าแช่ง หรือตำหนิตัวเอง และอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณ ซึ่งมักจะไม่ได้ดั่งใจ หรือได้มาก็ไม่สมใจ

 

# บันไดขั้นที่ 2  มองคนอื่นดี มองโลกในแง่ดี

ขั้นนี้คุณจะต้องมองว่า…..
1.ทุกคน มีขีดจำกัดของความสามารถ ความดี ความเก่งกันทุกคน ตามความเป็นจริงของเขา ซึ่งไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกันเลย
2. ส่วนความไม่ดี หรือไม่เก่งของเขา (ซึ่งมีกันทุกคน) ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไป ให้มองเฉพาะส่วนที่ดีของเขาเท่านั้น
ถ้าคุณทำได้เช่นนี้ คุณก็จะเป็นคนที่มองอนาคต และชีวิตที่ดี มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลา สองสิ่งนี้ ถ้าคุณทำให้ติดเป็นนิสัย คุณจะพบว่า โลกนี้มีสิ่งที่ดีๆ และไม่ยอมแพ้ต่อ”อุปสรรค” ต่างๆ และท้ายที่สุด ก็จะกลายเป็น “สุขนิยม” ทั้งชีวิต

 

# บันไดขั้นที่3 …….ทำวันนี้ให้ดีที่สุด คือ…..
1. การอยู่กับปัจจุบัน ทำกิจกรรมในวันนี้ และเวลานี้ให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทุกข์ร้อน หรือคาดหวังกับผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะสมใจ หรือไม่สมใจก็ตาม
2. จงชื่นชมในความตั้งใจ ทำเต็มความสามารถของตนเอง และคิดต่อว่า…. ในอนาคต จะต้องทำให้ดีกว่านี้
3.คุณต้องเลิกจดจำ หรือ นึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับคุณในอดีต เพราะการจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีต เท่ากับคุณไปสะกิดแผลในใจ และจะทำให้คุณเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบัน คุณจะไม่มีความสุข และกลัวว่าอนาคตจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีซ้ำๆ อีก

 

# บันไดขั้นที่4 …มีความหวัง และเชื่อว่าอนาคตจะดีเสมอ

ความหวัง ความเชื่อ เกิดจากความคิดถึงบ่อยๆ หรือได้ยินบ่อยๆ
1. จงนึก และบอกกับตัวเองเสมอว่า…… อนาคตจะดีขึ้นอีกเรื่อยๆ จะส่งผลให้เกิดกำลังใจมากขึ้น อยากพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตโดยไม่กลัว
2. มีอารมณ์ขัน และ ไม่จริงจังกับชีวิตมากนัก แต่จะมีความหวังที่ดีๆ (Good Hope) อยู่เสมอ แต่..อย่ามีความคาดหวัง ( Expectation) กับชีวิต เพราะถ้าคาดหวังกับชีวิต เรามักจะกลัว หรือกังวลว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ดังความคาดหวัง หรือ เมื่อได้มาแล้วก็มักไม่พอใจ จึงอาจทำให้เกิดทุกข์ได้

 

# บันไดขั้นที่5  …..ปรับปรุงตัวเองเสมอ

โดยปรับปรุง 4 ส่วนที่มีความสำคัญต่อ ชีวิต คือ…..
1. การงาน – ให้มีความขยัน อดทน หมั่นหาความรู้ใส่ตัว และกล้าลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ควรทำ จะทำให้มีการลงมือทำสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตได้เรื่อยๆ และปรากฏเป็นผลงานที่ชัดเจน
2. ครอบครัว – จะต้องยึดหลักที่เป็นมงคลต่อกันคือ ไม่อิจฉา ไม่ระแวง ไม่แข่งขัน ไม่นอกใจ รู้จักการให้ และการให้อภัย มีน้ำใจ และรู้จักเกรงใจกัน
3. สังคม – หมั่นสร้างมิตรเสมอ มีการให้ความสำคัญต่อกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และ พูดจากันแบบ “ปิยะวาจา”
4. ตนเอง – ต้องมีการพัฒนาตนเองเสมอ มีความภูมิใจตนเองตามความเป็นจริง สามารถให้กำลังใจตัวเองได้ และมีกำลังใจพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น…

ที่มาจาก  Line

————–

วิธีทำตัวให้ไม่แก่

๑ ไม่อ้วนไม่ผอม
๒ ไม่เหี่ยว ดื่มน้ำสะอาด ทาครีม กางร่ม ฯลฯ
๓ อย่าดัดผม อย่ายีผม อย่าฉีดสเปรย์
๔ อย่าแต่งหน้าสีสันจัดจ้าน อย่าเขียนขอบตาสีดำ อย่าใส่ขนตาปลอม คนอายุมากพอแต่งหน้าจัดๆ แล้วเวลาเหนื่อยจะเหมือนม้าแก่ (ถ้าผอม) จะเหมือนหมูแก่ (ถ้าอ้วน)
๕ อย่าจีบปากจีบคอ รอบๆ ริมฝีปากจะได้ไม่ย่น
๖ อย่าหมกมุ่นเรื่องอดีต
๗ อย่าใส่ชุดเชยๆ กล้าลองใส่เสื้อผ้าแบบใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย
๘ ไม่กลัวเทคโนโลยี่
๙ ทำฟันให้สวยเสมอ สุขภาพฟันต้องดี
๑๐ มือเท้า เล็บมือเล็บเท้าต้องสวยสะอาด ผิวเนื้อดีพอๆ กับใบหน้า
๑๑ อย่าสวมสร้อยทอง ยิ่งแก่ใหญ่ถ้าห้อยพระด้วย
๑๒ นั่งเดินตัวตรง มั่นใจในตัวเอง
๑๓ ออกกำลังกายเบาๆ ทุกวัน
๑๔ อย่าลืมหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนหายใจออกยาวๆ ทำหัวใจให้เต้นช้าๆ
๑๕ อมยิ้มไว้เสมอแม้ไม่มีใครมอง ร่องที่มุมปากจะได้ไม่คว่ำลงทั้งสองข้าง ถ้าเป็นแล้วแก้ยากมาก
๑๖ มีความรัก
๑๗ มีความหวัง มีความฝัน และมีจินตนาการ
๑๘ อ่านข่าว ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย
๑๙ อย่าเรียกคนอื่นว่ามนุษย์ลุง เฒ่าหัวงู หรือมนุษย์ป้า
๒๐ อย่าพูดจาซ้ำซาก
๒๑ รู้จักนิ่งและฟังคนอื่นบ้าง
๒๒ เวลาไม่มีอะไรทำ อย่าฟุ้งซ่าน ให้นอนพัก เพราะตื่นมาจะสดชื่น หน้าสวยผิวสวย อารมณ์ดี
๒๓ อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน อย่านินทาว่าร้าย
๒๔ อยู่กับปัจจุบัน คิดถึงอนาคต ลืมอดีต
๒๕ หลงรักภรรยาหรือสามีตัวเองบ่อยๆ ตามจีบกันทุกวัน
๒๖ ใช้เงินเพื่อตัวเอง
๒๗ ดูแลตัวเองดีดี อย่าดูถูกตัวเองว่าแก่แล้วไม่สำคัญ
๒๘ ออกงานกลางคืน แต่งตัวสวยมากๆ อาทิตย์ละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เลือกดูหนังฟังเพลงรอบค่ำเพื่อบรรยากาศและแต่งตัวงามๆ ดินเน่อร์และดื่มเบาๆ ก่อนหรือหลังภาพยนตร์หรือคอนเสิร์ทเลิก
๒๙ มีอารมณ์ขัน
๓๐ พูดทะลึ่งบ้าง
๓๑ หัวเราะมากๆ หัวเราะเสียงดังๆ
๓๒ หัดปฏิเสธไม่ทำ ไม่ไป ไม่เอา สิ่งที่ไม่ชอบ ไม่อยากได้ ที่ที่ไม่อยากไป โดยไม่ต้องมีเหตุผล ไม่ต้องเกรงใจใคร
๓๓ อยู่กับใครแล้วเครียด เรื่องมาก หัวใจเต้นแรง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะไม่สบายใจ ขอให้ออกห่างและเลิกอยู่ใกล้ๆ คนคนนั้นอีก
๓๔ อย่าเข้าสังคมที่ตัวเองอึดอัด แม้ว่าสังคมนั้นจะดีหรือมีชื่อเสียงว่าดีเพียงใด
๓๕ เลือกมีเพื่อนสนิทน้อยๆ ดีกว่า
๓๖ เลิกคิดที่จะให้คนอื่นเข้าใจเรา ใครไม่เข้าใจปล่อยไป เพราะเราไม่ว่าง ไม่มีเวลา และเราไม่อยากแก่
๓๗ หาความรู้และฝึกทักษะใหม่ๆ ไม่ต้องเก่ง เอาที่ทำแล้วสบายใจ
๓๘ อยากเป็นหมอดูให้ไปเรียนดูหมอ อยากเต้นรำ ให้ไปเรียนเต้นรำ อยากยิงปืนให้ไปหัดยิงปืน
๓๙ ละทิ้งลาภยศสรรเสริญ
๔๐ ทำตัวเหมือนพระธาตุแช่แห้ง คือแวดล้อมด้วยน้ำ (ลาย) แต่ไม่เปียก แวดล้อมด้วยกิเลสและความชั่วร้ายแต่ไม่ทำบาปและไม่ชั่วร้ายตามเขา
๔๑ มีความสุข ไม่สนใจใคร
๔๒ อย่าเสียเวลาอ่านอะไรที่ยาวถึง ๔๒ ข้อ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ จุ๊บๆๆๆๆๆ

 

————-/-

“Bad is stronger than Good ”

“ความสัมพันธ์” ของคนเราก็เปรียบเสมือนกับ “น้ำในแก้วใบหนึ่ง”
ถ้าเราทำไม่ดีกับใคร ก็เหมือนกับ “หยดหมึกแดง” ลงไปในแก้ว
ยิ่งทำไปนานๆ น้ำจากที่เคยใสก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงมากขึ้นเรื่อย
ถ้าเราคิดอยากคืนดีกับใคร ก็เหมือนกับ “หยดน้ำเปล่า” ลงไปแทน
เมื่อ “น้ำในแก้ว” ได้มีสีแดงเจือปน ก็ยากที่จะกลับมาทำให้ “ใส” ดังเดิม
การ “ทำลาย” ความสัมพันธ์นั้นง่ายกว่า การ “ฟื้นฟู” หลายเท่านัก
“หมึกแดง” หนึ่งหยด รุนแรงกว่า “น้ำเปล่า” หนึ่งหยด
การทำไม่ดีหนึ่งครั้งจึง ไม่เท่ากับ การทำดีหนึ่งครั้ง
“แมลงสาบ” หนึ่งตัวอยู่ในชามที่เต็มไปด้วย”เชอรี่”
ก็เพียงพอที่จะทำให้ “เชอรี่” เหล่านั้นดู “ไร้ค่า”
แต่ “เชอรี่”หนึ่งลูกปนในชามที่เต็มไปด้วย “แมลงสาบ”
กลับไม่ช่วยให้แมลงสาบเหล่านั้นดูดีขึ้นเลย
จากงานวิจัย พบว่า การที่คนเรารับรู้ความรู้สึกแย่ได้มากกว่าความรู้สึกดีนั้น เกิดจาก “สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด” ของบรรพบุรุษในอดีตซึ่งติดตัว “มนุษย์” เราทุกคนมาจนถึงทุกวันนี้ …
เพราะฉะนั้น “มนุษย์ทั้งหลาย” โปรดทำใจยอมรับ “จุดบอด” ของตน
จงเริ่ม “ทำดี” กับผู้คนรอบข้างไว้ให้เป็นนิสัย
รักษา “น้ำในแก้ว” ให้ใสแจ๋วอยู่เสมอ
รักและแคร์คนสำคัญไว้ให้ดี

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 18/10/2015 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,252 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: