AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

อาการปวด 10 จุดบอกโรค

2

 

 

 

 

 

นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ    ไขข้อข้องใจอาการปวด 10 จุด ต่อไปนี้

  1. เจ็บต้นคอร้าวแขน‘ เจ็บนี้ต้องระวังเส้นประสาทต้นคออาจถูกกดหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ยกของหนักที่ผ่านมาได้
  2. เจ็บแขนร้าวปลายมือ‘ ดูเรื่องเส้นประสาทให้ดีมีสิทธิ์เกิดจากพังผืดไปรัดเส้นประสาทหรือเกิดมาจากศูนย์รวมประสาทที่ต้นคอก็ยังได้
  3. ปวดศีรษะร้าวต้นคอ‘ อาจเป็นเพียงกล้ามเนื้อที่เกร็งตึงเวลามีความเครียดธรรมดา แต่ถ้ามีตาพร่าบวกคลื่นไส้อาเจียนด้วยก็ต้องจับตาอาการด้านสมอง
  4. ปวดหลังร้าวลงขา‘ น่าจะเกิดจากหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาทเป็นหลัก โดยเฉพาะหลังส่วนบั้นเอวเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ การดูว่าปวดหลังถึงขั้นไหนให้ดูอาการร้าวลงขา
  5. เจ็บอกวิ่งไปแขนซ้าย’ ร้ายเสียยิ่งกว่าอกหักเพราะมักเกี่ยวถึงโรคหัวใจขาดเลือด ให้สังเกตอาการปวดว่าเหมือนถูกบีบหรือถูกงูเหลือมตัวใหญ่รัดด้วยหรือไม่
  6. ไอแล้วปวดร้าวลงก้นกบ‘ บางคนเวลาไอหรือเบ่งท้องแรงๆ แล้วมีอาการเจ็บร้าวไปหลังหรือก้นกบเบื้องล่างทุกครั้ง ต้องเฝ้าระวังโรคหมอนรองกระดูกทับเส้น
  7. ‘เจ็บท้องน้อยร้าวลงหน้าขา‘ ในสตรีต้องระวังเรื่องอุ้งเชิงกรานอักเสบ ส่วนในหนุ่มๆ ให้ระวังนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ถ้ามีไข้ร่วมด้วยให้ช่วยระวังการติดเชื้อเป็นหลัก
  8. เจ็บท้องส่วนอื่นๆ แล้วร้าวทะลุหลัง‘ อาการเจ็บหน้าไปหลังเช่นนี้ถ้าเป็นที่ตับ คือ ด้านบนขวาให้นึกถึงถุงน้ำดีที่อาจไม่ดีสมชื่อ เพราะนี่เป็นสัญญาณนิ่วในถุงน้ำดีหรือถุงน้ำดีอักเสบ ส่วนถ้าเจ็บตรงกลางร่วมกับไข้สูงให้นึกถึงตับอ่อนอักเสบ (Acute pancreatitis) แบบเฉียบพลัน
  9. เจ็บบั้นเอวแถวสีข้างร้าวลงขา‘ ยิ่งถ้าเจ็บบั้นเอวด้านใดด้านหนึ่งแล้วร้าวด้วย ให้นึกถึงก้อนนิ่วในกรวยไตหรือท่อไต ในบางรายอาจมีท่อปัสสาวะอักเสบร่วมกับมีไข้ รู้สึกหนาวและปัสสาวะปนเลือดอีก หากเป็นเช่นนี้แนะให้ช่วยรีบไปตรวจปัสสาวะ เอ็กซเรย์หรืออัลตร้าซาวน์
  10. ‘เจ็บตามผื่นแล้วร้าวลงเส้นประสาท‘ การที่มีผื่นเป็นตุ่มน้ำใสแล้วมีอาการแสบร้อนหรือเคยมีประวัติโรคเริม งูสวัด ให้ระวังอาการปวดร้าวไปตามปลายประสาท แม้ไม่มีผื่นแล้วก็อาจทิ้งอาการแสบร้อนไว้ได้ บางรายเจ็บแสบอยู่ตามแนวเส้นประสาทเป็นครั้งคราว

คุณหมอกฤษดา ย้ำว่า สัญญาณเจ็บร้าวทั้งสิบที่ว่ามาเป็นวิธีดูคร่าวๆ เท่านั้น แต่ก็ช่วยทำให้ได้ร่องรอยของโรคที่ซ่อนอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือ พบแพทย์แล้วตรวจหาความผิดปกติให้ทราบชัดเจนชัวร์กว่า.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.ed-law.moe.go.th/block.php

 

 

………* เคล็ดลับดี ๆๆๆๆ เกี่ยวกับร่างกาย*……

1. หวีผมบ่อย ๆ :
ให้หวีผมเบาๆ บ่อยๆหน่อย ซึ่งจะช่วยให้ตาสว่าง และรากผมแข็งแรง (ใช้หวีซี่ห่างหน่อย แล้วแปรงเบา ๆ เพื่อกันผมหลุดร่วง)

2. ถูใบหน้าบ่อย ๆ :
ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ 2 ข้างถูลงบนใบหน้าเบาๆ บ่อยๆหน่อย เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่ง

3. เคลื่อนไหวดวงตาบ่อย ๆ :
ให้มองไกล – มองใกล้ มองข้างนอก – ข้างใน มองบน – มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง หรือจ้องอะไรเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง

4. กระตุ้นใบหูบ่อย ๆ :
การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยๆหน่อย ช่วยบำรุงตานเถียน (จุดฝังเข็ม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เก็บพลังงานของร่างกาย (ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งการเปิดทวารที่หูทำให้แรงดี ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว

5. ขบฟันบ่อย ๆ :
ขบฟันเบาๆ บ่อยๆหน่อย (ไม่ใช่ขบแรงดังกรอด ๆ) เป็นการช่วยให้ฟันแข็งแรง และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย

6. ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อย ๆ :
การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้า คือเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็มเพื่อเชื่อมพลังลมปราณตู๋ และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลังและส่วนหน้าร่างกาย จะช่วยทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ และน้ำลาย

7. กลืนน้ำลายบ่อย ๆ :
การกลืนน้ำลายบ่อย ๆ ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร

8. หมั่นขับของเสีย :
หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ กินอาหารที่มีเส้นใย และหมั่นออกกำลังกายเพื่อป้องกันท้องผูก เมื่อปวดปัสสาวะ หรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็นการทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ และการดูดซึมสารพิษ (กลับเข้าสู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่ายขึ้น

9. ถูหรือนวดท้องบ่อย ๆ :
ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบา ๆ เพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น

10. ขมิบก้นบ่อย ๆ :
การขมิบก้นบ่อย ๆ ช่วยป้องกันริดสีดวงทวาร และท้องผูก

11. เคลื่อนไหวทุกข้อ :
การอยู่นิ่ง ๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ทำให้เกิดโรคได้ง่าย ควรเคลื่อนไหวข้อต่าง ๆ ให้ครบทุกข้อทุกวัน และ ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุลย์ เช่น การฝึกชี่กง ไท้เก้ก โยคะ ฯลฯ

12. ถูผิวหนังบ่อย ๆ :
ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆของร่างกาย คล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ มีส่วนช่วยให้เลือด และพลังไหลเวียนดี

ขอขอบคุณ……..

* เคล็ดลับดี ๆ จากท่าน…..อาจารย์นายแพทย์ ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล อาจารย์แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 19/10/2015 by in เรื่องของสุขภาพ.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: