AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา เรียนฟรี กินฟรี

1

—- เรียนฟรี กินฟรี   ให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้อย่างแท้จริง—–

โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา –  บ้านกวางงอย ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
ค่าเรียนค่าอาหาร : ไม่ชำระเป็นเงิน
ค่าตอบแทนในการเรียน : การทำความดี ด้วยการปลูกต้นไม้ 400 ต้น ทำความดี 400 ชั่วโมง
การเรียนการสอน : กล้าพูด กล้าคิด กล้าแสดงออก มีจิตสาธารณะที่จะช่วยเหลือชุมชน รู้รากเหง้าของตนเอง สอนให้รักถิ่นฐาน
การรับสมัครครู : ครูและนักเรียนเป็นผู้คัดเลือกครูที่จะเข้ามาสอน
การรับนักเรียน : ครูและนักเรียนเป็นผู้คัดเลือกูี่้นักเรียนที่จะเข้ามาเรียน
โครงสร้าง รร. ทำด้วยไม้ไผ่ไม้พื้นบ้านของชุมชน (เป็นโรงเรียนที่มีโดมไม้ไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก)


2
 
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา (อนุบาล-ป.6) และ โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา (มัธยม) เกิดจากความคิดของ คุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และ นายเจมส์ คลาร์ค ชาวอังกฤษ ได้เปิดทำการเรียนการสอนเมื่อปี 2546 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และเพื่อให้นักเรียนในชนบทได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าเล่าเรียน บนปรัชญา “การศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์”  ซึ่งหมายถึง การเรียนการสอนที่พัฒนาในทุกๆ ด้าน ทั้งร่างกาย ความคิด อารมณ์และจิตวิญญาณ ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีความสุข


อาคารเรียนทั้งหมดในโรงเรียนมัธยมสร้างจากไม้ไผ่ ใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างจากมูลนิธิไม้ไผ่ ประเทศอินโดนีเซีย เน้นความเป็นธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ ผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขาสร้างห้องเรียนแบบหกเหลี่ยม ให้เด็กๆ นั่งล้อมวงเรียนในห้อง ไม่มีเด็กหน้าห้องหลังห้อง ทุกๆ เช้าเด็กและครูต้องกอดกัน มีการทำกิจกรรมพัฒนาคลื่นสมอง สร้างความผ่อนคลายและอารมณ์ที่ดีกับเด็กก่อนเข้าเรียน
0

นอกจากนี้ นักเรียนยังมีส่วนในการเลือกเรื่องที่จะเรียน และวางแผนจัดการการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่เครื่องแบบชุดนักเรียนที่เห็นเด็กๆ ใส่ก็มาจากความคิดของพวกเขาออกแบบกันเอง

ครูที่นี่มีหน้าที่จัดการให้เกิดการเรียนรู้ตามที่นักเรียนต้องการ ซึ่งที่นี่ไม่ได้เน้นเฉพาะด้านวิชาการเท่านั้น แต่จะเน้นเรื่องทักษะชีวิตด้วย การเรียนการสอนที่นี่จะเรียนแบบบูรณาการโดยโครงงานและนักเรียนจะเป็นผู้กำหนดหัวข้อการเรียนรู้เองโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “Think pair Share” คือ การหาเรื่องที่ทุกคนอยากรู้เหมือนกันโดยการจับคู่เริ่มจาก 2 คน 3 คน จนได้เรื่องเดียวกันทั้งห้อง  นักเรียนของที่นี่จึงรู้จักคิด   รู้จักการยอมรับ  รู้จักการแบ่งปัน การจัดสรรเวลา และทำงานเป็นทีม   การเรียนจึงเป็นเรื่องสนุกไม่น่าเบื่อเพราะนักเรียนเป็นผู้เสนอว่าอยากเรียนเรื่องอะไร ก็สนุกไปในตัวแล้วครูก็สามารถเอาสิ่งที่กระทรวงศึกษากำหนดใส่เข้าไปได้ ก็เหมือนอาหารอร่อยใส่วิตามินเข้าไปได้

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของโรงเรียนนี้ก็คือ นักเรียนที่นี่สามารถคิดต่อยอดโครงการทำธุรกิจได้ด้วยตัวเอง ครูที่นี่จึงไม่จำเป็นต้องป้อนข้อมูลทางวิชาการต่างๆ ให้นักเรียน ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่โรงเรียนแห่งนี้ให้ความสำคัญนั่นก็คือ “Learning for Understanding” หรือให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ โดยครูจะประเมินความเข้าใจของนักเรียนด้วยการให้นำเสนอ หรือที่เรียกว่า “Show And Share” หลังจากนั้นก็จะมีการตั้งคำถามจากเพื่อนๆ ถ้าผู้นำเสนอตอบไม่ได้จะต้องไปศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องนั้นเพิ่มเติมแล้วมานำเสนอใหม่

 
คุณมีชัยมีแนวคิดให้โรงเรียนที่นี่เป็นมากกว่าห้องเรียน โดยจะให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาที่ขยายไปสู่ครอบครัวและชุมชนที่อยู่รอบตัวเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ การทำเกษตรรูปแบบใหม่ๆ การสอนเรื่องธุรกิจในหลักสูตร Bare foot MBA หรือ เอ็มบีเอเท้าเปล่า รวมไปถึงการสร้าง Design School ที่จะยกระดับความคิดสร้างสรรค์ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

คุณมีชัยผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้พิจารณาเห็นว่า เดิมที่มูลนิธิเคยใช้วิธีการให้ทุนการศึกษา 2,400 ทุนต่อปี เพื่อช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ แต่ด้วยกรอบความคิดและวิธีเดิมๆ ของการเรียนการสอน ผลผลิตทางการศึกษาส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงผู้ตามของเมื่อวานมากกว่าสร้างผู้นำในอนาคต คุณมีชัยเลยเกิดคำถามว่า เราจะจัดระบบการศึกษาใหม่ พัฒนาให้ดีกว่าเดิมได้ไหม เพื่อจะสร้างผู้นำของอนาคต สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม น่าจะยั่งยืนกว่าการให้ทุนการศึกษา หรือการช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์
 

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ จึงเริ่มต้นขึ้นแห่งแรกในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา ในปี 2546 ด้วยการจับสลากเข้าเรียน เด็กๆ จากท้องไร่ท้องนาก็มีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี และดีเทียบเท่าโรงเรียนนานาชาติ แต่มีข้อพิจารณาที่สำคัญ คือ ผู้ปกครองต้องสามารถรับส่งได้ทุกวัน และพร้อมที่จะร่วมมือทำกิจกรรมกับทางโรงเรียน
 
 
โดยคุณมีชัยเชื่อว่า เมื่อจบออกไปเติบโตขึ้นในวันข้างหน้า พวกเด็กๆ จะเป็นพลเมืองที่ดีและกลับมาตอบแทนคืนให้กับสังคมได้ และที่สำคัญ คุณมีชัยอยากบ่มเพาะสร้างคนให้เป็นครู เชื่อว่าด้วยการจัดการศึกษาแบบนี้ผ่านหลักสูตรตลอด 14 ปีที่วางพื้นฐานตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ม.6 เด็กๆ จากที่นี่น่าจะสามารถเป็นครูที่ดีได้
 
ผลของการปฏิวัติการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา กลายเป็นโรงเรียนในชนบทห่างไกลที่ได้มาตรฐานระดับโลก  จากการประเมินของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทัสมาเนีย ออสเตรเลีย เมื่อปี 2549 และในปี 2550 จากผลการประเมินของสำนักงานประเมินและรับรองมาตรฐานการศึกษา (สมศ.) ยังผ่านการประเมินในระดับที่ดีมาก จนวันนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการก่อตั้ง “โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา” เพื่อรองรับเด็กที่จบจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา เพื่อให้เด็กๆ กลับมาพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
 
โชคดีจริงๆ ที่มีโรงเรียนเช่นนี้ในเมืองไทย ต้องขอขอบคุณ คุณมีชัย วีระไวทยะ และ นายเจมส์ คลาร์ค ที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคมไทยจริงๆ
 
ด้วยแนวคิดุที่ว่าครอบครัวอบอุ่น เยาวชนมีความรู้ ประชากรมีรายได้ และชุมชนเข้มแข็ง โดยบูรณาการบ้าน วัด โรงเรียน เข้าด้วยกัน เพื่อให้ชุมชนมีผู้นำ คนมีงานทำ เยาวชนมีความรู้ นำกระบวนการเรียนรู้มาเชื่อมโยงกับวิถีชุมชน เกิดความรักถิ่นฐาน และพร้อมร่วมกันทำชุมชนให้เข้มแข็ง และในวันนี้ ด้วยผลงานมากมายผ่านมาหลายปีเรามีประชากรที่มีคุณภาพ มีหมู่บ้านที่เข้มแข็ง มีโรงเรียนที่น่าส่งลูกหลานเข้าเรียนมากที่สุด อยู่ในเมืองไทยแล้ว

0

บทสัมภาษณ์ คุณมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ในบทบาทครูผู้มีวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา ผู้ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา หรือโรงเรียนไผ่นอกกอ อำเภอลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาระบบการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนด้อยโอกาสในชนบท   

แรงบันดาลใจที่นำไปสู่การตอกหมุดเริ่มต้นก่อตั้งโรงเรียนไผ่นอกกอ
          ชีวิตการทำงานของผมเริ่มต้นด้วยการทำอย่างไรให้คน “เกิดน้อย” จากการวางแผนครอบครัว “ตายน้อย” คือ เรื่องการป้องกันการติดเชื้อ HIV หลังจากนั้นก็คือ “จนน้อย” เป็นเรื่องของการขจัดความยากจน ต่อด้วย “งกน้อย” หรือรู้จักแบ่งปัน สุดท้ายที่ยังคงดำเนินการอยู่คือ คือ “โง่น้อย” เป็นเรื่องการศึกษา
โลกใบนี้ คนที่อยู่ปลายทางของเศรษฐกิจ หรือความเจริญ มักจะไม่ค่อยได้สัมผัสกับของดีๆ แล้วทำอย่างไรคนที่อยู่ปลายทาง ห่างไกลความเจริญและห่างไกลเศรษฐกิจ มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยจะมีโอกาสได้สัมผัสของดีๆ ซึ่งการศึกษาน่าจะเป็นส่วนหนึ่ง เพราะจะเกิดประโยชน์ในระยะยาว  จึงก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ที่อยู่ห่างไกลความเจริญได้มีโอกาสเป็นผู้นำในเรื่องต่างๆ ของสังคม เราไม่จำเป็นต้องบอกว่าหนูต้องเกิดมารวย หนูถึงจะได้เรียนโรงเรียนดีๆ มนุษย์เราทำอะไรได้มากแค่ไหนขึ้นอยู่กับโอกาส


ระบบการเรียนการสอนของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร
          โรงเรียนแห่งนี้ไม่เหมือนที่อื่น เพราะในประเทศไทยและทั่วโลก โรงเรียนเป็นแหล่งความรู้ที่ให้แก่คนกลุ่มเดียวคือเด็กนักเรียน แต่โรงเรียนที่พึงปรารถนาในอนาคตต้องสามารถให้ความรู้หลายอย่างให้แก่คนมากกลุ่ม ผมถึงคิดที่จะจัดตั้งโรงเรียนไผ่นอกกอขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างได้ โดยโรงเรียนจะเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของทุกคนในชุมชน โรงเรียนต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน พวกเขาอยากรู้เรื่องอะไรก็ขอให้บอกมา เราจะจัดหาคนมาสอนให้ แล้วประกาศไปทั่วชุมชนว่าใครอยากเรียนก็ให้มา


มีการสนับสนุนด้านความรู้นอกตำราเรียนด้วยใช่ไหมคะ
          เรื่องความรู้ในตำราเราจัดให้เขาอย่างเข้มข้นทุกรายวิชา อย่างวิชาภาษาอังกฤษก็จะเป็นครูเจ้าของภาษามาสอน วิชาทางเทคโนโลยีก็มีทีมผู้เชี่ยวชาญมาสนับสนุน ส่วนความรู้นอกตำรานั้น นอกจากเราจะสอนให้เด็กสามารถดูแลตนเอง และครอบครัวแล้ว เรายังสอนทักษะการประกอบอาชีพ ทำธุรกิจ และบริหารจัดการเป็น โดยเริ่มจากครอบครัวและชุมชน ทั้งนี้ก็เพราะว่าร้อยละ 70 ของเด็กที่จบชั้นประถมและมัธยมของไทยต้องประกอบอาชีพที่ไม่มีนายจ้าง  เขาต้องแสวงหาธุรกิจเล็กๆ ของเขาเอง เราจึงต้องให้ประสบการณ์ ให้เขาได้ลงมือทำเอง หรือจะทำร่วมกับครอบครัว ทั้งจากการทำการเกษตร หัตถกรรม ที่เพิ่มรายได้ระหว่างเรียนด้วย เราถือว่า “เด็กวันนี้ต้องเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้”  ที่ผ่านมานักเรียนสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเองและครอบครัวเดือนละ 20,000 บาท และเรายังฝึกเรื่องการออม ให้เขารู้จักการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคง นี่คือสิ่งที่เขาจะได้เรียนรู้มากกว่าการท่องจำตำราเพื่อไปสอบ

“การสร้างคน” ตามแนวทางของโรงเรียนไผ่นอกกอ
ราไม่ได้สร้างคนเก่ง เราสร้างคนดี คนซื่อสัตย์ เพราะคนดีจะได้งานดี และจะดีตลอดไป แต่ถ้าเราสร้างคนเก่ง บางครั้งคนเก่งก็ไปเป็นโจร เป็นคนคดโกง ผมอยากให้พ่อแม่ทุกคนในโลกหันมามองว่า “อยากมีลูกเป็นคนดีมากกว่าคนเก่ง” เป็นคนที่นึกถึงคนอื่น รู้จักแบ่งปัน และตั้งใจค้นคว้าหาความรู้ อ่านหนังสือให้มากขึ้น และจะเป็นบุคคลากรที่มีคุณค่าของสังคมครับ

                                                “เราถือว่าเด็กวันนี้ ต้องเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้
                                                                                                        มีชัย วีระไวทยะ

ที่มา http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/teacher/9746

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 26/10/2015 by in เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปัน.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,216,418 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: