AC127 : https://ac127.wordpress.com/

คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองต้องทำอย่างรีบด่วน


คลิปนี้โพสเมื่อ 19 ตค 2558 (Oct 19, 2015)

 

“คนในกรุงเทพฯ ทุกครึ่งชั่วโมงจะมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 1 คน หนึ่งวันมีเกือบ 100 คน เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล 4 นาที จะเป็นโรคนี้ 1 คน”

นพ.สุรัตน์ บุญญะการกุล ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 กล่าวว่า…  การรักษาโรคหลอดเลือดสมองต้องทำอย่างรีบด่วน กรณีคนไข้มาโรงพยาบาลเองไม่ได้   ต้องเรียกรถพยาบาลไปรับ การเรียกรถโรงพยาบาลแบบธรรมดาไปรับ ไปกลับก็ต้องเสียเวลา 2 ทอด ถึงจะได้เริ่มกระบวนการตรวจวินิจฉัย

 

ด้วยความจำเป็นเร่งด่วนนี้ โรงพยาบาลพญาไท 1 จึงจัดให้มี  หน่วยกู้สมอง โดยมีรถโมบายซีทีสโต๊กยูนิต (Mobile CT&Stoke Treatment Unit) ซึ่งมีอุปกรณ์การรักษาพร้อม เหมือนยกห้องฉุกเฉินไปหาคนไข้ที่บ้าน

 

ทำไมโรคนี้ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน คำตอบคือ…  เวลาหลอดเลือดสมองอุดตัน เนื้อสมองจะค่อยๆตาย เมื่อตายแล้วจะไม่ฟื้น เราต้องไปกู้เนื้อสมองขึ้นมา

วิธีการคือ ต้องไปเปิดหลอดเลือด ซึ่งมี 2 วิธี

  1. วิธีแรกคือ การฉีดยาละลายลิ่มเลือด ยาตัวนี้ต้องฉีดภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง   ถ้าเปิดหลอดเลือดช้าเซลล์ตายไปแล้ว คุณมีเงินร้อยล้านพันล้านก็แก้ไม่ได้       ดังนั้น “เราจึงต้องทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดไปช่วยในชั่วโมงแรกๆ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”
  2. วิธีที่สอง “เอาลวดไปลากก้อนเลือดออกมา บางรายที่ฉีดยาแล้วก้อนเลือดไม่ละลาย เรามีวิธีใส่สายไปที่หน้าขา เพื่อดึงก้อนเลือดออกมา ต้องทำภายใน 6 ชั่วโมง”

 

สมมติว่า คุณมาจากบ้านถึงโรงพยาบาลชั่วโมงหนึ่ง หมอห้องฉุกเฉินตรวจอีก 15 นาที    เข้าไปทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อีก 25 นาที     แล้วเจอก้อนเลือดขนาดใหญ่    พอเจอแล้วไม่ใช่ว่าหมอผ่าตัดจะได้ผ่าเลย    ต้องตามหมอผ่าตัดมารออีก 45 นาที     ก่อนผ่าต้องเตรียมตัวกว่า 3 ชั่วโมง

 

แต่เมื่อมีรถโมบายไปถึงบ้าน แล้วเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

  • “เลือดออกก็ให้ยาช่วยลดอาการสมองบวม ระหว่างทางเราก็เจาะเลือดในรถตรวจให้เรียบร้อย ระหว่างครึ่งชั่วโมงนั้นเราตามหมอผ่าตัดมารอไว้ พอถึงห้องฉุกเฉินคุยกับญาติว่าต้องผ่าตัด ก็เอาเข้าห้องผ่าตัดได้เลย”
  • ในรถ “นอกจากได้ฉีดยาละลายลิ่มเลือดแล้ว ยังได้เตรียมตัวคนไข้เป็นอย่างดีก่อนมาถึงโรงพยาบาล นี่คือความจำเป็นที่ต้องมีรถสำหรับรักษาโรคหลอดเลือดสมอง”
  • การรักษาที่เร็วทันเวลาจะช่วยเหลือผู้ป่วยให้ไม่เป็นอัมพาต ถ้าเป็นอัมพาตไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต่อเดือนจะไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 บาท  แล้วต้องจ่ายไปเรื่อยๆ ทุกข์ทรมานทั้งคนไข้และญาติ

 

นพ.สุรัตน์เริ่มทำโครงการนี้จริงๆจังๆ เมื่อ 6 ปีก่อน อยู่เวร 24 ชั่วโมงทุกวัน    “ตอนนี้อายุเกือบจะ 60 ปี แม้จะไปเมืองนอกก็ต้องเปิดโทรศัพท์รับปรึกษา 3 ปีหลังมานี้ เรามีหมอมาช่วยทั้งหมด 4 คน ผลัดกันอยู่เวร จึงการันตีได้ว่า เราสามารถปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

“เรายังมีเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมอง คนไข้คนหนึ่งไปโรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท ไม่มีหมอระบบประสาท แต่มีเครื่อง CT SCAN  ทำคอมพิวเตอร์ส่งภาพมาให้ผมดู  คนไข้คนนี้น่าจะให้ยาได้ ก็ฉีดยาละลายลิ่มเลือดไปก่อน แล้วค่อยส่งคนไข้มาให้ดูแลต่อ”

 

สำหรับผู้ป่วยต่างจังหวัด  สามารถติดต่อโรงพยาบาลที่เป็นเครือข่ายมี 10 แห่ง คือ  ที่จังหวัดนครราชสีมา นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี และชลบุรี

 

“เราทำเครือข่ายมา 5 ปี รับปรึกษามาเกือบ 1,000 คน ฉีดยาลิ่มเลือดมาเกือบ 100 คน ด้วยเหตุผลนี้ทำให้เรามั่นใจว่า เราไม่พลาด เพราะฉะนั้นรถคันนี้เหมือนเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายโรงหนึ่ง”

 

ทีมงานภายในรถมีคนทำงานถึง 4 คน 1 คนขับซึ่งเป็นบุรุษพยาบาล พยาบาล 1 คน เพื่อฉีดยาคนไข้ ให้น้ำเกลือ มีหมอ 1 คน และมีเทคนิคเชียน 1 คน ไว้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

 

นพ.สุรัตน์บอกว่า รถโมบายคันนี้ผลิตในเมืองไทย แต่เครื่องซีทีสแกนนำเข้าจากต่างประเทศ รวมราคา 15 ล้านบาท แล้วจัดทีมประจำรถ นับเป็นคันแรกของประเทศไทย คันที่ 5 ของโลก   มีเพียง 3 ประเทศที่มีรถโมบายนี้คือ เยอรมนี อเมริกาและไทย

ตอนนี้เพิ่งได้รถมา ก็จดทะเบียนเป็นรถพยาบาล ในรถมีเครื่องมือแล็บ เครื่องมือสื่อสารระหว่างรถกับหมอ และที่สำคัญที่สุดคือมีเครื่องซีทีสแกนสมอง ใช้ถ่ายภาพสมองให้หมอดู มีเครื่องมือเจาะเลือดตรวจหาน้ำตาล เครื่องมือตรวจการแข็งตัวของเลือด ต้องตรวจดูการทำงานของไต ตรวจดูเกลือแร่

 

เมื่อไปถึงคนไข้ “เราก็เจาะเลือด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แล้วก็ส่งภาพมาให้ผม ผมก็บอกว่าฉีดยาได้หรือไม่ได้ นี่คือเครื่องมือที่อยู่ในรถ นอกจากนี้จะมีเครื่องช่วยชีวิตแบบมาตรฐานรถพยาบาลทั่วๆไป เหมือนกับยกห้องอีอาร์ ห้องฉุกเฉินและห้องไอซียูไปถึงบ้าน”

ถจะให้บริการได้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 1772 กด 7

เมื่อเปิดใช้ หากมีกรณีผู้รับบริการเรียกซ้อนกัน “เราจะดูความจำเป็น โดยพิจารณาจากอาการผู้ป่วย เพราะเจ้าหน้าที่เราจะถูกเทรนด์ไว้ให้พิจารณาอาการ ถ้ามี 2 ราย รายไหนจำเป็นมากกว่า”

 

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคปัจจุบันทันด่วน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ถ้าเป็นแขนขาไม่มีแรง ยกแขนไม่ขึ้น อยู่ดีๆพูดไม่ชัด การปฐมพยาบาลเบื้องต้น หมอแนะนำให้นอนราบ แล้วเรียกรถหรือพาส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

ถ้ามีรถโมบาย “เราเชื่อว่าคนไข้จะได้รับการรักษาเร็วขึ้นอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ถ้าหลอดเลือดอุดตันขนาดใหญ่ ทุก 1 นาทีเซลล์สมองจะตาย 2,000,000 ตัว ทุก 5 นาทีที่ฉีดยาช้าลง คนไข้โอกาสหายจะลดลงไป 1% ฉะนั้น ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญมากในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง”

ทั่วโลก โรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ส่วนประเทศไทยเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 มากกว่าโรคหัวใจอุดตัน

สาเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง หมอบอกว่า ไม่ได้เป็นกันทุกคน แต่มีปัจจัยเสี่ยง คือ 1.อายุ เป็นโรคของคนสูงอายุ 2.ความดันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง 3.การสูบบุหรี่ 4.เบาหวาน 5.หัวใจเต้นพลิ้ว เต้นไม่เป็นจังหวะ 6.ไขมันในเลือดสูง ถ้าคนไข้เป็นโรคไขมันในเลือดสูงจะออกที่หัวใจ แต่ถ้าเป็นความดันจะออกที่สมอง

 

การป้องกัน คือ ป้องกันปัจจัยเสี่ยง  คนสูบบุหรี่ก็เลิกสูบ ความดันสูงก็ควบคุมความดัน เป็นเบาหวานควบคุมเบาหวาน หัวใจเต้นพลิ้วมีกินยา ทุกอย่างป้องกันได้ ยกเว้นอายุอย่างเดียว

 

ค่าบริการ หมอบอกว่า คิดตามระยะทางเหมือนรถพยาบาลทั่วไป แต่จะบวกถ้าทำซีทีสแกน ค่าแล็บ หรือค่าฉีดยา

 

นพ.สุรัตน์ฝากข้อคิดว่า เวลาเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต การจะหายจากภาวะพิการ ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ก็ช่วยไม่ได้ การรักษาที่จะช่วยให้ไม่เป็นอัมพาต คือ ช่วงชั่วโมงแรกๆต้องรีบด่วน

 

“เราทุ่มเททรัพยากร สรรพกำลังทั้งหมดมารักษาในช่วงแรก เราจึงขยายไปรักษานอกโรงพยาบาล ประชาชนจะได้ไม่เป็นอัมพาต เรามีความสามารถในการรักษาคนไข้บนรถได้แน่นอนถึงทำรถคันนี้ขึ้นมา โดยค่าใช้จ่ายไม่ได้เพิ่มจากการรักษาปกติ”.

……………………..

1

“สมองขาดเลือด” อันตราย เสี่ยงภัยร้ายจากอัมพาต

ร่างกายทุกคนล้วนประกอบไปด้วยเลือด ซึ่งมีหัวใจคอยสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ โดยหากเกิดเหตุการณ์ใดที่ทำให้เราต้องเสียเลือดมาก ก็อาจทำให้เราอ่อนเพลีย หมดแรง หรือ ซ็อคจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ นั่นเองที่ชี้ให้เห็นว่า ร่างกายคนเราล้วนต้องการเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับ “สมอง” อวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งหากเกิด “ภาวะสมองขาดเลือด” เมื่อไร นอกจากจะมีโอกาสเสียชีวิตแล้ว เรายังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตได้ด้วย

สมองขาดเลือดหมายถึงอะไร?

นพ. สุรัตน์ บุญญะการกุล ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้อธิบายถึง “ภาวะสมองขาดเลือด” (Stroke) ว่า หมายถึง ภาวะที่หลอดเลือดสมองซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงเลือดถูกตัดขาด ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองบริเวณนั้นได้ จึงส่งผลให้เซลล์สมองตายและสมองสูญเสียการทำหน้าที่ในที่สุด โดยภาวะที่สมองหยุดทำงานนั้น ก็จะส่งผลทำให้เกิดอาการอัมพาต ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกาย หรือ มีภาวะบกพร่องทางการสื่อความผิดปกติ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะขาดเลือดในผู้ป่วยแต่ละราย

0

สาเหตุใด ถึงทำให้สมองขาดเลือด?

สาเหตุหลักๆ ของ “ภาวะสมองขาดเลือด” ก็คือ การที่ลือดไม่สามารถไปเลี้ยงสมองได้ โดยมักเกิดจากปัจจัย 2 ข้อ ดังนี้

  • หลอดเลือดสมองมีลิ่มเลือดอุดตันหรือตีบแคบลง
  • หลอดเลือดสมองแตก ทำให้เลือดคลั่งในสมอง

ทั้งนี้ ภาวะสมองขาดเลือด อาจเกิดขึ้นเป็น “ภาวะชั่วคราว” ได้ หรือ ที่เรียกว่า “โรคทีไอเอ” (TIA,Transient ischemic attack) ซึ่งคนทั่วไปอาจรู้จักกันในชื่อ “อัมพฤกษ์” โรคที่เกิดจากการสมองสูญเสียการทำหน้าที่เพียงแค่ชั่วคราว สามารถกลับมาหายเป็นปกติได้ หากรักษาอย่างถูกต้อง แต่กลับกันหากรักษาไม่ถูกต้อง ก็อาจทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นอัมพาตถาวร หรือ อาจถึงขั้นเกิดความพิการ อาการทรุดหนักและเสียชีวิตได้

 

ปัจจัยเสี่ยงอะไร ทำให้ต่อเกิดภาวะสมองขาดเลือด?

นพ. สุรัตน์ บุญญะการกุล ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้อธิบายถึงภาวะสมองขาดเลือดว่า สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

  • อายุมาก ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพแข็งตัวตามอายุ
  • มีประวัติครอบครัวที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เป็นสาเหตุของสะสมของไขมันในหลอดเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดตีบ
  • โรคเบาหวาน ช่วยส่งเสริมให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น ทำให้ร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันสะสมในร่างกายและเกาะตามผนังหลอดเลือดมากขึ้นเสี่ยงสมองขาดเลือด
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดสั่นพริ้ว(AF) มีความเสี่ยงของลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจไปอุดที่หลอดเลือดสมอง
  • การสูบบุหรี่ มีส่วนทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • การไม่ออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อย จึงมีการสะสมไขมันในร่างกายและหลอดเลือดสูง

 

จะดูแลผู้ป่วยสมองขาดเลือดที่เป็นอัมพาต ได้อย่างไร?

ผู้ป่วยสมองขาดเลือดที่มีอาการอัมพาต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดย นพ. สุรัตน์ บุญญะการกุล ผู้อำนวยการศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1 ยังได้เน้นย้ำว่าญาติ หรือ ครอบครัวคนสนิท นับได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการดูแลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ ของผู้ป่วยมากที่สุด โดยมีแนวทางในการดูแลผู้ป่วยสมองขาดเลือด ดังนี้

  • หากผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อัมพาตครึ่งซีก จะต้องช่วยพลิกตะแคงตัวเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันภาวะแทรีกซ้อนจากการเกิดแผลกดทับ
  • การระวังอุบัติเหตุจากการสัมผัสของร้อนหรือของเย็นจัด เนื่องจากร่างกายครึ่งซีกของผู้ป่วยจะสูญเสียการรับรู้ทางประสาทสัมผัส
  • การระวังอุบัติเหตุจากการตกเตียง ควรจัดหาเตียงที่ปลอดภัย มีเหล็กกั้นเตียง
  • ดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร ระวังการสำลักอาหาร ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการกลืนลำบาก ควรจัดหาอาหารที่เคี้ยวง่าย กลืนง่ายและป้อนอาหารขนาดพอดีคำ
  • ผู้ป่วยสมองขาดเลือดควรได้รับการรักษาด้วยการกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องด้วยการฝึกเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อและข้อต่อ ถ้าหากผู้ป่วยสูญเสียความสามารถทางการพูดหรือความเข้าใจทางภาษาก็สามารถฟื้นฟูแก้ไขให้ผู้ป่วยได้มีการพัฒนาทักษะเพิ่มขึ้นได้โดยผู้เชี่ยวชาญแก้ไขการพูด
  • ญาติควรให้ความสำคัญ ดูแลด้านจิตใจแก่ผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองได้น้อยและต้องพึ่งพาผู้อื่น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเครียด กังวล ท้อแท้ ซึมเศร้าและบางรายอาจมีการสูญเสียความทรงจำ ฟังไม่เข้าใจหรือฟังเข้าใจแต่อาจพูดสื่อสารออกมาไม่ได้ ญาติจะต้องพยายามเรียนรู้และแสดงความเข้าใจ ความใส่ใจต่อผู้ป่วย เพื่อส่งเสริมกำลังใจให้ผู้ป่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

ป้องกันตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลภาวะสมองขาดเลือด?

เราสามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันการเกิดภาวะสมองขาดเลือดได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีแนวทาง ดังต่อไปนี้

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารหวานจัด ไขมันสูง เค็มเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • งดสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ นอกจากการดูแลเรื่องพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เราควรได้รับการตรวจสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสม่ำเสมอ เป็นประจำทุกปี เพื่อเพิ่มโอกาสในป้องกันภาวะสมองขาดเลือดและป้องกันความพิการจากอัมพฤกษ์อัมพาตได้

http://www.thaihealth.or.th/blog/myblog/topic/567/oonliner1134/772/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/3314/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%22%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%22%20%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%20%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%95/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on 29/11/2015 by in ลบทิ้งได้, เรื่องของสุขภาพ.

นำทาง

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 87 other followers

สถิติบล็อก

  • 3,209,605 hits

หมวดหมู่

%d bloggers like this: