AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

image.jpg

ถ้าหากพูดถึงเรื่องประเทศที่มีวัฒนธรรม จริยธรรมและความมีวินัยที่สูงแล้ว ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่เรานึกถึง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ได้ปลูกฝังกันมาตั้งแต่ในวัยเด็กๆ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เราได้เห็นว่า ทำไมเด็กญี่ปุ่นถึงได้ไปไกลอย่างก้าวกระโดด มีระเบียบและความรับผิดชอบมาก

 

เหตุผล 8 ประการที่ทำให้เด็กญีปุ่นไปไกลอย่างก้าวกระโดด

ประเทศญี่ปุ่นสอนวิชาหนึ่ง ชื่อว่า “ทางสู่จริยธรรม” ตั้งแต่ชั้นประถม 1 ถึงประถม 6 เพื่อเผชิญชีวิตในอนาคต
การเรียนการสอนที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ประถม 1 ถึงมัธยมต้น เด็กๆ จะต้องมีการทดสอบก่อนเลื่อนชั้นด้วยคะแนนที่โรงเรียนกำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะสอบผ่านกันทุกคน เนื่องจากทางโรงเรียนจะมีจุดประสงค์ คือการอบรม ปลูกแนวคิด และเสริมสร้างบุคลิกภาพ ไม่เพียงแต่ให้ความรู้และคำสั่งเท่านั้น จึงทำให้เด็กนักเรียนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ตั้งใจเรียนอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานมาก
เด็กๆ จะทำความสะอาดที่โรงเรียนทุกวัน 15 นาที พร้อมกับคุณครู ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ มีนิสัยรักความสะอาด
ครอบครัวญี่ปุ่นไม่มีการจ้างพี่เลี้ยงหรือคนใช้ พ่อแม่และลูกๆ จะร่วมกันแบ่งหน้าที่รับผิดชอบภายในบ้าน
เด็กญี่ปุ่น จะแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร จึงทำให้เกิดนิสัยรักสุขภาพตั้งแต่ในวัยเด็ก
ผู้อำนวยการโรงเรียนจะกินอาหารของนักเรียนก่อน เพื่อความแน่ใจและความปลอดภัยของนักเรียน พวกเขาตระหนักอยู่เสมอว่า เด็กๆ เป็นอนาคตของประเทศที่พวกเขาต้องดูและปกป้อง
ในสถานที่สาธารณะที่ต้องการความเงียบ เช่น บนรถไฟ ร้านอาหาร ฯลฯ ผู้ใหญ่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและลูกของเขาในการไม่ใช้โทรศัทพ์ในที่สาธารณะ เป็นมาตรฐานที่ปฏิบัติใช้กันเคร่งครัด ซึ่งเป็นสอนให้กับเด็กๆ ทุกคนรู้จัก “มารยาท”
ระบบการคมนาคมของประเทศญี่ปุ่น อย่างรถไฟฟ้า จะไม่มีมาช้ากว่าเวลาของแต่ละเที่ยวโดยสาร ถ้ามาช้ากว่าเวลาจริงนั่นหมายความว่ารถไฟฟ้าเกิดความขัดข้อง หรือรถโดยสารประจำทางก็เช่นกัน ยกเว้นช่วงหิมะตก ถนนเต็มไปด้วยหิมะ ก็อาจทำให้รถมาช้ากว่าเวลาจริงเพราะรถวิ่งไม่ได้ ซึ่งตารางเวลาเหล่านี้ทำให้ชาวญี่ปุ่นและเด็กๆ รู้ถึงคุณค่าของเวลาอย่างเคร่งครัด และรู้จักการ “ตรงต่อเวลา”

_________

 

ญี่ปุ่น: สอนเด็กให้มีคุณภาพต้องเริ่มตั้งแต่ “อนุบาล”

กล่าวกันว่า ความเจริญของชาตินั้นแปรผันตรงกับคุณภาพประชากรในประเทศ ชาติใดที่พัฒนาแล้ว คุณภาพของคนในประเทศย่อมสูงตามไปด้วย คุณภาพที่ดีของประชากรเองก็มีที่มาจากระบบการศึกษา และหลักสูตรการเรียนการสอนที่ดีหรือเหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนต้องเริ่มกันตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลกันเลยทีเดียว
เหตุนี้เองปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของบมจ.ซีพี ออล์ จึงได้สนับสนุนการทำวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการศึกษาของไทยนับตั้งแต่ชั้นอนุบาล โดยการสนับสนุนการทำวิจัยในหัวข้อ “การศึกษาเปรียบเทียบ การจัดการศึกษาปฐมวัยในบริบทของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น” ของดร. วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์

จากผลการวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าระบบการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาลนับเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่ง ในการพัฒนา ศักยภาพของเด็กและมีส่วนสำคัญทำให้พวกเขาเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพของชาติ โดยเราสามารถศึกษาจากอนุบาลในประเทศญี่ปุ่นเป็นแบบอย่างได้ ดังนี้
—-อนุบาลในญี่ปุ่นเน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น

–เรียนรู้ผ่านการเล่น

ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาความสามารถในการรู้คิดและพัฒนาการทางอารมณ์ผ่านกระบวนการเล่น นอกจากนี้ยังสนับสนุนการเล่นเป็นทีม โดยจะให้เด็กเล่นกันคละอายุและคละเพศ การเล่นเป็นกลุ่มจะสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อตนเอง เด็กที่อายุมากกว่าต้องคอยดูแลเด็กเล็ก ทำให้มีทักษะในด้านการจัดการและความอดทนอดกลั้น ในขณะที่เด็กเล็กเองก็จะยึดเด็กที่โตกว่าเป็นแบบอย่างหรือเป็นผู้นำ ถือเป็นการสร้างทักษะความเป็นผู้นำให้เด็กด้วยในทางหนึ่ง เด็กจะถูกสอนให้เข้าใจกระบวนการวางแผนโดยธรรมชาติ รู้จักจัดการการเล่นของตนให้มีทั้งความสนุกและมีความรับผิดชอบต่อผู้เล่นคนอื่นด้วย โดยมีครูทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำและกระตุ้นให้เด็กคิดแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ใช่ผู้ออกคำสั่งหรือสอนหนังสือเด็กอย่างเดียว

–จิตสำนึกสาธารณะ

ประเทศญี่ปุ่นถือว่า “จิตสำนึกสาธารณะ” เป็นปรัชญาหลักของการศึกษา การเรียนรู้ผ่านกระบวนการเล่นตั้งแต่วัยอนุบาลหรือปฐมวัยก็นับเป็นแนวทางหนึ่งในการปลูกฝังเรื่องจิตสำนึกสาธารณะให้กับเด็กด้วย โดยการวิจัยพบว่าช่วงปฐมวัยของเด็กเป็นช่วงเวลาทองของการสร้างคนให้มีสำนึกสาธารณะ และจิตสำนึกสาธารณะที่เห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าตนเองนั้น สามารถสร้างให้เกิดได้จริงผ่านกระบวนการเล่น การเล่นที่ถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ด้วยการคละอายุ เพศและกิจกรรมของเด็ก จะสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบต่อตนเอง รุ่นพี่รุ่นน้อง และเพื่อนต่างเพศ สอนทักษะการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกัน ความเมตตาต่อกัน และที่สำคัญคือการทำงานเป็นกลุ่ม อันเป็นการปลูกฝังแนวคิดเรื่องจิตสำนึกสาธารณะได้ตั้งแต่วัยอนุบาลเลยทีเดียว

–จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

นอกจากนี้หลักสูตรการสอนระดับชั้นอนุบาลของญี่ปุ่นยังไม่เน้นวิชาการหนัก ๆ แต่เน้นความสำคัญที่จินตนาการและการเล่น โดยถือว่าการเรียนนั้นเรียนเพื่อให้รู้ ไม่ใช่เรียนไปเพื่อสอบ มีวิชาเรียนเพียง 6 ด้าน คือ พลานามัย สังคมศึกษา ธรรมชาติศึกษา ภาษา ดนตรีและจังหวะ และการวาดภาพและงานฝีมือ ในส่วนของของเล่นในชั้นเรียนก็เน้นให้เด็กเล่นแต่ชิ้นที่เรียบง่ายและกระตุ้นให้เกิดจินตนาการด้วย เช่น การต่อบล็อก การวาดภาพศิลปะ เป็นต้น

เราจะเห็นได้ว่าการสอนเด็กอนุบาลในญี่ปุ่นนั้นจะต่างจากการสอนแบบไทย ที่ให้นักเรียนนั่งโต๊ะเรียน พยายามให้เด็กอ่านหนังสือให้ได้ จำให้ได้ เพื่อสอบเข้าชั้นป. 1 ให้ได้ ซึ่งนักวิชาการมองว่าเป็นการปิดกั้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เด็ก ปัญญาสมาพันธ์ฯ ได้เรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลและผู้ปกครองร่วมกันเปลี่ยนรูปแบบการสอน โดยใช้เด็กเป็นที่ตั้ง ประเมินผลงานของครูโดยการดูพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กมากกว่า
ที่มา : http://board.postjung.com/922198.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 88 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,212,747 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: